แด่นักรบเงา ที่เสียสละแม้ชีวิต
เพื่อรักษาบ้านเมืองที่รักของเรา

Search

เล่ม 9 ‘ติดกับ’

ข่าวลือ ข่าวลวง

ตอน 4

เจ้าชาย บิน นาเยฟ หรือ MBN มกุฎราชกุมารคนปัจจุบันของซาอุดิอาระเบีย เรียนหนังสือที่อเมริกา เช่นเดียวกับเจ้าชายรุ่นหลังๆ ของซาอุ และเพื่อเตรียมตัวเป็นรัฐมนตรีมหาดไทย ต่อจากพ่อ บิน นาเยฟ ยังไปศึกษาที่สถาบัน เอฟ บี ไอ ของอเมริกา ในช่วง ค.ศ.1980 กว่าๆ และไปศึกษาหลักสูตรการปราบ ปรามผู้ก่อการร้ายที่สกอตแลนด์ยาร์ด ของอังกฤษอีก 3 ปี ในช่วง ค.ศ.1992 – 1994 อีกด้วย ดูเหมือนเขาจะรับตะวันตกได้มากกว่า the Black Prince พ่อของเขา

หลังจากเหตุการณ์วางระเบิดฐานทัพของอเมริกาที่ดาห์ราน (Dhahran) อเมริกายิ่งกดดันซาอุดิ อาระเบีย เรื่องการปราบปรามผู้ก่อการร้าย โดยเฉพาะกลุ่มบิน ลาเดน แต่ทางซาอุดิอาระเบีย ยังทำเฉยเหมือนเดิม จนเมื่อนายอัล กอร์ รองประธานาธิบดี สมัยประธานาธิบดีคลินตัน เดินทางไปเยี่ยมตะวัน ออกกลาง ในปี ค.ศ.1998 เกิดมีข่าวว่า กลุ่มอัลไคดามีแผนที่จะโจมตีสถานกงสุลของอเมริกาที่กรุงริยาร์ด ช่วงเวลาที่อัล กอร์ กำลังให้การรับรองมกุฎราชกุมารของซาอุ ขณะนั้นคือเจ้าชายอับดุลลาห์ แต่ในที่สุดแผนนั้นก็ล่มไป และอเมริกาบอกว่า คนที่จัดการให้แผนล่มก็คือ เจ้าชายนาเยฟ the Black Prince นั่นเอง

…เรื่องนี้ ไม่รู้ใครลวงใคร…

หลังเหตุการณ์ 9/11 แม้จะมีข่าวว่า กลุ่มนักจี้เครื่องบินเป็นชาวซาอุเสีย15 คน แต่เจ้าชายนาเยฟและราชวงศ์ส่วนใหญ่ก็ไม่เชื่อว่า กลุ่มอัลไคดาที่มีฐานอยู่ในซาอุเอง จะมีส่วนเกี่ยวข้อง ต่างลงความเห็นว่า เป็นแผนที่พวกยิวไซออนิสต์ สร้างขึ้นมาปรักปรำกลุ่มอัลไคดามากกว่า และแม้อเมริกาจะบอกว่ามีหลัก ฐานว่า 2 ใน 15 คนนั้น เป็นคนที่วางแผนเรื่องการโจมตีอัล กอร์ ในปี ค.ศ.1998 ด้วย เจ้าชายนาเยฟ ก็ไม่เชื่อคำบอกเล่าของอเมริกา

แต่บิน นาเยฟ คนลูกมาคนละแนวกับพ่อ อเมริกาบอกบิน นาเยฟ ใส่ใจเรื่องผู้ก่อการร้ายมาก และให้ความร่วมมือกับอเมริกาเป็นอย่างดี ในฐานะผู้ช่วยรัฐมนตรีมหาดไทย ทำให้อเมริกาโล่งอก บอกว่านับ เป็นความโชคดีของซาอุเอง นะนี่ เพราะบิน ลาเดน กำลังหันเข็มจะมาเล่นซาอุดิอาระเบียและราชวงศ์แล้ว หลังจากอเมริกาไปถล่มฐานของมูจาฮิดีน อัลไคดา ที่อาฟกานิสถานจนเละ จากเหตุการณ์ 9/11ทำให้ อัลไคดาประกาศ จะล้างแค้นอเมริกาและเพื่อนรักคือ ซาอุดิ อาระเบีย

สรุปว่า เกี่ยวกับเรื่องผู้ก่อการร้ายนี่ เราคงจะฟังอเมริกา หรือซาอุดิอาระเบีย ข้างใดข้างหนึ่งยากหน่อย แต่ดูเหมือนพวกเขากำลังลากไส้ ให้ลงเหวไปด้วยกัน…

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ.2003 เป็นวันสำคัญทางศาสนาของมุสลิม บิน ลาเดน ประกาศทางวิทยุว่า 

ราชวงศ์ ซาอูด ทรยศต่ออาณาจักรออตโตมานในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ไปเห็นแก่อังกฤษและยิว และตอนนี้ราชวงศ์ ก็กำลังยกมัสยิด และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ให้กองทัพอเมริกามาเดินเล่น และสมคบกับ ยิว ให้ยิวมาสร้างอิสราเอลอยู่ในตะวันออกกลาง บิน ลาเดนบอกว่า เราจงคอยดูอเมริกากำลังใช้ฐานทัพของอเมริกา ที่อยู่ในซาอุดิอาระเบีย เพื่อบุกอิรัก บิน ลาเดนยังเรียก ซาอุดิอาระเบียและพวก เช่น คูเวต บาห์เรน และการ์ตาว่า เป็นคนทรยศอีกด้วย

แล้วในที่สุดบิน ลาเดน ก็โจมตีพวกตะวันตก ที่อยู่ในซาอุดิอาระเบีย จริงๆ เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 12พฤษภาคม ค.ศ.2003 โดยใช้กำลังประมาณ สิบกว่าคน บุกเข้าไปในบริเวณบ้านหลังหนึ่งที่กรุงริยาร์ด ซึ่งเป็นที่พักของพวกชาวะวันตก พวกนี้เป็นที่ปรึกษาด้านการทหาร ที่ซาอุดิอาระเบีย จ้างเอาไว้ จริงๆพวกนี้ก็คือ ทหารนอกระบบของอเมริกา อังกฤษ นั่นเอง

พวกบิน ลาเดน ใช้ระเบิดคาร์บอม ทะลวงเข้าไปปรากฏว่า มีชาวอเมริกันตาย 8 คน ออสซี่ อีก 2 คน และชาวต่างชาติอื่นอีกหลายคน รวมทั้งหน่วยรักษาความปลอดภัยของซาอุเอง ก็ตายด้วยหลายคน

นี่นับเป็นรายการที่ทั้งหักหน้าซาอุ และกระตุกหนวดนักล่าใบตองแห้งไปในตัวของบิน ลา เดน ทำให้นายโรเบิร์ต จอร์แดน (Robert Jordan) ซึ่งเป็นทูตอเมริกาประจำซาอุดิ อาระเบีย ในช่วงนั้นพยายาม กดดันให้ซาอุจัดการกับบิน ลาเดน อย่างจริงจัง แต่เสียงของทูตอเมริกันไม่ดังมากในซาอุดิอาระเบีย ไม่เหมือนในบางประเทศ

อเมริกาใช้เครื่องเสียงแรงขึ้น ลำโพงขนาดใหญ่กว่าอีกหน่อย โดยส่งนายจอร์จ เทเนต (George Tenet)ผู้อำนวยการซีไอเอ ในสมัยนั้น ให้บินตรงไปซาอุดิอาระเบียทันที เพื่อขอพบมกุฎราชกุมารเจ้าชาย อับดุลลาห์ ที่ทำหน้าที่ปกครองประเทศ แทนกษัตริย์ฟาหด ที่ป่วยหนักมาเป็นปีๆ เขาบอกกับเจ้าชายอับดุลลาห์ว่า ราชวงศ์ซาอูดและการสิ้นสุดการปกครองของราชวงศ์ คือ เป้าหมายของกลุ่มอัลไคดาแล้วนะ นอกจากนี้ อัลไคดา ยังมีแผนที่จะลอบฆ่าราชวงศ์ และผู้ที่ทำหน้าที่ดูแลด้านเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย

ซาอุดิอาระเบีย โยนเรื่องบิน ลาเดน ให้บิน นาเยฟ เป็นคนจัดการร่วมกับอเมริกา และอเมริกาบอกว่า บิน นาเยฟ เป็นตัวสำคัญ ในการต้านการข่มขู่ของอัลไคดาที่มีต่อราชวงศ์ซาอูด ในช่วง ค.ศ.2003-2006 

ในช่วง 3 ปี ดังกล่าว อัลไคดาโจมตีราชอาณาจักรซาอุดิ อาระเบียเป็นว่าเล่น แม้กระทั่งกระทรวงมหาด ไทยที่กรุงริยาร์ด ก็ยังโดนโจมตี บริเวณที่อยู่อาศัยของชาวตะวันตกหลายแห่งโดนบุก ชาวอเมริกันถูกลักพาตัว และถูกตัดหัว การยิงต่อสู้ระหว่างอัลไคดากับเจ้าหน้าที่ของซาอุ เกิดขึ้นเกือบตลอดเวลา ในเมืองใหญ่ต่างๆของซาอุ สถานที่ทำงานของชาวตะวันตก โดนโจมตีมากขึ้น รวมทั้งสถานกงสุลของอเมริกาที่เมืองจิดดาห์ ก็โดนโจมตีเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม ค.ศ.2004

สรุปแล้ว มีคนตายหลายร้อย หลายบาดเจ็บนับไม่ถ้วน ในช่วง 3 ปีนั้น เป็นช่วงความไม่สงบในซาอุดิ อาระเบีย ที่ยาวนานที่สุด ที่ซาอุดิอาระเบียเคยผจญในรอบ 50 ปี และมีผลกระทบต่อราชวงศ์ซาอูดมากที่สุด นับตั้งแต่ตั้งประเทศในปี ค.ศ.1902 การต่อสู้ช่วงนี้ทำให้รัฐบาลซาอุ ใช้เงินไปถึง 3 หมื่นล้านเหรียญ

ในที่สุด ในปี ค.ศ.2007 อเมริกาบอกว่า ด้วยฝีมืออันโดดเด่นของบิน นาเยฟ ซึ่งได้เป็นรัฐมนตรีมหาด ไทยแทนพ่อ ก็สามารถทำให้กลุ่มอัลไคดา ลดน้อยลง พวกหัวรุนแรงเปลี่ยนใจ ไม่อยากสร้างสงครามในบ้านเกิดตัวเอง ส่วนชาวซาอุ ซึ่งเคยสนับสนุน บิน ลาเดน ให้สู้กับอเมริกา ก็ไม่อยากเห็นคนบริสุทธิ์ในบ้านเมืองตัวเอง พลอยฟ้าพลอยฝน โดนลูกหลงของอัลไคดาไปด้วย และก็เลยทำให้คะแนนนิยมของบิน ลาเดน ในซาอุดิอาระเบีย ค่อยๆ ลดน้อยลงไป

เห็นฝีมือซีไอเอเก๋า ที่สามารถโยงเรื่องบิน ลาเดน กับซาอุดิ อาระเบีย เข้าด้วยกันและแยงให้แคลงกัน อย่างแนบเนียน โดยไม่กล่าวถึงตัววางแผน ชักใย ผลักดัน แม้แต่คำเดียว… ยอมรับจริงๆ ฝีมือเอ็งร้ายกาจมาก แบบนี้ข่าวลือ สงสัยจะเป็น ข่าวลวง… 

Scroll to Top