แด่นักรบเงา ที่เสียสละแม้ชีวิต
เพื่อรักษาบ้านเมืองที่รักของเรา

Search

ยุทธศาสตร์ความมั่นคง (National Security Strategy) สำหรับปี ค.ศ.2014 ยังไม่คลอดคาด ว่าจะคลอดประมาณเดือนเมษายน, พฤษภาคม แต่อย่างน้อย อเมริกาก็ใบ้หวยมาหลายครั้งแล้ว คือ

– เมื่อกลางปี ค.ศ.2012 อเมริกาบอกว่า จะมีการปรับกองกำลังของอเมริการะหว่าง แอตแลนติกกับแปซิฟิก จากที่เคยวางไว้ที่ 50:50 เป็น 40:60 แปลว่า ให้น้ำหนักทางแปซิฟิกมากขึ้น                                  

– มาปลายปี ค.ศ.2013 อเมริกาย้ำซ้ำว่า เราจะทำการปรับดุลยอำนาจในแถวเอเชียแปซิฟิกเสียใหม่                

– พอต้นปี ค.ศ.2014 มีข่าวปล่อยว่า อเมริกาอาจจะพิจารณาผ่อนคลายการคว่ำบาตรอิหร่าน แบบนี้เซียนการเมืองต่อรองกันน่าดู ฝ่ายที่เล่นว่าอเมริกาไม่พร้อมจะก่อศึก 2 ด้านพร้อมกัน รู้ข่าววงในหรือไง!

มาดูฝ่ายเหล่าเสือร้ายลายก้างขวางคอกันบ้าง กำลังภายในภายนอกรวมกันแล้ว น่าตีมือตบ เป่านกหวีด ให้แค่ไหน

ด้านอิหร่าน ถ้ารวมตัวกับรัสเซีย ซีเรียและพวกที่มีแยะ แต่ยังไม่ประสงค์จะเปิดเผยตัวขณะนี้ ร่วมกันเล่นมวยหมู่ นักล่าก็จุกได้เหมือนกัน

ส่วนด้านจีน ถ้ารวมกับกลุ่มเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Corporation Organization) ซึ่งมีรัสเซียรวม อยู่ด้วย) บวกกับเด็กแสบแห่งเกาหลีเหนือ คราวนี้อเมริกาไม่ใช่แค่จุก แต่อาจจะถึงกับเดี้ยงไปเลย เพราะเกาหลีเหนือพร้อม ทุกเมื่อ ที่จะส่งของขวัญ แบบส่งตรงไม่ต้องฝากใคร ไปให้อเมริกาถึงหน้าทำเนียบขาว หรือวอชิงตันดีซี (ไม่รู้ราคาคุยของเด็กแสบหรือเปล่า

คิดแบบนี้ นักล่าก็น่าจะคลายมือที่บีบคออิหร่านออกมาสัก 1 หุน และหันมาโชว์พาวใช้โปรแกรมขย่มขวัญ อาเฮีย ด้านเอเชีย แปซิฟิกน่าจะเข้าท่ากว่า แล้วนี่ ถ้าบรรดาพวกก้าง เขารวมหัวกันหมด นักล่าจะใช้โปรแกรมไหนเอ่ย นึกว่า เขาไม่คิดรวม หรือไม่กล้าเล่นหรือไง

ไม่ว่านักล่าตัดสินใจมาทางเอเชีย แปซิฟิก หรือล่ามันทั้งโลก โปรแกรมที่เลือกใช้  ไม่ว่าโปรแกรมใด แน่ นอน ต้องมีไทยแลนด์ แดนสมันน้อย เข้าไปเกี่ยวด้วยทุกรายการ สมันน้อยถูกสัญญาทาสผูกคอมาตั้ง แต่สมัยจอมพลคนแปลก หลวมตัวทำเอาไว้ในปี พ.ศ.2493 (ค.ศ.1950) ที่เราเรียกกันว่า สัญญาJUSMAC ท่านใดที่ลืมเรื่องนี้ โปรดกลับไปอ่านจิกโก๋ปากซอย นะครับ สัญญานี้ยังมีอายุอยู่ และเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ.2556 (ค.ศ.2012) นายลีออน พาเนตตา (Leon Panetta) รมว.กลาโหมของนักล่า ขณะนั้น ก็คว้ามือคุณพี่สุกำพล รมว.กลาโหมไทยขณะนั้น เอาแปะโป้งซ้ำอีกรอบ โดยมีJoint Vision Statement ระหว่างอเมริกากับไทย พร้อมกับการออกมาข่าวแถลงด้วยความดีใจว่า 

เป็นทาสเขาไปอีกรอบแล้ว

ภายใต้สัญญา JUSMAC อเมริกาสามารถตั้งฐานทัพ ในราชอาณาจักรไทยได้ เมื่อไทยขอร้อง หรือเมื่ออเมริกาเห็นว่าไทยถูกคุกคาม ไอ้ฉากแบบนี้น่ะ มันสร้างยากนักหรือ เพราะฉะนั้น พี่น้องก็เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ อย่ามัวแต่นั่งโลกสวย คอยอธิบายแก้ข่าวที่พวกนักล่ามันแกล้งให้ สื่อเฮงซวยลงข่าวบ้านเราผิด ๆ ประเภท ประเทศไทยกำลังทำลายประชาธิปไตย ด้วยการประท้วงไม่ให้มีการเลือกตั้ง ฯลฯ เลิกไปอธิบายซ้ำซากกับพวกสื่อต่างชาติได้แล้ว มันรู้อยู่แล้วว่า อะไรเป็นอะไร แต่มันแกล้งสร้างข่าว เพื่อเบนความสนใจของเราไปจากเรื่องจริง …คือ การมาใช้ฐานทัพและการขโมยทรัพยากรของเรา…ดังนั้นหัดคิดในเชิงรุกกันบ้างว่า เราจะป้องกันอย่างไร ไม่ให้มันมาสาระแนในบ้านเรา เดี๋ยวจะว่าไม่เตือนกัน

ข่าวลือมันมีมาตลอดว่า อเมริกาจะมาใช้ฐานทัพอู่ตะเภาของไทย ตั้งแต่กลางปี พ.ศ.2555 (ค.ศ.2012)ข่าวนี้ แรกหลุดมาจากการประชุม Shangri-La Dialogue ประมาณเดือนมิถุนายน ปี ค.ศ.2012 ซึ่งเป็นการประชุมประจำปีของ International Institute for Strategic Studies (IISS) ซึ่งเป็นหน่วยงานประเภท ถังความคิด (think tank) ระหว่างรัฐบาล ด้านความมั่นคง (ก็หน่วยงานของพวก CFR นั่นแหละ!) ที่ประชุมกันที่โรงแรมแชงกรี-ลา (Shangri-La) สิงคโปร์ทุกปี มาตั้งแต่ปี ค.ศ.2002 ฝ่ายไทยที่ไปร่วมประชุม จะมีตัวแทนเป็นนักวิชาการด้านความมั่นคงบ้าง ผู้แทนจากกระทรวงต่างประเทศและผู้แทนจากกองทัพเท่า ที่จำได้ (จากเอกสารครับ ไม่เคยไป !) ขาประจำผูกขาดที่ไปประชุมชื่อนายพลนิพัทธ์ ทองเล็ก

ในปี พ.ศ.2555 คุณพี่สุกำพล ควงกะคุณน้องนิพัทธ์ ไปนั่งกระหนุง กระหนิงกับนายลีออน พาเนตตา ในที่ประชุม กลับมาเมืองไทยไม่กี่เดือน ก็ยืนคู่กันถ่ายรูปประกาศการลงนามสัญญา Joint Vision Statement! 

Scroll to Top