แด่นักรบเงา ที่เสียสละแม้ชีวิต
เพื่อรักษาบ้านเมืองที่รักของเรา

Search

คราวนี้มาดู NXP Semiconductors ที่เป็นผู้ซื้อ ฟรีสเกล กันบ้าง เขาเป็น (ของ) ใครกันแน่… 

ข้อมูลจากวิกิพีเดียบอกว่า NXP Semiconductors เป็นบริษัทที่ผลิตแผงไฟฟ้าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก ตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1953 โดยแตกแขนงมาจากบริษัทฟิลลิปส์ (Philips) บริษัทเครื่องไฟฟ้าที่โด่งดังมากของเนเธอร์แลนด์ หลังยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 เลิกใหม่ๆ ฟิลลิปส์ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์

ปี ค.ศ.1975 ฟิลลิปส์ซื้อบริษัท Signetics ที่อยู่แถว Silicon Valley ดงคอมพิวเตอร์ของอเมริกา สมัยที่เฟื่องฟูใหม่ๆ หลังจากนั้นฟิลลิปส์ก็เอามารวมตั้งเป็นหน่วยงานใหม่ของฟิลลิปส์ชื่อ Philips-Signetics ซึ่งในปี ค.ศ.1986 ขึ้นอันดับ เป็นผู้ผลิตแผงวงจรคอมพิวเตอร์ใหญ่ที่สุดในยุโรป หลังจากนั้นในปี ค.ศ.1999 ฟิลลิปส์ก็ไปซื้อ VLSI Technology เอาเข้ามารวม ทำให้ฟิลลิปส์ขึ้นอันดับใหญ่เป็นที่ 6 ของโลกในการผลิตแผงวงจรคอมพิวเตอร์

ปี ค.ศ.2005 ฟิลลิปส์ประกาศว่า จะแยกแผนก ที่ทำเกี่ยวกับแผงวงจรทั้งหมด ที่เรียกว่า ฟิลลิปส์ เซมิคอนดักเตอร์ (Philips Semiconductors) ตั้งเป็นบริษัทใหม่ แยกออกจากฟิลลิปส์ แต่ฟิลลิปส์ยังถือหุ้นทั้งหมด …

แต่แล้ว ปี ค.ศ.2006 ฟิลลิปส์ก็ขายหุ้นประมาณ 80% ในฟิลลิปส์ เซมิคอนดักเตอร์ บริษัทที่แยกตัวมาใหม่ ให้แก่กลุ่มกองทุนส่วนบุคคล 5 กองทุน นำโดยกองทุนใหญ่ โคลเบิร์ก คราวิส โรเบิร์ต (Kohlberg Kravis Roberts) (KKR)  ซึ่งพอซื้อขายเรียบร้อย ก็จัดการเปลี่ยนชื่อจากฟิลลิปส์ เซมิคอนดักเตอร์ เป็น NXP Semiconductors N. V. และประกาศเปิดตัว เมื่อ 31 สิงหาคม ค.ศ.2006

(มาถึงตรงนี้ คงเห็นกันแล้ว ว่า NXP Semiconductors จะเป็นบริษัทของดัชท์ หรือจดทะเบียนที่ ดัชท์ อาจไม่ช่วยให้เรารู้จัก NXP ตัวจริง หรือ อาจจะเป็นป้ายลวงก็ได้ คงต้องไปขุดดูหน้าเจ้าของใหม่ที่ซื้อฟิลลิปส์ เซมิคอนดักเตอร์ อาจจะเห็นอะไรชัดกว่า)

กลับมาดู ฟิลลิปส์ ขายอีกที อุตส่าห์คิดเทคโนโลยีใหม่ ไปซื้อกิจการมาเพื่อส่งเสริมกัน ทำจนขึ้นไปอยู่แถวหน้าของธุรกิจไมโครชิพ เรียกว่า กำลังไปโลด แต่ดันขายหุ้นให้คนอื่นมาเป็นเจ้าของ รับกำไรไปแทน…ไม่ต่างกับที่ คาร์ไลล์ขายฟรีสเกล… พิลึกไหมครับ

เมื่อกลุ่มกองทุน ที่นำโดย KKR ได้ ฟิลลิปส์ เซมิคอนดักเตอร์มา และเปลี่ยนชื่อเป็น NXP แล้วหลังจากนั้น NXP ก็ไล่ซื้อธุรกิจ กิจการทางด้านไอทีในทุกรูปแบบ อย่างไม่หยุดยั้งมาตลอด แล้ววันที่ 15 มีนาคม ค.ศ.2015 NXP ก็ประกาศว่า จะซื้อฟรีสเกลบริษัทผลิตแผงวงจรคอมพิวเตอร์ หลังจากที่ฟรีสเกล ประกาศไปไม่นานว่า สร้างเจ้าไมโครชิพจิ๋วแต่สุดเจ๋ง ได้ และการซื้อขายฟรีสเกลระหว่าง NXP กับเจ้าของฟรีสเกล ก็ได้สำเร็จเสร็จสิ้น เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม ค.ศ.2015 ไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้เอง …หลังจาก MH 370 หายตัวไปแล้วปีกว่า …

ก็คงต้องตามดูกันต่อไปว่า ใครคือเจ้าของตัวจริงของ NXP

ข้อมูลจากวิกิพีเดีย และ บลูมเบิร์ก (Bloomberg) บอกว่า เจ้าของ NXP คือ กองทุนส่วนบุคคล 5 รายที่นำโดยกองทุนใหญ่ ที่ชื่อ โคลเบิร์ก คราวิส โรเบิร์ต (KKR) ซึ่งในตอนแรกๆ ก่อนซื้อกิจการ ฟิลลิปส์ เซมิคอนดักเตอร์นั้น KKR ลงทุนแต่ด้านอสังหาริมทรัพย์ สื่อและการบันเทิง … เรียกว่า แนวทางลงทุนคนละทิศเลย…

KKR ตั้งขึ้นเมื่อ ค.ศ.1976 โดย เจอโรม โคลเบิร์ก จูเนียร์ (Jerome Kohlberg, Jr.) และญาติชื่อเฮนรี่ คราวิส (Henry Kravis) ทั้ง 2 คนเป็นชาวยิว (อีกแล้ว) กับเพื่อนอีกคน ชื่อ จอร์จ อาร์ โรเบิร์ต (George R. Roberts) ทั้ง 3 คนเคยทำงานที่แบร์ สเติร์นส์ (Bear Stearns)

ข้อมูลจากวิกิพีเดียบอกว่า ทั้ง 3 คน หงุดหงิดจากแบร์ สเติร์นส์ เลยออกมาตั้งกองทุนทำธุรกิจกันเอง โดยไปหาเงินได้มาจาก Hillman Company และ First Chicago Bank …เอ๊ะ….ของใครนะครับ

เพื่อจะให้รู้มันชัดเจนขึ้น ผมเลยไปเช็คประวัติของเจ้า 3 คน ที่ขี้หงุดหงิด โดยเฉพาะชื่อเฮนรี่ คราวิส ที่เป็นหัวเรือของ KKR เพราะโคลเบิร์กนั้นถอนตัวไปจาก KKR ในปี ค.ศ. 1987 เพราะมีแนวทางทำธุรกิจต่างกับคราวิส

เฮนรี่ คราวิสเป็นอเมริกันยิว จบวิศวฯ และไปเรียนปริญญาโทต่อที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ปัจจุบันเป็นนักธุรกิจระดับแถวหน้าของอเมริกา เป็นประธานผู้ดูแล Rockefeller Centre และChrysler Building ของท่านร้อกกี้ the great ร่วมกับเจอร์รี่ สเปเยอร์ (Jerry Speyer) ชาวยิวอีกคน ที่มีอิทธิพลสูงมากในนิวยอร์ก

เจอร์รี่ สเปเยอร์ นี่เหมือนเป็นเด็กก้นกุฏิของท่าน ร้อกกี้ เป็นยิวอพยพมาจากเยอรมัน เรียนจบปริญญาทั้งตรีทั้งโท จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย เคยเป็นประธาน Federal Reserve Bank of New York, รองประธาน ทรัสตีบอร์ดของของ Rand Corporation และเป็นประธานร่วมของ the Partnership of New York ซึ่งก่อตั้งโดยท่านร้อกกี้ the great และแน่นอน …เป็นสมาชิกของ CFR

ส่วนคุณคราวิส ก็ใช่เล่น เขาเป็นทรัสตีของ Council on Foreign Relations (CFR) และอยู่ในBusiness Council ของ CFR ช่วงปี ค.ศ.2011 ถึง ค.ศ.2014 นอกจากนี้ เขายังเป็นประธานร่วมของคณะกรรมการมหาวิทยาลัย Columbia Business School และเป็นรองประธานของมหาวิทยาลัย

ร้อกกี้เฟลเลอร์อีกด้วย

นอกจากตัวคุณคราวิส จะเป็น สมาชิก CFR แล้วที่น่าสังเกตคือ คุณเมียคนสวย ที่ชื่อมารี โฮเซ่ คราวิส(Marie Jose’ Kravis) (เมียคนที่ 2) นั้น สนิทกับท่านร้อกกี้เป็นพิเศษ คุณเมียนี่ เป็นทั้งสมาชิก CFRและ สมาชิกบิลเดอเบิร์ก กรุ๊ป (Bilderberg Group) ด้วย

บิลเดอเบิร์ก กรุ๊ปเป็นสมาคมปิด ที่มีอิทธิพลสูงมากในยุโรป เป็นเหมือนผู้กำหนด อนาคต และกำกับรัฐบาลของบรรดาประเทศในยุโรป ที่มีสมาชิกตั้งแต่ระดับ กษัตริย์ราชินีของประเทศในยุโรป เช่น เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก สเปน นายกรัฐมนตรี ทั้งอดีตและปัจจุบัน ขุนนาง นักการเมืองระดับสูง นักธุรกิจขนาดใหญ่ข้ามชาติ มหาเศรษฐีของอังกฤษ ยุโรป รวมมาถึงฝั่งอเมริกา ที่นับว่าอยู่ระดับชั้นบนสุดของขนมเค้ก และเป็นสมาชิกโดยการเชิญ … ไม่ใช่สมัคร และเป็นองค์กรที่ผูกสัมพันธ์อันดีกับ CFR โดยมีสมาชิกซ้อนกันจำนวนไม่น้อย

แบบนี้ก็น่าเชื่อว่า เฮนรี่ คราวิส คงไม่ใช่คนแปลกหน้าของร้อกกี้ the great …และ NXP ก็ไม่รู้อยู่ในบัญชีทรัพย์สินของท่านร้อกกี้ หรือเปล่า ตกลง “เจ้าของ” เจ้าจิ๋ว ไมโครชิพสุดเจ๋ง ไม่ว่าก่อนขายหรือหลังขายก็คือ พวกท่านร้อกกี้ the great และสังกัด CFR ทั้งนั้น …ประเด็นนี้ น่าสนใจนะครับ

การโยกย้ายฟรีสเกล ผู้คิคค้นและผลิตเจ้าไมโครชิพจิ๋วแต่สุดเจ๋งจากกองทุนหนึ่ง ไปอยู่อีกกองทุนหนึ่ง เหมือนเปลี่ยนจากถือของด้วยมือขวา เอาไปไว้มือซ้าย แต่มันก็ยังเป็นของคนเดิม ตกลงก็เป็นเล่นปาหี่ให้โลกดู แล้วเขาทำป้ายลวงกันทำไม

ระดับท่านร้อกกี้ ผมไม่ประมาทหน้า คนเราคิดซับซ้อนมาตลอด แม้จะทิ้งรอยตีนรอยมือไว้ แต่ผมเชื่อว่า …การเปลี่ยนมือรายการนี้… น่าจะมีความหมายไม่น้อย

ถ้ามองในประเด็นของการที่คาร์ไลล์ มือข้างหนึ่งของท่านร้อกกี้ ส่งบูซ อัลเลนไปล้วงคอ บีบคอ ฝ่ายความมั่นคง จนเห็นจุดอ่อนจุดแข็งของอเมริกาทางด้านไซเบอร์ ขณะเดียวกัน จากการใช้จีนเป็นฐานผลิตแผงวงจร จนได้เจ้าไมโครจิ๋วมา ก็ทำให้รู้ศักยภาพของจีนทางด้านนี้ ส่วนเจ้าหนูสโนว์เดน ถ้าเป็นป้ายลวง ก็ทำให้เห็นไส้ในของรัสเซีย

ถ้า …มองในประเด็นดังกล่าวข้างต้น ไม่ว่าในเชิงการค้า หรือ คิดไกลไปถึงจะครองโลก สิ่งที่คาร์ไลล์, แบล็คสโตน, NXP และร่วมไปถึงฟรีสเกล และอาจจะรวมถึงฟิลลิปส์ด้วย โยนลูกเล่นกันไปมาในวง คนดูไม่ทัน ก็นึกว่าทั้งหมดไม่เกี่ยวกัน แต่ถ้าเอาข้อเท็จจริงมาเรียง ก็คงเห็นแผนการที่ล้ำลึก ทะเยอทะยาน และชั่วร้าย

แต่ถึงจะคิดอย่างนั้น ก็ไม่ถึงกับจำเป็น ต้องเปลี่ยนมือ ถือของดี …

การเปลี่ยนเจ้าของเจ้าจิ๋ว จึงน่าคิดในประเด็นว่า เพราะต้องการย้ายที่ เปลี่ยนฐานการผลิตไปอยู่ที่ใหม่ เพื่อควบคุมการผลิต ปิดรูโหว่ อุดรูรั่วเสียมากกว่า …

แปลว่า การผลิตที่จีน แม้จะเป็นผู้รับจ้างออกแบบและผลิตที่ดี และใช้กันมานาน อาจมีรูรั่วได้ หรือรั่วไปแล้ว และถ้ารั่วออกไป หรือออกไปแล้ว มันคือ ความหายนะของอเมริกา ถ้าอเมริกาหายนะ ท่านร้อกกี้ก็คงได้ร่วงละเอียด (สมใจผม) ส่วน CFR ยิ่งไม่ต้องพูด งูไม่มีหัว ก็ไม่ต่างกับปลาไหล เรื่อง MH 370 จึงไม่น่าจะเรื่องเกี่ยวกับอิสราเอลเลย แม้ผู้ที่เกี่ยวข้องจะเป็นชาวยิวแยะก็จริง

บทความของคุณยุ่น โยอิชิ ชิมัตสุ แม้จะน่าสนใจ เข้าท่า น่าตื่นเต้น แต่ส่วนที่เกี่ยวกับอิสราเอลนั้น ผมให้น้ำหนักน้อย เผลอๆ จะเป็นป้ายลวงเอาเสียด้วย

อเมริกาอาจจะดูแลอิสราเอล ดูแลยิว และถูกยิวใช้ แต่อเมริกาก็ ใช้ยิว และไม่ได้ยอมยิว หรืออิสราเอลไปเสียทุกเรื่อง ดูเรื่องเสี่ยปั้มใหญ่ กับอิหร่านนิวเคลียร์เป็นตัวอย่าง อเมริกา ไม่ได้สนใจเสียงค้านของอิสราเอลเลย

เรื่องนี้จึงน่าจะเป็นเรื่องใหญ่ กว่า เรื่องยิวอิสราเอล….

Scroll to Top