แด่นักรบเงา ที่เสียสละแม้ชีวิต
เพื่อรักษาบ้านเมืองที่รักของเรา

Search

แม้เรื่องราวของ ซี วี สตาร์ ผู้ให้กำเนิด AIG รวมทั้งการตั้ง AIG จะค่อนข้างพร่ามัว และดูไม่น่าเชื่อถือเท่าไหร่ เหมือนมีการแต่งเรื่องของ สตาร์ อย่างที่ “อยาก” ให้เราเชื่ออย่างนั้น และเรื่องมันก็นานค่อนศตวรรษมาแล้ว…. เราคงต้องหาเค้า หรือเงา ของเจ้าของ ตัวจริงของ AIG จากเส้นทางอื่นบ้าง

ตั้งแต่ประมาณ ค.ศ.1970 เป็นต้นมา ข่าวที่เกี่ยวกับ AIG ดูเหมือนจะมีแต่ชื่อ มัวริส เรย์มอนด์ “แฮงค์” กรีนเบิร์ก (Maurice Raymond “Hank” Greenberg) เข้ามาแทนที่ ซี วี สตาร์ ที่ไม่มีครอบครัวจะสืบทอดกิจการของตัว และได้ตัดสินใจมอบหมายให้กรีนเบิร์ก เป็นผู้ดูแลธุรกิจแทนเครือ AIG ซี วี สตาร์คนต่อไป

น่าสังเกตไหมครับ ธุรกิจใหญ่ ๆในนิทานเรื่องนี้ หลายรายที่มาของเจ้าของไม่ชัดเจน ไม่มีทายาทมารับช่วงกิจการ หลังจากนั้นก็เอาคนนอก ประวัติแปลกๆ เขามาเป็นหัวหน้าดูแลต่อ มาได้ไงก็ไม่ชัดเจนอีก แต่ต่อมา กิจการนั้นก็ใหญ่โตฉิบหาย และชั่วเหลือเชื่อ…

กรีนเบิร์ก (Greenberg) เกิดเมื่อปี ค.ศ.1925 ตอนนี้อายุ 90 แล้ว แต่ยังหนังเหนียว และปากกล้า เจ้าอารมณ์อย่างคงเส้นคงวา เขามาจากครอบครัวยิว แถวนิวยอร์ก พ่อตายตั้งแต่เขาอายุ 6 ขวบ แม่แต่ง งานใหม่กับพวกทำฟาร์มโคนม (พวกกำพร้าพ่ออีกแล้ว)

กรีนเบิร์ก คงเบื่อฟาร์มโคนมมาก เลยโกงอายุเพื่อสมัครไปเป็นทหารในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้อยู่หน่วยรบพิเศษ และไปรบที่นอร์มังดี สงครามเลิกก็กลับมาเข้ามหาวิทยาลัยไมอามี (ก๊วนไมอามีอีกราย) เพื่อเรียนกฎหมายตามสูตรสำเร็จ แล้วก็มาเรียนต่อที่ NYU ทางด้านกฎหมายต่อ กำลังจะเป็นทนาย พอดีเกิดสงครามเกาหลี กรีนเบิร์กเลยเปลี่ยนใจ ไปรบต่อดีกว่า คราวนี้ติดยศ ร้อยเอกกลับมา แถมได้รางวัลบรอนซ์สตาร์อีกด้วย

เพียง 3 วันหลังจากกลับมาจากไปรบที่เกาหลี ในปี ค.ศ.1953 กรีนเบิร์กก็ไปสมัครงานที่บริษัทประกันContinental Casualty Company … มันช่างเลือกอาชีพจริงนะ ทำงานไม่นาน ก็ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ แต่แล้วปี ค.ศ.1960 กรีนเบิร์กก็ลาออก ไปสมัครทำงานที่ AIG (ตามคิว ?!) และเขาได้รับมอบหมายให้ดูแลด้านประกันบ้าน …เฮ้ออ ผมเขียนต่อเกือบไม่ออกเลย บทห่วยจังว่ะ

พอถึงปี ค.ศ.1968 สตาร์ ก็ฉีกโผตัวเอง จากที่คิดจะมอบอาณาจักร AIG ให้คนหนึ่ง กลับเปลี่ยนใจมามอบอาณาจักรให้ กรีนเบิร์ก แทน …แสดงว่ากรีนเบิร์ก นี่ต้องคงมีกำลังภายในสูงมาก แค่ 8 ปีโดดขึ้นถึงยอดเขาเลย

ภายใต้การนำของกรีนเบิร์ก AIG เป็นบริษัทประกันรายแรก ที่ไปทำสัญญาร่วมทำธุรกิจกับประเทศในยุโรปตะวันออกเช่น โปแลนด์ ฮังการี และโรมาเนีย ในช่วงปี ค.ศ.1979-ค.ศ.1980 ซึ่งเป็นช่วงก่อนสหภาพโซเวียตจะล่มสลาย …ไม่รู้ว่า มีความนัยเกี่ยวกันไหม

ปี ค.ศ.1987 กรีนเบิร์ก ตัดสินใจขยายงานของ AIG ไปทางด้านธุรกิจการเงินด้วย… เขาเป็นคน (ถูกสั่งให้) คิดตั้งบริษัท AIG Financial Products หรือ AIGFP คู่ค้ารายสำคัญของโกลด์แมน และของบริษัทการเงิน เกือบทั้งสวนสัตว์วอลสตรีท และเรื่องของ AIGFP ก็เป็นชิ้นส่วนสำคัญมากอันหนึ่ง ที่ทำให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ 2008 หรือ ทำให้วิกฤติ เลวร้ายขึ้น และเร็วขึ้น

โอ้โห….ผมใช้เวลาเล่า สิบกว่าตอน กว่าจะเอาหัวกับหางมาเจอกันได้ … ผมไม่ได้เล่าอ้อมไกลนะครับ แต่แผนเขาวางให้ตัวเดินหมาก มันอยู่ต่างกระดาน ต่างสมัย คนจะได้ไม่เห็นว่า จริง ๆ มันเล่นอยู่ในกระดานเดียวกันนั่นเอง มันเลยใช้เวลาหน่อย กว่าจะเอาหมาก ที่อยู่ต่างกระดาน ต่างสมัยมาเรียงให้เห็นกันได้

เมื่อตอนที่กรีนเบิร์กประกาศว่า AIG จะทำธุรกิจด้านการเงินด้วย เขาถูกผู้ถือหุ้นโวย …เราลงทุนในบริษัท ก็เพราะเห็นบริษัทมีความสามารถทางธุรกิจประกันนะ….แต่กรีนเบิร์กก็ยืนยันกับผู้ลงทุนว่า เราศึกษาอย่างดีแล้ว และเราไม่ได้จะทำทุกด้านของธุรกิจการเงิน เราเลือกเฉพาะที่เรามีอำนาจต่อรองและสร้างผลตอบแทนที่ดีกับเรา

หลังจากเพิ่มแนวทางทำธุรกิจการเงินเข้าไปปีแรก หุ้นของ AIG ตกลงไป 7% แต่หลังจากนั้นก็ขยับสูงขึ้นมา และทำให้ AIGFP มีกำไร และกลายเป็นผู้นำในการรับประกันความเสี่ยงแบบ swap และderivatives เรื่องนี้ทำให้ กรีนเบิร์ก คุยโม้ว่า เขาเป็นผู้นำเทคนิคการรับประกันความเสี่ยง (swap) ระดับที่พวกอีลีต จีเนียสคิด มาใช้เชียวนะ … เขาหมายถึงใครกัน

ปีค.ศ.1991 AIG ตั้งหน่วยงานใหม่เพิ่มขึ้นเพื่อดูแลด้านธุรกิจใหม่ แต่ไม่ยอมขยายว่าเป็นธุรกิจอะไร                          กรีนเบิร์กให้ความใส่ใจกับหน่วย งานนี้มากและมอบหมายให้โรเบิร์ต รูบิน (Robert Rubin) ซึ่งตอนนั้นเป็นกรรมการและรองผู้จัดการใหญ่ของ AIG มาดูแลหน่วยงานนี้โดยตรง..ตกลงอยู่คอกเดียวกันทั้งนั้น 

ภายใต้การบริหารของ กรีนเบิร์ก AIG มีกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมาก และกลายเป็นหมายเลขหนึ่งของวงการ ทำให้บริษัทมีกำไรโตขึ้นจาก 17 ล้านเหรียญ ในปีที่เขาเข้ามาเป็น 1,700 ล้านเหรียญ ในปี ค.ศ.1993 

แฮงค์ กรีนเบิร์ก (Hank Greenberg) ไม่ใช่เด็กจากฟาร์มโคนมแล้ว เขากลายเป็นกรีนเบิร์ก ผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งสนิทชิดเชื้อกับเฮนรี่ คิสซิงเจอร์…ผู้ชายที่บอกว่า อำนาจทำให้คน (ไม่หล่อเลยอย่างเขา) มีเสน่ห์ได้ กรีนเบิร์ก แต่งตั้งให้ คิสซิงเจอร์เป็นประธานที่ปรึกษาด้านการต่างประเทศของ AIG …นี่มันจะทำบริษัทประกัน หรือทำอะไรกันแน่

หลังจากไม่ได้มีตำแหน่งทางการเมือง คิสซิงเจอร์ ไปเปิดบริษัทของตัวเอง ให้คำปรึกษาด้านการต่าง ประเทศ มีแต่ลูกค้าระดับประเทศ หรือบริษัทข้ามชาติ ใช้บริการทั้งนั้น เวลาที่เหลือจากการเป็นกรรม การเป็นที่ปรึกษาในอีกหลายบริษัทและหลายมูลนิธิ คิสซิงเจอร์ คนมีเสน่ห์ ก็จะเดินสายพูดเกี่ยวกับเรื่องสถานการณ์ในโลก และแนวทางที่โลกควรจะหมุน ในความเห็นของ CFR ที่เขานั่งเป็นกรรมการ ในช่วงปี ค.ศ.1977 ถึง ค.ศ.1981

ตัวคิสซิงเจอร์เอง ก็เป็นรองประธานกรรมการของ CFR อยู่หลายปี และปัจจุบันก็ยังเป็นกรรมการของ CFR อยู่ และเป็นสมาชิกของ Trilateral Commission ที่ท่านหินร่วงเป็นผู้ก่อตั้งด้วย

รัฐบาลเรแกน เคยเสนอตำแหน่งรองผู้อำนวยการซีไอเอให้แก่กรีนเบิร์ก แต่เขาปฏิเสธ (ตำแหน่งมันคงเล็กไป)

ปี ค.ศ.1990 กรีนเบิร์ก ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานที่ปรึกษาด้านธุรกิจต่างประเทศของนายกเทศ มนตรีนครเซี่ยงไฮ้ ผู้แต่งตั้งเขาคือ อดีตนายกรัฐมนตรี จูหลงจี ของจีน ซึ่งตอนนั้น เป็นนายกเทศมนตรีของเซี่ยงไฮ้ และปี ค.ศ.1997 เขาได้รับเกียรติให้เป็นราษฏรกิตติมศักดิ์ของเซี่ยงไฮ้

กรีนเบิร์ก ยังเป็นประธานกรรมการ และกรรมการในสถาบันการค้าระหว่างประเทศอีกหลายแห่ง รวม ทั้งเคยเป็นประธาน รองประธาน และกรรมการของเฟด นิวยอร์ก

นอกจากนี้ กรีนเบิร์ก ยังเคยเป็นประธานและ ทรัสตีของ Asia Society เป็น ทรัสตีของมหาวิทยาลัย ร้อกกี้เฟลเลอร์และเป็นทรัสตีของ Museum of Modern Art ทั้ง 3 แห่ง เป็นสถาบันที่ครอบครัวของท่านหินร่วงเป็นผู้ก่อตั้ง และให้ความสนใจอย่างมาก

กรีนเบิร์ก อยู่ในตำแหน่งประธานของ AIG จนถึงปี ค.ศ.2005 ก็ลาออก เนื่องจากโดนข้อหาว่าพัวพันเกี่ยวกับคดีเรื่องการแต่งบัญชีของ AIG จึงมีเรื่องเล่าถึงเหตุการณ์วัดบารมีกันระหว่าง กรีนเบิร์ก ผู้ที่กำลังจะหลุดจากเก้าอี้ของ AIG กับริชาร์ด ฮาสส์ Richard Haass กรรมการผู้จัดการใหญ่ของ CFRในขณะนั้น และก็ยังเป็นจนถึงปัจจุบันนี้

มันเป็นธรรมเนียมว่า ใครที่ได้รับเลือกเป็นคณะกรรมการของ CFR จะมีรูปถ่ายแขวนอยู่ในห้องพิเศษ ของที่ทำการ CFR และกรีนเบิร์ก ในฐานะรองประธาน ก็ย่อมมีรูปแขวนอยู่ด้วย เพียงแต่ว่า รูปของทุกคนเป็นรูปถ่าย แต่ของกรีนเบิร์ก เป็นภาพวาดเหมือนตัวจริง

เมื่อริชาร์ด ฮาสส์ เข้ามาเป็นผู้จัดการที่ CFR เขาหงุดหงิดมากกับ “ความต่าง” ของรูปนายกรีนเบิร์ก กับรูปของคนอื่น ๆ และพยายามที่จะขอให้ กรีนเบิร์ก เปลี่ยน ไม่งั้นเขาจะเอาภาพเหมือนนั้นออก… กรีนเบิร์ก ไม่สนใจ และรูปภาพของกรีนเบิร์ก ก็ยังไม่มีการปลดออก หลังจากมีผู้อาวุโสใน CFR หลายคนเตือน ฮาสส์ ว่า อยู่เฉยๆ ดีกว่า

ฮาสส์สบโอกาส เมื่อกรีนเบิร์ก ถูกกล่าวหาว่า มีส่วนพัวพันกับคดีแต่งบัญชีของ AIG จึงถือโอกาสปลดรูปของกรีนเบิร์ก ออกจากห้องพิเศษนั้น โดยให้เหตุผลว่า ไม่ต้องการให้ CFR ต้องมีส่วนมัวหมองไปด้วย…แต่เพียงไม่กี่วันต่อมารูปภาพนั้น ก็กลับไปแขวนที่เดิม ในรายงานการประชุมประจำปีของ CFR ในปี ค.ศ. 2015 ยังมีชื่อของกรีนเบิร์ก ที่ระบุตำแหน่งเขาว่า รองประธานกรรมการกิตติมศักดิ์

สรุปว่า กรีนเบิร์ก นั้น คงไม่ธรรมดา น่ามีมือหนุน มือประคอง ที่แข็งแกร่งอย่างกับหิน

ตกลงเรื่อง โกลด์แมน ทะเลาะเรื่องเงินกับ AIG มันคงเรื่องต้มเปื่อยหม้อใหญ่ ยิ่งกว่ามวยล้มต้มคนดูอีก นั่นมันยังอยู่คนละค่าย …แต่นี่ สงสัยมันจะอยู่ค่ายเดียวกันมาตั้งแต่ต้น ทำเป็นทวงกันไปทวงกันมา ต่างก็อ้างว่า อีกฝ่ายเป็นหนี้ตัว ทะเลาะโชว์ชาวบ้าน

เป็นไงครับ วิกฤติซับไพรม์ ..ผมบอกแล้วว่า เรื่องวิกฤติซับไพรม์ของผม ต่างกับในหนังแยะ

แต่เรื่องยังไม่จบนะครับ ยังเหลือตัวเดินหมากที่น่าสนใจบางตัว รอผมเอามาเชื่อมต่อให้เห็นอีกสักหน่อย แล้วเราค่อยสรุป (ด่า) ถึงความเฉลียวฉลาดและแสนชั่วของผู้คิดแผนทีเดียว

Scroll to Top