เล่าเรื่องเกี่ยวกับโกลด์แมน และคนของโกลด์แมน โดยไม่เล่าเรื่องเกี่ยวกับ AIG และคนของ AIG มันก็เหมือนกินบะหมี่ ด้วยตะเกียบข้างเดียว
AIG นั้นมีประวัติความเป็นมาที่แสนจะเหลือเชื่อ
หอการค้าอเมริกันประจำเซี่ยงไฮ้ ได้นำบทความหลายตอนมาเผยแพร่ ในช่วงปี ค.ศ.2015 เพื่อเป็นการเตรียมฉลองอายุครบ 100 ปีของหอการค้าอเมริกัน เซี่ยงไฮ้ ในปี ค.ศ.2016 นี้ บทความต่างๆ มีเรื่อง ราวเกี่ยวกับ AIG และผู้ก่อตั้ง AIG ที่ทำให้ผมถึงกับอึ้ง… ก่อนจะไปบางอ้อ
“…เราภูมิใจที่สมาชิกหอการค้าของเรา ต่างก็เติบโตอย่างไม่หยุดยั้งเป็นเวลาหลายสิบปีติดต่อกัน บางรายโตใหญ่ จนกลายเป็นยักษ์ในวงการ… สัปดาห์นี้เราขอเสนอเรื่องของสมาชิกที่ไม่ใช่เพียง “แค่” เป็นเรื่องของสมาชิก แต่มันหมายถึงการเป็น “ตัวแทน” ของสัมพันธ์ที่พิเศษยิ่ง ระหว่างหอการค้าอเมริกัน กับเซี่ยงไฮ้…
AIG เป็นบริษัทที่ถือกำเนิดที่เซี่ยงไฮ้ ในปี ค.ศ.1919….ถ้าคุณเดินไปตามถนนของเซี่ยงไฮ้ ส่วนที่เรียกว่า บันด์ (Bund) มีตึกหน้าตาเป็นยุโรปหรูหราแบบโบราณเลขที่ 17… นั่นแหละคือ สถานที่เกิดของ AIG…”
ฮ้ายตาย…ตกลงไอ้ AIG นี่มันเป็นหนุ่มผมทอง แต่ตาตี่เหรอเนี่ยะ …ใครจะไปนึก
“…ประมาณเกือบ 1 ศตวรรษมาแล้ว ที่หนุ่มน้อยวัย 26 ปี จากแคลิฟอร์เนียชื่อ คอร์นีเลียส แวนเดอร์ สตาร์ (Cornelius Vander Starr) หรือ ซี วี สตาร์ (C V Starr) นั่งเรือไปเผชิญโชคแถวตะวันออกไกล เดือนธันวาคม ปีนั้นเองเขาก็ตั้งบริษัทชื่อ American Asiatic Underwriters (AAU) ขึ้นที่หัวมุม ระหว่างถนนเสฉวนกับถนนนานกิง มีพนักงานแค่ 2 คน เป็นชาวจีนทั้งคู่ ไม่กี่ปีต่อมา AAU ก็ย้ายมาอยู่ตึกเลขที่ 17 เดอะ บันด์ The Bund…”
“…เป็นที่รู้กันว่า ซี วี เป็นคนเคร่งขรึม จริงจัง ชัดเจน และมุ่งมั่นกับการสร้างธุรกิจของตัวเองมาก เขาเดินไปหา ไปคุยกับผู้คนในเซี่ยงไฮ้ ถามไถ่เกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเซี่ยงไฮ้…และบอกว่า การประกัน จะช่วยพวกเขาได้อย่างไร นับว่า สตาร์ เป็นคนที่แนะนำส่งเสริมอาชีพการขายประกัน ให้เกิด ขึ้นในโลกแถบนั้น AAU จึงเติบโตอย่างรวดเร็ว…”
“….ถึงปี ค.ศ. 1930 กว่า ๆ AAU ก็กินตลาดจีนส่วนใหญ่ได้ เป็นตัวแทนของบริษัทประกัน ทั้งในท้องถิ่นแถบนั้นและของยุโรปกว่า 20 บริษัท และหนุ่ม สตาร์ ก็กลายเป็นสัญลักษณ์ของการประกัน และเป็นที่รู้จักในฐานะเจ้าพ่อประกันภัยแห่งตะวันออกไกล และ AAU ก็กลายเป็นสมาชิกสำคัญของหอการค้าอเมริกัน เซี่ยงไฮ้…”
“…ตั้งแต่ปี ค.ศ.1925 เป็นต้นมา AAU ก็เริ่มขยายกิจการออกมานอกแผ่นดินใหญ่ สตาร์เปิดสาขาขึ้นอีกหลายแห่งที่ ฮ่องกง เวียตนาม และฟิลิปปีนส์ และในปี ค.ศ.1926 AAU เปิดสาขาแรกในอเมริกาที่ นิวยอร์ก โดยใช้ชื่อว่า American International Underwriters (AIU) …”
“…ธุรกิจของ AAU ขยายในเอเซีย ในช่วงปี ค.ศ. 1920 กว่า ๆ และขยายข้ามมาทางละตินในช่วงปี ค.ศ.1930 กว่า ๆ หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงเข้ามาทางยุโรป และญี่ปุ่น ในระยะเวลาเพียง 30 ปีAAU เติบโตเร็วมาก จากบริษัทประกันเล็กๆ ในเซี่ยงไฮ้ กลายเป็นบริษัทประกันข้ามชาติ ที่มีธุรกิจ ทั้งในเอเซีย ลาตินอเมริกา และยุโรป…”
“…ในปี ค.ศ.1949 AAU ปิดสำนักงานที่เซี่ยงไฮ้ และย้ายสำนักงานใหญ่มาอยู่ที่ ฮ่องกง และในปี ค.ศ.1967 American International Group (AIG) ก็ตั้งขึ้นที่อเมริกา เพื่อเป็นบริษัทแม่ และเปลี่ยนเป็นบริษัทมหาชนในปี ค.ศ.1969 หลังจากนั้น ชื่อของ AIG ก็เป็น สัญลักษณ์ของบริษัทประกัน ที่ขยายไปทั่วโลก
หลังจากปิดบ้านที่เซี่ยงไฮ้ไป 40 กว่าปี AIG ก็กลับมาในจีนอีกครั้ง เมื่อปี ค.ศ. 1992 นับเป็นบริษัทประกันรายแรก ที่มีผู้ถือหุ้นทั้งหมดเป็นต่างชาติ เข้ามาทำธุรกิจในสาธารณรัฐประชาชนจีน และเพื่อเป็นฉลองการกลับบ้านที่จีน AIG ออกประกาศโฆษณาเป็นตัวหนังสือจีน ตัวใหญ่มาก ที่แปลความได้ว่า Returning Home กลับบ้านแล้ว…”
ทุกวันนี้ AIG ในจีน ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เซี่ยงไฮ้ นับเป็นบริษัทประกันที่มีผู้ถือหุ้นทั้งหมดเป็นต่างชาติ ที่ใหญ่ที่สุด มีสาขา 6 แห่งในจีน
หลังจากประกอบธุรกิจมาเกือบ 100 ปี AIG ก็เข้าไปอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ นิวยอร์ก โตเกียว และให้ บริการลูกค้ามากกว่า 130 ประเทศ การรับประกันภัยของ AIG ครอบคลุมเกี่ยวกับความเป็นอยู่ทาง ด้านส่วนตัว ตั้งแต่ สุขภาพ ที่อยู่อาศัย การศึกษา การทำงาน ไปจนถึง เจ็บ ป่วยและตาย แปลว่า AIG “รู้จัก” สภาพและข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าดีมาก…
รู้จักแค่ตัวลูกค้าคงยังไม่พอ AIG จึงเปิดกิจการด้านธุรกิจ และรับประกันความเสี่ยงภัยด้านอื่นเพิ่ม เพื่อรู้จัก และดูแลความเป็นไปของฐานะทางเศรษฐกิจของลูกค้าอีกด้วย นับว่าผู้บริหาร AIG มีสายตาที่ยาวไกล และคมจัด ประเภทเดียวกับเหยี่ยวหรือนกอินทรี
ซี วี สตาร์ เป็นใคร มาจากไหนหรือ อายุแค่ 26 ปี ลุยข้ามมหาสมุทร ไปเป็นเจ้าพ่อขายประกันในแดน
มังกร ผ่านไปแค่ไม่กี่ปี ก็รวยใหญ่ หอการค้าบรรยายเสียเว่อไปหน่อยไหม…. ทำไม มันเก่ง มันกล้าหาญ มันรวย มันจีเนียส กันทั้งนั้นเลยเนอะ…
ผมไปค้นข้อมูลจากวิกีพีเดียบอกว่า คอร์เนเลียส แวนเดอร์ สตาร์ Cornelius Vander Starr หรือเป็นที่รู้จักกันในนาม นีล สตาร์ (Neil Starr) หรือ ซี วี สตาร์ (C V Starr) เกิดเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ค.ศ.1892เชื้อสายอังกฤษปนดัชท์ พ่อเป็นวิศวกรทางด้านรถไฟ ตัวสตาร์เอง เริ่มทำอาชีพ ด้วยการเปิดร้านขาย ไอติมตั้งแต่อายุ 19
เขาไปเป็นทหารในกองทัพอเมริกัน ในปี ค.ศ.1918 แต่ไม่ทันได้ไปรบ เพราะสงครามโลกครั้งที่ 1 ดันจบเสียก่อน ความที่เป็นคนชอบเดินทางท่องโลก สตาร์ จึงไม่กลับบ้าน แต่ไปสมัครเข้าทำงาน เป็นเสมียนของบริษัทเดินเรือเมล์ Pacific Mail Steamship ที่วิ่งไปมาระหว่าง โยโกฮามาของญี่ปุ่นกับเซี่ยงไฮ้ของจีน
มาถึงเมืองจีน ก็ทำงานกับบริษัทประกันหลายแห่ง ในที่สุดก็ตั้งบริษัทของตัวเอง ชื่อ American Asiatic Underwriters ขึ้นที่เซี่ยงไฮ้ …ง่ายๆ ยังงั้น
นอกจากนี้ ข้อมูลของวิกิพีเดีย ยังบอกสั้นๆ ว่า มีรายงานว่า หนุ่มสตาร์ ทำงานให้กับ OSS ( Office of the Strategic Services หน่วยงานข่าวกรองของอเมริกา ที่ตั้งขึ้นก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนที่จะมาแต่งตัวใหม่ และใช้ชื่อว่า CIA นั่นแหละครับ) หลังสงครามเลิก หนุ่มน้อยสตาร์ ยังหนีบเอาร้อยเอกดันแคน ลี (Duncan Lee) ที่ทำงานด้วยกันที่ OSS แต่มีความรู้ด้านกฎหมาย มาทำงานเป็นที่ปรึกษากฎหมายให้กับ AIG อีกด้วย
แหม… คุณวิกิ นี่ บทจะถนอมคำพูด ก็เล่าเสียย่อเชียว … อย่างนี้มันจะรู้เรื่องกันหรือว่า ใครส่ง ใครสั่ง ให้ไปทำอะไร เพื่ออะไร… ผมเลยต้องไปตามขุดต่อจากหอการค้าอเมริกัน เซี่ยงไฮ้ และหนังสืออีกหลายเล่มมาเสริม
พอสงครามโลกครั้งที่ 1 เลิก ปี ค.ศ.1919 หนุ่มสตาร์ ก็มุ่งหน้ามาเซี่ยงไฮ้จริง พร้อมด้วยเงินในกระเป๋า300 เย็น เงินเท่านี้จะไปตั้งบริษัทใหญ่ได้ยังไง … หนุ่มสตาร์ ก็เลยไปหาเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ผมทองตาฟ้าตัวจริง (ตอนนั้น) ที่ชื่อ แฟรงค์ เจย์ เรเวน (Frank Jay Raven)…. นี่ มันต้องขุดกันให้ลึกกว่าคุณวิกิ…
เจ้าพ่อแฟรงค์ ก็เป็นชาวอเมริกัน จากแคลิฟอร์เนีย มาถึงเซี่ยงไฮ้ในปี ค.ศ.1904 ซึ่งช่วงนั้น (ยัง) อยู่มือกำของพวกอังกฤษเป็นส่วนใหญ่ เจ้าพ่อแฟรงค์ ซึ่งอ้างว่าเป็นวิศวกร จบจากมหาวิทยาลัยเบิร์กลีย์(Berkeley) เคยทำงานเหมืองแร่มาก่อน เมื่ออเมริกาทำสงครามกับสเปน ในปี ค.ศ.1898 เขาถูกเกณฑ์เป็นทหาร และถูกให้ไปอยู่ที่ฮาวาย พอสงครามเลิกในปี ค.ศ.1899 คุณแฟรงค์ ไม่อยากกลับบ้าน (อีกคนแล้ว) เป็นวิศวกรอยู่ฮาวายต่อ ถึงปี ค.ศ.1903 คงเบื่อฮาวาย ก็เลยโดดลงเรือมาโผล่ที่เซี่ยงไฮ้ ..ฮั่นแน่
ด้วยความรู้ด้านวิศวกรรม และชำนาญด้านสำรวจพื้นที่ คุณแฟรงค์ เลยสมัครเข้าไปทำงานกับเทศบาลเมืองเซี่ยงไฮ้ ที่มีแผนจะขยายเมืองโดยเฉพาะส่วนที่เขตต่างชาติ ที่กำลัง (แย่งกัน) ขยายการครอบครอง
การทำงานกับเทศบาล ทำให้คุณแฟรงค์รู้จักถนนหนทาง ร่องน้ำ รูท่อ และชุมชนเซี่ยงไฮ้ดี เขารู้ว่า ยัง ไง ต่างชาติก็จะครอบจีนตลอดกาลไม่ได้ และคนจีนก็ต้องอยากมีเขต มีบ้านของตัวเอง คุณแฟรงค์จึงไปร่วมลงทุนเป็นหุ้นส่วน กับกิจการพัฒนาที่ดินชื่อ China Realty Co. กิจการดีอย่างเหลือเชื่อ รวยขึ้นมาอย่างนี้ อยู่คนเดียวคงเหงา คุณแฟรงค์ก็เลยคิดแต่งเมียชื่อ เอลซี ไซต์ (Elsie Sites) เป็นลูกสาวของพวกมิชชันนารีที่ร่ำรวยอยู่ในเซี่ยงไฮ้ …
อ่านกำลังเพลิน มาถึงตรงนี้ … มิชชันนารีรวย เล่นเอาผมชะงัก….ข้อมูลของหอการค้าชักจะทะแม่ง
แต่คิดอีกที มันก็เป็นไปได้นะครับ ถ้านึกถึงช่วงปี ตั้งแต่ ค.ศ.1890 กว่า ท่านปู่ ร้อกกี้หินร่วง (รุ่นปู่) ก็เป็นคนรักเมืองจีนใจจะขาด ถึงขนาดไปลงทุนตั้งมหาวิทยาลัย ตั้งโรงพยาบาล โดยส่งมิชชันนารีเป็นกองหน้า ไปให้เมืองจีนเต็มอัตรา ด้วยความเป็นห่วงจีนอย่างสุดซึ้ง
ถ้ายังจำกันได้ มิชชันนารี นี้เป็นเครื่องมือสำคัญ ที่อเมริกาใช้ในจีน
คุณพ่อตาของเจียงไคเช็ค ก็มิชชันนารีเลี้ยง มิชชันนารีส่งไปเรียนหนังสือต่อที่มหาวิทยาลัยที่อเมริกา จบกลับไปพร้อมกับแผน….ยกลูกสาว 2 คน ให้ตัวเลือก 2 คน ที่ได้รับหมายตาไว้ว่า น่าจะทำให้มังกรสยบอยู่ใต้ตีนอินทรี…. ใช้ทั้ง เจียงไคเช็ค และซุนยัดเซน แต่รายหลังนี่ ไม่แน่ว่า ใครหลอกใช้ใคร (จำไม่ได้ช่วยกลับไปอ่านนิทานเรื่องไม่ตกสะเก็ดนะครับ)