แด่นักรบเงา ที่เสียสละแม้ชีวิต
เพื่อรักษาบ้านเมืองที่รักของเรา

Search

ตอน 1

ผมสังเกตว่า มวลมหาประชาชน กำลังเริ่มออกอาการงุนงง สับสน เหนื่อยหน่าย หดหู่ ฯลฯ ในสมองมีแต่เครื่องหมายคำถามกับเครื่องหมายตกใจ เต็มไปหมด เริ่มมีคำถามว่าจะไปถึงไหน จะจบอย่างไร จะจบเมื่อไหร่ จบแบบไหน จนเกิดเครื่องหมายคำถามอีกหลายแสนอันลอยเต็มอยู่ในอากาศ

ขณะเดียวกันเกจิอาจารย์ทางการเมือง ก็ช่วยกันออกมาขยายความกันแยะ เพื่อตอบคำถามของมวลมหาประชาชน สรุปประตูทางออกว่าจะเป็นแบบไหนบ้างและเมื่อไหร่จะจบ มีอยู่ 3, 4 ทาง ดังนี้

1. นังมารร้ายหมดแรงเล่นซ่อนแอบ ถอดใจลาออกไปเอง (ซึ่งเป็นนิทานลวงโลกของแท้ ถ้าใครเชื่อ ก็น่ารักเต็มที นังมารร้ายไม่มีวันหมดแรงง่าย ๆ หรอกครับ มันเป็นพันธ์ด้านอย่างพิเศษ!)

2. นังมารร้าย ถูก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด เรื่อง “จำนำข้าว” ในวันที่ 27 ก.พ. (พ.ศ.2557) นี้ มีผลให้นังมารร้าย ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ นายกรักษาการต่อไปได้ (ซึ่งก็เกรงว่าเป็นเพียงความฝันของ มวลมหาประชาชน ป.ป.ช. จะชี้จะสั่งอย่างไร มันก็ยังไม่ไปไหนหรอกครับ จะต้องมีขบวนการออกมาโต้แย้ง ป.ป.ช. ว่ามั่ว ลำเอียง ผิดขั้นตอน ฯลฯ สารพัด เพราะมันเป็นสันดานของตระกูล ชนิดไม่มีทางเปลี่ยน แปลงเป็นอื่นได้ ว่าจะต้องด้านค้านโต้แย้ง สิ่งที่ใครเขาว่าตัวผิดให้หมดทุกดอก ไอ้ที่จะเก็บกระเป๋าโบกมือลา ก็คิดแบบคนน่ารักอีกเหมือนกัน)

3. วันที่ 4 มีนาคม (พ.ศ.2557) นี้ เขาว่าครบกำหนดที่จะต้องมีการเปิดสภา หลังจากการเลือกตั้งครบ 30 วันตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ใน ม. 127 ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็เห็นกันอยู่ชัดๆ ว่าไม่มีทางจะเกิด ขึ้น ก็ได้ ส.ส. ยังไม่ครบ จะไปเปิดสภาได้อย่างไร เขาก็บอกว่าเมื่อเป็นดังนี้ ผลก็จะทำให้นังมารร้าย พ้นจากการเป็นนายกรัฐมนตรีรักษาการไปได้ปริยาย และก็จะทำให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง (สนุกล่ะซี! จะเป็นความฝันหรือเป็นเรื่องจริง ผมว่าฉิวเฉียด อาจารย์ใหญ่ๆ เขาว่ามันต้องหลุดจากรักษาการแน่ จะตะแบงต่อไปได้อย่างไร ก็ข้อกฎหมายมันชัดๆ อย่างนั้น โถ! ก็กฎหมายมันเห็นชัดๆ มาหลายข้อแล้ว มันยังตะแบงอยู่ได้ถึงทุกวันนี้

เพราะฉะนั้นจะตะแบงอีกซักหน่อยจะเป็นไร เพราะฉะนั้นผมก็เกรงว่าจะเป็นความฝันของมวลมหาประชาชนอีกเรื่องหนึ่ง)

4. คุณพี่ทหารออกมาเดินรับดอกไม้จากมวลมหาประชาชน ทหารมาแล้ว จะมายืนเคียงข้างประชาชน เต็มรูปแบบไม่มีกั๊กไม่มีปิดบัง จะมาด้วยความสมัครใจ ถูกบีบ หรือได้แว่นตาใหม่ เลนซ์ใสแจ๋ว มองภาพเห็นชัดทั้งใกล้ ทั้งไกล ทำให้ตัดสินใจเลือกเดินทางถูก ยื่นถูกที่ (เรื่องนี้ตอบแทนคุณพี่ทหารไม่ได้ เขียนส่งสัญญาณไปหลายที แต่เครื่องส่งสัญญาณคนละความถี่กัน สัญญาณไปไม่ถึง เอาล่ะ ถ้าเกิดขึ้นมาจริง คราวนี้ นังมารร้าย คงได้เดินหน้าเซ่อร้องเพลง น้องเป็นสาวเจียงใหม่ ไปเดินออกดอกกับคุณพี่สมเด็จดูไบกันคราวนี้)

 แล้วไงล่ะ มีตั้งหลายประตู ทางออกจากจุดอับของบ้านเมือง จะอยู่ที่ประตูไหนกัน หรือมีประตูอื่นอีก เดี๋ยวก็คงมีเกจิมองเห็นไปเรื่อยๆ แต่ระหว่างนี้ ประตูทางออกยังไม่ชัด ยังดันมีข่าวสงครามกลางเมือง จะแบ่งแยกประเทศออกมาอีก ประเทศล้านนาเอาเหนืออีสานไป ประเทศไทยรับแค่ภาคกลางกับใต้ อย่างนี้เครื่องหมายคำถามกับเครื่องหมายตกใจ คงไม่พอ มวลมหาประชาชน บอกขอเครื่องหมายใจฝ่อเพิ่มอีก 1 อัน

ก่อนที่เครื่องหมายต่างๆ มันจะลอยเต็มอากาศมากเกินไป มวลมหาประชาชนจะต้องตั้งสติ ทบทวนเรื่องราวที่กำลังเกิดขึ้น อย่าเคลิ้มไปว่าพี่น้องออกมากันแยะๆ แล้วเราจะได้ชนะเขา มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอกครับ ยังไม่เห็นยุทธศาสตร์หมัดน็อคเลย

ตอน 2

เราจะชนะหรือไม่ ชนะแบบไหนและเมื่อไหร่นั้น ตัวแปรหรือปัจจัยมีทั้งภายนอกและภายใน ปัจจัยภาย นอก นักล่ายืนบนภูมองดูอยู่ตลอดเวลา มีสมุนทุกเครื่องแบบ ทุกสาขาอาชีพสอดแทรกเข้ามา ทั้งเฝ้าดู ร่วมแสดงและกำกับการแสดง อย่านึกว่าทุกอย่างเกิดโดยธรรมชาติ บางอย่างการจัดฉากก็มี เคยเล่าแล้วว่าขนาดขึ้นเวทีกำนันก็มีมาแล้ว (หลายคน!)

อเมริกานักล่า ไม่บ้าหมอดูแบบไอ้โจรร้าย แต่จะทำอะไรต้องมีหมอดูแบบนักล่า ทำหน้าที่จับยามสามตาให้ หมอดูฝรั่งแบบนี้คือหน่วยที่เรียกว่า think tank ของอเมริกานั่นแหละ ซึ่งอเมริกามีอยู่แยะมาก แบ่ง แยกเป็นโซนเป็นทวีป เป็นประเทศ เป็นหัวข้อ มันทำทุกอย่าง สำหรับด้านยุทธศาสตร์การต่าง ประเทศ ถังความคิด (think tank) หมอดูอันดับ 1 คือ Centre for Strategic and International Studies (CSIS) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงวอชิงตัน ไอ้สำนักหมอดู CSIS นี้ คือ มันสมองของนักล่า เขาไม่ใช้วิธีพยากรณ์ แต่ใช้การวิเคราะห์แทน มันก็ครือกันน่ะ ผู้ที่ทำงานให้กับ CSIS ไม่ต้องบอกนักอ่านนิทานคงพอเดาออก ส่วนใหญ่ก็เป็นสมาชิกของ CFR เช่นนายเฮนรี่ คิสซิงเจอร์ (Henry Kissinger) (น่าเบื่อ!), นายซบิกเนียฟ เบรซินสกี้ (Zbigniew Brzezinski) (น่าเบื่อมาก!), นายเบรนด์ สโควครอฟ (Brent Scowcroft) และตัวแสบ ๆ อีกแยะ ไปเปิดอากูดูเถิดครับ

ตลอดเวลาที่บ้านเราเกิดภาวะวิกฤติครั้งนี้ สำนักหมอดู CSIS ได้มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และมีรายงานเปิดเผยออกมา ขนาดอ่านชนิดเปิดก็โป๊จะแย่ แล้วที่เป็นรายงานชนิด ปิดมันจะขนาดไหน คุณนายทูตตัวแสบ คงจะได้รางวัลเรียงความตั้งแต่เด็ก

ของสำนักหมอดู CSIS แรกๆ ก็รายงานเหมือนนกแก้ว ตามที่สำนักล้อบบี้ที่โจรร้ายแจกโพยไปทั่วว่า ประชาธิปไตยในไทยแลนด์แดนสมันน้อย กำลังถูกท้าทายจากนักประท้วงที่นำโดยนักการเมืองฝ่ายตรงกันข้ามที่แพ้การเลือกตั้ง ฯลฯ เขียนเหมือนกันหมดละครับ สำนัก ICG ของสิงโตหอน ก็เอาไป เขียนตาม ก็มันพวกเดียวกัน

แต่สำนัก CSIS ถึงจะใช้เครื่องถ่ายเอกสารเป็น แต่ก็ไม่ได้ลอกทั้งหมด เมื่อการประท้วงยืดเยื้อ ผลการเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ออกมา โดยรัฐบาลของ นังมารร้ายแพ้อย่างขาวสะอาด ก่อนการเลือกตั้ง Asia Foundation ทำการสำรวจอีกครั้ง รายงานส่วนที่น่าสนใจคือ ผู้ที่ไปร่วมประท้วงกับกำนัน ส่วนใหญ่เป็นชนชั้นกลาง มีงานทำแล้ว มีรายได้เฉลี่ยเดือนละหกหมื่นบาทถึง 40% และจบปริญญาตรี 54% สองเรื่องนี้ สำหรับนักล่าเป็นเรื่องใหญ่และมีความหมาย เพราะมันหมายถึงกระเป๋าเงิน นักล่าแสวงหาทุนกับอำนาจอย่าลืม

หลังจากนั้น สำนัก CSIS ให้สัมภาษณ์กับ Voice of American ซึ่งนำมารายงานอีกต่อว่า นังมารร้าย

กำลังชะตาตก จะต้องคดีความ เกี่ยวกับเรื่องโครงการจำนำข้าว และถ้าแพ้จะถูกห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไปอีก 5 ปี ผู้ประท้วงไม่ได้เล็งไปที่ นังมารร้ายคนเดียว แต่กะจะเอา ส.ส. ทั้งพวงลงถังขยะไปด้วย เพราะดันไปซื้อข้าวแพงกว่าราคาตลาด 50% เงินที่เกี่ยวข้องประมาณ 8,000 ล้านเหรียญ มีตัว เลขบอกว่าอันดับการขี้โกงของไทยแลนด์ เพิ่มจากอันดับที่ 88 ใน 177 ประเทศ เป็นอันดับที่ 102 ในปี ค.ศ. 2013 และจำนวนเงินที่โกงกัน ในประเทศกำลังพัฒนาทั่วไป จะอยู่ที่ 4% ของ GDP แต่ของไทยแลนด์ โดดเด่นมากในปี ค.ศ.2011 อยู่ที่ 8.4%

นี่มันก็เป็นเรื่องเงิน เรื่องทุนอีก เฮ้ย เงินตั้ง 8,000 ล้านเหรียญหาได้ง่ายที่ไหน นักการเงินแถววอลสตรีท (Wall Street) โวย เอ๊ะ! แบบนี้แปลว่าอะไร ทีอยากจะเป็นใหญ่ ไอก็สนับสนุน เวลาได้เงินมาแยะๆ ไม่รู้แบ่งกันหรือเปล่า แค่จะแลกกับฐานทัพกับขุดน้ำมันน่ะ อันนั้นมันต้องได้อยู่แล้ว แต่แปดพันล้านเหรียญน่ะ มันแยะนะ มันจะเกินหน้าลูกพี่ไปมั้ย ! !

หลังจากนั้น รายงานสำนักหมอดูก็เริ่มซ้ำซาก กลายเป็นการแนะนำว่าในเกมการเมืองเช่นนี้ ไม่มี Zero Sum Game ไม่มีใครได้หมด หรือเสียหมดหรอก ทั้งสองฝ่าย (หมายถึงใครนะ ประชาชนหรือไง พักบัญชีไว้ก่อน!) ต้องเข้าใจ ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 ก.พ. สำนักหมอดูเสนอว่า ทางออกที่ดีที่สุดควรมีการประนี ประนอมด้วยการเจรจา และตกลงตั้งนายกรัฐมนตรีคนกลาง เลือกเอาจากที่ผู้คนยอมรับนับถือ แบบนายอานันท์ ปันยารชุน แล้วก็ทูลเกล้าฯ เสนอให้พระเจ้าอยู่หัวพระราชทานมา แล้วก็ตั้งคณะรัฐมนตรีที่เป็นคนกลางไม่ฝักฝ่ายใดเข้ามาร่างรัฐธรรมนูญใหม่และก็จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ (มันเขียนอย่างนี้จริงๆ ครับ)

เออ! หลังจากนั้น เราก็มีข่าวเรื่องนายกฯ คนกลาง การแอบเจรจากันระหว่างคนนั้นกับคนนี้ คนนี้กับคนนั้น ออกมาเรื่อยๆ ถ้าสังเกตตัวละครที่วันนี้โพลของนสพ. บางกอกโพสต์ (Bangkok Post) ออกมาถามก็พอจะมองกันออกว่ามันอะไรเป็นอะไร คนอ่านนิทานฉลาดจะตาย เขียนเท่านี้ก็เลิกอ่านได้ รู้หมด แล้ว

ตอน 3

จะจบยังไง แต่ของทุกอย่างมันไม่ใช่จะแน่ห้าร้อยเปอร์เซ็นต์ อยู่ในมือนักล่าหรอกนะ ตัวแปรยังมีอีก นักล่าจะสั่งเอาเองได้อย่างไร ก็ต้องอาศัยคุณพี่ทหารขวัญใจ คราวนี้คงหาแว่นตาเจอ มองออก ยืนถูกที่เสียที

แต่ขอโทษ คุณพี่ทหารเป็นทหารไทยภายใต้ธงชัยเฉลิมพล มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลความมั่นคงของประเทศโดยตรง ใจคอจะกลับไปเป็นนักวิ่งผลัดสมัยรบกับคอมมี่ หรือตอนนี้มีทั้งศัตรูในประเทศและนอกประเทศ สั่นคลอนความมั่นคงของประเทศอย่างรุนแรง กองทัพคือปัจจัยภายในประเทศที่สำคัญ ว่าจะให้ภาวะวิกฤตินี้จบอย่างไร และจบเมื่อไหร่

ความมั่นคงของประเทศ นอกตำรารัฐศาสตร์บอกว่า มีองค์ประกอบสำคัญ ดังนี้

ประมุขของประเทศ ในที่นี้หมายถึง องค์พระมหากษัตริย์
2. รัฐบาล ผู้ทำหน้าที่บริหารประเทศ
3. ศาล และกระบวนการยุติธรรม ซึ่งรวมทั้งอัยการ และตำรวจ
4. รัฐสภา ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชน
5. กองทัพ
6. ประชาชน
7. เศรษฐกิจของประเทศ

ขณะนี้ความมั่นคงของประเทศกำลังถูกกระทบ สั่นคลอนเกือบหมด อย่างน่าวิตกยิ่ง น่าคิดว่าเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นและจะพัฒนาต่อไป หลายอย่างถูกออกแบบให้เกิดขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้มีการแทรกแซงจากต่างชาติและองค์กรนานาชาติ โปรดช่วยกันมอง ช่วยกันศึกษา ช่วยกันติดตาม ขณะนี้องค์ประกอบที่ยังคงความแข็งแกร่ง พอที่จะรักษาความมั่นคงของประเทศเหลือเพียง 3 คือ

-พระมหากษัตริย์
– กองทัพ
– ประชาชน

3 องค์ประกอบหลักนี้ จะประคองประเทศ รักษาประเทศ ผ่านภาวะวิกฤติรุนแรงครั้งนี้ จากปัจจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศได้หรือไม่ ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับการตัดสินของกองทัพ จะวางสถานะและหน้าที่ของตนเองอย่างไร จะร่วมมือกับประชาชน ปกป้องสถาบัน รักษาความมั่นคงของประเทศชาติ 

หรือจะปล่อยให้เป็นภาระของประชาชน โดยมีพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมเท่านั้น

เรียนท่านผู้อ่านนิทาน

หมายเหตุ : โพสต์ลงเพจนิทานเรื่องจริงฯ เมื่อวันที่ 27 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ปรับปรุง แก้ไขใหม่ เดือนธันวาคม พ.ศ. 2559

Scroll to Top