แด่นักรบเงา ที่เสียสละแม้ชีวิต
เพื่อรักษาบ้านเมืองที่รักของเรา

Search

บทสรุปส่งท้าย (2)

ปัญหาของอียู หรือยุโรป ไม่ได้มีเพียงเรื่องเกี่ยวกับยูเครน
ตามที่เล่ามาตอนที่แล้วเท่านั้น …
อียูยังมีปัญหา…ที่ค้างคามานานแล้วอีกหลายเรื่อง

อียูนั้น ได้ถูกก่อตั้งขึ้นมา จากวัตถุประสงค์ที่อ้างอย่างเป็นทางการ
ว่าเพื่อความเป็นปึกแผ่น อยู่ดีกินดี ร่ำรวยเจริญก้าวหน้า
และมีความมั่นคงไปด้วยกัน ของบรรดาประเทศในยุโรป
ที่เป็นสมาชิกของอียู…
แต่จริงๆแล้ว ของการก่อตั้งอียู ดูเหมือนจะมีวัตถุประสงค์
หรือเป้าหมายอื่น…แอบซ่อนอยู่อย่างแนบเนียน
และอาจจะแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับที่เราๆชาวโลก เชื่อหรือเข้าใจ
และทำให้เรื่องราวของอียู มันซับซ้อน เกินกว่าที่ปรากฏเป็นข่าว

ทบทวนกันหน่อย …สมาชิกรุ่นแรกของอียูในปี 1957 …
มี 6 ประเทศ… คือ เบลเยี่ยม, ฝรั่งเศส, เยอรมันตะวันตก, อิตาลี,
ลักซ์เซมเบอร์ก และ เนเทอร์แลนด์
(รุ่นประเทศพังยับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 และเป็นหนี้จนหัวโต
อยู่กับไอ้ปากเหม็น…ในการเอาเงินของเขามาซ่อมบ้านเมืองของตัว)

ใน ปี คศ 1973…สมาชิกอียู งอกเพิ่มมาอีก 3 ประเทศ
คือ เดนมาร์ก, ไอร์แลนด์ และ อังกฤษ …
ทั้งหมดมีเขตแดน อยู่ติดมหาสมุทรแอตแลนติก
หรือ เลยขึ้นไปถึงทะเลเหนือ (North Sea)
(รุ่นไอ้นิ้วก้อย คืนชีพ)
ปี คศ 1980… สมาชิกอียู งอกต่ออีก 3 ประเทศ
คือ กรีซ, ปอร์ตุเกส และ สเปน …
ทั้งหมดมีเขตแดน อยู่แถวทางออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
(รุ่นลูกกระเป๋งไอ้นิ้วก้อย)

ปี คศ 1995 … สมาชิกอียู ก็ยังงอกต่อ เพิ่มตามมาอีก 3 ประเทศ
คือ ออสเตรีย, ฟินแลนด์ และ สวีเดน
(รุ่นเอาไว้เป็นกันชน หรือ เอาไว้ชนกับรัสเซีย)

มาถึงปี คศ 2003… เป็นช่วงเวลา ที่เรียกว่า “big bang” ของอียู
สมาชิกอียู รุ่น big bang นั้น น่าสนใจมาก …และเป็นผลงานที่อยู่
ภายใต้การกำกับดูแล ของ นาย Romono Prodi …
ซึ่งเป็นประธานกรรมาธิการของอียูในตอนนั้น
ในปีนั้น…สมาชิกอียู ได้งอกเพิ่มเข้ามาทีเดียว
อย่างเป็นกอบเป็นกำ ถึง 10 ประเทศ …
และเกือบทุกประเทศ เคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต
(ยกเว้น 2 ประเทศสุดท้าย ตามรายชื่อข้างล่าง)
คือ สาธารณรัฐเชค, ฮังการี, เอสโทเนีย, ลัตเวีย, ลิทัวเนีย,
โปแลนด์, สโลวาเกีย, สโลวีเนีย, ไซปรัส และ มอลต้า

และยังมีพวก big bang ตกค้าง และเข้ามารอบหลัง
ในช่วงปี คศ 2007-2013 อีก 3 ประเทศ …
คือ บุลแกเรีย, โรมาเนีย และ โครเอเซีย

(หมายเหตุ: big bang…ตามทฤษฏีของฝรั่ง แปลคร่าวๆ
หมายถึงการขยายตัว หรือ วิวัฒนาการ ที่น่าตื่นตาตื่นใจ
และ โปรดสังเกตว่า ช่วงเวลา big bang และประเทศที่เข้ามาเป็น
สมาชิกอียูรุ่น big bang นี้ …เกือบทั้งหมด มีส่วนเกี่ยวข้อง
กับฉากยูเครน และรัสเซีย
และโปรดสังเกตด้วยว่า การเข้าเป็นสมาชิกอียูของหลายประเทศ
กับช่วงเวลาของการเข้าเป็นสมาชิก …มันเกี่ยวเนื่องกับช่วงเวลา
ที่สหภาพโซเวียต ถูกทุบจนแหลก)

แต่อียู มาอ้างในตอนหลัง ว่า ประเทศส่วนใหญ่ที่เข้ามา
ในช่วง big-bang โดยเฉพาะพวกประเทศ
ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียตนั้น …
แทนที่จะมาช่วยกันเสริมสร้างด้านเศรษฐกิจให้แก่กัน
และรวยไปด้วยกัน อย่างที่อียูหวัง…
กลับมา “เพิ่มภาระ” ให้กับอียูในการ”เตรียมตัว”ให้ประเทศเหล่านั้น
ตั้งแต่ “ก่อนเข้า” รวมถึงเมื่อเข้ามาแล้วด้วยในหลายด้านเหลือเกิน…
โดยเฉพาะด้านปฏิรูปการปกครองประเทศ
เพื่อให้เป็นระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง …
และการปฏิรูปสถาบันและหน่วยงานสำคัญของประเทศ
ที่ดูแลด้านเศรษฐกิจ และ การเงินการคลัง ฯลฯ

การปรับปรุง และปฏิรูปดังกล่าวนั้น …อียูอ้างว่า มันใช้เงินแยะนะ
และทำให้กระเป๋าอียูเบาหวิวลงไปอย่างมาก

สรุปว่า อียูเห็นว่าประเทศพวกอดีตสหภาพโซเวียต
ไม่เป็นประชาธิปไตย และมาตรฐานเกี่ยวกับสถาบันการเงินการคลัง
ของประเทศเหล่านั้นต่ำมาก

แล้วอียู มันดันรับประเทศพวกนั้น เข้ามาเป็นสมาชิกทำไม
และผ่านหลักเกณท์ต่างๆ เข้าไปได้อย่างไร
(เปรียบเทียบกับตุรกี ที่ยื่นคำขอเป็นสมาชิกอียูมาตั้งแต่
ปี คศ 1999 …และปัจจุบันนี้ ใบคำขอของตุรกี ก็ยังวางค้าง
ฝุ่นเกาะอยู่อย่างนั้น …แปลกดีไหมครับ)

นอกจากนี้ เมื่อปี คศ 2003 นั้น …นาย Romano Prodi
ก็ได้พยายามที่จะจัดการให้ ยูเครน ได้เข้าเป็นสมาชิกอียู
พร้อมกับกลุ่มประเทศ big bang ช่วงนั้นด้วย
แต่ได้รับการคัดค้าน (ไม่รู้จากใคร) ว่ายังก่อน …!?!
แต่นาย Prodi ก็ไม่ได้ทิ้งเรื่องนี้…
ในปี คศ 2013 เขาก็ได้รื้อฟื้นเรื่อง ยูเครนขึ้นมาใหม่อีก
แต่ช่วงนั้น ทางพวกยุโรป มีเรื่องหงุดหงิดพออยู่แล้ว
คือเรื่อง รัสเซีย ผนวกไครเมีย… และตอนนั้นเศรษฐกิจของอียูเอง
ก็ชักเปราะบาง ใกล้จะเหมือนข้าวเกรียบว่าว
เรื่องดัน ยูเครน ให้เข้าร่วมในอียู จึงแผ่วไป

แต่เมื่อเด็กๆของคุณพี่ปูติน เข้าไปเดินเล่นในเขตยูเครน
ในเดือนกุมภาพันธ์ คศ 2022…
เพียงไม่กี่วันหลังจากนั้น อียูก็เอาใบสมัครของยูเครนออกมาปัดฝุ่น
เตรียมพร้อม “เผื่อ” จะต้องมีการเอายูเครน ”ลัดคิว” เข้าเป็นสมาชิกอียู…
เพราะข้อบังคับ ข้อ 42.7 ของกฏบัตรอียู (Treaty of EU หรือ TEU)
ได้ระบุไว้ว่า…ในกรณี ที่สมาชิกอียูรายใด ต้องประสบกับการข่มขู่
ทางด้านกองกำลัง(ของต่างชาติ) ในเขตแดนของตนเอง …
สมาชิกอื่นๆของอียู “มีความผูกพัน“ ที่จะต้องให้ความช่วยเหลือ
สมาชิกนั้นตามอำนาจที่ตนเองมี… โดยการดำเนินการดังกล่าว
ย่อมเป็นไปตามกฏหมาย หรือ ไม่ขัดต่อนโยบายด้านความมั่นคง
ของประเทศนั้น

แต่เมื่อการสมัครเข้าเป็นสมาชิกอียูของยูเครน ไม่ได้รับไฟเขียว
(จากใครไม่รู้ …?!?)
อียู ก็เลยต้องควักกระเป๋า จากเงินทุนกองกลาง ของตัว…
เอามาช่วยเหลือยูเครนเสียเอง นับตั้งแต่วันที่เด็กๆของคุณพี่ปูติน
เข้าไปเดินเล่นในเขตแดนยูเครนเป็นต้นมา …เป็นจำนวนมากมายมหาศาล
(นี่ยังไม่ได้นับส่วนที่ช่วยกันมา ในช่วงปฏิวัติสีส้ม 1 และ 2 นะ)

และ อียูยังอ้างว่า ถ้าต้องมีการซ่อมแซมหรือจริงๆ
ควรต้องเรียกว่าสร้างเมืองใหม่ ให้แก่ยูเครนที่ฉิบหายไป…
นับจนถึงเดือนมีนาคม คศ 2023 นั้น…
ตามรายงาน ซึ่งทำร่วมกันกับ World Bank,
รัฐบาลยูเครน, กรรมาธิการฝ่ายอียู และ ยูเอน ได้ประเมินไว้
ว่าน่าจะอยู่ที่จำนวน ประมาณ 411 พันล้านเหรียญอินทรี

(แต่มีข่าวล่าสุด ที่ไม่สามารถยืนยันได้เต็มที่ …
ว่า World Bank ออกมาโวย…บอกว่า ไม่ช่ายนะ …
ใครไปให้ตัวเลข (น้อย) อย่างนั้นได้ยังไง…
จริงๆ มันน่าจะถึง ล้านล้านเหรียญอินทรีต่างหาก
โห…ยังไม่ทันไร …โก่งราคาแบบชาวบ้านคิดตามไม่ทันเลยนะ)

และนั่น …เป็นเพียงจำนวนเงินที่ครอบคลุมถึงการสู้รบ
กับรัสเซีย “ในปีแรก” เท่านั้นนะ …
และ ยังไม่ได้คิดถึงเรื่องการซ่อมเขื่อน Khakhovka
ที่พังเกือบหมด …โดยฝีมือที่เชื่อกันว่า เป็นการลงมือร่วมกัน
ของยูเครนกับไอ้นิ้วก้อย…ด้วยหวังจะให้กองทัพรัสเซียจมน้ำตาย …

(ถ้าอเมซอนสาขานิ้วก้อย กับลูกค้าร่วมกันทำจริง …
ก็นับเป็นเรื่องบัดซบระยำ…และ ก็คงจะระยำจริง…
เพราะมีการยืนยันจากหลายฝ่าย รวมทั้งข่าวจากไอ้ 2 ค่ายเอง
ก็บอกว่าเป็นฝีมือพวกมันเองแหล่ะ)

(หมายเหตุ: ฝ่ายตะวันตก คาดว่าถ้าไม่สามารถมีการเจรจา
สงบศึกกันได้ …และปล่อยให้ฉากยูเครนเดินไปเรื่อยๆ …
มันอาจยืดเยื้อไปถึง 10 ปี …จนยูเครนพังยับไป ทั้งประเทศ…
ไม่รู้ว่า จำนวนเงินดังกล่าว มันจะเพิ่มพูนขึ้น เป็นอีกเท่าไหร่ …
และจะมาจากไหน?)

World Bank ยังได้บอกอีกว่า เราได้คิดคำนวณแล้ว
ประมาณ 2 ใน 3 ของจำนวนเงินที่ต้องการนั้น
ควรมาจากภาคเอกชน …
แปลว่า “ถ้า” มีการจะให้กู้…สถาบันการเงินของโลก…
คงให้กู้ เพียง 1 ใน 3 …ที่เหลือไปหาเอาเองเว้ย

ข่าวว่า คุณนายเออซุลาหน้าเหี้ยมแห่งอียู(Ursula von der Leyen)
ประธานกรรมธิการของอียูคนปัจจุบัน ซึ่งตอนนี้มีหน้าที่รับผิดชอบ
ดูแลเรื่องยูเครน ตามคำสั่งของคุณพ่อปากเหม็น …
พอได้ฟังคำบอกที่เหมือนเป็นคำตัดสิน ของWorld Bank
คุณนาย ถึงกับทำหน้าเหี้ยมไม่ออก…แต่หน้าเหี่ยวตกลงไปอีก
พร้อมงึมงำออกมา ว่า เรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ ของยูเครนนั้น …
อียูคงรับภาระได้ …อย่างเก่งก็ ไม่เกิน 45 %
และ รับได้ถึง ปี คศ 2027 เท่านั้นเองล่ะค่า
เพราะถังอียู จวนจะแตกดังโพล๊ะ แล้วนะค้า…
(สมน้ำหน้า !)

คุณนายหน้าเหี้ยม …งึมงำออกมาอย่างนั้น
เพราะว่าตอนนี้ “ยังมี” ใบสมัครของประเทศแถบยุโรปตะวันออก
วางเรียงเป็นตับรอคิว ในการสมัครเข้าเป็นสมาชิกอียู อีกเพียบเลย…
เช่นใบสมัคร ของ Albania, Moldova, Montenegro,
North Macedonia, Serbia, Bosnia และ Herzegovina…
(หมายเหตุ: เกือบทั้งหมดเป็นประเทศ ที่มีทางออกทางทะเล
ไปสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน …ซึ่งเป็นเส้นทางส่งสินค้าสำคัญ
เส้นหนึ่งของยุโรป…และ สำคัญมากขึ้น ถ้าสามารถใช้ปิดกั้น
เส้นทางออกทะเลของรัสเซียได้ด้วย…โปรดดูแผนที่ประกอบ)

นี่ยังไม่ได้นับ ตุรกี …ทียื่นใบสมัครมานานร่วม 20 ปีแล้ว
และก็เจอโรคเลื่อนมาตลอดสารพัดโรค
(แล้วแต่คุณพ่อปากเหม็นจะวินิจฉัยมา)

และ ยังมี Georgia และ Kosovo …อีก 2 ประเทศ ที่ก็ยังรอคิว
และรอการวินิจฉัยจากคุณพ่อปากเหม็น ที่ตรวจอย่างซ้ำซาก ๆๆๆๆ
เพราะ 2 ประเทศนี้ เขาว่าเป็นตัวสำคัญมาก…
ช่วงจังหวะ การเข้าเป็นสมาชิกอียู หรือ ดึงไว้ไม่ให้เข้า
ของ 2 ประเทศนั้น …มันจะมีความหมายและมีผลกระทบ
ทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ
ระหว่างฝ่ายตะวันตก และ ฝ่ายรัสเซีย…อย่างน่าสนใจ

ทำไมการเข้าเป็นสมาชิกของอียู มันถึงมีปัญหามาก
และ เหมือนซับซ้อน ไม่เป็นไปตามกติกาอย่างที่ควร
เพราะอะไรหรือ ?!?

เพราะในการออกเสียงลงมติ “ทุกเรื่อง” ของอียู
ที่อาจมีผลกระทบกับสมาชิกนั้น
มติดังกล่าว…จะต้องได้คะแนนเสียงเอกฉันท์
และ สมาชิกอียู ไม่ว่าจะเป็นประเทศเล็กประเทศใหญ่
รวยมากจนมาก …
ทุกประเทศ มี สิทธิ 1 เสียงเท่าเทียมกันหมด

กฏกติกา ของอียู ในเรื่องการออกเสียง นี้ น่าสนใจมาก
มันสามารถพลิกผันเรื่องราวของอียู และ ที่ต้องเกี่ยวกับอียู
ได้อย่างน่าเสียวไส้

(กฏกติกานี้ ของอียู …ดูเผินๆ ก็เหมือนยุติธรรมดี
แต่ถ้าดูดีๆ และติดตามเรื่องของอียูไปเรื่อยๆ
ไอ้ใครที่กำหนดกฏกติกานี้ …มันวางสนุ๊กไว้ได้แสบไส้จริงๆ
สงสัย อียู ก็คงมีประเภท อ. มีชัย …เหมือนบ้านเรานะ)

และเรื่องการมีสิทธิออกเสียงเท่าเทียมกันในหลายเรื่องนี้
ทำให้สมาชิก ที่เป็นประเทศใหญ่ เศรษฐกิจดี (กว่า) อีกหลายประเทศ …
ได้เริ่มออกอาการมาพักใหญ่แล้ว

ประเทศ ที่ออกอาการ อย่างออกนอกหน้า
อันดับแรก คือ ฝรั่งเศส …อันดับรองมา ก็ คือ เยอรมัน
แต่ ที่ไม่ออกอาการเลย …แต่ลาออกไปเลย
คือ ไอ้นิ้วก้อย …ที่ brexit ออกไป …
ด้วยคะแนนเสียงประชามติ ของชาวเกาะนิ้วก้อย
ที่เหมือนเต๋าถ่วง …ระหว่าง การออกกับ ไม่ออก …
คะแนน มันต่างกันไม่ถึง 5 % เองนะ

รายการ brexit ที่เกิดขึ้น ในวันที่ 30 มกราคม คศ 2020
ทำให้เห็นชัด ถึงความเก๋า ความเขี้ยวยาวและความเลวระยำ
ของไอ้นิ้วก้อย…

มันเรื่องอะไร ที่กูจะต้องมาควักกระเป๋า
ไปช่วยซ่อมแซม…สิ่งที่จะพังทลายยับ …
ที่(พวก)กูเป็นผู้วางแผนทำลายเอง…!!!

20 สิงหาคม 2566

Scroll to Top