อเมริกากำลังปรับกระบวนยุทธใหม่ เพื่อมุ่งไปสู่การเป็นศูนย์อำนาจ เป็นสุดยอดนักล่า (Strategic Pivot) ในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก (Asia Pacific) แต่เพื่อให้เหยื่อฟังนุ่มหู อเมริกาบอกว่าเป็นการปรับดุลยอำนาจ (Rebalancing) ในภูมิภาคนี้ใหม่ กระบวนยุทธใหม่นี้ นายโอบามา พูดถึงเป็นครั้งแรกที่กรุงแคนเบอรา ออสเตรเลีย (Canberra, Australia) เมื่อเดือนพฤศจิกายน ค.ศ.2011 หลังจากนั้น อเมริกาเริ่มปฏิบัติการอย่างเงียบๆ มาตลอดเวลากว่า 2 ปีที่ผ่านมา เราชาวโลกควรให้ความสนใจกัน เพราะต่อไปนี้ ละครฉากสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการค้า การรบ การคบ การเคี้ยว จะอยู่ตรงแถวนี้แหละ ตรงที่เรียกว่า เอเชีย แปซิฟิก และมันใกล้บ้านเราและอาจจะเกี่ยวกับบ้านเราด้วยนะครับ
สิ่งที่อเมริกาเดินหน้าทำเป็นเรื่องแรก ในช่วงปรับกระบวนยุทธ คือ ทำให้ประเทศที่เรียกว่าเป็นพันธ มิตรทั้งระดับชิดและระดับห่าง แถวภูมิภาคเอเซีย แปซิฟิก (Asia Pacific Alliances) เชื่อ(ง) ว่าเรายังเป็นก๊วนกันอยู่นะ แม้ตัวจะไกล แต่ใจแนบแน่น เพราะฉะนั้นไอกระดิกนิ้วเรียกเมื่อไหร่ ต้องวิ่งมากันเลยนะ
อเมริกา ลงทุนเดินไปเคาะประตูบ้านเกือบ ทุกบานของพันธมิตร (ลูกหาบ!) จับมือ เขย่าแขน กอดคอ หอมแก้ม ผู้นำเกือบทุกคนในภูมิภาคนี้โดยใช้นักแสดงนำเช่น คุณนายคลินตัน (Clinton) รมว.ต่างประ เทศ นายโรเบิร์ต เกตส์ (Robert Gates) รมว.กลาโหม นายลีออน พาเนตตา (Leon Panetta) ที่มาเป็นรมว.กลาโหมคนต่อมา รวมทั้งที่ปรึกษาความมั่นคงเช่น นายทอม โดนิลอน (Tom Donilon) และบรรดาแม่ทัพนายกอง แถวกองทัพภาคที่ 7 ยังถูกเกณฑ์ออกมาเดินสาย ที่สำคัญตัวพระเอกเอง คือ ประธานาธิบดีโอบามา (Obama) ก็ไม่เว้น ก็ต้องออกมาเดินสาย เคาะประตูบ้าน (ลูกหาบ) ด้วยเช่นกัน
– อันดับแรก แน่นอน ญี่ปุ่นลูกเลี้ยง ประเทศที่อเมริกาถล่มเขาซะหายไปทั้งเมือง ทำให้ต้องกระเตงหนีบกันไปตลอด ทั้งช่วยทั้งใช้ (แต่รู้สึกอย่างหลังจะมากกว่านะ) อเมริกาเข้าไปปรับปรุงยุ่งถึงในมุ้งการเมืองของญี่ปุ่น ได้นายกรัฐมนตรีหุ่นเชิดมา 1 คน เพื่อให้ดำเนินนโยบายประเทศให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ใหม่ของอเมริกา และเพื่อโชว์ให้โลกเห็นว่าอเมริกาเป็นพ่อพระใจดีใจกว้าง ไม่ได้ทอดทิ้งยามยาก เช่น คราวญี่ปุ่นแผ่นดินไหว เกิดซึนามิและโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รั่ว ในปี ค.ศ.2011 (จริง ๆ แล้วมันอยากไปดูว่าของจริง ฉ.ห แค่ไหน จะได้คิดย้ายฐานทัพของตัวออกมาน่ะ) อเมริกาก็ไปเดินเกร่โชว์ ชาวเราดูข่าวผ่านสื่อช่างทาสีอย่าง CNN ก็ได้เรื่องจริง มาน้อยกว่าเรื่องแต่ง
– อันดับสอง เกาหลีใต้ อเมริกาพยายามทั้งอุ้มทั้งชูเกาหลีใต้ ให้ขึ้นมาแข่งกับญี่ปุ่นนานแล้ว โตโยต้า
(Toyota) แพ้ยุนได (Hyundai) โซนี่ (Sony) แพ้ซัมซุง (Samsung) ฝีมือใคร เอ๊ะ! ทำได้ไงกับลูกเลี้ยง
อเมริกัน ต้องการให้เกาหลีใต้แข็งแรง ใช้ความเจริญก้าวหน้า (ในความคิดของอเมริกา) เป็นกำแพงกั้นเกาหลีเหนือ เอาความเจริญใส่เข้าไปมากๆ มันจะได้เห็นความแตกต่าง ๆ ระหว่างเกาหลีเหนือกับเกา หลีใต้ มันจะได้ยากที่จะรวมกัน เดี๋ยวมันจะเอาอย่างเยอรมันตะวันออกกับตะวันตก ไอไม่ใจดี ขนาดนั้นหรอก ลงทุนไปแยะ มาถึงตอนนี้ไม่ต้องทำอะไรมาก เชิดชูเข้าไปหนักๆ ยูดี ยูเก่ง ยูเจริญที่สุดในเอเซีย ฝังหัวเข้าไปว่า จะให้ทันสมัยล้ำหน้า ต้องสวยหล่อ แบบเกาหลีรุ่นใหม่ เชียร์กังนัมมันไปเรื่อยๆ แค่นี้ก็พอถมเถ ชาวเกาหลีใต้ส่วนใหญ่ ก็ใช่ว่าจะอยากไปอยู่กับเด็กแสบของเกาหลีเหนือนะ เราพักเรื่องกังนัมสักครู่ แล้วมาคุยกันเรื่องสร้างฐานทัพให้ลูกพี่จอดเรือรบก่อนนะ
– อันดับสาม ฟิลิปปินส์ ซึ่งอเมริกาเลี้ยงดูมานานหลายสิบปีตั้งสงครามโลกครั้งที่ 2 เลิกเล่น มีอะไรก็ถมให้ไปหมด โดยเฉพาะเศรษฐีโคตรรวย ร้อกกี้เฟลเลอร์ยังพยายามทั้งผลักทั้งดัน ให้ฟิลิปปินส์เป็นเมืองเอกในเอเซีย ลงทุนตั้งมหาวิทยาลัยให้ทั้งหลัง เอาหน่วยงานสำคัญ ๆ ก็ไปไว้ที่นั่น ADB ไง Asian for Development Bank ลูกของธนาคารโลก (World Bank) สำนักงานใหญ่ก็อยู่ที่นี่แหละ แต่เด็กมันไม่ค่อยรักดี ถ้าไม่โกงกันระเบิด ก็เอาระเบิดมาถล่มกันเองอยู่เรื่อย แต่ก็ยังทิ้งกันไม่ลง
อเมริกาลงทุนสร้างฐานทัพทิ้งไว้ที่ เกาะนี้เต็มไปหมด งวดนี้กัดฟันไปคุยกันใหม่ เพราะต้องใช้ฟิลิปปินส์ เป็นม้าใช้ ลอยคอไปยันกับจีนแถวทะเลจีนใต้ รื้อฟื้นฐานทัพเก่าที่เคยสร้างไว้ เอามาปัดฝุ่นใช้กันใหม่
– อันดับสี่ ไทยแลนด์แดนสมันน้อย แหม! นึกว่าเป็นลูกรักอยู่อันดับหนึ่ง ที่แท้อยู่โหล่เลย ฉะนั้นอย่างสำคัญตนผิด แต่ขอโทษ คุณพี่โอบามา มาเอง เพราะไทยแลนด์เป็นพันธมิตรเก่าแก่ในภูมิภาคนี้ ร่วมรบ หลอกตุ๋นกันมาตั้งกะสมัยสงครามเวียดนาม แต่พักหลังนี้ มันเล่นกีฬาสีกันแยะ จนลูกพี่ชักงง จะชอบจะใช้สีไหนดีนะ เอาที่มันใช้ง่ายๆ น่ะ มาคราวนี้เลยบีบมือนางสมันน้อยแน่นนาน อย่าลืมนะ นางสาวแสนโง่ ! สัญญาทาสผูกคอของเราสองยังมีอยู่นะ เรียกเมื่อไหร่อย่าทำเป็นไม่รู้เรื่อง เรื่องอื่นไม่รู้เรื่องไม่เป็นไร แต่เรื่องนี้ห้ามโง่นะ ว่าแล้วก็ทำตาเยิ้มใส่กัน ฮา !
แม้จะใช้นักแสดงนำรุ่นใหญ่ขนาดนั้น แต่ความที่บทมันไม่ชัด เหมือนดูหนังจนจบแล้ว คนดูยังไม่แน่ใจว่า เป็นหนังบู๊หรือหนังตลก พระเอกชักปืนจะมายิงผู้ร้ายทีไร ดันยิงเข้าหัวแม่เท้าตัวเองทุกที แบบนั้นแหละ แถมนักแสดงบางคน ก็เล่นไม่เนียน ถ้าไม่หน้าใหม่ ก็หน้าโหด ดูอย่างหน้าคุณนายคลินตันซิ ปากยิ้ม แต่ลูกตายังกะนางสิงห์กำลังจ้องจะขม้ำเหยื่อ ชาวบ้านก็เลยมึน นี่มันเรื่องจริงหรือเปล่านะ ไหนเขาลือกันว่า กระเป๋ายังโหว่อยู่ไม่ใช่หรือ เงินเดือนจะจ่ายคนทำงานยังไม่พอเลย เป็นข่าวไปทั่วโลก จะshut down shut up อะไรนั่น นี่มันรายการเกทับ บลัฟแหลก ประเภทหน้าไพ่มีคิง แต่ข้างในกลบแปด หรือเปล่านะ เล่นมุกนี้แถวเอเชีย แปซิฟิกน่ะ ไม่หมูนะ อาเฮียกับพวกนี่ เขาธรรมดาที่ไหน ชาว บ้านเขาก็วิจารณ์กันทั่วโลก (ยกเว้นไทยแลนด์ของสมัยน้อยแหละ ที่ดีใจหนักหนา พี่เขากลับมาแล้ว)
ขนาดพวกนักวิเคราะห์บางค่าย เช่น CFR (พวกกันเอง) ยังถามเลยว่ามาทางเอเชีย แปซิฟิกแน่หรือ แล้วทางตะวันออกกลาง (Middle East) ว่าอย่างไร มันยัง spring หลุดกันอยู่เลยนะ บางค่ายก็บอกว่า อเมริกาต้องมาทางนี้แหละ เพราะว่า ภูมิภาคนี้ ต้องมีอเมริกามายืนผงาด ให้พวกอาเฮียรู้บางว่า ใครเป็นใคร เป็นการดุลยอำนาจไงล่ะ
แต่ที่ตอแหลได้ใจคือ นักวิเคราะห์จากค่ายลูกพี่นักล่า แชตธัม เฮาส์ (Chatham House) บอกว่า …งงกันไปได้ ไม่เห็นจะเป็นเรื่องแปลกใหม่อะไรเลย อเมริกาก็เป็นพี่เบิ้มวนเวียนอยู่ทางนี้ มากว่าครึ่งศตวรรษแล้ว และไม่ว่าจะเป็นพรรคเดโมแครต (Democrat) หรือรีพับลิกัน (Republican) ทั้ง 2 พรรค ก็มีนโยบายเหมือนกันแหละ (คือ ให้ใครมาใหญ่กว่าตัวไม่ได้ทั้งนั้น) และที่สำคัญเข้าใจกันให้ถูกนะ อเมริกาไม่เคย “ไปจาก”ภูมิภาคนี้เลยต่างหาก … แค่กร่างมาก…กร่างน้อย… เท่านั้นเอง อันหลังนี่ คนเขียนนิทานเพิ่มเองครับ
ทั้งหมดนี้อเมริกาทำ ทำไม ไม่ต้องถามโหรระดับแม่หมอฟองสนานหรอก คนอ่านนิทานทุกคนตอบได้หมด ถ้าไม่แน่ใจโปรด กลับไปอ่านจิกโก๋ปากซอย หรือยุทธศาสตร์สร้อยไข่มุกใหม่นะครับ
อเมริกาหมุนเข็มทิศมาทางเอเซีย แปซิฟิก ด้วยเหตุผล 2 อย่าง เป็นเหตุผลเดิมๆ ที่ไม่ว่าอเมริกา หรือชาติมหาอำนาจใด หรือชาติเล็กชาติน้อย หรือใครที่มันคิดจะเป็นใหญ่มันก็คิดกันอยู่แค่นี้ทั้งนั้นแหละ“อำนาจกับทุน” สูตรสำเร็จเดิมๆ จำไม่ได้หรือไง
อเมริกามาแถบนี้ เพราะต้องการให้ทุกชาติ โดยเฉพาะจีนจำใส่หัวสมองไว้ว่า อเมริกายังมีอำนาจเต็มเปี่ยม ทั้งในภูมิภาคนี้และในโลกใบนี้ ใครที่คิดว่ารวยแล้วนึกว่าตัวเองใหญ่ แบบอาเฮียเศรษฐีใหม่ น่ะ คิดใหม่นะ กับอีกอย่างที่อเมริกาต้องการจนน้ำลายไหลฟูมปากคือ ทรัพยากรที่ยังเหลือเฟืออยู่ในภูมิ ภาคนี้และกำลังมีการหักเหลี่ยม เล่นเชิงกันอย่างเข้มข้น ทั้งในเอเซีย แปซิฟิกและเอเชียกลาง (Central Asia) แต่นิทานวันนี้จะยังไม่เล่าเรื่องทรัพยากรนะครับ จะเน้นกันเรื่องกองทัพกองกำลัง ความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อนักล่า ที่อเมริกากำลังเบ่งให้ดู