เล่ม 9 ‘ติดกับ’
ข่าวลือ ข่าวลวง
ตอนสุดท้าย 1
ตกลงข่าวเรื่องกษัตริย์ซาลมาน ป่วยหนัก รวมทั้งข่าวปฏิวัติในซาอุดิอาระเบีย ที่ออกมาเมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมนี้ มันเป็นข่าวลือ ข่าวลวง โดยใครและหวังผลอะไร
ข่าวที่ว่ากษัตริย์ป่วยหนัก ถึงขนาดไม่รู้ตัว ความจำเสื่อม ทำร้ายตัวเอง จนต้องเอาเข้าไปรักษาตัวใน โรงพยาบาล น่าจะเป็นข่าวลือแบบโคมลอย จากผู้ที่ไม่ประสงค์ดี ต่อทั้งตัวกษัตริย์เอง ราชวงศ์และประเทศซาอุดิอาระเบีย เพราะจริง ๆแล้ว เมื่อ 2 วันนี้เองมีข่าวว่า กษัตริย์ซาลมานเพิ่งพูดโทรศัพท์กับคุณพี่ปูตินของรัสเซีย เกี่ยวกับเรื่องซีเรียและอื่นๆ
ใครล่ะ ที่จะได้ประโยชน์จากข่าวลือทำนองนี้ ก็เป็นได้ทั้งจากภายในซาอุเอง จากฝ่ายที่เสียประโยชน์เสียอำนาจ ที่มีตั้งแต่พวกราชวงศ์ด้วยกัน และไม่ใช่พวกราชวงศ์ แต่เคยมีอำนาจและเสียอำนาจจากคำสั่งของกษัตริย์ซาลมาน ที่เปลี่ยนแปลงผู้มีหน้าที่สำคัญหลายคน ทั้งในเดือนมกราคม และเดือนเมษายน
ส่วนจากภายนอกประเทศ อเมริกาคงไม่แคล้วตกเป็นจำเลย ตัวการให้ปล่อยข่าว เพราะสื่อที่ลงข่าวลือ รายแรกคือ อิสราเอล ตามมาด้วยสื่อในตะวันออกกลางและสื่ออังกฤษ ก็เป็นพรรคพวกของของอเมริการะดับชั้นต่างๆ ทั้งนั้น
ถ้าอเมริกาให้ปล่อยข่าวลือ หรือข่าวลวงนี้ แปลว่า อเมริกาต้องมีความไม่พอใจหรือ ต้องการกดดัน ซาอุดิอาระเบีย ถ้าพิจารณาจากบทความของคุณซีไอเอเขี้ยวยาวแล้ว คงพอเห็นอาการเฟืองขัดเกลียวบิ่น ระหว่างซาอุดิ อาระเบียกับอเมริกา ค่อนข้างชัดเจน แม้คำชมหรือคำบอกเล่า ก็ยังมีการแฝงหลายนัย เกินกว่าที่จะแปลว่า เขารักกันจริง คงเป็นแค่… ยังทิ้งกันไม่ได้มากกว่า
และถ้ามีความไม่พอใจ อเมริกาไม่พอใจซาอุดิอาระเบีย เกี่ยวกับการเรื่องราชวงศ์ หรือไม่พอใจ ที่ซาอุดิ อาระเบีย ไปถล่มเยเมน หรืออเมริกาไม่พอใจทั้ง 2 เรื่อง
คงต้องทำความเข้าใจ กับวิธีการคิดของอเมริกาเสียก่อน อเมริกาไม่ได้สนใจการเปลี่ยนแปลงในซาอุดิ อาระเบียว่า จะดีหรือไม่ดีกับซาอุดิอาระเบียอย่างไร อเมริกามองกลับทางว่า การเปลี่ยนแปลงนั้น กระทบกับผลประโยชน์ตัวเองหรือไม่ อย่างไรมากกว่า และด้วยความคิดอย่างนี้ อเมริกาจึงให้ความ “สนใจ” กับความเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับราชวงศ์ซาอุดิอาระเบียในระดับสูงมาก เพราะ… ราชวงศ์ซาอูด คือ “อำนาจ” ของซาอุดิอาระเบีย และอเมริกากับซาอุดิอาระเบีย ก็มีเรื่องเกี่ยวพันกันมากมาย การเปลี่ยนแปลงของ “อำนาจ” ในซาอุดิอาระเบีย… ซึ่งอาจจะกระทบกับอเมริกามาก… มันไม่ใช่เรื่องอเมริกาชอบ ไม่ชอบใคร
จะว่าไป อเมริกาก็สนใจมองความเปลี่ยนแปลง ในทุกเรื่องโดยเฉพาะเกี่ยวกับ “อำนาจ” ของทุกประเทศ ในวิธีคิดอย่างนี้แหละ สนใจมากน้อย ก็แล้วแต่ “ประโยชน์” ที่อเมริกาจะได้จะเสียในประเทศนั้น มีมากน้อยแค่ไหน และถ้าเราไม่ทำความเข้าใจในความคิดนี้ หรือ “สันดาน” ที่แท้จริงของอเมริกาว่าเป็นอย่างนี้ เราก็คงจะสับสน ไม่เข้าใจพฤติกรรมของอเมริกา และเรื่องราวที่เกี่ยวข้องและที่สำคัญ ถ้าเรื่องนั้นมาเกี่ยวกับบ้านเรา และเราสับสนในพฤติกรรมและสันดานของอเมริกาแล้ว เราก็ไม่แคล้ว ที่จะตกเป็นเหยื่อ หรือถูกใช้เป็นพรมเช็ดเท้าของอเมริกา อย่างที่เป็นๆ กัน
เริ่มที่ผู้ปกครองคนใหม่ของซาอุดิอาระเบีย ไม่ว่าบทความจะเขียนโดยใคร จากถังขยะความคิดหรือหน่วยงานใดของรัฐบาลอเมริกัน สิ่งที่สรุปได้ คืออเมริกาอยากรู้ว่า… จะพูดกับคนที่มาใหม่รู้เรื่องไหม…คนมาใหม่ เชื่อฟังอเมริกาแค่ไหน… นโยบายใหม่ของคนใหม่ สอดคล้องกับความต้องการของอเมริกาไหม หรือเอาให้ชัดๆ… อเมริกาจะ “สั่ง” หรือ “กำกับ” คนปกครองใหม่ ได้มากน้อยแค่ไหน…
เมื่อขึ้นครองราชย์ในเดือนมกราคม ต้นปี ค.ศ.2015 กษัตริย์ซาลมานอายุ 79 ปีแล้ว อเมริกาจึงมองไปที่มกุฎราชกุมารอันดับ 1 และอันดับ 2 กับตำแหน่งสำคัญๆ เช่นรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีต่างประเทศ ผู้ที่คุมความมั่นคง และผู้ที่คุมนโยบายน้ำมันของซาอุดิอาระเบีย เพราะตำแหน่งเหล่านี้ มีผลกระทบกับผลประโยชน์ของอเมริกา ทั้งในซาอุดิอาระเบีย และในอเมริกาเองด้วย (หมายเหตุ: ตามธรรมเนียม กษัตริย์ซาอุดิอาระเบีย จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเอง)
สำหรับเจ้าชายมุคริน อายุ 70 ปี มกุฎราชกุมารลำดับที่ 1 อเมริกาคุ้นเคยดีและเห็นว่า “คุย” กันได้ น่า จะมีแนวคิดปฏิรูป ตามที่อเมริกาต้องการมกุฎราชกุมารลำดับที่ 2 เจ้าชาย บิน นาเยฟ อายุ 55 ปี อเมริกาก็คุ้นเคยอีก แม้จะไม่ชอบพ่อ แต่คิดว่าคุยกับลูกได้ รัฐมนตรีส่วนใหญ่ไม่มีเปลี่ยนแปลง มีเพียงด้านความมั่นคง ที่กษัตริย์ซาลมาน แต่งตั้งให้ลูกชายคือ เจ้าชาย บิน ซาลมาน คุมด้านความมั่นคง อเมริกาบอก เป็นไก่อ่อน ไม่รู้เรื่องอะไรเลย แต่อเมริกาก็ยังไม่ขยับอะไร เพราะอาจสั่งไก่อ่อนซ้ายหัน ขวาหันง่ายดี
กษัตริย์ใหม่ครองราชย์ยังไม่ถึง 3 เดือนดี ปลายเดือนมีนาคม ค.ศ.2015 ซาอุดิอาระเบีย ก็สั่งรวมพล พรรคพวก มีอียิปต์ มอรอคโค จอร์แดน อามิเรตส์ คูเวต การ์ตา บาห์เรน รวมไปถึงซูดาน เพื่อโจมตีพวกฮูตติ ที่ยึดครองเยเมนได้ จากสงครามกลางเมืองในเยเมนที่ยืดเยื้อมาปีกว่า และไล่รัฐบาลเยเมนที่ซาอุสนับสนุนกระเจิงออกไป
ซาอุดิอาระเบีย ยอมให้พวกฮูตติครอบครองเยเมนไม่ได้ เพราะพวกฮูตตินี้ ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน คู่แข่งสำคัญของซาอุดิ และเยเมนก็อยู่ติดกับซาอุดิอาระเบีย ขนาดมองเห็นขนจมูกกัน วันที่26 มีนาคม (2015) ซาอุดิอาระเบียจึงสั่งยิงจรวดใส่ฐานทัพอากาศของฮูตติ ที่เมืองเทซ (Taiz) และเมืองซะดาห์ (Sa’dah)
การยิงจรวดถล่มเยเมน รายการดังกล่าว อเมริการู้เรื่องดี เพราะเป็นคนให้ข้อมูลข่าวกรอง และบอกสภาพพื้นที่แก่ซาอุดิอาระเบีย …อย่างนี้น่าจะไม่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน…ส่วนเรื่องเป็นประชาธิป ไตย ไม่ต้องพูด เพราะพวกราชวงศ์ซาอูดบอกแล้วว่า ยังไม่อยากเป็นเหมือน ควีนเอลิซาเบธของอังกฤษ… รัฐธรรมนูญก็ยังไม่รู้จัก… แต่ก็ไม่เป็นไร มีน้ำมันแยะแบบนี้ จะทำอะไรก็ได้… อเมริกาไม่สั่งคว่ำบาตร ไม่ตัดสัมพันธ์ ไม่เดินสายให้นานาชาติช่วยกันด่า แน่นอน รักกันฉิบหายเลย
คุณทหารช่วยจำไว้นะครับ เคลื่อนทัพคราวหน้า อย่าทำแค่ปฏิวัติ ปิดช่องแคบมะละกามันด้วยเลย หมดเรื่อง