แด่นักรบเงา ที่เสียสละแม้ชีวิต
เพื่อรักษาบ้านเมืองที่รักของเรา

Search

“ จากยูเครน ถึงบ้านเรา”


(5/1)


ประเทศต่อมา ที่อยู่ในกลุ่มที่หนึ่ง
ที่น่าสนใจไม่น้อยกว่าไนจีเรีย …หรืออาจจะมากกว่าด้วย
คือ คองโก

คองโก …ก็ไม่ต่างกับไนจีเรีย …
คือ ตกเป็นอาณานิคม ของพวกตะวันตกเช่นเดียวกัน


คองโก เดิมเป็นรัฐอิสระ ได้ตกเป็นอาณานิคม
ของเบลเยี่ยม ตั้งแต่ปี คศ 1908
ชาวคองโก ได้พยายามทำการต่อสู้ เพื่อเป็นอิสระ
มีอธิปไตย และทำได้สำเร็จ ในปี คศ 1960…
โดยผู้นำการต่อสู้ของชาวคองโก คือ Lumumba

Lumumba ได้เป็นประธานาธิบดีคนแรกของคองโก
ใน ปี คศ 1961… เขายึดมั่น ในการสร้างประเทศ
โดยไม่ยอมอ่อนข้อ ประนีประนอมกับพวกผิวขาวอีกต่อไป
แต่สุดท้าย เขาถูกกลุ่มพวกผิวขาว …
คือ เบลเยี่ยม กับ ไอ้เกาะนิ้วก้อย และ ไอ้ปากเหม็น
ร่วมมือกันไล่ล่าเขา

แล้ว Lumumba ก็ถูกฆ่าตาย หลังจากอยู่ในตำแหน่ง
ได้เพียงปี เดียว …โดยจับมือใครมาดมไม่ได้

มาได้หลักฐาน หลังจากเขาตายไปหลายสิบปี
ว่าเป็นฝีมือ ของพี่ซี …

คองโก มีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
อย่างเป็นทางการกับ จีน ตั้งแต่ ปี คศ 1961

โดยเมื่อ คองโก ได้เป็นอิสระจากเบลเยี่ยม
และสถาปนาประเทศตนเอง เป็นสาธารณรัฐ ในปี คศ 1960 …
ในปี คศ 1961 สาธารณรัฐคองโก ก็สร้างสัมพันธ์ ทางการทูต
กับ สาธารณรัฐประชาชนจีน

แต่จริงๆแล้ว …ทั้ง 2 ประเทศ เขาค้าขายกันมานานแล้ว
คือ ตั้งแต่ ปี คศ 1887 ตั้งแต่จีนยังปกครองโดยราชวงศ์ชิง
และ คองโก ก็ยังเป็นรัฐอิสระ
โดย ทั้ง 2 ประเทศ ได้ทำสนธิสัญญาต่อกัน ในปี คศ 1898
อนุญาตให้ พลเมืองของ 2 ประเทศ สามารถโยกย้าย
ไปตั้งถิ่นที่อยู่อาศัย ในอีกประเทศ ได้อย่างอิสระ …

เมื่อ จีนได้กลายเป็น สาธารณรัฐจีน ใน ปี คศ 1912 …
คองโก ก็ คบค้าด้วยเหมือนเดิม
การค้าขายกับจีน ตั้งแต่สมัยก่อนนั้น
ทำให้คองโก คบค้ากับไต้หวัน และ มาเก๊าไปด้วย
และเมื่อ จีน ประกาศนโยบาย ว่า ต้อง มี จีนเดียว
คองโก ก็รับทราบนโยบายของจีน
โดยสถาปนาทางการทูต เป็นทางการกับจีนเท่านั้น …
และ นับว่า ไต้หวัน เป็นส่วนหนึ่งของจีน

สัมพันธ์ระหว่าง คองโก กับจีน จึงลึกซึ้ง

เมื่อ จีน มีนโยบาย ที่จะสร้างสัมพันธ์
ในรูปแบบของ การเป็นพันธมิตรร่วมค้า ผ่านเส้นทาง
สายไหมรูปแบบใหม่ คือ one road one belt ในปี คศ 2013
ซึ่งเป็น เส้นทางสายไหมยุคใหม่ ที่ยาวไกล
ผ่านเอเซีย ยุโรป ข้ามไปถึงอาฟริกา…
และ แน่นอน คองโก ก็เข้าร่วมกับเส้นทางนี้ด้วย

ประเทศในอาฟริกาส่วนใหญ่ มีทรัพยากรที่มีค่ามากมาย
แต่ประเทศเหล่านั้น …ขาดเงินทุนในการจะพัฒนา
แหล่งทรัพยากรของตนเอง
หรือ เมื่อมีผู้มาลงทุนเพื่อจะพัฒนา
ก็มักจะกลายเป็นการมาเอาเปรียบ อย่างขนาดหนัก
ไม่ต่างกับเป็นการปล้นอย่างหน้าด้าน
จนเจ้าของทรัพยากรหมดตัว
แถมยังโดนแทรกแซงทางการเมือง …
ซื่งผู้พัฒนา ก็ใช้วิธีจ่าย “ค่าปิดปาก” หรือ “ค่าหลับตา”
ให้กับนักการเมือง ที่ เลว งก และ เห็นแก่ตัว ไม่กี่คน
ก็เหมือนซื้อ หรือ สั่งการ ได้ ในประเทศเจ้าของทรัพยากร

แต่การลงทุนในการพัฒนาแหล่ง ทรัพยากร
ระหว่างคองโก กับจีน นั้น …
เป็นการลงทุน ที่ จีนจ่ายค่าสัมปทาน โดยแบ่งหุ้นแบ่งกำไร
พร้อมสร้าง สาธารณูปโภค ให้กับคองโก
เช่น ทางรถไฟ ถนนหนทาง สนามบิน ท่าเรือ เขื่อน โรงเรียน
โรงพยาบาล โรงเรียน ฯลฯ
พร้อมถ่ายทอด เทคโนโลยีให้อย่างไม่หวง
รวมทั้ง ให้เงินกู้ ฝ่านธนาคารของจีน ที่ดอกเบี้ยไม่โหด
และ จีน ยังมีนโยบาย ยกหนี้ให้อีกด้วย

ที่สำคัญ …จีน ไม่มีนโยบาย ที่จะเข้าไปยุ่ง
หรือ มีส่วนร่วม เกี่ยวกับเรื่องการบ้านการเมือง
ของประเทศเจ้าของทรัพยากร แต่อย่างใด

(5/2)


กลับมาที่การเมืองของคองโก หลังจาก Lumumba ถูกฆ่าตาย
ชาวคองโกที่เป็นคู่แค้นของ Lumumba
และ น่าจะเป็นหนึ่ง ในพวกที่หักหลังเขา คือ Mobutu
ก็ได้รับการสนับสนุน จากพวกตะวันตก โดยเฉพาะพี่ซี (ตามเคย!)
ให้ขึ้นมาปกครองคองโก ในช่วง ปี คศ 1965- 1997

เมื่อได้ขึ้นมาเป็นใหญ่… Mobutu เล่นตีตั๋วทุกใบ
เขาบอกว่า เราไม่ซ้าย ไม่ขวา …เราเอาประเทศเราเป็นใหญ่
แต่ พี่ซี บอกมากไปนะ อย่าลืมว่าใครหนุน(มึง) ขึ้นมา

การปกครองแบบลูกเล่นแยะ… แต่ Mobutu กระเป๋าตุง
ทำให้คองโก มีหนี้บาน และ ทำท่าจะไปไม่รอด
Mobuto นกรู้ …เลยไปลากเอา Kabila (คนพ่อ )
ให้เข้ามาร่วมเป็นรัฐบาล

Kabila เป็นทหาร และเป็นพวกคองโก
ที่สนับสนุนขบวนการของ Lumumba…

และในปี คศ 1996 … Kabila ก็ทำการปฏิวัติ
ขับไล่ Mobutu ออกไป…
โดยได้รับการสนันสนุน ของพวกฝรั่งตะวันตก

รูปแบบ คุ้นๆ

Kabila ได้ ขึ้นเป็นประธานาธิบดี ใน ปี คศ 1997
และเปลี่ยนชื่อ ประเทศคองโก เป็น Democratic Republic
of Congo …(น่าจะเปลี่ยนช่ือ ตามความต้องการของกลุ่ม
ฝรั่งตะวันตก ที่ให้การสนับสนุนเขาในการปฏิวัติ ไล่ Mobutu)

และ Kabila ก็จับมือ กับจีนต่อไป
เขาบอกว่า เขาได้ไม่เป็น คอมมิวนิสต์ แต่เป็น สังคมนิยม
เขาอยู่ในตำแหน่งประธานาธิบดี ของคองโก
ในช่วง ปี คศ 1997 – 2001


ต่อมา การปกครองของ Kabila ก็ชักไม่ราบรื่น
เพราะเหมือนถูกกำกับชักใย โดยพวกตะวันตกอยู่ตลอดเวลา
เขาจึงออกคำสั่ง ให้ กองทัพของพวกตะวันตก
ย้ายออกไปจากคองโก …

หลังจากนั้นไม่นาน คองโก ก็เกิดความไม่สงบ
มีสงครามภายในเกิดขึ้น …
เป็นสงครามที่ เพื่อนบ้านของคองโก
(คือ Rwanda และ Uganda ที่เคยเป็นมิตรกันกับ Kabila)
แต่ดันมาให้การสนับสนุนพวกกบฏ ใส่รัฐบาลของเพื่อน
เสียอย่างนั้น

ขณะเดียวกัน ก็เกิดขบวนการขับไล่ Kabila
ให้พ้นจากตำแหน่งประธานาธิบดี อีกด้วย
โดยเป็นขบวนการ ชื่อ Rally for Congo Democracy (RCD)
เห็นชื่อขบวนการ …ก็คงพอเดากันได้
ว่าได้รับการสนับสนุนจากใคร

ระหว่างนั้น Kabila ไปบัญชาการรบ
อยู่ในสงครามกลางเมือง แล้ว Kabila ก็ถูกยิงตาย…
ด้วยฝีมือทหารคนสนิทของเขาเอง
แน่นอนว่าเกลือเป็นหนอน
แต่ไม่รู้แน่ ว่า มันเป็นหนอนใน หรือ หนอนนอก

หลังจากนั้น พรรคพวกใน รัฐบาลของ Kabila
ก็ จัดการให้ลูกชาย ของ Kabila…
คือ Joseph Kabila ที่อายุ เพียง 29 ปี
ขึ้นมาเป็น ประธานาธิบดี คนต่อไปของ คองโก…
โดยประกาศว่า เพื่อเป็นไปตามหนังสือแสดงเจตนา
ของ Kabila (คนพ่อ) ที่เขียนเอาไว้ก่อนหน้าแล้ว
(เหมือนเขาจะรู้ชะตากรรม ของตนเอง)

(5/3)


Joseph Kabila นั้น ก็เป็นทหารเหมือนพ่อ
และได้ไปเข้าเรียนที่โรงเรียนเสนาธิการทหาร ที่จีนด้วย
เมื่อเรียนจบกลับมา ก็ได้ปรับปรุงกองทัพของคองโกใหม่
และได้รับตำแหน่งใหญ่ อยู่ในกองทัพของคองโก

เขาได้รับแต่งตั้ง ให้ เป็นประธานาธิบดี แทนพ่อ
ตั้งแต่ ปี คศ 2001 และอยู่มาจนถึง การเลือกตั้ง ในปี คศ 2018

ระหว่างนั้น การเมืองภายในของคองโก
เริ่มมีอาการชักกระตุกอีก
มีข่าวลือกระฉ่อนในคองโก ว่า Joseph Kabila นั้น
ก็มีนอกมีในแยะ โดยเฉพาะการจับมือ ให้สัมปทาน
เหมืองแร่ cobalt กับ จีน รวมทั้งมีบัญชีเงินฝากในปานามา

แล้วขบวนการ ไม่เอา Kabila ก็เริ่มเกิดขึ้น
พร้อมกับข่าวว่า มหาอำนาจปากเหม็น ออกประกาศ
คว่ำบาตร ลูกน้องมือขวาและ มือซ้ายของ Kabila

การข่มขู่ คงเข้ามาใกล้เขามากขึ้นทุกที
Joseph Kabila ก็เลยประกาศ ว่า เขาจะวางมือแล้ว
และจะไม่ลงเลือกตั้งครั้งหน้า ในปี คศ 2018 แล้ว

และ การเลือกตั้งประธานาธิบดี ของคองโก ในปี คศ 2018
จึงได้ นาย Felix Tshisekedi เป็นประธานาธิบดี คนใหม่

มีข่าวด้านหนึ่ง อ้างว่า มีจับมือการตกลงกัน
ระหว่าง Joseph Kabila กับ Tshisekedi
เพราะ นายกรัฐมนตรี ยุค Tshisekedi
ก็เป็นคนสนิทของ Kabila

จริงๆ ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ เพราะ Kabila (คนพ่อ)
กับ Tshisekedi (คนพ่อ) เขาก็เป็นนักการเมืองร่วมรุ่นกัน
และ ไม่เอา Mobutu เหมือนกัน


Tshisekedi (คนพ่อ) นั้น ลงแข่งขันเลือกตั้งเกือบทุกครั้ง
แต่พรรคของเขา ไม่เคยได้เป็นรัฐบาล…
เลยจองตำแหน่ง หัวหน้าฝ่ายค้านตลอด
และ ฝ่ายที่เป็นรัฐบาล ก็มักมอบตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
ให้เขาเป็นการปลอบใจ และสมานไมตรี

เลือกตั้ง คองโก ปี คศ 2018
ก็เลยได้เห็น คุณลูกของฝ่ายหนึ่ง ที่โบกมือลาเข้าโรง
แล้วให้คุณลูกของอีกฝ่ายหนึ่ง เข้าฉากได้เป็นประธานาธิบดีบ้าง

การเมืองของคองโก น่าสนใจอย่างนี้
ก็น่าจะทำให้คุณพ่อปากเหม็น
หงุดหงิดไม่น้อยเหมือนกัน

หมายเหตุของผม:

โปรดสังเกต ว่า แผ่นหน้าของบทความได้มีการเปลี่ยนแปลง
ภาพ ต่างไปจากที่ผมเจอบทความนี้ เมื่อต้นเดือนมกราคม …
เข้าใจว่า เพราะ นายกรัฐมนตรีหญิง ที่มีรูปอยู่บนสุด
ได้ลาออกไป และเปลี่ยนมาเป็นรูปประธานาธิบดีตุรกีแทน !
การเปลี่ยนแปลงภาพเกิดขึ้น เมื่อใด …ผมไม่ทราบแน่
แต่มาเจอการเปลี่ยนแปลง ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์
“ก่อน” การเกิดแผ่นดินไหวมหาโหดที่ตุรกี …

18 กุมภาพันธ์ 2566

Scroll to Top