แด่นักรบเงา ที่เสียสละแม้ชีวิต
เพื่อรักษาบ้านเมืองที่รักของเรา

Search

“จากยูเครน ถึงบ้านเรา”


(9/1)

มาถึงการเลือกตั้ง ของ ไทยแลนด์แดนเนรมิต
ของเราแล้วครับ

บทความเรื่อง Elections to Watch in 2023
ซึ่งลงวันที่ 1 มกราคม คศ 2023
ระบุว่า ประเทศไทย จะมีการเลือกตั้ง
ในวันที่ 7 พฤษภาคม คศ 2023 นั้น

ในตอนวันปีใหม่นั้น ดูเหมือนคนในบ้านเรา
ยังไม่ค่อยแน่ใจเลยว่า พวกลุงข้างบ้านเขาจะเอายังไง
จะจับมือกัน อยู่มันให้เลยไปถึง 12 ปี …
หรือสะบัดมือทิ้ง ทางใครทางมัน

แต่สื่อฝรั่ง ดูจะแสนรู้ หูไว รู้ดี กว่าสื่อไทยและคนไทย
เกี่ยวกับเรื่องการเลือกตั้งในบ้านเรา
ถึงได้เตรียมบทความไว้พร้อม เหมือนจะรู้ล่วงหน้า
ว่าจะมีวันไหน ใครกำลังมาแรง
และ ก็อาจจะมีใคร มาแรงมากกว่า

ลุงข้างบ้านผม คนที่ตัดสินใจแยกทางกับลุงคนพี่
(ที่มีบางข่าวบอกว่า เขาแตกกันแบบต่อสายไม่รับแล้ว)
แต่บางข่าวบอกไม่ช่าย …เขาแตกเพื่อแยกกันตีตังหาก)
เพิ่งประกาศตัวอย่างเป็นทางการ
เมื่อวันที่ 9 มกราคม คศ 2566 เองนะ
ว่าจะไปเปิดร้านขายขนมร้านใหม่ ร่วมกับพรรคพวก
อีกกลุ่ม …ที่พวกคนหัวไวยังแซวลุงเลย ว่าลุงช่างเลือกพรรค
ได้เหมาะสมจัง เพราะชื่อพรรคลุง มันอ่านกลับหลังหัน
ว่า พรรครวมทาสสร้างชัย …

ใครเป็นทาสของใคร
และ มันจะเป็น “ชัย” ของใคร
ยังน่าสงสัยอยู่

ท่านผู้อ่าน งุนงงสงสัยไหมครับ
ว่าทำไมสื่อฝรั่งมันแสนรู้เร็วจัง

ผมไม่ งุนงง เลย

ผมเห็นเป็นเรื่องปรกติ ที่พวกฝรั่งมันเหมือนจะรู้ดี
เกี่ยวกับเรื่องในบ้านเรา ดีกว่าสื่อเรา และ ดีกว่าผู้คน
ในบ้านเมืองเราด้วยซ้ำ

ผมไม่ งุนงง แต่ ผม สงสัย
ว่าทำไมมันถึงเป็นอย่างนั้น

ผมเห็นข่าวบ่อยๆ ที่พวกฝรั่งไปพบรัฐบาลเรา
หรือ ข้าราชการเรา …
ได้ง่ายกว่าสดวกกว่า พวกเราชาวบ้านอีกนะ
ทั้งๆที่ เราชาวบ้าน เดือดร้อนถูกรังแกถูกกลั่นแกล้ง
จากฝ่ายรัฐ หรือ ถูกเอาเปรียบ ถูกโกงจากพ่อค้า
พวกเราชาวบ้าน ไปนั่งตากแดดรอจนหน้าดำมะเมี่ยม
เพื่อขอพบท่านๆ ทั้งหลาย ให้เมตตาช่วยเหลือ
แต่เหมือนท่านๆ ทั้งหลาย …ก็ยังไม่ว่าง ไม่มีเวลา
จัดแบ่งให้ชาวบ้านอย่างเราๆ

แถมยังเคยภาพข่าว นายกรัฐมนตรีของบ้านเรา
ไปยืนยิ้มหวานคอยต้อนรับ เปิดประตูรถให้รัฐมนตรีของพวกฝรั่ง
ให้มันบาดใจชาวบ้าน ( อย่างผม) อีก
แหม มารยาทดี นอบน้อมกับฝรั่งจังเลย
ผิดกับเวลาตวาดแว๊ด ใส่คนบ้านเรา…

แปลว่า ฝรั่งมันรู้ช่องทาง
ในการได้พบผู้ใหญ่บ้านเรา ดีกว่าเราๆชาวบ้าน …
หรือผู้ใหญ่บ้านเรา เขาเห็นฝรั่งมันดีกว่าชาวบ้านอย่างเราๆ

บทความของสื่อฝรั่งข้างต้น บอกว่า ประเทศไทย
มีรัฐธรรมนูญ แบบมีกษัตริย์ ตั้งแต่ ปี คศ 1932 (พศ 2475)
แต่ในทางปฏิบัติ …กองทัพและสถาบันกษัตริย์
ยังเป็นผู้มีอำนาจมากที่สุด สำหรับชีวิตคนทั่วไป

สถาบันกษัตริย์ของไทย …เป็นหนึ่งในสถาบันกษัตริย์
ที่แทบจะไม่เหลืออยู่ในโลกนี้แล้ว ที่ยังได้รับการคุ้มครอง
จากกฎหมายเกี่ยวกับ การหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ …
และ การปฏิวัติของทหาร ที่ได้รับการสนับสนุนอยู่เสมอ
จากสถาบัน…ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นประจำ…
ในบริบทการเมืองของไทย

การปฏิวัติครั้งสุดท้าย คือเมื่อ ปี คศ 2014 …
เมื่อประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบทบ ในขณะนั้น
ได้ตั้งตัวเอง เป็นนายกรัฐมนตรี
(ฝรั่งเขียนอย่างนั้นครับ)

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งของไทย แยกเป็น 2 ฝ่าย อย่างคร่าวๆ
คือ ฝ่าย คนรุ่นแก่ ที่จงรักภักดีต่อสถาบัน (royaliist)
กับ ฝ่าย คนรุ่นหนุ่มสาว และ ที่ไม่จงรักภักดีต่อสถาบัน (non-royalist)

(หมายเหตุ:
คำว่า รอยัลลิสต์ royalist มาจากบทความของสื่อฝรั่ง )

แต่ก็ยังมีพวกที่เชื่อว่า …
การจับมือกัน ระหว่าง สถาบันกษัตริย์ กับ กองทัพ …
คือ การค้ำประกัน ความมั่นคงของชาติ
และ เป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันมา
และ การปฏิวัติบ่อย ก็ไม่ได้กระทบกระเทือน
กับเศรษฐกิจประเทศ

ส่วนชาวไทยที่เรียกร้อง ให้มีการปฏิรูปประชาธิปโตย
ก็มักลงเอย …ด้วยการพาตัวเองไปอยู่ในความเสี่ยงสูง

(9/2)


บทความของฝรั่ง ยังบรรยายต่ออย่างแสนรู้

โดยระบุว่า ตั้งแต่ ปี คศ 2020 เป็นต้นมา
นักเคลื่อนไหวรุ่นหนุ่มสาว ได้ออกมาทำการประท้วงรัฐบาล
การเคลื่อนไหวดังกล่าว เริ่มมาจากการที่ศาลมีคำสั่ง
ยุบพรรคอนาคตใหม่ (Future Forward Party)
ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านยุคใหม่
ที่พยายามจำกัดอำนาจของทหาร
และ เป็นพรรคที่มีผลงานดีในสภา ก่อนจะมีการเลือกตั้ง
ในช่วง 1 ปีก่อนหน้านั้น (คศ 2019)

บทความดังกล่าว อ้างว่า การออกมาประท้วงข้างต้น
ลุกลามไปถึงการแสดงความไม่พอใจ…
ต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10
ซึ่งทรงขึ้นครองราชย์ ในปี คศ 2016 ฯลฯ

(หมายเหตุของผม:
บทความฝรั่ง มันเขียนบรรยายพาดพิงไปถึง
พระองค์ท่าน อย่างเลยเถิดตอแหลบัดซบ
และด้วยข้อมูลที่เป็นเท็จ)

บทความดังกล่าว ยัง อ้างว่า Jasmine Chai
ได้เขียนรายงาน ไว้ใน สื่อ Foreign Policy
เมื่อเดือน สิงหาคม คศ 2022
ถึงพวกนักเคลื่อนไหว ว่าพวกเขาได้พยายามหา “ช่องโห่ว”
ในการออกมาพูดในเรื่องต้องห้าม…
แต่พวกเขา ก็ยังโดนรัฐบาลจับกุม เอาไปดำเนินคดี เป็นร้อยคดี
พร้อมกับพรรคพวกอีกมากมาย ที่ต้องการประชาธิปไตย
ถ้าไม่โดนคดี หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
ก็ โดนคดี ฝ่าฝืนข้อห้ามของสถานการณ์โควิด-19
หรือ คดี ฝ่าฝืน พรบ เกี่ยวกับการละเมิดทางคอมพิวเตอร์
ซึ่ง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ …
ผู้ร่วมก่อตั้ง พรรคอนาคตใหม่ (Future Forward)
ก็เป็นหนึ่งในผู้ที่โดนลงโทษด้วย
(หมายเหตุของผม:
Jasmine Chai เป็นสื่อชาวไทย
ที่ทำงานให้กับสื่อ FP และ เขียนบทความหนึ่ง
ชื่อ How Thai Activists Troll the Monarchy
ซึ่งผมกำลังคิดว่า จะเขียนเล่าให้ฟังหรือไม่
เพราะเป้าหมายของบทความ ก็เพื่อพาดพิง
ไปถึงสถาบันกษัตริย์ของเรา …
คิดอีกที ไปหาอ่านกันเองแล้วกันครับ
ผมไม่อยากเขียน อะไรที่ไม่สมควร ไม่เหมาะสม
และ จะกลายเป็นการ ปชส ให้พวกมันด้วย)

พวกนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย บอกว่า
พวกเขาไม่ได้หวัง ว่ามันจะมีอะไรดีขึ้นจากการเลือกตั้ง
ที่จะมีขึ้น ในวันที่ 7 พฤษภาคม คศ 2023 นั่นหรอก

มันก็คงเหมือนกับการเลือกตั้ง ในปี คศ 2019
ซึ่งหลายคนคิดว่า จากการปฏิวัติ เมื่อ ปี คศ 2014
หลายๆ อย่างมันคงจะดีขึ้น…

ส่วนทักษิณ ชินวัตร …อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกทหารปฏิวัติ
ไล่ออกไปจากตำแหน่ง เมื่อ ปี คศ 2006 …
ได้ให้สัมภาษณ์ (ในตอนนั้น) กับ สื่อ New York Times
ของค่ายมหาอำนาจปากเหม็น ทำนองนี้

“… ผมเชื่อว่าพวกทหาร ที่ปกครองประเทศไทยอยู่
คาดหวังว่า จะมีอำนาจปกครองต่อไป …แต่ ผมไม่รู้ว่าพวกเขา
จะกำกับชักใย การเลือกตั้ง (ใน ปี คศ 2019) ได้ขนาดไหน”

บทความของฝรั่ง อ้างว่า การแก้รัฐธรรมนูญ โดยรัฐสภา
ที่ทหารเป็นผู้ควบคุม …ได้ลงมติ ให้มีวุฒิสมาชิก 250 คน …
ซึ่งทหารเป็นผู้เลือกทั้งหมด มันก็เลยกลายเป็นมวยล้ม…
กลายเป็นการเลือกตั้ง (คศ 2019 ) ได้ถูกจัดให้มีขึ้น …
เพื่อผลของการเลือกตั้ง จะได้ออกมาแบบไม่กระทบกระเทือน
กับ สถาบันที่ปกครองอยู่ (ruling establishment)

(หมายเหตุของผม :
ผมไม่แน่ใจ ว่า ruling establishment ของผู้เขียนบทความ …
เขาหมายถึง กลุ่มทหารที่ทำการปฏิวัติ
แล้วกลายเป็นรัฐบาล หรือ เขาตั้งใจจะเขียนให้กำกวม
ให้เลยเถิดเกินไปกว่านั้น)

ยิ่งไปกว่านั้น ตามรัฐธรรมนูญของไทย ปี คศ 2017
(พศ 2560) กำหนดวาระ ของการเป็นนายกรัฐมนตรีไว้
ว่าต้องไม่เกิน 8 ปี

เมื่อมีผู้สงสัย ว่าประยุทธ์ อยู่เกินเวลาที่กฏหมายกำหนด…
ศาลรัฐธรรมนูญ ก็ มีคำวินิจฉัย เมื่อวันที่ 22 กันยายน คศ 2022
ว่า ไม่เกินเวลา … และ วิธีการนับเวลาของศาล
แปลได้ว่า ประยุทธ์ สามารถเป็นนายกฯ ได้ถึง ปี คศ 2025

บทความดังกล่าวยังบอกอีก
ประยุทธ์ ไม่ได้รับความนิยม ไม่ ป๊อปปูล่า …
เขาล้มเหลว เกือบทุกเรื่อง

ประยุทธ์ ได้รับการวิจารณ์ทำนองนี้
จากในประเทศ และ นอกประเทศ
แต่ ประยุทธ์ ก็ยังอยู่ได้

Joshua Kurlantzick …ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสทางเอเซีย
และ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
เขียนไว้ ใน “World Politics Review” ได้ให้ความเห็น
เกี่ยวกับประยุทธ์ ว่า ประยุทธ์ เป็น “policy disaster”
นโยบายของประยุทธ์ สร้างความหายนะเสมอ
แต่ฝ่ายค้านก็ไม่เคยชนะในการลงมติ ไม่ไว้วางใจประยุทธ์

เหมือนการเลือกตั้ง เมื่อ ปี คศ 2019 …
โพลต่างๆ แม้กระทั่งโพลดังอย่าง Bloomberg ของฝรั่ง
ยังบอกว่า …พรรคเพื่อไทย นำลิ่ว…มีพรรคก้าวไกล ตามมาติดๆ
แต่ Kurlantzick และ บรรดาผู้สังเกตการณ์การเมืองบ้านเรา
อย่างใกล้ชิด …ไม่เห็นคล้อยตามโพล

พวกเขา บอกว่า เชื่อเถอะ…การเลือกตั้งในไทย
มันก็จะออกมาในรูปแบบ …ทหาร ร่วมกับ สถาบัน อีหรอบเดิมอีก
(military-monarchy complex once again…)
เพื่อมาทำหน้าที่ หาทาง “ลดทอนความต้องการ”
ของประชาชนต่อไป และชิงอำนาจ…
ไปจากพรรคการเมือง ที่ชาวไทยสนับสนุน

จบเนื้อความสรุป ของบทความของฝรั่งแล้วครับ

บทความของฝรั่ง ที่ให้เราเฝ้าดูการเลือกตั้ง
ของบ้านเราเอง …ดูจะแสดงอาการเชียร์ชื่นชมนักเคลื่อนไหว
เพื่อประชาธิปไตยอย่างออกนอกหน้า
และ เหน็บแนม พวกลุงข้างบ้าน เอาซะเละไปเลย

แต่ที่น่าสังเกต และ น่าสะกิดใจ
คือ มันทะลึ่งพาดพิงไปถึงสถาบันกษัตริย์ของเราไม่น้อยเลย
และ สำเนียงการพาดพิง ก็ออกแนวไม่ให้เกียรติกัน

ขณะเดียวกัน ก็ เหมือนฟันธง …
ว่า ทหาร บวก เจ้า มาแน่ …ในการเลือกตั้งครั้งนี้

และ เพราะคนฟันธง คือ นาย Joshua Kurlantzick นั้น
เขาเป็นสมาชิกคนสำคัญ ของถังความคิด ที่ใหญ่ดังคับโลก
คือ Council of Foreign Relations หรือ CFR
ที่มีอิทธิพล กับนโยบาย และ ยุทธศาสตร์ชาติ
ของมหาอำนาจปากเหม็น มาตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้ว
ถึงขนาดเป็นที่กล่าวขวัญ ว่า CFR นั้น
คือ ผู้ปกครองตัวจริง ของมหาอำนาจปากเหม็น
(Deep State)

และ เพราะหัวหน้าใหญ่ ของถังนี้
ก็ คือ ท่านหินร่วง (Rockefeller) ซึ่ง กำกับ CFR มากกว่า 60 ปี
ที่เพิ่งจะตายไป ด้วยวัย 101 ปี เมื่อ ปี คศ 2017 แล้วก็ตาม
แต่ นโยบาย อำนาจ และ บารมีของเขา ยังอยู่ครบเต็มเปี่ยม

ท่านผู้อ่าน ที่เคยอ่านนิทานของผม มาตั้งแต่แรกๆ
คงพอจำได้ ว่า ผมจับจ้อง และติดตามความคิดและนโยบาย
ของถัง CFR นี้ และ เขียนวิจารณ์ (ด่า)เสมอ เมื่อมีโอกาส
ด้วยความไม่ไว้ใจ ในการแสดงความคิดเห็นของถังนี้
ที่มักสอดคล้องกับหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกนี้

 

จนทำให้ผมเกือบเชื่อ ว่าถัง CFR เขียนอะไร
คล้ายเป็นการบอกใบ้ หรือ ใบสั่ง…

เพราะฉะนั้น นิทานเรื่องนี้ของผม
ยังไม่ถึงตอนจบครับ …อย่าเพิ่งนับคะแนนกัน

23 กุมภาพันธ์ 2566

Scroll to Top