แด่นักรบเงา ที่เสียสละแม้ชีวิต
เพื่อรักษาบ้านเมืองที่รักของเรา

Search

คู่แข่งที่มาแรงชื่อ เชอร์ทอฟฟ์ กรุ๊ป (Chertoff Group) ซึ่งตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.2009 โดยไมเคิล เชอร์ทอฟฟ์ (Michael Chertoff) และ เชด สวีต (Chad Sweet) เป็นชื่อที่ไม่คุ้นหูในบ้านเราเลย แต่เขาดังจริงแถววอชิงตัน

เชอร์ทอฟฟ์ (Chertoff) เป็นชาวยิวอเมริกัน (ยิวอีกแล้ว) เป็นอดีตผู้อำนวยการ Department of Homeland Security (DHS) ในสมัยรัฐบาลคาวบอยบุชตั้งแต่ปี ค.ศ.2005 ถึง ค.ศ.2009 ซึ่งเป็นหน่วยงานใหม่ที่ คาวบอยบุชตั้งขึ้นมา หลังจากอเมริกาเกิดเหตุการณ์ 911

DHS สมัยท่านใบตองแห้งนี่ก็ใช่เล่น เขาว่าท่านใบตองเพิ่มงบเพิ่มคนทำงาน จนเป็นที่กล่าวขวัญว่า ท่านใบตองกำลังตั้งกองทัพพิเศษ ของตัวเอง เพื่อยึดอเมริกาเลยหรือไง ….ไม่ใช่มั้ง เขาลือกันว่า มันเป็นการเลี่ยงการใช้งบทหาร ที่ถูกดองเค็มมาหลายปีต่างหาก การแก้เกี้ยวแบบนี้ ไม่รู้จะฟังได้หูเดียวหรือเปล่า

เชอร์ทอฟฟ์ จบกฎหมายจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และ London School of Economics and Political Science ทำงานกับรัฐบาลอเมริกันมานาน จนเป็นรองอัยการสูงสุด เขาคุ้นเคยอย่างดีกับคาวบอยบุช เพราะร่วมหัวกันมาตลอด โดยอยู่ฝ่ายหาทุนสมัยคาวบอยลงสมัครเป็นประธานาธิบดี เชอร์ทอฟฟ์ มีชื่อเสียงว่า เป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับต่อต้านผู้ก่อการร้าย โดยเฉพาะที่มาจากตะวันออกกลาง…

หลังจากหมดเทอมจาก DHS ส่งมอบงานให้ทีมงานใหม่ของท่านใบตองแห้งเสร็จ เชอร์ทอฟฟ์ ก็ไปทำงานกับสำนักงานกฎหมาย ชื่อ Latham & Watkins ซึ่งมีสำนักงานทั่วโลก มีทนายชนิดหัวกะทิกว่า 2,000 คน ที่มีประสบการณ์ ตั้งแต่เป็นอดีตหัวหน้าผู้พิพากษาศาลสูงของอเมริกา ไปจนถึงพวกอยู่ในแวดวงการเมือง เช่น ลูกเขยของไอ้เหยี่ยวกระหายเลือด ดิ๊ก เชนี่ย์ (Dick Cheney) ส่วนลูกค้าและลูกความของ Latham & Watkins ก็ใช่ย่อย เป็นบริษัทระดับโลกเกือบทั้งสิ้น เช่น โกลด์แมนแซค(Goldman Sachs), เมโทร โกลเด้น ไมเยอร์ (Metro-Goldwin-Mayor)… เรียกว่าเป็นแหล่งรวมดาว (ยิวรวย) ของโลกแหล่งหนึ่ง

ในปี ค.ศ.2015 Latham & Watkins เป็นสำนักงานกฎหมาย ที่มีรายได้สูงเป็นอันดับหนึ่งในโลก

ส่วนคุณเชด สวีต (Chad Sweet) นี่ก็น่าจับตาดู เป็นอดีตหัวหน้าคณะทำงานของ DHS เหมือนกัน ก่อนจะมาอยู่ DHS เขาเคยทำงานกับซีไอเอมาก่อน และ ก่อนจะมาทำงานกับภาครัฐ คุณเชด ทำงานกับพวกวอลสตรีท ระดับมอร์แกน สแตนลี่ย์ (Morgan Stanley) และ โกลด์แมนแซค (Goldman Sachs) ลับเขี้ยวมาจนแหลมคม หลังจากนั้นก็รับงานดูแลเงินๆ ทองๆ ของลูกค้านอกอเมริกา ก็งาน

ฟอกน่ะครับ ประวัติเขี้ยวคมอย่างนี้ ไม่ให้ความสนใจได้ยังไง

ล่าสุดนี่เขาว่า คุณเชด เป็นผู้วางแผนการหาเสียงให้เท็ด ครูซ (Ted Cruz) ผู้สมัครแข่งขันเป็นประธา นาธิบดี สมัยหน้าของอเมริกา จากพรรครีพับลิกันที่ตอนแรกมาแรง แต่มาหัวคะมำ เมื่อเจอคู่แข่งบวมๆ อย่างคุณ โดนัลด์ ทรัมป์ Donald Trump คู่นี้น่าติดตามดูไปนะครับ เพราะเท็ด ครูซ นั้น คุณเมียเขาไม่ธรรมดา หล่อนเป็นสมาชิก CFR มันอาจจะบอกอะไรเราได้เหมือนกัน

ตอนนี้ทรัมป์นำครูซ แต่ถ้านำไปจนถึงวันใกล้วันเด็ดขาด นายทรัมป์เกิดมีอันเป็นไป ผมก็คงไม่แปลกใจ ตอนนี้ก็เริ่มมีคนพรรครีพับลิกันเช่น มิตต์ รอมนีย์ (Mitt Romney) ออกมาพูดว่า ทรัมป์ ไม่ใช่ตัวแทนของพรรค ต่อไปอาจจะมีการบอกว่า ทรัมป์ ทำผิดกฎกติกา เป็นตัวแทนของพรรคไม่ได้ ให้เหลือเขยCFR ยืนโรงสู้กับสะใภ้ CFR ของอีกพรรคก็เป็นได้

เราๆ ชาวบ้านก็ตามดู ตามลุ้น … ถูกเขาหลอกให้ดูมวยล้ม…เหมือนเดิม

แต่หัวหน้าตัวจริงของเชอร์ทอฟฟ์ เขาว่าคือ ท่านนายพลไมเคิล วี เฮย์เดน (Michael V Hayden) อดีตผู้อำนวยการซีไอเอ และอดีตผู้อำนวยการสภาความมั่นคงของอเมริกา จำชื่อนี้ให้ดีนะครับ อย่าลืมเชียว ประวัติแบบนี้ ไม่ใช่แค่ให้ความสนใจ แต่ต้องเพิ่มความน่าสงสัยในกิจการของเชอร์ทอฟฟ์ เข้าไปด้วยตอนนี้ถ้าใครที่ดูข่าวซีเอนเอนบ่อยๆ จะเห็นหน้าท่านนายพลเกือบทุกวัน

ท่านนายพลเฮย์เดน นี่ มีจุดยืนมั่นคงมาก พูดในทุกรายการว่า อเมริกาต้องแสดงอำนาจให้เห็นชัด อย่าให้โลกลืมเชียวว่า อำนาจอันยิ่งใหญ่หนึ่งเดียวในโลก ของอเมริกายังมีอยู่ และอยู่อย่างดี ดังนั้นอเมริกาจึงต้องลงไปลุยถั่วด้วยตัวเองในตะวันออกกลาง ไม่ใช่ใช้แต่ลูกหาบลูกกระเป๋ง และไปลดราคาให้รัสเซียเรื่องซีเรียไม่ได้ จริง ๆท่านนายพล ก็พูดทำนองเดียวกับคุณเต้าหู้บูด รัฐมนตรีกลาโหม แต่คุณเต้าหูชอบไปแอบพูด แต่ท่านนายพลของผม ท่านแน่กว่า ยุให้อเมริกาลุยถั่ว แบบเสียงดังฟังชัดกลางจอ อย่างนี้ เราก็ต้องดูต่อว่า ใครกำลังลวงใครเรื่องซีเรีย และเรื่องตะวันออกกลาง

นอกจากนี้ผู้ร่วมงานของเชอร์ทอฟฟ์ ยังมีชาร์ลส์ อัลเลน (Charles Allen) อดีตผู้ช่วยผู้อำนวยการซีไอเออายุงาน 25 ปี ที่มีประวัติการทำงานโดดเด่น จนได้รับรางวัลเหรียญสรรเสริญจากทั้งซีไอเอ และสภาความมั่นคงถึง 2 ครั้ง ไม่รู้จากงานล้วงควักเรื่องอะไร

ยังมีพอล ชไนเดอร์ (Paul Schneider) อดีตผู้ช่วยของ DHS และคนร่วมงานอีกแยะครับ ที่มาจาก หน่วยงานซี สภาความมั่นคง DHS และกลาโหม

ตกลงนี่ เรากำลังคุยถึงบริษัทรับจ้างวิเคราะห์สถานการณ์โลก หรือเรากำลังคุยเรื่องหน่วยงานข่าวกรองของอเมริกาในคราบเอกชนก็ไม่รู้นะครับ

ชอร์ทอฟฟ์ อ้างว่า ให้บริการหลากหลายมาก แต่ปัจจุบันบริษัทอ้างว่า เน้นให้การบริการด้านข้อมูล การวิเคราะห์ และป้องกันการก่อการร้าย การจารกรรมข้อมูลทางไซเบอร์ ความมั่นคงของระบบทาง ด้านสาธารณูปโภค และความมั่นคงทั่วไป รวมทั้งดูแล และป้องกันการก่อการร้ายจากอาวุธเคมี

ลูกค้าของ เชอร์ทอฟฟ์ มีทั้งเอกชน และหน่วยงานของรัฐ ทั้งของอเมริกาเองและต่างประเทศ

เชอร์ทอฟฟ์ ยังเป็นผู้แนะนำให้รัฐบาลอเมริกา ใช้เครื่องตรวจสแกน ที่ดูไปถึงตับอ่อนตับแก่ของผู้ถูกตรวจด้วย

ถ้ายังจำกันได้ ผมเคยเล่าเรื่องนายฟารุค อับดุลมุทาเลบ (Farouk Abdulmutallb) ชาวไนจีเรียที่เอาระเบิดพกติดตัวขึ้นเครื่องบินจากเยเมนจะไปดีทรอยต์ แต่ตรวจเจอเสียก่อน ก็เครื่องตรวจที่เชอร์ทอฟฟ์ แนะนำนี่แหละครับ ที่ตรวจเจอระเบิด และต่อมาอเมริกาเลยสั่งเครื่องตรวจ เครื่องในผู้โดยสารติดตั้งไว้ตามสนามบินของอเมริกาเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะที่มีเครื่องบินนานาชาติลง

เมื่อเชอร์ทอฟฟ์ กรุ๊ป เปิดตัวใหม่ๆ เขาใช้บริษัทประชาสัมพันธ์ชื่อ เบอร์สัน มาสเตลเลอร์ (Burson – Marsteller) ซึ่งตอนหลัง ก็กลายเป็นบริษัทในกลุ่มของเชอร์ทอฟฟ์ไปด้วย

เบอร์สัน มาสเตลเลอร์นี้ เป็นที่รู้กันว่า รับงานดูแลประชาสัมพันธ์ ให้กับบริษัท หรือหน่วยงานที่รับจ๊อบ จากรัฐบาล หรือซีไอเอ เช่น บริษัทน้ำดำ แบล็ค วอเตอร์ (Blackwater) ที่ดังจนพุ่งเป็นพลุ จนมาพลุไม่พุ่งจากเรื่องทูตอเมริกัน ที่ถูกใครไม่รู้ฆ่าตายที่เบนกาซีของลิเบีย เมื่ออเมริกาและลูกหาบ ยกพลไปถล่มกัดดาฟีและลิเบีย เสียจนเหลือแต่ซากนั่น และตอนนี้ เรื่องลิเบียก็ยังไม่จบ กำลังคืนชีพ ข่าวว่านักรบเติมเงิน ต่างพากันอพยพหนีระเบิด ที่ตกลงกันว่าจะมีการหยุดถล่มในซีเรียแต่ของจริงก็ยังถล่มกันอยู่เหมือนเดิม นักรบเติมเงินเลยจำใจ ย้ายฐานจากอิรักซีเรีย เข้าไปอัดกันแน่นอยู่ที่ลิเบีย ไม่รู้ข่าวนี้ เป็นข่าวจริง ข่าวลวง หรือข่าวแต่ง …

ก่อนที่จะขยับเข้าเรื่องไปอีกหน่อย ผมเห็นชื่อแวบๆ ในหลายเว็บ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่กำลังเล่า เลยขอขยายภาพด้านกว้างก่อนที่จะลงลึก

บริษัทที่ให้บริการแบบเชอร์ทอฟฟ์หรือทำตัวเป็นซีไอเอ ในคราบเอกชนของอเมริกา และปฏิบัติการอยู่ทั่วโลก เขาว่า ทำกำไร ไม่ใช่รายได้นะครับ กำไรเนื้อๆ เข้ากระเป๋าตุง ปีละหลายพันล้านเหรียญ บางรายได้ปีละเกือบ หมื่นล้านเหรียญ คำนวณเป็นเงินบาทกันเองแล้วกัน จากการชี้เป้าลวง ย้ายป้ายจริง ไม่รู้อันไหนเป็นอันไหน ตอนนี้มี 5 บริษัทดาวเด่น

บริษัทแรกแน่นอนคือ เชอร์ทอฟฟ์ ที่กำลังมาแรง แซงทุกราย เพราะดูเหมือนจะได้งานจากรัฐบาลมากที่สุด

บริษัทที่ 2 คือ ชื่อที่ผู้ในวงการธุรกิจบ้านเราคงคุ้นหูมานาน และผมว่า รายนี้จริงๆ น่าจะยังเป็นหมาย เลขหนึ่งอยู่คือ บูซ อัลเลน แฮมิลตัน (Booz Allen Hamilton) บูซ อัลเลน แฮมิลตัน บริษัทนี้ดังออกสื่อ และทำให้ชาวบ้านรู้ว่า รับจ๊อบแบบนี้ เมื่อตอนเจ้าหนู เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน (Edward Snowden) ฉีกหน้ากากอเมริกา เรื่องการดักข้อมูลชาวบ้านแบบ prism สื่อ New York Times บอกว่า สโนว์เดนกำลังทำงานให้ บูซ อัลเลน อยู่ตอนที่เขาดาวน์โหลดข้อมูลต่างๆ ส่งให้สื่อ

บูซ อัลเลน นั้นรับงานด้านไอทีให้กับรัฐบาลอเมริกันมานานแล้ว พนักงานเป็นพันๆ คนของบูซ อัลเลน นั้น ที่แท้ก็คือ ทำงานให้กับสภาความมั่นคงแห่งชาติ (NSC) ของอเมริกันนั่นเอง คอยเก็บข้อมูลต่างๆทางธุรกิจของชาวบ้านและอื่นๆ เอามาวิเคราะห์ และส่งต่อให้ NSC

ก็ไม่น่าแปลกใจมาก เพราะผู้บริหารของ บูซ อัลเลน ก็มาจาก NSC และ ผู้อำนวยการ NSC ก็เคยเป็นพนักงานของ บูซ อัลเลน สลับเก้าอี้นั่งกันเองไปมาตลอด

ถึงจะมีข่าวรั่วออกสื่อ แต่ทั้ง บูซ อัลเลน และรัฐบาลอเมริกันไม่เดือดร้อน ชาวบ้านโง่จะตาย ไม่มีใครสนใจหรือรู้เรื่องหรอกน่า บูซ อัลเลน ก็เลยยังทำงานให้รัฐบาลอเมริกาต่อไป แถมยังประกาศอีกด้วยว่า บริษัทได้งานกลาโหมเพิ่มขึ้นด้วยนะ

ไมค์ แมคคอนเนลล์ (Mike McConnell) รองประธานกรรมการของบูซ อัลเลน ออกมาพูดเมื่อ สโนว์เดน ฉีกหน้ากากอเมริกาในปี ค.ศ.2013 ว่า สโนว์เดน กำลังสร้างความเสียหายยับเยินให้กับอเมริกา  ในความพยายามที่จะระงับการก่อการร้าย …มันจะทำให้เราทำงานยากขึ้น ในการจะเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกิจกรรมของเกาหลีเหนือ หรือเรื่องที่เกิดขึ้นในซีเรีย หรือที่จะเกิดขึ้นกับตาลีบันในอาฟกานิสถาน… แปลง่ายๆ ภาษาลุงนิทานคือ ท่านรองประธานฯ ด่า เจ้าหนูสโนว์เดนว่า … มึงทำให้กูล้วงตับชาวบ้านเขายากขึ้นรู้มั้ย ไอ้เวร …คงจะทำนองนั้นนะครับ

บริษัทที่ 3 คือ Science Application International Corporation หรือ SAIC คุ้นกันไหมครับชื่อนี้ บริษัทนี้ ถูกเรียกว่าเป็น NSC West สภาความมั่นคงสาขาตะวันตก เพราะเจ้าหน้าที่สภาความมั่นคงของอเมริกา พากันย้ายมาทำงานที่ SAIC นี้กันแยะ

บริษัทนี้ เน้นทางด้านการฝึกอบรมให้แก่ลูกค้า ในกรณีเกิดมีการใช้อาวุธ ชนิดที่สามารถทำร้ายผู้คนได้เป็นจำนวนมาก Weapons of Mass Destruction (WMD) และกรณีที่อาจมีการกระทบกับความเป็น อยู่ของบ้านเมืองไม่ว่าระดับใด ไปจนถึงการเตรียมตัวเพื่อที่จะอยู่รอด… เอ๊ะ… เขาเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์อะไรกันครับ

ลืมบอกไปหัวหน้าใหญ่บริษัทนี้คือ ท่านนายพล จอห์น พี จัมเปอร์ (John P. Jumper) ที่มาจากกองทัพ อากาศ และพนักงานของบริษัทนี้มีประมาณ 42,000 คน…ใช้คนแยะจัง…บริษัทนี้ เกือบจะรับเหมา งานทั้งหมดจาก NSC สภาความมั่นคงแห่งชาติของอเมริกา และเป็นบริษัทที่เก็บข้อมูลด้านข่าวกรอง ให้ NSC มากที่สุด เจอชื่อนี้ ในบ้านเราก็อ่านกันหน่อย เห็นอะไรแปร่งๆ ก็เตรียมเป้ใส่ของกันไว้บ้าง ไม่ได้บอกให้แตกตื่น แต่ควรตื่นตัวกันหน่อย

บริษัทที่ 4 ชื่อ Center for Counterintelligence and Security Studies (CCSS) เพิ่งตั้งขึ้นมาไม่กี่ปี เน้นการฝึกอบรม ให้กับบริษัทที่กลัวภัยจากมุสลิมหัวรุนแรง พนักงานของบริษัทที่เป็นผู้ให้ การอบรม ก็แน่นอน มาจากเอฟบีไอ ซีไอเอและกองทัพ บริษัทอ้างว่า ให้การอบรม (ฝึก) ไปแล้ว ประมาณ 67,000คน ค่าอบรมต่อหัว สำหรับเวลา 3 วัน ชั้นเรียนไม่เกิน 30 คน ตกหัวละเกือบ 3 แสนบาท …ไม่รู้อบรมอะไรกันมั่ง

บริษัทที่ 5 ชื่อ Security Solution International (SSI) เป็นอีกบริษัท ที่เน้นเรื่องการรับมือกับพวกผู้ก่อการร้ายมุสลิม ให้แก่หน่วยของรัฐ บริษัทนี้ ตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2004 โดย เฮนรี่ มอร์เกนสเติร์น(Henry  Morgenstern) ชาวยิวอิสราเอล/อเมริกัน (ยิวอีกแล้ว) ที่มีสัมพันธ์ดีเยี่ยมกับหน่วยงานความมั่นคงของอิสราเอล ส่วนใหญ่ให้การฝึกอบรมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยเฉพาะกับตำรวจ                                  

ในการอบรมครั้งหนึ่ง SSI แสดงภาพการผู้ก่อการร้ายตัดหัวเชลย ทำให้ได้รับการวิจารณ์จากสื่อเชิงไม่เห็นด้วย แต่นายใหญ่ของ SSI บอกว่า …ศาสนาของพวกนี้โยงกับการก่อการร้ายมานานแล้วนะ…ฝีปากแบบนี้ คงมีงานเข้าแยะ…

Scroll to Top