แด่นักรบเงา ที่เสียสละแม้ชีวิต
เพื่อรักษาบ้านเมืองที่รักของเรา

Search

“ ฉิบหายแน่ ”

บทสรุปส่งท้าย (9)

ตกลงมหาอำนาจปากเหม็น กับไอ้นิ้วก้อย (ไอ้ 2 ชั่ว)
มันตั้งใจสร้างฉากยูเครน เพื่อจะใช้เป็นเหยื่อล่อ…
ให้รัสเซียถลำลึก …พาตัวเองไปติดกับดักของฉากยูเครน
จนในที่สุดแล้ว อาจทำให้รัสเซียถึงกับพินาศยับจบสิ้นไป
เช่นเดียวกับที่มันทำกับสหภาพโซเวียต
หรือ …มหาอำนาจปากเหม็น มันเลวเหลือเชื่อ
ถึงขั้นวางแผนซับซ้อนกว่านั้น
คือใช้ยูเครน…ให้เป็นหมากล่อในเกมใหญ่ …
ที่มีเป้าหมายยาวไกล…ไปถึงการทำลายทั้งรัสเซียและจีน
เพื่อให้คู่แฝดมหัศจรรย์ ที่เป็นคู่แข่งสำคัญของมัน
สูญสิ้นไปด้วยกัน…ทั้ง 2 ประเทศ ?!?

ถ้าพิจารณาจากเรื่องราว พฤติกรรม ความคิด…
และสารพัดยุทธศาสตร์ ของไอ้นิ้วก้อยและไอ้ปากเหม็น
ที่ได้ดำเนินมาตั้งแต่สงครามโลก ครั้งที่ 1 และ ครั้งที่ 2
รวมทั้งการวางยุทธศาสตร์ของไอ้ปากเหม็น
หลังจากสงครามโลก ครั้งที่ 2 จบสิ้นลง
ไล่มาถึงสงครามเย็น เพื่อทำลายสหภาพโซเวียตที่ยังเหลืออยู่
เรื่อยมาจนถึงการวางยุทธศาสตร์ต่างๆ
ตามที่ผมเล่าไปแล้ว ในนิทานเรื่อง “อยากเล่นใช่ไหม”
จนถึงนิทานเรื่องนี้ คือ “ฉิบหายแน่”
ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับฉากยูเครน ที่ตอนนี้ก็ยังค้างคาจออยู่
ทั้งหลายทั้งปวงนั้น มันคงจะแปลเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้
นอกจากเป็นการบ่งชัด …ว่าไอ้ 2 ชั่วนั้น …
มัน “ต้องการ” กำจัดรัสเซียให้จบสิ้นไปอย่างถาวร

แต่ขณะเดียวกัน ถ้าเรามองและ ติดตามเรื่องข้างต้น
โดยเน้นหนักไปที่รัสเซีย (ซึ่งเป็นข้างหนึ่ง ของคู่แฝดมหัศจรรย์)
ก็อาจจะทำให้เรามองเห็นภาพใหญ่ …เพียงครึ่งเดียว
และอาจเป็นเพียง “ครึ่งหนึ่ง” ของยุทธศาสตร์ใหญ่ (Grand Strategy)
ของไอ้ปากเหม็น… ที่ “กำลังดำเนิน” อยู่ในปัจจุบันก็เป็นได้

เราคงต้องกลับไปมองเกี่ยวกับ “จังหวะเวลา”ของเรื่องราวต่างๆ
ที่เกิดขึ้น “เกินกว่า” เรื่องราวของยูเครนและอียูด้วย
รวมทั้งทำความเข้าใจเกี่ยวกับ สาเหตุ หรือ ที่มา
และผลกระทบของเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น
ที่อาจจะทำให้เรา “เข้าใจ” ถึงเป้าหมาย
หรือยุทธศาสตร์ ของฝ่ายไอ้ปากเหม็น
และ ของฝ่ายคู่แฝดมหัศจรรย์ ได้มากขึ้น…
มากพอที่จะสรุปได้ว่า “แต่ละฝ่ายนั้น” กำลังคิดอะไรอยู่
และความคิดนั้น มันจะนำพาโลกนี้ ไปถึงไหน …

ทบทวนกันอีกสักนิดว่าเมื่อสหภาพโซเวียตล่มสลาย
ในปี คศ 1991 และยูเครนได้แยกตัวออกมาจากสหภาพโซเวียต
แล้วตั้งเป็นรัฐอิสระในปีเดียวกันนั้นด้วย
หลังจากนั้นในปี คศ 1993 … ฝ่ายตะวันตกก็เริ่มส่งคนของตัว
เข้าไปแทรกแซง…รวมทั้งพยายามครอบงำการปกครองของยูเครน

การกระทำของฝ่ายตะวันตกดังกล่าวข้างต้น
มันเอิกเกริกแบบไม่เกรงใจใคร ไม่ว่าหน้าไหนทั้งสิ้น
และก็คงทำให้รัสเซียมองเห็นเค้าลางแล้ว ว่าฝ่ายตะวันตกนั้น
คงไม่มีวันที่จะหยุดความคิด ที่จะทำลายล้างรัสเซีย
ที่เหลือรอดมาจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียต
และพวกยุโรป ก็น่าจะไม่ใช่เพื่อนแท้ของรัสเซีย
รัสเซียจึงเริ่มมองหาเพื่อน “นอกยุโรป”
คือพวกที่อยู่ในบริเวณ “ยูเรเซีย” ด้วยกัน

ในปี คศ 1996 รัสเซียและจีน จึงได้เพิ่มการติดต่อ
และเสริมสร้างสัมพันธ์ ระหว่างกันมากขึ้น …
หลังจากนั้น รัสเซียกับจีน และอีก 3 ประเทศ
ที่มีบริเวณอยู่ในเอเซียกลาง (บริเวณที่อยู่ระหว่าง รัสเซีย กับ จีน)
คือ Karzakhstan, Kyrgyzstan และ Tajikstan
ก็ได้มีการร่วมประชุมหารือกันที่เมืองเซี่ยงไฮ้ (Shanghai)
และได้ตกลงร่วมกัน เพื่อทำสัญญาด้านการทหารระหว่างกัน
“Treaty on Deepenning Military Trust Border”

(หมายเหตุ: ประเทศในกลุ่มเอเซียกลาง ได้ชื่อว่ามีทรัพยากร
อุดมสมบูรณ์อย่างมาก … โดยเฉพาะน้ำมันดิบ…
จึงมีสภาพเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ที่ดี
พวกเขานับเป็นพันธมิตรที่ดีมาตั้งแต่สหภาพโซเวียตยังอยู่
และเป็นต่อมาจนถึงเป็นรัสเซียในปัจจุบัน)

ต่อมา ทั้ง 5 ประเทศข้างต้น …ได้สมาชิกเพิ่มขึ้นมา
อีกรายจากเอเซียกลาง คือ Uzbekistan
แล้วทั้ง 6 ประเทศ จึงประกาศจัดตั้งกลุ่มความร่วมมือ…
Shanghai Cooperation Organization (SCO)ในปี คศ 2001

หลังจากนั้น กลุ่ม SCO ก็ได้มีการประชุมกันที่เมือง St. Petersburg
ของรัสเซีย เพื่อสรุปเป้าหมาย และตกลงเกี่ยวกับกฏเกณท์ของกลุ่ม
เพื่อเดินหน้าในการให้ความร่วมมือระหว่างกัน…
ทางด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง ระหว่างประเทศสมาชิก
ที่มีบริเวณประเทศ “ต่อเนื่องกัน” ทางด้านตะวันตก
ถึงตะวันออกของ “ยูเรเซีย” …
รวมทั้งประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในปึ คศ 2003

การประกาศตั้งกลุ่ม SCO …คงทำให้ฝ่ายตะวันตก
หรือชัดๆ คือไอ้ 2 ชั่ว …เห็นว่าแม้สหภาพโซเวียตจะแหลกไปแล้ว
และ บรรดารัฐที่เหลือของสหภาพโซเวียต
ได้ล้มลุกคลุกคลานไปเกือบหมดแล้วก็ตาม
แต่รัสเซีย ก็เหมือนพยายามที่จะลุกยืนขึ้นมาใหม่ให้ได้
ด้วยการไปคบหาเพื่อนที่มีบริเวณอยู่ใน “ยูเรเซีย”
ที่เป็นสุดยอดปรารถนา ของไอ้ 2 ชั่ว …
และที่มันตีตรา “ต้องห้าม” …
ห้ามใครมาครอบครองนอกจากมัน !?!

และเพื่อให้แน่ใจว่า “แม้” รัสเซียจะยืนขึ้นมาได้
แต่ “พวกยูเรเซีย” จะต้องไม่มีวันจับมือกัน
และขึ้นมาเป็นใหญ่ครอบครองโลกใบนี้ได้
ไอ้ 2 ชั่ว จึงเตรียมพร้อมที่จะขัดขวางการจับมือ
ของพวกยูเรเซียดังกล่าว …อย่างเอาจริงและรุนแรง…
แต่มันก็คงไม่ใช่เป็นเรื่องที่จะทำให้สำเร็จ …
อย่างง่ายดายและรวดเร็ว
ดังนั้นสิ่งแรก ที่ไอ้ 2 ชั่ว จะสามารถลงมือได้ก่อน
คือจัดการ “บีบ หรือกดดัน รัสเซีย”
ให้ต้องวุ่นวาย อยู่ทางด้านยุโรป …จนไม่มีเวลาเหลือ
เพียงพอที่จะไปจับมือ กับพวกยูเซียด้วยกัน

และการบีบรายการแรก …จึงเริ่มต้นที่ “ยูเครน “
ที่มีรั้วบ้านยาวติดกับรัสเซีย …ยูเครนจึงต้องเป็นหมาก …
ที่ถูกนำเอามาใช้ เอามาอยู่ในการกำกับดูแลของฝ่ายตะวันตก
เพื่อ “รับหน้าที่” สร้างความวุ่นวาย หรือก่อกวนใจรัสเซีย
ทางด้านตะวันตกของรัสเซียให้มากที่สุด

แล้วปฏิวัติสีส้ม 1 จึงเกิดขึ้นในยูเครน ในปี คศ 2004
ภายใต้การสนับสนุนอย่างเต็มตัว ของฝ่ายไอ้ปากเหม็นและพวก
ที่ส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของตัว เข้าไปจัดการสร้างและกำกับ
การปฏิวัติ จนทำให้สามารถครอบงำยูเครนได้เป็นส่วนใหญ่

รัสเซียนั้น เป็นประเทศที่มีบริเวณเขตแดนกว้างใหญ่ยาวไกลมาก
แต่ทางออกไปสู่ทะเลมีน้อย และแต่ละเส้นทางก็อยู่ไกล
หรือต้องอาศัยผ่านบริเวณบ้าน ของประเทศอื่นอีกต่อหนึ่ง
โดยเฉพาะ “ทางออกสู่ทะเลดำ” ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญ
ที่รัสเซียจำเป็นต้องใช้เป็นเส้นทางเดินเรือ ออกจากแหลมไครเมีย
ซึ่งเป็นที่ตั้งฐานทัพเรือ ที่สำคัญมากของรัสเซีย
เพื่อออกไปสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน …
โดยผ่านออกทางช่องแคบบอสฟอรัส ของตุรกี

แต่ทะเลดำนั้น ก็มียูเครนที่มีรั้วบ้านติดกับรัสเซียร่วมใช้ด้วย
และเมื่อยูเครน ได้กลายเป็นหุ่นเชิดของฝ่ายตะวันตกไปเสียแล้ว
แบบนี้รัสเซีย ก็จำเป็นต้องหาทางออกทะเลในเส้นทางอื่นด้วย
อิหร่าน ปากีสถาน อินเดีย ที่มีทางออกสู่มหาสมุทรอินเดีย
จึงเป็นประเทศที่รัสเซียให้ความสนใจ ที่จะมีการกระชับ
สัมพันธไมตรี ที่เคยมีมาต่อกันมานานแล้ว
เรื่องนี้ นับเป็นการเดินยุทธศาสตร์ ที่มองการณ์ไกล
ของทั้ง รัสเซีย จีน …หรือ ฝ่ายยูเรเซีย ที่น่าสนใจมาก

และในที่สุด อินเดีย ปากีสถาน อิหร่าน และ มองโกเลีย
ก็ได้รับการเชิญให้เข้าร่วมประชุมกับกลุ่ม SCO
ในฐานะผู้สังเกตการณ์ ปี คศ 2005…
หลังจากนั้น ทั้ง 4 ประเทศ ก็เข้าร่วมประชุมกับกลุ่ม SCO ด้วยตลอด
(และต่อมาภายหลัง อินเดีย กับ ปากีสถาน …ก็ได้เข้ารวม
เป็นสมาชิกอย่างเต็มตัว ของ SCO ในปี คศ 2017
ส่วนอิหร่าน เข้าเป็นสมาชิกเต็มตัว ในปี คศ 2023 นี้เอง)

การที่ อิหร่าน ปากีสถาน และอินเดีย ไปร่วมสมาคม
กับกลุ่ม SCO … เป็นเรื่องที่ ฝ่ายมหาอำนาจปากเหม็น
นึกไม่ถึง ไม่พอใจ และรับไม่ได้เอาเลย…

นอกจากมีกลุ่ม SCO เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ เกิดขึ้นมาแล้ว
ประเทศใหญ่มากกก ที่อยู่อีกฟากหนึ่งของยูเรเซีย คือ จีน
ก็ยังมีแผน… เตรียมที่จะสร้าง Belt and Road Initiative (BRI)
หรือ โครงการแถบและเส้นทาง ที่มุ่งเน้นสร้าง “เส้นทางเชื่อมโลก”
ทางด้านการค้า วัฒนธรรม และสัมพันธ์ระหว่างประเทศอีกด้วย
มันเป็นการสร้างสาธารณูปโภค รายการระดับใหญ่โคตรโคตร
ที่มีทั้ง ถนน ทางรถไฟ สะพาน สถานี ท่าเรือ ท่าอากาศยาน
เขื่อน อุโมงค์ รวมทั้งสถานีเพื่อเติมเชื้อเพลิงพลังงานต่างๆ ฯลฯ
เพื่อ “เชื่อมกัน” ได้กับหลายประเทศ แบบข้ามทวีป…
จีนไม่ได้คิดเล่นๆ …จีนคิดจริงและเอาจริงด้วยการคิดแบบครบวงจร
และเตรียมพร้อมที่จะลงมือจริง …
โดยได้ประกาศแจ้งเกิดโครงการนี้ ในปี คศ 2013

การคิดโครงการนี้ของจีน… ซึ่ง ปธน สี จิ้นผิง หรือ อาเฮียมังกร
เป็นผู้นำให้การริเริ่ม โดยหารือร่วมกับคุณพี่ปูตินอย่างใกล้ชิดมาตลอด
โดยทั้ง 2 ฝ่าย ต่างสนับสนุนแบบทุ่มสุดตัวทั้งคู่ …
และโครงการนี้คงมีเค้า หรือข่าวรั่ว มาก่อนหน้าหลายปีแล้ว …
และน่าจะทำให้ฝ่ายไอ้ปากเหม็น หวั่นไหวไม่น้อย

นี่ถ้ารัสเซีย บวก จีน บวก เอเซียกลาง บวก SCO บวก BRI …
พวกเขาจับมือกันได้แน่นจริง และเจริญก้าวหน้าไปด้วยกันจริง
และก็มีทีท่า…ว่าจะเป็นเช่นนั้นด้วย…
ไอ้ปากเหม็น มันคงจะรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างแรง
จนคอแทบหัก เพราะมันนั้นได้อวดอ้างตัวมาตลอด
ว่าเป็นมหาอำนาจ “หนึ่งเดียว” ของโลก
มีความพร้อมใหญ่ยิ่ง …ทั้งด้านอำนาจ และด้านทุน
แล้ว ถ้า พวกยูเรเซียเขาจับมือกันเกิดได้จริง
อำนาจ และ ทุน ที่มันอ้างว่ามี…
จะเอาอยู่ไหม เอาชนะพวกเขาได้ไหม

อย่างนี้ไอ้ปากเหม็นและพวก มันจะแก้เกม …
เตรียมกระทืบรัสเซีย และรวบยูเรเซียให้มาอยู่มือมัน
ทั้งหมด อย่างไรดีล่ะ

แล้วในปี คศ 2010 – 2011 ก็เกิดเหตุการณ์สำคัญรายการหนึ่ง
ของโลก ที่เรียกว่า Arab Spring หรือ การลุกฮือของประชาชน
ของหลายประเทศ ที่อยู่ในบริเวณตะวันออกกลาง
ที่ได้พากันออกมาชุมนุมกันอย่างมากมาย
เพื่อขับไล่ผู้นำประเทศของตน …
โดยสาเหตุที่ใช้อ้างในการขับไล่ ต่างก็อ้างเรื่องในทำนองเดียวกัน
ก็คือไม่พอใจการบริหารของผู้นำประเทศ ที่ไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจ
ของประเทศดีขึ้น ทำให้ประชาชนไม่มีงานทำ ของกินของใช้แพงขึ้น
มีแต่ความอดอยากกระจายไปทั่ว ฯลฯ

มันเป็นข้ออ้างแบบแจกโรเนียวจริงๆ

ผู้นำประเทศที่โดนประชาชนขับไล่หนักจนต้องลาออก
หรือถูก (บีบ) ให้มีการเปลี่ยนตัวผู้นำ หรือ ถ้าผู้นำไม่ลาออก
ก็ต้องทำการต่อสู้ กับฝ่ายประท้วงหรือฝ่ายกบฏ อย่างเหน็ดเหนื่อย
แสนสาหัส… คือ อียิปต์ ลิเบีย เลบานอน ซีเรีย และ เยเมน

เป็นที่น่าสังเกตว่า การชุมนุมนั้นเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก
โดยผู้ชุมนุม จะใช้วิธีติดต่อนัดหมายกันให้ออกมาชุมนุม
ด้วยการส่งข้อความผ่านมือถือ…

และเป็นที่น่าสังเกตอีกด้วย ว่า ประเทศที่โดนเล่นหนัก
คือ ประเทศที่มีบริเวณทางออกสู่ทางน้ำ …
และเคยเป็น …หรือกำลังเป็น …พันธมิตรของรัสเซีย
หรือ เอนไปทางรัสเซีย

จึงเป็นที่น่าสังเกตว่า “อาหรับสปริง” นั้น ไม่น่าจะเป็น
ขบวนการของประชาชน ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ
แต่เป็นการ “จัดสร้าง” ให้เกิดขึ้น
เพื่อเป็นการเตะตัดขารัสเซีย รวมทั้งบีบอิหร่านที่อยู่ในบริเวณนั้น
และมีทางออกสู่มหาสมุทรอินเดีย และมีศักยภาพสูง
ในการที่จะ “ควบคุม” การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุส
ที่เป็นช่องแคบสำคัญยิ่ง ของการเดินเรือเข้าออกจากตะวันออกกลาง
มายังมหาสมุทรอินเดียได้อีกด้วย …

เรื่อง “จัดสร้าง” แบบนี้เล่นไม่ยากหรอกครับ
ตัวอย่างก็มีให้เห็น ขนาดไม่ไกลจากปลายจมูกเรานัก

หลังจากเกิดเหตุการณ์อาหรับสปริง ได้ใม่นาน
ฝ่ายไอ้ปากเหม็น คงเห็นว่าเรื่องอาหรับสปริง
น่าจะทำให้พวกตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอิหร่าน
และพรรคพวกรายสำคัญ คือ ซีเรีย
ระส่ำระสาย สมใจมันแล้ว
ฝ่ายไอ้ปากเหม็นจึงเดินหน้า ขยับต่อไปอีกจังหวะหนึ่ง
เพื่อเตรียมปิดกั้นทางออกของรัสเซียสู่มหาสมุทรอินเดีย
โดยผ่านบ้านอิหร่าน หรือ บ้านปากีสถาน
ซึ่งแสดงที่ท่าให้ความสนใจ กับกลุ่ม SCO

แล้วนายใบตองแห้งโอบามา ปธน ของบ้านปากเหม็นในขณะนั้น
ก็ได้ประกาศนโยบาย หรือ ยุทธศาสตร์ Pivot to Asia ในปี คศ 2012
ที่เป็นการรุกคืบเพื่อเข้ามาคุมทางด้านแปซิฟิกมากขึ้น
ซึ่งบ้านปากเหม็น “ไม่เคยทำมาก่อนเลย”
นับตั้งแต่สิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 !!!

Pivot to Asia ได้เปลี่ยน “อัตรา” การวางกองกำลัง
ของบ้านปากเหม็นเสียใหม่…
คือ จาก 60 อยู่บริเวณยุโรป (เพื่อคุมรัสเซีย)
และ 40 อยู่บริเวณเอเซีย เพื่อคุมด้านแปซิฟิก
มาเป็น…40 อยู่บริเวณยุโรป และ 60 มาอยู่บริเวณแปซิฟิก
(สรุป จาก 60 E : 40 P เปลี่ยนเป็น 40 E : 60 P)
เพื่อมาคุมเส้นทางเดินเรือสู่แปซิฟิก
เพื่อเป็นการประกบอิหร่าน …เป็นการปิดกั้นเส้นทาง
ออกสู่มหาสมุทรอินเดียของรัสเซีย
รวมทั้งเริ่มบีบคั้น หรือ ข่มขวัญจีน …
ที่ยังต้องอาศัยน้ำมันจากตะวันออกกลางอยู่

และ ณ จุดนั้นเอง… ที่น่าจะทำให้รัสเซียคงคิดหนักมากขึ้น
เกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ กับพวกยุโรปหรือพวกตะวันตก
พร้อมกับหันไปมองอีกด้านหนึ่งของบ้านตัว…
คือ “ยูเรเซีย” อย่างจริงจัง…
ด้วยการจับมือเป็นพันธมิตรกับจีน และพวกเอเซียกลางแน่นขึ้น
ก่อนที่พวกนั้น จะถูกฝ่ายตะวันตกเข้าไปปั่นป่วน หรือครอบงำ
และ รัสเซียก็อาจจะถูกหนีบตายคาที่ อยู่ตรงกลาง

(หมายเหตุ: คงจำกันได้นะครับ เรื่องยูเรเซีย …
ที่ไอ้นิ้วก้อยกระสันต์ อยากได้หนักหนา แต่ยังไม่ได้สมอยากเสียที
และความกระสันต์นี้ ก็ยังสืบทอดมาถึงไอ้ปากเหม็นต่อไปด้วย
ถ้าจำไม่ได้ …ช่วยย้อนไปอ่านนิทานเรื่องนี้ ตอนที่ 26 นะครับ)

แต่ฝ่ายตะวันตกนั้น น่าจะประมาท หรือ ประเมินความคิด
ความอันลึกซึ้งของคุณพี่ปูตินของผม …ต่ำไปอย่างมาก…
รวมทั้งประเมินศักยภาพและความมุ่งมั่นเอาจริง ของจีน
ต่ำเกินไปอย่างมากอีกด้วย…

พวกมันคงนึกไม่ถีง ว่า “พวกยูเรเซีย” เขาจะจับมือกันได้จริง
เรื่องยูเรเซีย ที่เหมือนเป็นเรื่องเพ้อเจ้อ ของครูแม๊ค
อาจจะไม่ใช่เรื่องเพ้อเจ้อ …
แต่เป็นเรื่อง ที่ “หลอน” พวกมันอยู่ตลอด
ทั้งเวลาหลับเวลาตื่น …จนกว่ามันจะได้ครอบครองยูเรเซีย
หรือ ถ้ามันไม่ได้ครอบครอง …มันก็จะหาทางทำลายยูเรเซียจนเรียบ…
อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น

แล้วฝ่ายตะวันตก ก็ปรับแผนอีกรอบ ระดับใช้ยาแรง
ด้วยการ(จัดสร้าง)ปฏิวัติสีส้ม ของยูเครนในปี คศ 2014
ที่เป็นแผนดำเนินการ ที่ได้ผลลัพธ์หลายเด้งอย่างน่าสนใจ

เพราะมันเป็นการยึดและ ครอบครองยูเครน…
ให้มาอยู่ในมือไอ้ปากเหม็นและพวก …ได้เบ็ดเสร็จ
อย่างไม่เป็นทางการ

และนอกจากแผนนี้ จะเป็นการสกัดกั้นรัสเซีย
ไม่ให้เข้าไปมีอิทธิพลในยูเครน และใช้ทะเลดำ
เพื่อเป็นทางออกของกองทัพเรือของรัสเซียให้ยากขึ้นแล้ว
แผนนี้…ยังเป็นแผนแยก “การผนึก” ตัวจักรสำคัญของยูเรเซีย
คือ รัสเซีย กับจีน ให้ห่างออกจากกัน

มันเป็นยุทธศาสตร์ ที่ชาญฉลาดของฝ่ายตะวันตก
ที่มีเป้าหมาย ทำลายการผนึกตัว ของกลุ่มศัตรูคู่แข่ง
ให้แตกกระจายตัวไปคนละทาง คนละสนาม
ไม่มีเวลามาผนึกตัวจับมือกัน สู้กับฝ่ายตะวันตก

และโปรดอย่าลืมว่าไอ้ปากเหม็น มันไม่เคยคิดอะไรเด้งเดียว!!!

19 พฤศจิกายน 2566

Scroll to Top