“จากยูเครน ถึงบ้านเรา”
(1)
เมื่อวันที่ 1 มกราคม พศ 2566 (คศ 2023)
Foreign Policy สื่อใหญ่ของค่ายตะวันตก
ได้เริ่มต้นปีใหม่ ด้วยการลงบทความเรื่องหนึ่ง…
ที่ทำให้ผม ซึ่งนอนนิ่งหมดแรงมานานแล้ว ร้อนใจไม่สบายใจ
จนนิ่งไม่ไหว …ต้องกัดฟันรีบลุกขึ้นมา เขียนเล่าสู่กันฟัง
บทความดังกล่าวจั่วหัวว่า… Election to Watch in 2023…
(การเลือกตั้ง ที่ต้องจับตาดู ใน ปี คศ 2023)
และใส่รายชื่อ ประเทศ ที่จะมีการเลือกตั้งในปี คศ 2023
ที่เราชาวโลก “ต้องจับตาดู “ เป็นพิเศษ 14 ประเทศ
(เรียงตามชื่อ ภาษาอังกฤษ) ดังนี้
Argentina, Bangladesh, Democratic Republic of the Congo,
Estonia, Finland, Guatemala, New Zealand, Nigeria,
Pakistan, Poland, Singapore, Spain, Thailand, Turkey
(อาร์เจนตินา, บังคลาเทศ, คองโก, เอสโทเนีย, ฟินแลนด์,
กัวเตมาลา, นิวซีแลนด์, ไนจีเรีย, ปากีสถาน, โปแลนด์,
สิงคโปร์ , ไทยแลนด์ และ ตุรกี)
ใช่แล้วครับ …ผมเอามาลงไม่ผิดหรอก
มีชื่อ Thailand แดนเนรมิตร ของเรา
เป็น 1 ใน 14 ประเทศด้วย !!!!
และนี่ เป็นครั้งแรก… ที่การเลือกตั้งของแดนเนรมิตร
ติดอันดับความน่าสนใจ ที่ต้องจับตามอง
ระดับโลกกับเขาด้วย
มันทำให้ น่าสนใจ น่าสงสัย และ หงุดหงิดใจ
มันหยิบยกเรื่องการเลือกตั้งของบ้านเรา
ไปให้ไฟส่อง ดูกันทั่วโลกทำไม
เรื่องนักการเมือง นักกินเมืองของบ้านเรา
และการเมืองในบ้านเรา ที่มีชื่อเสียงโด่งดังออกไปนอกบ้าน
ก็มักจะดังในทางลบทั้งนั้น
เรื่องการเลือกตั้งล่ะ… ก็เคยถึงขนาดมีองค์กรต่างประเทศ
มาเฝ้าดู แถมตอนหย่อนบัตร ก็ยังเคยมีไอ้พวกทูตต่างชาติ
มายืนเสือกยื่นหน้าดูด้วย …
ตอนนั้น ผมก็ว่ามันน่าทุเรศ เกินไปแล้วนะ
รัฐบาลเรายอมมันได้ยังไง
แล้วคราวนี้ มันยังเสือกจะมาจับจ้องการเลือกตั้งของเราอีก
เพราะอะไรล่ะ
เรื่องการเมืองของบ้านเรา แม้จะเคยอยู่ในกำมืออย่างแน่น
ของมหาอำนาจปากเหม็น ในช่วงสงครามเวียดนาม
และ เหมือนคล้ายจะผ่อนมือคลายลงมาหน่อย ในช่วงหลังๆ…
ซึ่งมันก็ไม่ได้ผ่อนจริงหรอก …แค่คล้ายเท่านั้นเอง
แต่ถึงอย่างนั้น การเมืองบ้านเรา ก็ไม่เคยโด่งดัง
ได้รับความสนใจ …อย่างเปิดเผยในระดับนี้มาก่อน
แล้วมันเกิดอะไรขึ้น… ทำไมพวกสื่อตะวันตก
หรือเอาให้ชัดๆ…คือไอ้สื่อค่ายนี้…มันถึงเอาประเทศของเรา
ไปเข้าแถว อยู่กับพวกประเทศ ที่กำลังมีข่าวประเภท
“ ร้อน และ แรง “ ทั้งนั้น
ครับ มันก็น่าสงสัย และ เป็นเรื่องที่เราๆ
น่าจะให้ความสนใจ และ ทำความเข้าใจไว้บ้าง
ผู้อ่านบางท่าน อาจจะคิดว่า นี่คงจะเกี่ยวเนื่อง
กับเรื่องของพวกลุงข้างบ้าน ที่เคยจับมือกันเปิดร้านขายขนม
ประเภทหน้าสังขยา ขนมชั้น ขนมถ้วยฟู อะไร ทำนองนั้น
ที่มันดูเหมือนน่ากิน มาหลายปีเต็มที
แถมช่วงไหนขายไม่ออก
ก็ยังใจดีแจกกล้วย ชักชวนคนมาช่วยอุดหนุน
แต่ตอนนี้ เขาว่าร้านของพวกลุงฯ ทำท่าจะไปไม่รอด
เลยประกาศถอนหุ้น เตรียมปิดร้านแยกย้ายกันไป
ทางใครทางมัน ใครจะไปขายอะไรต่อก็ไม่รู้แน่
แต่เห็นมีข่าว ว่าลุงบางคนยังฟิตเปรี๊ยะใจสู้
ประกาศว่าจะไปร่วมวง กับพวกสามสีหลายศอก
หรือ พวกหลากคอกหลายตะกร้า …
จะไปช่วยกันขายอะไรอีก …ผมก็ไม่กล้าเดา !
อย่าเพิ่งด่วนลงความเห็น ว่าใช่ ไม่ใช่เลยนะครับ
อ่านนิทานของผมไปเรื่อยๆ ก่อนก็แล้วกัน
ก่อนที่จะเข้าเนื้อเรื่อง ผมขออธิบายสักหน่อย
เกี่ยวกับ Foreign Policy …ว่าเขาเป็นสื่อใหญ่
ของค่ายอเมริกา มหาอำนาจยืนหนึ่งปากเหม็น
ที่ไม่ใช่เป็นสื่อ ประเภทรายงานข่าวทุกเรื่อง
ทุกวันและทั้งวัน … แต่เน้น การเสนอข่าว
ในรูปแบบของบทความ ที่เป็นการวิเคราะห์ วิจารณ์
และส่วนใหญ่มักเป็นเรื่อง เกี่ยวกับภูมิศาสตร์การเมือง
หรือ การเมืองระดับโลก… มากกว่าจะเป็นการเสนอข่าว
ประเภทข่าวเด่นคนดัง
Foreign Policy เป็นถัง ที่วางขายในร้านเดียวกัน
กับ ถัง Carnegie Endowment…และมีเจ้าของเป็นพวกเดียวกัน
ซึ่งท่านผู้อ่านส่วนใหญ่ คงทราบกันดี
ว่า พวกเจ้าของไอ้ถังพวกนี้ มันเป็นอย่างไร
ชื่นชอบและหวังดี กับประเทศเรามากน้อยแค่ไหน
นอกจากนี้ “เรื่อง หรือ บทความ” ที่สื่อพวกนี้
เอามาลงให้อ่าน มักเป็นเรื่องที่ไอ้พวกตะวันตก
มันกำลังขุดหลุมลึก… ล่อให้คนอ่านตกหลุม คล้อยตาม
หรือ ข่มขู่ทางอ้อมให้คนอ่านแทบตาเหลือก
ขณะเดียวกัน “จังหวะ” ที่มันเอาบทความมาลงให้อ่าน
ก็มักเหมือนเป็นการรับลูกส่งลูก ระหว่างพวกมันกันเอง
แบบตีระนาดวง ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
ที่มันกำลังจะเดินหมาก ตาต่อไป …
ซึ่ง มักไม่ใช่เรื่องดี กับบรรดาพวกอยู่นอกวง
หรือ นอกคอกของพวกมัน !!
14 กุมภาพันธ์ 2566