“จากยูเครน ถึงบ้านเรา”
(6/1)
ก่อนจะไปถึง การเลือกตั้ง ที่อยู่ ในบริเวณอเมริกาใต้
และ เป็นส่วนหนึ่ง ของละตินอเมริกา นั้น…
ผมขอเล่าถึงบทความ ซึ่งถังความคิด
ของค่ายมหาอำนาจปากเหม็น ปล่อยออกมา
ในช่วง เดือนมีนาคม คศ 2022
คือ เมื่อสงครามยูเครน เพิ่งบรรเลงได้ ไม่ถึงหนึ่งเดือน
คือ บทความชื่อ
“ Washington Must Respond to China’s
Growing Military Presence in Latin America”
เนื้อความ ของบทความดังกล่าว
ได้ วิเคราะห์ วิจารณ์ เกี่ยวกับบทบาทของจีน
ในบริเวณละตินอเมริกา …ซึ่งน่าจะทำให้เรา
พอเข้าใจถึง “ทัศนคติ” ของอเมริกา
ที่มีต่อจีน และ รัสเซีย …ไม่ใช่เฉพาะเรื่อง
ที่เกี่ยวกับบริเวณ ยุโรป หรือ ละตินอเมริกา เท่านั้น
ในช่วงนั้น ผู้นำของ Colombia ซึ่งเป็นประเทศหนึ่ง
ที่มีบริเวณ อยู่ในอเมริกาใต้ …ได้ไปพบกับท่านโจเหี่ยว
ผู้นำของมหาอำนาจปากเหม็น
และ ท่านโจเหี่ยว ก็ได้แสดงความชื่นชมต่อผู้นำ
ของ Colombia อย่างออกนอกหน้า …
ในการที่ผู้นำของ Colombia ออกมาประณามรัสเซีย
เกี่ยวกับเรื่องยูเครน
ท่านโจเหี่ยวบอกว่า เหลือน้อยแล้วนะ พวกละตินอเมริกา
ที่ “ไม่ไป” สวามิภักดิ์อยู่กับ รัสเเซีย จีนน่ะ…
อย่างนี้ต้องมีรางวัล เราจะเสนอให้ประเทศท่าน
เป็น “สมาชิกนอกนาโต้”…
เพราะประเทศท่านยัง “ต่อสู้” ไม่ยอมรับอำนาจ
ของรัสเซีย ที่เตรียมจะแผ่ขยาย ออกไปทั่วโลก …
ตอนนี้ แถวละตินของท่าน เช่น เวเนซุเอล่า ,คิวบา
และ นิคารากัว… ก็ไปกอดคอ กับปูตินหมดแล้ว
(เอะ… ไทยแลนด์แดนเนรมิตรของเรา
ก็เป็นสมาชิกนอกนาโต้ เหมือนกัน
ได้รับการตบรางวัล จากเรื่องอะไรหนอ?)
แต่เรื่องที่มหาอำนาจปากเหม็น ห่วงจัด …
คงไม่ใช่เรื่อง การแผ่ขยายอำนาจ ของรัสเซียเท่านั้น
ลึกๆ แล้วดูเหมือน มหาอำนาจปากเหม็น
จะห่วงเรื่องจีน …ไม่น้อยกว่า ห่วงเรื่องรัสเซีย …
ในบริเวณละตินอเมริกาเหมือนกัน
ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง (ในแถบละตินอเมริกา)
ของค่ายมหาอำนาจปากเหม็น สาธยายให้ฟัง
ว่า ถ้ามองกันแบบยาวๆ …
เรื่อง จีน อาจน่าเป็นห่วงกว่า เรื่อง รัสเซีย อีกนะ
เพราะจีน ชักจะเขยิบเข้ามามาก (เกินไป) แล้วในแถบละตินอเมริกา
(ที่มีบริเวณอยู่ใกล้มาก กับบ้านปากเหม็น)
แม้ จีนจะออกท่าที เหมือนมุ่งหน้ามาเรื่องค้าขาย
ไม่ยุ่งเกี่ยว กับเรื่องการเมืองของประเทศ
ที่ตัวเองค้าขายด้วยก็ตาม
แต่พอจีน เริ่มประกาศนโยบาย เส้นทางสายไหมยุคใหม่
คือ Belt and Road Initiative (BRI) …
ปรากฏว่า มี ถึง 21 ประเทศ ในแถบละตินอเมริกา
และ คาริบเบียน ไปเข้าร่วมเส้นทางกับจีน อย่างปลื้มจัด
และ อาร์เจนติน่า …เพื่อนเก่าของเราน่ะ ก็ไปร่วมกับเขา
โดยออกหน้า เหมือนเป็นหัวเรือใหญ่เสียด้วย
ทีนี้ ด้านการทหารของจีน ก็ ตามมาสิ
เขาอ้างว่า เพื่อความปลอดภัย ของธุรกิจการค้าของเขา
และของประเทศคู่ค้า …เขาก็เข้ามา ตั้งแต่ช่วงปี คศ 2000 กว่าแล้ว
โดยตั้งกลุ่ม เรียกว่า Community of Latin American
and Caribbean States (CELAC)
แล้วจีนก็เสนอ การฝึกอบรมด้านการทหาร
เพื่อรักษาความปลอดภัย ให้กับสมาชิกกลุ่ม
การฝึกอบรม ก็ มีทั้งทางด้าน บก เรือ อากาศ
รวมทั้ง จัดการให้ มีระบบดาวเทียม และ สถานีรับส่ง
สัญญานทางพื้นดินพร้อม
หลังจากนั้น ทางด้านกองทัพเรือของเขา
ก็ตามมาเยี่ยมท่าเรือ ต่างๆ ในบริเวณ ที่เขาเป็นคู่ค้าด้วย
ที่น่าหนักใจกว่านั้น …คือ พวกประเทศแถบละติน
ที่เคยค้าขายกับ ไต้หวัน …และ ก็ยังมีสัมพันธ์ดี กับไต้หวัน
ก็ กำลังจะเปลี่ยนนโยบายทางการทูต
เป็น นโยบายจีนเดียว …
เช่น นิคารากัว เปลี่ยนไปแล้ว…บราซิล ก็อาจจะเปลี่ยน
ขึ้นอยู่กับว่าใครมาเป็นประธานาธิบดีคนใหม่(ตอนที่ ผู้เชี่ยวชาญฯ เล่าเรื่องเกี่ยวกับจีนนี้ …
บราซิล ยังไม่ได้มีการเลือกตั้งใหม่ …มีเอาปลายปี คศ 2022
เมื่อเลือกตั้ง ได้ นาย Lula มาเป็นประธานาธิบดี
ฝ่ายปากเหม็นก็เสียงอ่อย เพราะช่าว ว่า นาย Lula ฟิตมาก
ที่จะให้ กลุ่ม BRICS “จับมือกัน” เติบโตแข็งแรง
(กลุ่ม BRICS …มี Brazil, Russia, India, China และ South Africa)
แล้วถ้าจีน มีอิทธพลในบริเวณนี้มากขึ้น
ซึ่งเป็นบริเวณ ที่อยู่ใกล้มาก กับเขตแดนของอเมริกาเลยนะ …
แล้วจะให้อเมริกา มองดูอยู่เฉยๆ หรือ ยังไง
ก่อนหน้าที่รัสเซีย จะบุกยูเครน ไม่กี่สัปดาห์
ผช นายกรัฐมนตรีของรัสเซีย ก็พาคณะใหญ่ เดินสาย
มาเยี่ยมพวกแถวนี้ เช่น เวเนซูเอล่า, นิคารากัว …
และ คิวบา เพื่อนซี้ของรัสเซียเขา
พวกเขาทำสัญญาให้ความร่วมมือกัน หลายฉบับเลย
มันเหมือน หักหน้าอเมริกาเลยนะ
เมื่อปลายปี คศ 2021 …ก็มีสื่อด้านการทหาร
ลงข่าว ว่า จีน มีแผนจะสร้างฐานทัพเรือ
ในบริเวณ มหาสมุทรแอตแลนติก
ข่าวว่า น่าจะเป็น บริเวณ Equatorial Guinea
แถว Port Beta ซึ่งเป็นท่าเรือ น้ำลึก !
ข่าวนี้ ทำให้ ทางเราพวกปากเหม็น ก็เช็คกันให้วุ่น
ถ้ามันเป็นจริง แปลว่า อีกหน่อย จีนก็สามารถ
มาจอดมาซ่อมเรืออยู่ในมหาสมุทร ข้างบ้านปากเหม็นได้
หักหน้าเรา อีก สิ
ผู้เชี่ยวชาญ ฯ อ้างว่า มันก็มาอีหรอบเดียวกัน
กับตอนที่จีนสร้างฐานทัพเรือ แห่งแรกของจีน
ที่ Djibouti ในปี คศ 2017 เลยนะ
ตอนนั้น จีน ก็อ้างว่า เพราะ ตัวเองค้าขายกับอาฟริกา
อยู่มากมาย …แล้วสลัดโซมาเลีย ก็มาคอยป่วน
ก็จำเป็นต้องมี ฐานทัพ ไว้ เพื่อปกป้อง ผลประโยชน์
ของตนเอง
(ผมเคยเขียนเรื่อง Djibiti ไว้นานแล้ว
จีน ได้ ตกลงสร้างฐานทัพ โดยทำสัญญา กับทาง Djibouti
ไม่ได้ไปละเมิดใคร หรือ สร้างบนหัวใคร)
มาทาง อาร์เจนติน่า ก็มีข่าวว่า จีน อาจจะไปสร้างท่าเรือ
ที่ Ushuaia ซึ่งอยู่ใกล้ ช่องแคบ Strait Magellan…
ซึ่งอยู่ใกล้มาก กับเส้นทางออกไปทางขั้วโลกใต้
แปลว่า จีน อาจจะใช้ที่นี่ เป็นฐานทัพเรือ ก็ได้…
และ ยังมีข่าวว่า จีน จะไปสร้างท่าเรือ ที่ปากีสถาน
ที่ ศรีลังกา …ซึ่งต่อไป อาจจะแปลงร่าง เป็นฐานทัพเรือก็ได้
โครงการ ต่างๆ ที่จีนเข้าไปร่วมลงทุนในประเทศแถบละติน
รวมทั้ง ท่าเรือ อีก 7 แห่ง …กระจาย อยู่ ที่ ปานามา 3,
Bahamas 3 และ อาร์เจนตินา 1
ท่าเรือ ทั้ง 7 แห่งนั้น …บริหารงาน โดยบริษัทจีน
ที่อยู่ในเมกซิโก ซึ่งก็เป็นมิตรสนิท อีกรายหนึ่งของจีน
และ มีเขตแดนอยู่ติดกับมหาอำนาจปากเหม็น
ผู้เชี่ยวชาญฯ อ้างว่า ยังมีข่าว ว่าจีนยัง “มีแผน”
เตรียมจะสร้าง ท่าเรืออีกหลายแห่ง
เช่น ที่ บราซิล, เปรู, เอควาดอร์และ จาไมก้า…
ซึ่ง จีนอาจจะแปลงเป็น ฐานทัพ ก็ได้
นี่ยังไม่ได้นับว่า ต่อไป อาจมี เอล ซัลวาดอร์,
สาธารณรัฐ โดมินิกัน และ กุยยาน่า (Guyana) เลยนะ
ผู้เชี่ยวชาญ ฯ บอกว่า ประเทศ และ สถานที่
ที่เราบรรยายมานั้น …มัน “เข้าข่าย”
เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ “ของเรา” ทั้งสิ้น
ทั้งด้านการค้าขาย และ ความมั่นคง…
โดย เฉพาะ แถว คลองปานามา
ข้อสังเกตของผม:
สงสัย จีน ซึ่งเป็นประเทศ ที่มีอธิปไตยของตนเอง
จะขยับอะไรแทบ ไม่ได้เลยนะ …
แม้ว่าจะเป็นเรื่องนโยบายของจีน ที่เกี่ยวพัน
กับพันธมิตรของจีน …ซึ่งก็เป็นประเทศที่มีอธิปไตย
ของตนเอง …
เพราะ มหาอำนาจปากเหม็น ก็มักจะมีแนวคิด
หรือ ลงความเห็น …ว่านโยบายเหล่านั้น
มันเข้าข่าย เป็นภัยต่อ ความมั่นคง และ ผลประโยชน์
ของมหาอำนาจปากเหม็น ไปเสียหมด …
เพื่อให้ท่านผู้อ่าน เห็นภาพชัดขึ้น
จากข้อมูล ในปี คศ 2023
1. มหาอำนาจปากเหม็น เป็นประเทศ ที่มีฐานทัพ
มากที่สุดในโลก คือ ประมาณ 750 แห่ง
กระจายอยู่ใน 80 ประเทศ
2. อันดับ 2 คือ ไอ้เกาะนิ้วก้อยฯ …มี 145 ฐานทัพ
3. อันดับ 3 คือ รัสเซีย…มี ประมาณ 36 ฐานทัพ
4. อันดับ 4 คือ จีน…มี อยู่ 5 ฐานทัพ
แบบนี้ ประเทศอื่นก็คงจะขยับตัวยากหน่อยนะครับ
เพราะ ขยับไปทางไหน ก็ ไม่แคล้วเจอ ไอ้จิ๊กโก๋ปากเหม็น
อ้างว่า นี่ทางกู ถิ่นกู ทั้งนั้น
(6/2)
ความไม่สบอารมณ์ ของมหาอำนาจปากเหม็น
ที่มีต่อจีน …ดูเเหมือนจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
จนมหาอำนาจปากเหม็นทนไม่ไหว ต้องเปิดปากเหม็น
รำพันด่าเหน็บด่าแนม ให้ชาวโลกรู้
เมื่อกลางเดือนมกราคม คศ 2023 หมาดๆ นี้เอง
คราวนี้ สื่อของค่าย CFR (Council of Foreign Relations)
ผู้ที่กำหนดทิศทางยุทธศาสตร์ ของมหาอำนาจปากเหม็น
มาตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ เขียนบทความ
ชื่อ “ China’s Latin America Power Play”
เล่นเองเลย …โดยแสดงความชื่นชม
ว่ารอยเท้าของจีน ในละตินอเมริกา
ดูเหมือนใหญ่ขึ้น และ โตขึ้นอย่างมาก
และ จีน กำลังขึ้นมาทาบรัศมี เป็น คู่ค้าอันดับ 2
ของประเทศ แถบละตินอเมริกา
รองจากอเมริกา ที่เป็นอันดับ 1 …
ที่สำคัญกว่านั้น …จีนได้ขึ้นมาเป็น เจ้าหนี้ภาครัฐ
รายใหญ่ที่สุด …ที่ให้กู้ยืม กับรัฐบาล ของประเทศในกลุ่มละติน
ด้วยเงินให้กู้ จำนวนถึง 131 พันล้านเหรียญอินทรี
($ 131 billion) ในช่วงปี คศ 2008- 2019 …
ทำให้ IMF และ Inter-American Development Bank
ที่อยู่ในบริเวณนั้น และเคยเป็นเจ้าหนี้ เจ้าประจำ
ของประเทศแถบนั้น กระเด็นหงายท้องหลบหน้าไปเลย
และในไม่ช้า จีน ก็จะเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุด ในบริเวณนั้น
ด้วยสถานการณ์ โควิด -19 …ทำให้ราคาสินค้าออก
ที่สำคัญของประเทศในบริเวณ นั้น เช่น ทองแดง และ ถั่วเหลือง
มีราคาต่ำลง ต้นทุนในการกู้ยืมสูงขึ้น
และเศรษฐกิจโลกอืดเป็นเรือเกลือ
แน่นอนว่า ตัวเลขการเจริญ เติบโตทางเศรษฐกิจ
ของประเทศ แถบละตินอเมริกา ก็คงจะอืดไปด้วย …
และ สถานการณ์ ดังกล่าวข้างต้น ก็จะกลายเป็น
โอกาสทองของจีน …ทำให้จีน สามารถวางเงื่อนไขของการให้กู้
ให้สอดคล้อง กับนโยบายทางด้านต่างประเทศ
ตามที่ตัวเองต้องการ…เช่น เรื่องเกี่ยวกับไต้หวัน …
ซึ่ง การเรียกร้องอย่างนี้ มันผิดกติกาของประเทศ
ในระบอบประชาธิปไตยนะ
แต่ ประเทศแถบละตินอเมริกา ที่ไม่ค่อยใส่ใจอยูแล้ว
กับเรื่อง ประชาธิปไตย …ก็คงไม่สนใจ
ทางเลือกที่ดีที่สุด ของรัฐบาลฝ่ายตะวันตก
โดยเฉพาะ พวกมหาอำนาจปากเหม็น และพวกแถบยุโรป
คือ อย่าไปต่อสู้แข่งขัน เอาชนะกับจีน …
ทางด้านการลงทุนด้านธุรกิจ ในแถบละตินอเมริกาเลยนะ
แต่ควรลงทุน ในทุนมนุษย์ (human capital )
ด้วยการส่งเสริม ให้ทุน แก่พลเมืองเหล่านั้น
ให้ พวกเขาไปศึกษา ไปทำการวิจัย ในประเทศตะวันตก
ไม่ว่าจะเป็นการไปศึกษา ที่ต่างประเทศโดยตรง
หรือ การเรียน ผ่านระบบเทคโนโลยี เช่น เข้าชั้นเรียนทางออนไลน์
โดยเน้นไปที่ “พลเมืองรุ่นใหม่” ของประเทศเหล่านั้น
(ปากเหม็นทำหน้าใหญ่ แต่ ของจริงประหยัดจัง
จะสนับสนุนเขาทั้งที …ให้เรียนผ่านออนไลน์ …ทุดส์)
การแข่งขันกับจีน ในแนวทางว่าใครจะทุ่มเงินเข้าไป
ในประเทศ แถบละตินอเมริกา มากกว่ากัน …
มันเป็นการแข่งขัน หรือ การต่อสู้ “ที่ไม่ได้ผล”
แพ้ เขา วันยังค่ำ (lost battle)
เพราะอย่างไร พวกตะว้นตก ก็ ไม่สามารถทุ่มเงิน ได้เท่าจีน
แต่ที่สำคัญกว่านั้น …ความเชื่อที่ว่า ถ้าเศรษฐกิจดีแล้ว
จะทำให้การปกครองแบบประชาธิปไตยดี ด้วยนั้น …
มันมีช่องโหว่ มันไม่จริงเสมอไป !
ประชาธิปไตยที่ยั่งยืน ต้องมาจาก คุณภาพ และ ความคิด
ขณะที่จีน ลงทุน ในเหมือง (invest in mines)
ตะวันตก ควรลง ลงทุนในความความคิด (invest in minds)
(โอ้โห …มึงสตอแหล ได้เยี่ยมมาก เขียนยังกะโฆษณา
ขายยาสีฟันแก้ปากเหม็น ลุง ทึ่ง มึง จัง)
ที่ผ่านมา จีนเน้นการลงทุน ทางด้านอุตสาหกรรม
เป็นส่วนใหญ่ …
แต่เมื่อ เศรษฐกิจโลก เริ่มเข้าสู่อัตราการเติบโตน้อยลง
จีนก็เปลี่ยมเข็ม เพิ่มการลงทุนทางด้านธุรกิจบริการ
มากขึ้น …เช่น ทางด้านเทคโนโลยี การผลิตจ่ายไฟฟ้า
และ ธุรกิจการเงิน การธนาคาร
ทำให้ การลงทุนทางด้านการบริการของจีน จากเดิม
ที่เคย มีจำนวนเพียง 10 % ของการลงทุนของจีนทั้งหมด
ในช่วง ปี คศ 2005 – 2015 …
ได้ขึ้นมาเป็น จำนวน 60% ในปี คศ 2016
การเปลี่ยนแนวการลงทุนของจีน ดังกล่าว
เห็นได้ชัด ถึงนโยบายการลงทุนของจีน
ที่เหมือนเป็น “นักฉวยโอกาส” กับประเทศแถบละติน
(เขาฉลาดกว่า… ก็ ด่า เขา ว่า เป็นนักฉวยโอกาส
เหมือนเด็กขี้อิจฉาจริงๆ เลยนะ ไอ้ปากเหม็น)
เมื่อเศรษฐกิจของประเทศแถบละติน
ที่อิงกับรายได้ทางทรัพยากรของตน …มีแนวโน้มจะลดลง
จีน ก็ไปดักคอยอยู่ข้างหน้า …
คอยวันที่ประเทศเหล่านั้น “มีอาการหน้ามืด”
ต้องการเงินกู้อย่างรวดเร็ว …ซึ่งจะต้องมาถึงอย่างแน่นอน
และมาถึงเขียงของจีน …ที่จีน จะโขกสับอย่างไร ก็ได้
และ ความที่เป็นประเทศ ที่มีการปกครอง
“ไม่ใช่เป็นประชาธิปไตย” ทำให้จีน “จะทำอย่างไรก็ได้”
จีน สามารถวางขั้นตอน ของการกู้เงิน ได้รวดเร็ว
กว่า ธนาคารโลก และ ธนาคารเพื่อการพัฒนา
เพราะไม่ต้องดู ความสามารถ ในการชำระหนี้ ของผู้กู้
ไม่ต้องตรวจสอบ สถานะทางเศรษฐกิจ ของผู้กู้
รวมทั้งผลกระทบ ทางด้านสิ่งแวดล้อม กับประเทศผู้กู้
แล้วจีน ก็ เหมือนจะกลายเป็น ที่พึ่งที่สำคัญยิ่ง
ของประเทศในกลุ่มละตินอเมริกา …
ที่พวกเขาส่วนใหญ่ ก็ไม่เห็นความสำคัญ
ของ การเป็นประชาธิปไตย ที่ให้สิทธิ อันเท่าเทียมกัน
ของประชาชน …ไม่ให้ความสำคัญกับกฏระเบียบ
ของสังคมภายใน และ สังคมโลก
บรรดา รัฐบาลของพวกตะวันตก จึงต้องร่วมมือกัน
ที่จะทำให้ ประเทศแถบละตินอเมริกา
เห็น ความสำคัญ ของการเป็นประชาธิปไตย …
“มากกว่า” ความต้องการทางเศรษฐกิจ
(ท่านผู้อ่าน โปรดอ่านย่อหน้า ข้างต้น สัก สองหนนะครับ)
ที่สำคัญ คือ ต้องมีหลักการ และคุณค่า
ของการเป็นประเทศ… ที่มี เสาหลัก สำคัญ
คือ การพัฒนาคุณภาพของประชาชนอย่างยั่งยืน…
การบริหารที่ เป็นไปตามกฏหมาย…
สิ่งเหล่านี้ มันต้องเริ่ม จาก “การมีความคิด” …ที่จะทำ
โดยสรุป ก็ คือ …การลงทุน ในทุนมนุษย์ (human capital )
จะเป็นการต่อต้าน หรือ ต่อสู้กับจีน ที่ได้ผลที่สุด
ผู้นำ และ ประชาชน …ซึ่งมีการศึกษา เกี่ยวกับคุณค่า
ของความเป็นเสรีประชาธิปไตย เท่านั้น …
ที่จะสามารถสร้าง องค์กร ที่มีความโปร่งใส น่าเชื่อถือ
และมีนโยบาย ที่จะกำจัด ความฉ้อโกงไ้ด้
(เรื่องแบบนี้ น่าจะเชิญน้านันของผม ไปช่วยติว
ถ้าน้าเสร็จธุระ จากเรื่องที่ไปคุยกันที่สิงคโปร์แล้ว)
และ การศึกษาดังกล่าวข้างต้นนั้น…
ก็จะมีแต่ในระบบ การศึกษา ของอเมริกา กับ ยุโรป
เท่านั่นแหล่ะ
เมื่อสร้างประชาชน ให้มีคุณภาพเช่นนั้นแล้ว
พวกโลกตะวันตก ถึงจะสามารถ เข้าไปช่วยสร้าง
ให้ ท้องถิ่น (ที่ไม่มีคุณภาพดังกล่าวข้าวต้น)
สามารถ เข้าไปสู่ ความเจริญเติบโต สามารถแข่งขัน
ในระดับโลกได้
ครับ…ผมกัดฟันเขียนนิทานตอนนี้ ด้วยความคลื่นไส้อย่างที่สุด
และ ผม ก็ เชื่อว่าท่านผู้อ่าน ไม่น้อย ก็คงจะมีความรู้สึกอย่างผม
แล้ว ผมเอามาเขียนเล่าทำไม
เพราะ ผมอยากให้ท่านผู้อ่าน ได้ทำความรู้จัก
กับ ความคิด อันบิดเบี้ยว ดูถูก ตอแหล ผู้อื่น
ของค่ายมหาอำนาจปากเหม็น
จากบทความของพวกมันเอง
ท่านผู้อ่าน ก็พิจารณาเอาเอง ตามอัธยาศัยนะครับ
ว่า ใช่ ไม่ใช่ ถูกใจ ไม่ถูกใจ ชื่นชม หรือ ด่าเช็ด
ผมขอแถม ด้วย คติเตือนใจ สำหรับนิทานตอนนี้
“ความอิจฉาริษยา อย่างออกนอกหน้า
บางครั้ง มันก็ทำให้ผู้ยิ่งใหญ่คับโลก สามารถออกอาการ
ไม่ต่างกับเด็กอมมือ ที่ลงไปนอนดิ้นเร่าๆ เมื่อถูกแย่งของเล่น”
ป.ล. ตกลงเรื่อง สงครามเศรษฐกิจ ยังคิดจะทำกับ “เขา”
อยู่อีกหรือเปล่า ท่านปากเหม็น…
หรือ มึงหลอกให้ลุงพล่ามเสียยาวเลย
จนท่านผู้อ่านมึนรับประทาน
19 กุมภาพันธ์ 2566