แด่นักรบเงา ที่เสียสละแม้ชีวิต
เพื่อรักษาบ้านเมืองที่รักของเรา

Search

เล่ม 9 ‘ติดกับ’

ข่าวลือ ข่าวลวง

ตอน 6

เมื่อเจ้าชาย บิน นาเยฟ ขึ้นมารับตำแหน่งรัฐมนตรีมหาดไทยแทนพ่อ เขาพยายามหาวิธีที่จะลดจำนวนผู้ก่อการร้าย โดยใช้นโยบายฟื้นฟูมากกว่านโยบายลงโทษ

ผู้ก่อการร้ายที่ถูกจับกุมมีประมาณ 3,500 คน และส่วนใหญ่เป็นพวกอัลไคดา ในระหว่างถูกคุมขัง  นักโทษ” จะได้รับการดูแลอย่างดี มีที่พักอาศัยที่ไม่เหมือนเป็นคุก มีญาติมาเยี่ยม ออกไปร่วมงานของครอบครัวได้ ส่วนญาติก็ได้รับการดูแลด้านที่อยู่อาศัย การกินอยู่ดีขึ้น ทั้งนี้ เพื่อให้ครอบครัวเป็นผู้กล่อมเกลาลูกหลานตัวเอง ให้กลับมาเห็นชอบจากการหลงผิด

อเมริกาไม่ชอบวิธีการนี้เลย สื่ออเมริกาโจมตีนโยบายนี้อย่างรุนแรง

แต่ในขณะเดียวกัน ในเรื่องเกี่ยวกับศาสนา บิน นาเยฟก็ไม่ต่างกับพ่อ เขาใช้นโยบายเข้มงวด เช่น เดียว กับพ่อ โดยถือว่าผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามคำสอนของศาสนา คือผู้ก่อการร้ายต่อราชอาณาจักรซาอุดิ อาระเบีย 

…เหมือน อเมริกากำลังบอกว่า กับ อัลไคดาที่เคร่งศาสนา แม้จะก่อการร้ายซาอุดิอาระเบีย ปฏิบัติอย่างหนึ่ง แต่กับผู้ที่ไม่เคร่งศาสนา ซาอุดิอาระเบีย มองเป็นผู้ก่อการร้าย…

อเมริกาบอกว่า เรื่องการเข้มงวดแบบนี้ กำลังเป็นประเด็นที่ทำให้อเมริกาและชาติตะวันตกที่เป็นประชาธิปไตยตั้งคำถามว่า การกดขี่ทางความคิด การกำจัดสิทธิในการแสดงความเห็นนั้น เหมาะสมหรือไม่ สำหรับผู้ที่อเมริกาจะนับเป็นเพื่อนด้วย…

นอกจากนี้ หนังสือพิมพ์ดิ อีโคโนมิสต์ (the Economist) ยังเรียกร้องให้อเมริกาเลิกทำธุรกิจกับซาอุดิ อาระเบียได้แล้ว และอเมริกาควรจะเอาจริงกับการเรียกร้องให้ซาอุดิ อาระเบีย มีความโปร่งใสในการบริหารบ้านเมืองด้วย

ในบทบรรณาธิการของดิ อีโคโนมิสต์ (the Economist) ที่เขียนหลังจากที่กษัตริย์ซาลมาน ขึ้นครอง ราชย์สดๆ ชื่อ ” An Unholy Pact” บอกว่า การโอบอุ้มพวกวะฮาบี อย่างที่ราชวงศ์ซาอูดกำลังทำอยู่ ไม่ใช่เป็นอันตรายต่อโลกภายนอกเท่านั้น แต่ยังเป็นอันตรายต่อราชวงศ์เองอีกด้วยที่ไปส่งเสริมพวกหัวรุนแรงอย่างนั้น (extremism)

…เรื่องนี้ คงไม่ต้องขยายกันมาก ผมว่า เราคุ้นเคยกันดี กับความกร่าง ความเสือก ของสื่ออเมริกา เวลาเขียนเรื่องเกี่ยวกับในบ้านคนอื่น อเมริกาไม่เคยให้เกียรติเพื่อน ไม่ว่าเพื่อนคนไหน…

อเมริกาบอกว่า โอบามา สนับสนุนซาอุดิอาระเบีย อย่างเต็มที่มาตลอด และเป็นประเทศแรกในตะวัน 

ออกกลางที่เขามาเยี่ยม หลังจากได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานาธิบดี

แต่โอบามาบอกว่า ขณะที่ซาอุดิ อาระเบีย อ้างว่า กำลังถูกคุกคามจากเรื่องนอกบ้าน โดยเฉพาะเรื่องอิหร่าน แต่ดูเหมือนเรื่องคุกคามในบ้านอาจจะร้ายแรงกว่า และการที่ซาอุดิอาระเบีย ไม่ให้ความสนใจกับวัยรุ่นใน ประเทศ ที่มีเป็นจำนวนมากและว่างงาน และมีความเชื่อที่อาจนำไปสู่การทำลายเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่ง และเขาจะต้องพูดผู้นำประเทศอย่างจริงจังแล้ว เพื่อให้ซาอุดิอาระเบีย มีนโยบายปก ครองประเทศที่มีเสรีภาพมากกว่านี้

…เหมือนเป็นคำเตือนที่ดี ของเพื่อนที่หวังดีต่อซาอุดิอาระเบีย …อเมริกา ดีอย่างนั้นเขียวหรือ… หรืออเมริกา กำลังคิดอะไร

แต่กษัตริย์ซาลมาน ก็ดูเหมือนไม่ฟังอเมริกา และกลับยิ่งขยับเข้าไปใกล้กับวะฮาบีมากขึ้น กษัตริย์ซาลมาน มีสัมพันธ์ที่ดีกับกลุ่มวะฮาบีมานานกว่า 50 ปี ในช่วงที่เขาเป็นผู้ว่าการนครริยาร์ด ตั้งแต่มีพลเมืองประมาณ 2 แสนคน บัดนี้มีมากถึง 7 ล้านคนแต่นครริยาร์ด ก็ยังเป็นเมืองที่เคร่งศาสนาที่สุด อย่างไม่เปลี่ยนแปลง

Scroll to Top