จอร์จ เฮอร์เบิร์ต วอล์คเกอร์ บุช (George Herbert Walker Bush) เป็นพวกคนรวย มาจากครอบครัวที่ทำมาหากินแถวนิว อิงแลนด์ (New England) ซึ่งเคยค้าขายกับอาณาจักรไรซ์ Reich ของฮิตเลอร์ (Hitler) มาแล้ว และมาคบและค้าน้ำมันกับตระกูลร้อกกี้เฟเลอร์ (Rockefeller) เขาบอกกับคนสนิทว่า “เราชนะแล้ว” เหมือนเวลาแข่งขันซุปเปอร์โบวล์ (Super Bowl) แล้วทีมที่ตัวเชียร์ชนะนั่นแหละ ชนะแบบนั้น.. ฮึกเหิมแบบนั้น… มันรู้สึกว่ายิ่งใหญ่เหลือประมาณ ขนาดมีคนตั้งข้อสังเกตว่า ประธานา ธิบดีอเมริกา ในยุค ค.ศ.1990โดยเฉพาะนายบุช คนนี้ เวลาจะเดินทางไปต่างประเทศ ขบวนใหญ่โตเหมือนองค์จักรพรรดิเสด็จ ฝ่ายความมั่นคงที่ยกทีมไปคุ้มกัน ดูเหมือนจะมากกว่าพลเมืองของประเทศที่ นายบุช ไปปรากฏตัวเยี่ยมเสียอีก อเมริกากำลังฉาบตัวเองให้มีภาพเป็นผู้ครองโลก ไม่ต่างกับสมัย นโปเลียน ตั้งตัวเองเป็นจักรพรรดิ …โอ้โห! เล่นกันเองแรงเหมือนกันนะพวกนักล่า สมันน้อยคิดในใจ
คนที่พูดไม่ใช่ใครอื่น เขาเป็นเจ้าของหัวสมอง ที่อเมริกาบอกยอดแสนรู้ นายสบิกเนียฟ เบรซินสกี้(Zbigniew Brzezinski) เจ้าเก่านั่นเอง…. เขาไม่ได้พูดในฐานะคนนอก แต่พูดในฐานะคนใน และไม่ใช่ในธรรมดา แต่ในฐานะนายท้ายเรืออเมริกา ชื่อเขาไม่เคยหลุดจากการเป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของประธานาธิบดีมาเลย ไล่มาตั้งแต่สมัยแรกคือ นายจิมมี่ คาร์เตอร์ (Jimmy Carter) จนเดี๋ยวนี้อายุ 90 แล้ว ยังเป็นที่ปรึกษาให้นายโอบามา (Obama) ด้วย
นายเบรซินสกี้ เป็นลูกศิษย์เอกของครูใหญ่ ด้านภูมิศาสตร์การเมือง ชาวอังกฤษ คือ เซอร์ฮัลฟอร์ด แมคคินเดอร์ (Sir Halford Mackinder) ซึ่งบอกไว้ว่า
…การแสดงความกร่างของการเป็นจักรวรรดิ มันก็คือ บทสุดท้ายของการเป็นจักรวรรดิ ความกร่างนั่นแหละที่ทำให้จักรภพอังกฤษ ถึงจุดจบในศตวรรษที่ 19 เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 1 เริ่ม…
นายเบรซินสกี้ ยังบอกอีกว่า ไอ้ความอวดดี กดขี่และความกร่างของวอชิงตัน ในศตวรรษต่อมานี่แหละ จะทำลายอเมริกาเอง จากการที่เป็นผู้มีอำนาจใหญ่สุดหนึ่งเดียว หรือการเป็นจักรวรรดิอเมริกา… แต่นายเบรซินสกี้ นั่นเองแหละ ที่เป็นคนสำคัญในการติดเครื่องให้อเมริกาเป็นจักรวรรดิ เป็นนักล่าหมาย เลขหนึ่งครองโลก… แต่เขาเตือนว่าอเมริกาจะต้องระมัดระวัง แม้ว่าจะเอาเสื้อคลุมประชาธิปไตยมาพรางตัวเองแล้วก็ตาม ก็จะต้องรักษามิตรเพื่องานใหญ่ข้างหน้า งานใหญ่นี้คือ การควบคุมยูเรเซีย(Eurasia) เขาไม่ได้โต้แย้งการจะเป็นจักรวรรดิอเมริกา เขาเพียงแต่เห็นต่างในวิธีการจะไปให้ถึงจุด หมาย
เบรซินสกี้บอกว่า เราจะไปให้ถึงจุดหมายของการเป็นจักรวรรดิอเมริกา เราต้องมีกองทัพของอเมริกาอยู่ที่ทั่วโลก วางกองกำลังไว้ทุกทวีป ครอบคลุมทุกมหาสมุทร เพิ่มการปะทะหรือการต่อสู้ในทุกที่ แบบนี้จะมีใครมาทาบรัศมีกับอเมริกาได้ ไม่ว่าในทางการเมืองหรือกองทัพ
และที่อเมริกาวางกองกำลังไว้แห่งหนึ่งก็คือ บริเวณพื้นที่ผืนเล็กๆ อยู่ในเอเซียกลาง ซึ่งเคยเป็นของสหภาพโซเวียตที่ชื่อสาธารณรัฐจอร์เจีย นั่นแหละ ตั้งแต่ประมาณปี ค.ศ.2003 เป็นต้นมา รัฐบาลอเมริกัน โดยคุณพ่อบุช ได้ให้การสนับสนุนด้านกองกำลังแก่จอร์เจีย รวมทั้งให้คำปรึกษา เป็นพี่เลี้ยง ให้กับรัฐเล็กๆ ที่ได้ประกาศตัวเป็นอิสระจากสหภาพโซเวียต ในปี ค.ศ.1990 มาตลอดคงจะเป็นการยาก ที่จะให้ใครเข้าใจเหตุการณ์ในจอร์เจีย ในปี ค.ศ.2008 ถ้าไม่ย้อนไปดูพฤติกรรมของอเมริกา หลัง ค.ศ.1990 เป็นต้นมา
สมัยรัฐบาลคุณพ่อบุช เขาหักหลังรัสเซียโดยให้นาโต ขยายตัวมาทางตะวันออก มาถึงคุณลูกบุช ก็มาสานต่อด้วยการกดดันสหภาพยุโรปและรัฐบาลของยุโรปตะวันตก ให้รับจอร์เจียและยูเครน (Ukraine) สองประเทศที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพ โซเวียตเข้าไปอยู่ในอ้อมอกของนาโต
ต้นปี ค.ศ.2007 อเมริกาประกาศว่า อเมริกามีแผนที่จะสร้างฐานยิงจรวดและสถานีเรดาร์ใน 2ประเทศที่เคยอยู่ใน Warsaw Pact และบัดนี้เป็นสมาชิกของนาโต คือโปแลนด์ และเช็ก (Czech) โดยนายบุชอ้างว่า อเมริกาต้องทำเพื่อป้องกันตัวเอง จากการโจมตีของประเทศที่พูดกันไม่รู้เรื่องเช่น อิหร่าน (Iran ) …ข้ออ้างนี้ ถูกรัสเซียสวนกลับว่า ไม่ใช่เป็นการป้องกันตัวหรอกเพื่อน แต่เป็นการแสดงการรุกคืบ เพื่อโชว์กำลังอำนาจด้านการทหารให้มอสโก (Moscow) ดูมากกว่ามั้ง
เดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ.2007 คุณพี่ปูติน ในฐานะประธานาธิบดีของรัสเซีย ได้พูดในที่ประชุมเกี่ยวกับความมั่นคงระหว่างประเทศที่มิวนิค เยอรมนี (Munich Germany) ว่า วันนี้ไม่ขอพูดภาษานักการทูต แต่ขอถามกันตรงๆ ว่า นาโต ตั้งใจจะก่อความยั่วยุ ให้เกิดความไม่ไว้วางใจกัน ระหว่างสมาชิกหรือยังไง ถามจริงๆ เถอะ เป้าหมาย (ของการยั่วยุของ) นาโตคือใคร และคำมั่นของบรรดาคู่สัญญาฝ่ายตะวันตก หลังเลิก Warsaw Pact นั้น มันหายไปไหนหมด
คุณพี่ปูตินอาจจะไม่ใช่ประเภท “nice guy” แต่ที่แน่นอน คุณพี่ปูไม่ใช่คนโง่และขี้ขลาด เมื่อถึงเวลาที่จะต้องปกป้องผลประโยชน์ของชาวรัสเซีย
เหมือนกลิ่นของสงครามเย็น…เริ่มโชยอีกครั้ง