แด่นักรบเงา ที่เสียสละแม้ชีวิต
เพื่อรักษาบ้านเมืองที่รักของเรา

Search

ฉิบหายแน่

(6/1)

มาดูที่เรื่องแก๊สของรัสเซีย ซึ่งเป็นรายการสำคัญมาก
ที่กระทบกับความเป็นอยู่ ของหลายประเทศ

รัสเซีย นั้นส่งแก๊สธรรมชาติ ให้กลุ่มอียู ประมาณ 40 %
ของจำนวนแก๊ส ที่กลุ่มอียูนำเข้าทั้งหมด

รัสเซียบอกว่า เรายินดี ขายแก๊สให้อียูต่อไป …
ถ้าพวกคุณ จ่ายค่าแก๊ส ด้วยเงินสกุลรูเบิลของเรา
แทน ไอ้เงินกระดาษสีเขียวนั่น ซึ่งไม่มีค่าสำหรับเรา
แถมยังเสือกคว่ำบาตร และ อายัดบัญชีเราอีกด้วย

พวกอียู โดยเฉพาะ โปแลนด์ ฟินแลนด์ และ บุลแกเรีย
ด่าเช็ดรัสเซีย ว่า นี่รัสเซียกำลังแบล๊คเมล์พวกเรานี่หว่า
รัสเซียกำลังฉวยโอกาส ทำให้ค่าเงินรูเบิล ของตัวมีค่าขึ้น

รัสเซียบอกว่างั้นก็ไม่เป็นไร …เราไม่ค้าขายกันก็ได้นะ…
แล้วรัสเซียก็ปิดท่อ เลิกส่งแก๊สให้ 3 ประเทศนั้นไปเรียบร้อย

กลุ่มพวกอียู ได้ตกลงกันตั้งแต่เดือน มีนาคม (2022)
คือหลังจากที่ พี่ปูส่งเด็กๆไป รำวง แถมส่งบ้องข้าวหลาม
ในยูเครน ได้ไม่นาน… ว่าเพื่อให้เป็นไปตามคำสั่ง
ของคุณพ่อปากเหม็น (เรื่องการบังคับคว่ำบาตรรัสเซีย)
พวกเรา จะต้องลดการใช้แก๊ส ของรัสเซียลงไป
เป็นจำนวน 2 ใน 3 …ให้ได้ในปลายปี 2022 นั้น
(แปลว่า ยังต้องง้อเขาต่อไป อยู่ อีก 1 ใน 3)

แต่พวกที่ว่า “จะลด” การใช้แก๊ส รัสเซียนั้น …
จนถึงเดือนสิงหาคม 2022 ก็ยังจัดการหาแก๊สจากที่อื่น
มาทดแทนส่วนที่จะขาดหายไปไม่ได้หมด
หรือ ยังหาไม่ได้เลย…และยังน่าสงสัยอยู่
ว่าจะได้มาจริงตามต้องการหรือไม่ …หรือ มาแต่ตัวเลข
โดยเฉพาะ เยอรมัน ที่พึ่งแก๊สของรัสเซียในจำนวน
“เกินครึ่งหนึ่ง” ของจำนวนแก๊สทั้งหมด
ที่ประเทศตนเอง “ต้องใช้”

ถึงอย่างนั้น พวกอียูที่มีกะโหลกครึ่งเดียว ก็ยังมีความหวัง
ว่า แก๊สของการ์ต้า และ แก๊ส LNG ของ มหาอำนาจปากเหม็นเอง
ก็ คงจะส่งมาทดแทน ให้พวกมันได้
(เพราะมหาอำนาจปากเหม็น บอกพวกมันไว้อย่างนั้น)

ทำไมพวกมัน ถึงคิดได้งี่เง้า ขนาดนั้น

สมมุติ ว่า ไอ้ 2 ประเทศนั่น จะส่งมาให้ (จริง)
แต่ พวกมันลืมนึกไปหรือไง ว่า แก๊สนั้น เขาต้องมีแทงค์ (terminal)
พิเศษในการเก็บ …เป็นแทงค์ขนาดใหญ่มหึมา
และต้องมีขบวนการ แปรสภาพแก๊สก่อนจะนำส่ง อีกด้วย
โดยเฉพาะถ้าเป็นแก๊ส ประเภท LNG …
(ที่คุณพ่อปากเหม็น บอกไม่ต้องห่วง เราจัดการส่งให้เอง )

แทงค์เก็บแก๊สที่ว่านี้ ใช้เวลาการสร้าง ประมาณ 2- 5 ปี
แล้วแต่ขนาด และ ความต้องการ ที่ซับซ้อน
ของกระบวนการนำแก๊ส เข้าและออก จากแทงค์
เพื่อนำไปสู่พาหนะสำหรับการขนส่ง (เช่น เข้าท่อ หรือ รถบรรทุก)
การรักษาความปลอดภัย วุ่นวายแตกต่างกันมาก
เพราะความไวไฟ ง่ายต่อการระเบิด ของแก๊ส
ใครนึกไม่ออก …นึกถึงเรื่องรถขนแก๊สบ้านเรา
ที่เกิดระเบิดแถวถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เมื่อประมาณปี พศ 2533
ก็แล้วกัน ว่าทารุณอย่างไร คนตายเท่าไหร่ …
นั่น “รถขนคันเดียว” นะครับ

แต่เดิม (ก่อนการไปคว่ำบาตรรัสเซีย)นั้น แก๊สของรัสเซีย
ที่ส่งมาโดยท่อส่งของรัสเซีย …จะส่งต่อเข้าท่อที่ฝังอยู่ข้างใต้
ทุกถนนของเยอรมัน เพื่อส่งต่อเข้าไปถึงหน้าบ้าน
ของชาวเยอรมันเลยทีเดียว
ซึ่งทำให้ชาวเยอรมัน ได้รับความสดวกในการใช้
ชนิดเปิดปุ๊บ อุ่นปั๊บ ทำนองนั้น

ด้วยเหตุนี้ เยอรมัน จึงมี terminal แทงค์เก็บแก๊สขนาดใหญ่
จำนวนไม่มาก …มีไว้เฉพาะผู้ขายส่งแก๊สให้เยอรมัน
เป็นประจำ (ตามสัญญาซื้อขาย)เท่านั้น
เมื่อเยอรมัน คว่ำบาตร ตัดขาดแก๊สของรัสเซียไป
ส่วนแก๊สที่จะซื้อใหม่ ก็ต้องนำส่งเข้าแทงค์ใหญ่
(ซึ่งเยอรมันมีไม่พอ) … และจะไปส่งผ่านท่อส่ง
ของคุณพี่ปูตินเขาก็ไม่ได้
และการสร้าง แทงค์ขนาดใหญ่ ที่มีระบบความปลอดภัยสูง
ก็ ไม่ได้สร้างได้ ในพริบตา …นั่น มันในหนังฮอลลีวู้ด
ของจริง มันใช้เวลาอย่างที่เล่ามาข้างต้น

นอกจากนี้ การขนส่งแก๊ส ไม่ว่าเป็นชนิดธรรมชาติ
หรือ เป็น LNG จากผู้ขาย มายัง ผู้ซื้อ …
ถ้าไม่ส่งทางท่อ ก็จะต้องขนส่งทางเรือ
โดยอัดใส่แทงค์ลูกโป่งของเรือขนส่งแก๊ส
ซึ่งต้องสร้างเป็นพิเศษ และรูปแบบต่างกับเรือขนส่งน้ำมัน
และเรือขนส่งแก๊สนั้น …ในตลาด…มีน้อยกว่า เรือขนส่งน้ำมัน
และบริษัทที่รับขนส่งแก๊สทางเรือ ก็จะมีจำนวนเรือจำกัด
ค่าใช้จ่ายในการขนส่งทางเรือ จึงแพงกว่าส่งทางท่อส่ง

การจะให้สร้างเรือขนแก๊ส เพิ่มจำนวนแบบทันด่วน
ก็ต้องใช้เวลาเป็นปีๆ อีกเช่นกัน และ คงทำไม่ง่าย ไม่เร็ว
ไม่เหมือนพับกระทงลอยเล่น ตอนวันเพ็ญน้ำเต็มตลิ่ง

นอกจากนี้ เมื่อขนส่งแก๊สทางเรือแล้ว พอมาถึงท่าเรือ
ก็ต้องสูบแก๊ส เอามาขึ้นพักที่ terminal บนบกก่อน …
แลัวจึง จัดส่งต่อทางท่อส่ง… ถ้าเป็นปริมาณมาก (เช่นสำหรับ โรงงานใช้)
เรื่องแบบนี้ ถ้าไม่เตรียมการไว้ล่วงหน้าเป็น ปีๆ ทำสำเร็จยาก

ถ้าไม่จัดส่งทางท่อ ก็ จะต้องส่งทางรถขนแก๊ส …
ซึ่ง ค่อนข้างจะมีจำนวนจำกัดอีกเช่นกัน
และ ค่าขนส่งแพงมากเช่นกัน

การสั่ง หรือ การโม้…ว่าจะทำอย่างนั้นอย่างนี้
มันง่ายครับ…แต่ของจริงมันคนละเรื่องกัน

สำหรับประเทศ ที่มีท่ารับแก๊ส ที่ขนส่งทางเรือ
คือ ประเทศที่ตั้งอยู่ริมทะเล …เช่น สเปน อังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี กรีซ
ซึ่งมีข่าวว่าประเทศเหล่านั้น คิดว่าตนเองน่าจะ “ลอยตัว”
จากเรื่องการขาดแก๊สแล้ว เพราะมีท่าเรือ คอยรับแก๊สธรรมชาติ
ที่มาจากการ์ต้า และ แก๊สเหลว (LNG)จากมหาอำนาจปากเหม็น
ที่โม้ว่า เรามีแยะมาก และ พร้อมจะส่งมาช่วยพวกยุโรป

เรื่องนี้ ก็ ต้องคิดต่ออีก…ว่า ถ้า การ์ต้า ส่งให้จริง…
เรื่องการจะส่งต่อไปยังประเทศอื่นในกลุ่มอียู โดยเฉพาะส่งไป
ถึงพวกยุโรปกลางอย่างไร จะมีรถขนส่งเพียงพอไหม …
“สู้ค่าใช้จ่าย” ในการขนส่ง ที่จะเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก
และ จะทำให้ราคาแก๊ส สูงขึ้นไปอีกเท่าไหร่.
พวกยุโรปจะรับไหวไหม…” รับได้นานเท่าไหร่”

ดีแต่ขู่ ดีแต่บีบ ไม่ให้ซื้อของจากเขา
มาซื้อจากเรา พวกปากเหม็นก็ได้ …
ขอให้มันส่งมาขายจริงเถิด
ขายแล้ว ส่งถึงหน้าบ้านคนซื้อ ได้เหมือนเดิมไหม
ราคาบานขึ้นไปกี่เท่า

แบบนี้ คนซื้อ จะฉิบหายไหม
ส่วนคนขายรายใหม่ คงรวยจ้ำบ๊ะแทน
แผนคว่ำบาตร นี่ไม่เลวนะ ได้หลายต่อ

(6/2)

ประเทศในกลุ่มอียู ที่น่าพูดถึงที่สุด คือ เยอรมัน

เยอรมัน นั้น เป็นประเทศ ทีมีอาณาบริเวณใหญ่ที่สุด
ของกลุ่มอียู มีเศรษฐกิจดีอันดับหนึ่งของอียู
และ พึ่งพาแก๊ส ของรัสเซีย “มากที่สุด”
ในบรรดาประเทศพวกอียู

เยอรมัน นั้น ไม่มีแหล่งพลังงาน แก๊ส และ น้ำมัน ของตนเอง
ทั้งๆ ที่เป็นประเทศ ที่มีความถนัดและมีศักยภาพสูง…
ในการทำกิจการอุตสาหกรรม และโรงงานอุตสาหกรรม
ซึ่งจำเป็น “ต้องมี” แก๊สในการเดินเครื่องจักรของโรงงาน

เยอรมัน ยังใช้แก๊ส น้ำมัน และ ถ่านหิน เป็นส่วนสำคัญ
ในการผลิตไฟฟ้าของประเทศ และ ทุกครัวเรือนของเยอรมัน
ใช้แก๊สในชีวิตประจำวันของเขา เช่นในด้านเครื่องทำความอุ่น
และ ทำอาหาร อย่างเกือบเต็มร้อย
เยอรมันจึงติดหนึบ กับพลังงานของรัสเซีย มาเป็นเวลานานมาแล้ว
นานมาหลายสิบปี ตั้งแต่สมัยสงครามเย็นด้วยซ้ำ

ในที่สุด เยอรมันก็ตัดสินใจแก้ปัญหา เรื่องการขาดแคลน
พลังงานของตัว …ด้วยการทำข้อตกลงกับรัสเซีย ในปี คศ 2005
เพื่อร่วมลงทุนกันในจำนวนสูงมาก สำหรับการสร้างท่อส่งแก๊ส
ของรัสเซีย ลอดใต้ทะเลบอลติก คือ Nord Stram 1 และ 2
เพื่อให้เยอรมัน “มีแก๊สของรัสเซีย” ที่ตกลงซื้อขายกัน
ราคาถูกเป็นพิเศษกว่าตลาด… ส่งตรงมาถึงหน้าบ้านเยอรมัน…
อย่างสดวกสบาย ไร้กังวล ไม่ต้องกลัวจะมีการขาดแคลนแก๊ส
เกิดขึ้นกับเยอรมัน และ ชาวเยอรมัน

ก่อนหน้าที่หนังเรื่องยูเครนจะออกฉาย …
เยอรมันนำเข้าแก๊สของรัสเซีย เป็นจำนวน “กว่าครึ่ง”
ของแก๊ส ที่เยอรมัน…ต้องใช้ในแต่ละปี (คือ ประมาณ 55%)

แยะไหมล่ะ …แปลว่า ตกลง ฝากฝัง ความเป็นอยู่ของประเทศตัว
ไว้ในมือของรัสเซีย กว่าครึ่งนึง ไปแล้ว …

เมื่อหนังยูเครนเริ่มลงโรง คุณพ่อปากเหม็น ออกคำสั่ง
ให้ลูกกระเป๋ง ทำการคว่ำบาตรอย่างแรงใส่รัสเซีย
และ กระเป๋งอียู ก็ลนลานทำตามคำสั่งคุณพ่อ
ด้วยการออกคำสั่งให้สมาชิกอียู ทั้ง 27 ประเทศ
ดำเนินการยุติ การใช้แก๊สของรัสเซีย
โดย ให้ลดการใช้ลงไป 2/3 ภายในสิ้นปี 2022 นี้ …
อีก 1 ใน 3 ต้องลดให้หมด ภายในปี คศ 2030
แปลว่าถึงตอนนั้น พวกลูกกระเป๋งอียูจะตัดขาด
จากการพึ่งพาแก๊สของรัสเซีย ไปอย่างเกลี้ยงเกลา

และเยอรมัน ที่ฝากฝังความเป็นอยู่ของประเทศตัว
ไว้กับแก๊สของรัสเซีย โดยนำมาใช้ทั้งด้านการไฟฟ้า การพลังงาน
ทั้งระดับประเทศ และ ระดับบ้านเรือน กว่าครึ่งหนึ่งนั้น
ก็ “ตกลงคว่ำบาตรรัสเซีย” ตามคำสั่งของคุณพ่อปากเหม็น
ไม่ซื้อ ไม่ใช้แก๊สของรัสเซียมันแล้ว !

เอาละเว้ย เฮ้ย … เป็นไงก็เป็นกัน

เยอรมัน คิดอะไร…รัฐบาลเยอรมันสมองฝ่อ หรือสติเสียไปแล้ว
เยอรมันจำไม่ได้หรืออย่างไร ว่าตนเองได้ลงทุนไป
กี่พันล้านยูโร ร่วมกับรัสเซีย …
เพื่อสร้างท่อส่งแก๊สจากรัสเซีย…ตรงดิ่งเข้าบ้านตัว

ก่อนจะลงทุนขนาดใหญ่อย่างนั้น เยอรมันน่าจะต้อง ไตร่ตรอง
คิดวิเคราะห์ อย่างรอบคอบถี่ถ้วน ทุกเรื่องอย่างดีมาก่อนแล้ว
แล้วไง…พอมีเรื่องยูเครน …ซึ่งมีที่มาที่ไปแบบมีผ้าหลากสี
คลุมไว้หลายชั้น โดยเฉพาะมีสีเทาเข้ม คุมเอาไว้ชั้นในสุด
เป็นเราๆชาวบ้าน มองไม่ออก มันก็เรื่องนึง
แต่ (ถ้า) เยอรมันมองไม่ออก… นี่ เรียกว่า อะไรครับ

เยอรมัน เห็นผิดเป็นชอบ จนแพ้สงครามโลกมาแล้ว
ทั้ง 2 ครั้ง …ยังคิดไม่เข้าท่าเหมือนเดิมอีกหรือ

หรือ เยอรมันกลัวคุณพ่อปากเหม็น จนขี้ขึ้นสมอง
จนไม่กล้าทักท้วงอียู … จนลืมความฉิบหาย …
ที่จะเกิดขึ้นกับบ้านเมือง และพลเมืองของตัว

หรือ มันมีอะไรมากกว่านั้น

(6/3)

มาถึงเดือน เมษายน คศ 2022…
หลังจาก หัวทิ่มถลาตกกระได หรือ ถลาลงหลุม
ตามแผนต้มของไอ้ปากเหม็นที่ไหนไม่รู้
จนไปร่วมคว่ำบาตรรัสเซียด้วยนั้น
เยอรมัน เปิดเผยว่า ตนลดการนำเข้าแก๊สของรัสเซีย
เหลือเพียง 31 % ของปริมาณแก๊ส ที่ตนเองต้องใช้แล้วนะ

เยอรมัน คล้ายจะเป็นเด็กดีจริง
อยู่ในโอวาท ของคุณพ่อปากเหม็น อย่างเข้มงวด

แล้วเยอรมัน ก็หน้าเริด… ไปหาซื้อแก๊ส ส่วนที่ตนเองขาดไป
เนื่องจาก(ต้อง) ลดการนำเข้าของรัสเซียลงไป …
ด้วยการไปซื้อแก็สจากตลาด ทั้งมืด และ สว่าง
ในราคาที่แพงกว่า …ที่ตนเองเคยจ่ายให้รัสเซีย

ที่น่าสมเพช …คือ แก๊ส ที่เยอรมันหน้าเริด ไปซื้อมาโปะ
ส่วนที่ขาดไปนั้น…เกือบทั้งหมด ก็เป็นแก๊สของรัสเซีย (เหมือนเดิม)
ที่รัสเซีย ขายในตลาดมืดให้พรรคพวก …
(เรื่องนี้เล่นไม่ยากหรอกครับ)
แล้วพรรคพวก ก็เอามาขายต่อให้เยอรมัน ในราคาแพงกว่า
ที่เยอรมันเคยจ่ายให้รัสเซียอีกด้วย

เยอรมัน เป็นเด็กดีว่าง่ายนะ …แต่ ง่าวจังว่ะ

สรุปว่า รัสเซียก็ยังมีหนทาง ขายแก๊ส ได้เหมือนเดิม
แม้ไม่ได้เงินจากเยอรมัน ก็ได้จากพรรคพวก
แม้จะได้เงินน้อยลงไปบ้าง แต่ รัสเซีย ก็ได้ใจพรรคพวก
ให้พรรคพวกได้ทำกำไร จากเยอรมัน เศรษฐีของอียู (อร่อยวู้ย)

นอกจากนี้ เยอรมัน เด็กดี บอกว่าตนเองเตรียมแผนรองรับ
เกี่ยวกับเรื่องแก็ส ที่ตนเองอาจขาดแคลน ไว้เรียบร้อยแล้ว
ถ้าการรบที่ยูเครนยืดเยื้อ เลยไปถึงหน้าหนาว …

แผนระดับ 1 : คือ ลดการซื้อแก๊ส จากรัสเซียโดยตรง
ลงไป 20 % โดยไปซื้อจากผู้ขายอื่น (แต่ก็ยังเป็นแก๊สของรัสเซีย!)

แผนระดับ 2 : คือ หาพลังงานอื่น มาทดแทนแก๊สของรัสเซียเพิ่มขึ้นอีก

คำถาม คือ เยอรมัน จะหาพลังงานอะไร มาทดแทน
หาจากที่ไหน และหามาทันความต้องการใช้หรือไม่

เยอรมัน เป็นประเทศอุตสาหกรรม …ต้องใช้พลังงาน
ในการผลิตสินค้า ประเภทอุตสาหกรรมหนัก เป็นจำนวนมาก
แต่เดิมนั้น เยอรมันใช้พลังงาน จาก โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของตนเอง
แต่ภายหลัง เมื่อเยอรมัน มีนโยบายที่จะเลิกใช้พลังงานนิวเคลียร์
จึงพยายาม ลดระดับการใช้พลังงานประเภทดังกล่าวมาตลอด
(โดยเปลี่ยนมาใช้พลังงานแก๊ส ของรัสเซีย มาทดแทนส่วนหนึ่ง
และ ใช้น้ำมัน อีกส่วนหนึ่ง ซึ่งก็ต้องซื้อจากรัสเซียด้วยบางส่วน
มาทดแทน)

ในต้นปี คศ 2022 …เยอรมัน ยังเหลือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ อีก 3 โรง
ซึ่งอยู่ในระหว่าง “การเตรียมการ” ที่จะหยุดการผลิตพลังงาน
“อย่างสิ้นเชิง” ในปลายปี คศ 2022 ตามนโยบายของชาติ

การจะเปลี่ยนใจ กลับมาทำการผลิตพลังงานนิวเคลียร์
ใหม่อีกนั้น ไม่ได้ทำไ้ด้ง่ายๆ และไม่รวดเร็ว…
เพราะการเตรียมการ เพื่อจะหยุดใช้นั้น มันก็ต้องมีขบวนการ
สำหรับยุติการดำเนินการ หรือที่เรียกง่ายๆ
ว่าขบวนการ “ปิดเครื่องอย่างถูกต้อง”
ไม่เช่นนั้นอาจเกิดอุบัติเหตุ ที่เป็นอันตรายอย่างสูงและในวงกว้างได้
และ ช่วงเดือนเมษายน (2022) เยอรมันยังเดินหน้า…
อยู่ในขบวนการ “ปิดเครื่องอย่างถูกต้อง” อยู่

พลังงานนิวเคลียร์นะครับ ไม่ใช่พลังกังกันลม
หรือ พัดลม แบบกดปุ๊บ ปิดปั๊บ

สำนักงานพลังงานเพื่อชาติ ของเยอรมัน บอกว่า
“ถ้า” เราจะเปลี่ยนใจ …เปลี่ยนนโยบายของชาติกลับมาอีกรอบ
เพื่อกลับมาทำการผลิต พลังงานนิวเคลียร์ใหม่อีก ก็ได้นะ
แต่เราคงเริ่มได้ อย่างเร็วที่สุด ก็ประมาณปลายปี คศ 2023 โน่นแน่ะ …

และ ระหว่างที่เรา ยังกลับมาเริ่มผลิตเต็มตัวไม่ได้
มันต้องมี “ขบวนการเลี้ยง” โรงไฟฟ้านิวเคลียร์นี้ให้เดินได้
ไว้ตลอดหน้าหนาวนี้ ด้วย …เข้าใจไหม …
และการเลี้ยงนี่ มันต้องใช้ แร่ ยูเรเนียม …รู้จักไหม
หายากฉิบหายเลยนะ แพงมากด้วย
ซึ่งปรกติ เยอรมัน ซื้อแร่ที่หายากผลิตยากบัลลัยนี้
จากรัสเซีย ประมาณ 20%
และ จาก คาซัคสถาน (ก็พวกรัสเซียอีก) อีก 20 %
แล้วตอนนี้ เรา(ดันไป) คว่ำบาตรเขาแล้ว …
ที่นี้เราจะไปหาแร่ยูเรเนียมส่วนนี้ จากที่ไหน (วะ)
มันไม่ใช่ของหาง่ายๆ เหมือนกระดาษชำระนะ (โว้ย)
แล้วถ้าเผื่อเยอรมัน เกิดเปลี่ยนใจ นึกอยากจะกลับไป “สร้าง”
โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เพิ่มขึ้น ก็…โน่น อีกสิบกว่าปี นั่นแหล่ะ
กว่าจะได้สักโรง

เมื่อเยอรมัน เด็กดีว่าง่าย ไม่มีแหล่งพลังงานของตนเอง
ไว้รองรับความว่าง่าย …เยอรมัน ก็ต้องใช้วิธีทั่วไป
ของการซื้อขายของ …คือ หาซื้อเอาในตลาด …

และในยามที่มีการคว่ำบาตรรัสเซีย ซึ่งเป็นขาใหญ่สุด
ในการขายแก๊ส และ ขารองใหญ่สุดในการขายน้ำมัน …
ราคาน้ำมัน และแก๊ส ในตลาดโลกช่วงนั้น ก็เลยสนุกกันใหญ่

เวลาเชือดหมู มาแล้วเว้ย

และ คราวนี้ สถานะทางเศรษฐกิจ ของเยอรมัน
ก็อาจจะร่วงลง จากการเป็นอันดับหนึ่ง ของอียู…
ลงไปเหลือเท่าไหร่ … ผมคำนวณไม่ได้หรอก
มันก็ขึ้นอยู่กับหนังเรื่องยูเครน เขาจะเล่นกันลากยาว ไปขนาดไหน
และผลของมัน จะกระจายไปในวงกว้าง ง ง ง …อีกขนาดไหน
ซึ่งปัจจัยอื่นๆ ที่จะสร้างผลกระทบกับโลกนี้ …
ก็จะตามมาอีกยาวเป็นหางว่าวเลย

เอ้า ข้ามมาที่ แผนรองรับระดับ 3 ของเยอรมัน

แผนนี้ รัฐบาลเยอรมัน ชุดนายชานซะเล่อโชลซ์ บอกไม่ยากนี่นะ
เยอรมันเตรียมการปันส่วน การใช้พลังงาน ของประชาชน
ชาวเยอรมันไว้แล้ว โดยเฉพาะการประหยัดใช้แก๊ส
ในหน้าหนาวที่จะมานี้ … ถ้าการรบที่ยูเครน ยังดำเนินอยู…

แผนโคตรจีเลยครับ เยอรมันเด็กดีว่าง่าย
เชื่อฟังคำสั่งคุณพ่อปากเหม็น อย่างเคร่งครัด
โดยให้ประชาชนในประเทศของตัวเอง รับเคราะห์ ไปแทน !!!

7 พฤษภาคม 2566

Scroll to Top