แด่นักรบเงา ที่เสียสละแม้ชีวิต
เพื่อรักษาบ้านเมืองที่รักของเรา

Search

เล่ม 5 ‘นักล่า’

เขี้ยวงอก

ตอน (2) ซ่อนรูป

ในปี ค.ศ.1940 หลวงพ่อ CFR ก็ทำการศึกษาวางแผนระยะยาวเพิ่มเติมอีก เกี่ยวกับเศรษฐกิจของอเมริการะหว่างการทำสงคราม ซึ่งจะต้องมีการดูแลจัดการเกี่ยวกับ เรื่องปากท้อง เงินทอง เพื่อให้อเมริกา นักล่าเข้าไปทำสงครามแบบสบายใจ หลวงพ่อ CFR นี่ดูแลแบบ ไม่มีขาดตกบกพร่อง รอบ คอบมาก พวกเขาสรุปว่า อเมริกาต้องหาทางทำให้เกิดรายได้เข้าประเทศ โดยหา หรือสร้างตลาดใหญ่ สำหรับรองรับการผลิตสินค้าของอเมริกา

และเพื่อให้แน่ใจว่า อเมริกาจะเข้าไปถึงแหล่งวัตถุดิบ ในบริเวณที่ประทับตราควบคุม (ขโมย) เอาไว้ อย่างสะดวกเสรีปราศจากการปิดกั้น หรือต้องตีตั๋วผ่านและเพื่อให้การล่าราบรื่น ไม่มีสะดุด ติดขัด การค้าขาย การลงทุนสะดวกเสรีอย่างว่า อเมริกาก็จำเป็นต้องมีกองทัพอันแข็งแกร่งเยี่ยมยอดที่สุด Military Supremacyเพื่อการนี้ด้วย แม่เจ้าโว้ย! ฟันน้ำนมยังไม่ขึ้น พี่เลี้ยงสั่งให้แยกเขี้ยวขู่แล้ว

โครงการทุ่งใหญ่ Grand Area Project ได้ถูกคิดขึ้นมาให้ศึกษา… เพื่อเตรียมให้อเมริกาเข้าสู่สงคราม โลกครั้งที่ 2 และดูแลเศรษฐกิจของอเมริการะหว่างรบ… ไม่ใช่รบๆไปกระเป๋าฉีก กางเกงขาด ล่อนจ้อน อยู่หน้าจอได้ยังไง ให้ชาวบ้านรู้เรื่องไม่ได้หรอก เพราะมันไม่ใช่เรื่องของชาวบ้าน มันเป็นเรื่องของ “ผู้ปกครอง” ชาวบ้าน…มันจึงต้องซ่อน ต้องซ้อนกันหน่อย

แท้จริงแล้วโครงการทุ่งใหญ่ Grand Area Project ได้ถูกออกแบบตั้งแต่แรก เพื่อให้อเมริกาเป็นนักล่าหมาย เลขหนึ่งของโลก เป็นผู้ครองโลก หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง เพื่อคุมเศรษฐกิจโลกทั้ง หมดและเพื่อจะควบคุมได้ตามเป้าหมาย ก็จะต้องมีการจัดตั้งองค์กรระหว่างประเทศขึ้นอีกเพียบ เพื่อมาจัด ตั้งระบบ วางกฎ ระเบียบ ที่เหมาะสมกับการค้า การลงทุน และระบบการเงินระหว่างประเทศ ให้ทุกอย่างอยู่ในระบบเดียวกับที่อเมริกาต้องการ เอาถึงขนาดนั้นเลยล่ะ และเพื่อจะให้ได้ผลเช่นนั้น อเมริกาจะต้องมีกองกำลังกล้ามใหญ่เอาไว้เบ่ง เวลาพูดจะได้มีคนฟัง ไม่ใช่ทำหูทวนลม แบบนี้เสียหน้ามาถึงหลวงพ่อ CFR ด้วย

น่าสนใจจริงๆ คือ โครงการทุ่งใหญ่ (Grand Area Project) นี้ ออกแบบไว้ล่วงหน้าโดยใช้ข้อสมมุติฐานว่า

1. อเมริกาต้องเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่สอง

2. เยอรมันจะต้องเป็นผู้แพ้สงครามในตอบจบ

3. หลังจากสงครามโลกจบ อเมริกาจะก้าวขึ้นเป็นพี่เบิ้มหมายเลขหนึ่งขึ้นครองโลก

หลวงพ่อ CFR ไม่ใช่ธรรมดา ไม่ได้ทำนาย หรือศึกษาเหตุการณ์ แต่ดูเหมือนจะ สร้างเหตุการณ์ได้ด้วย                

ภายหลังจากเหตุการณ์เพิร์ล ฮาเบอร์ (Pearl Harbor) เมื่อค.ศ.1941 อเมริกาประกาศตัว โดดเข้าเล่นสงครามโลกด้วยจริงๆ

ทันทีที่อเมริกาประกาศ CFR ก็รีบออกข่าวตามไปติดๆ สำทับว่า ฝ่ายอักษะแพ้สงครามแน่นอน แค่ยังไม่ออกข่าวว่าจะแพ้วันไหนเท่านั้นเอง และพร้อมกันนั้น CFR ขอแก้ไข ทุ่งใหญ่ (Grand Area) ไม่ใช่มีแค่ 4 แหล่ง ตามที่ศึกษาไว้ตอนแรก แต่มันต้องหมายรวมถึง “โลกทั้งใบ” ด้วย

โอ้โห! หลวงพ่อ CFR หนุนนักล่าสุดตัวเต็มตีนเลย… แนวความคิดการจัดระเบียบโลกใหม่ จึงเกิดขึ้น (New World Order) …เราจำเป็นต้องจัดระเบียบใหม่ เกี่ยวกับการเมืองและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ซึ่งต้องสอดคล้องกันกับแผนการ ที่จะให้อเมริกาเป็นนักล่าหมายเลขหนึ่ง การรวมเป็นหนึ่งเดียวของประเทศทั้ง หลายในโลก unification จึงควรเป็นเป้าหมายตามแนวทางความคิดของ CFR พี่เลี้ยงรัฐบาลอเมริกัน …หรือเราควรจะเรียกเขาว่า ผู้กำกับรัฐบาล หรือเขาเป็นเจ้าของอเมริกาตัวจริง?!

แล้วเพื่อให้ทุกอย่าง ดำเนินการเป็นไปตามแผน พี่เลี้ยงบอกว่า นักล่าจำเป็นต้องเข้าไปมีส่วนร่วม ในกิจการภายในบ้าน (Internal Affairs) ของประเทศหลัก ที่นักล่าจะไป (หลอก) เอาวัตถุดิบที่อยู่ในบ้านเขามาใช้ ต้องเข้าไปควบคุม ไปล้วงลูก ไปจัดการบ้านของพวกเขา ให้เป็นไปตามแผนเรา และต้องทำให้ประเทศนั้นนอกจากจะ ยินยอมส่งวัตถุดิบให้เราอย่างโดยดีแล้ว เราต้องทำให้เขารู้สึก อยากที่จะเป็นผู้บริโภคสินค้า ที่เราผลิต(ด้วยวัตถุดิบของเขา) อีกด้วย…

นี่มันเดินหมากกิน 3 ต่อเลยนะ …เพื่อให้นโยบายทั้งหมดสัมฤทธิผล เราจะต้องจัดตั้ง IMF และ IBRD (Bank For Reconstruction and Development ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น World Bank) มาเป็นส่วนสำคัญในการชักใย

หลวงพ่อ CFR บอกหน่วยงานพวกนี้ จำเป็นต้องมี เพื่อมาทำหน้าที่สร้างกลไกที่จะทำให้เงินสกุลของประเทศโลกที่ 3 ที่เราจะไปลงทุน และค้าขายด้วย มีความมั่นคงมีเสถียรภาพ (ใช้ศัพท์วิชาการเลยนะลุง) แหม ! ถ้าเงินของไอ้พวกโลกที่ 3 มันขึ้นลงแบบลิฟต์เสีย ผู้ลงทุนสร้างนักล่าก็ล้มทั้งยืนซิโยม แล้ว CFR ก็ลงมือร่างแผน การจัดตั้ง World Bank กับ IMF ตั้งแต่ ค.ศ.1941 

ในที่สุดโดยการประชุมที่เบรตตัน วูดส์ (Bretton Woods) ค.ศ.1944 World Bank และ IMF ก็คลอด                                  

แต่ถึงยังงั้นก็เถอะ หลวงพ่อ CFR ก็ยังเป็นห่วง พวกเขาดูแลนักล่าแบบพี่เลี้ยงมือโปร จะล่าเหยื่อกินแบบตะกรุมตะกรามให้ชาวบ้านเขาด่าได้ยังไง เรามันพวกครีม อยู่ชั้นบนของขนมเค้ก เป็นชนชั้นสูงของสังคมมิใช่หรือ ฉะนั้นเราต้องเอาผ้าเช็ดปากมาปิดปาก เวลาจะอ้าปากเคี้ยว อำพรางตัวเองหน่อย ตั้งอะไรขึ้นมาบังหน้า แล้วเราคุมมันอีกต่อไม่ดีหรือ (United Nations) สหประชาชาติยังไงเล่า เพราะนายทุนกระเป๋าใหญ่ของ CFRอย่างมูลนิธิร้อกกี้เฟลเลอร์และคาร์เนกี้ คอร์เปอเรชั่น (Carnegie Corporation) ต่างก็เคยฝัน อยากให้ประเทศต่างๆ รวมตัวกันเป็น League of Nations ตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 จบใหม่ๆ แล้ว แต่ไม่ได้ประโยชน์อะไรหนักหนา ก็ได้แต่มารวมตัวกัน คุยกันหลวมๆ เหมือนมางานสังสรรค์ระดับ CFR จะคิดจะทำอะไรมันต้องหนักแน่นแม่นยำกว่านั้น มันต้องเป็นเครื่องมือของการล่าเหยื่อชนิดพิเศษ…

Informal Agenda Group… จึงถูก CFR ตั้งขึ้นมาทำการบ้าน ตั้งแต่ปี ค.ศ.1942 (ไอ้พวกนี้มันบ้าจัดตั้งหน่วยงานกันจริงนะ!) เพื่อสร้างฉากจัดการ ให้มีหน่วยงานตามเป้าหมายคือ องค์การสหประชาชาติ (United Nations) นั้นแหละ

คณะสร้างฉากนี้มีสมาชิกทำงาน 6 คน รวมทั้ง ตัวนายคอร์เดลล์ ฮัลล์ (Cordell Hull) รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศเอง คณะสร้างฉากนี้ นอกเหนือจากตัวรัฐมนตรีแล้ว ที่เหลืออีก 5 คน เป็นสมาชิกของ CFR ทั้งสิ้น! อ้อ เอารัฐมนตรีมาเป็นหุ่นบังหน้า

คณะสร้างฉากได้ข้อสรุปว่า เพื่อไม่ให้ชาวบ้านจับได้ไล่ทัน ว่าเราจะทำอะไร เราควรเอาตัวละครอื่นมาร่วมเข้าฉากด้วย เป้ามันจะได้กระจายเช่น สหภาพโซเวียด แคนาดา อังกฤษ ซึ่งประธานาธิบดีรูสเวลท์ (Roosevelt) ก็ตกลง (คุณประธานาธิบดีนี่ เวลาหลวงพ่อ CFR เสนอ มีบ้างไหมที่แกไม่ตกลง ชักสงสัย) ดังนั้นปี ค.ศ.1944องค์กรสหประชาชาติก็ถูกจัดตั้งขึ้นเรียบร้อย มีกฎบัตร จัดร่างตีตราประทับอย่างถูกต้อง โดยลากเอาสมาชิกCFR ที่เป็นนักกฎหมายอีกเป็นกระบุงเข้ามาดูแล เข้ามาร่วมจัดร่างด้วย

CFR ทำงานกันเป็นทีมแบบนี้ นายทุนกระเป๋าหนัก ร้อกกี้เฟลเลอร์ หน้าบานยิ้มจนหุบปากไม่ลง ว่าแล้วก็ยกที่ดินกลางเมืองนิวยอร์ก ราคา 8.5 ล้านเหรียญให้เป็นของขวัญ (สมัยนั้นแปลว่าแยะนะครับ สมัยนี้ก็แยะ ถ้าเป็นเงินของเรา) เพื่อสร้างตึกสำนักงานใหญ่ของสหประชาชาติ

ตกลงนับตั้งแต่ ค.ศ.1939 เป็นต้นมา อเมริกานักล่าอยู่ภายใต้การกำกับชักใยอย่างเปิดเผย โดยกลุ่มพี่เลี้ยง CFR

ตกลงหลวงพ่อ CFR เป็นเจ้าของนักล่า หรือแค่เป็นผู้จัดการ ยังมีใครอื่นที่กำกับหลวงพ่ออีกหรือเปล่า เรารู้กันแน่ไหมว่า ใครเป็นคนสั่งให้โลกหมุน ใครเป็นคนกำหนดอนาคตของโลกใบนี้

Scroll to Top