แด่นักรบเงา ที่เสียสละแม้ชีวิต
เพื่อรักษาบ้านเมืองที่รักของเรา

Search

International Crisis Group (ICG) ของนายจอร์จ โซรอส (George Soros) และพวก เช่น นายเคนเนธ เอเดลสไตน์ (Kenneth Adelman) นักล็อบบี้ (lobby) ใหญ่ของไอ้โจรร้ายที่เขียนไปเมื่อวันที่ 15 ม.ค. พ.ศ.2557 นั้น เป็นองค์กรที่น่าสนใจ ไม่ใช่ระดับธรรมดา แต่เป็นองค์กรที่ตอนนี้ถ้าเป็นเพลง ก็เรียกว่าขึ้นอยู่ในระดับ top chart เพราะเป็นองค์กร ที่ดูเหมือนจะมีส่วนในการกำหนดชะตากรรมของหลายประเทศ ในหลายภูมิภาค

พูดภาษาจิ๊กโก๋เรียกว่า เป็นผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์และวางแผนปรับปรุง (Research and Develop- ment R& D) หรือวิเคราะห์และวางแผนการล่าเหยื่อให้แก่ กลุ่มทุนอิทธิพลนักล่าอาณานิคมยุคใหม่ (CFR) และไทยแลนด์แดนสมันน้อย ก็น่าสงสัยว่าจะอยู่ในรายการช้อปปิ้ง (shopping list) เหยื่ออันโอชะ (อีกแล้ว)

ตั้งแต่ไอ้โจรร้ายร่อนเร่ไปอยู่นอกประเทศ เพราะคุณทหารเอารถถังออกมาวิ่งรับดอกไม้จากชาวกรุงเทพ ! เมื่อปี พ.ศ.2549 นั้น บางทีมันก็ทำให้ชะตาบางคนพลิกผัน เหมือนกับการปล่อยหมูเข้าเล้าหรือปล่อยหมาไนไว้ในทุ่งหญ้า อะไรทำนองนั้น หมาไนเคยแต่แทะกระดูกตลอด กว่าจะได้กินเนื้อก็เหนื่อยจนเบ้าตา เป็นเบ้าขนมครก (ฮา) พอเจอนักล่าเอาเหยื่อมีเนื้อติดกระดูกมาล่อด้วยความตะกระ อันเป็นสันดาน ก็รีบเดินเข้าไปสู่กรงเล็บนักล่าอย่างเต็มใจ พร้อมจ้างนักล่ามาเป็นที่ปรึกษา ให้ล่าประเทศบ้านเกิดเมืองนอนของตนด้วย… เลวสุดขั้ว ชั่วสุดใจจริงๆ!

เพื่อจะเข้าใจปัจจุบัน ขอทบทวนอดีตสักหน่อย ภายหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียด เมื่อปี ค.ศ.1991 อเมริกามีทางเลือกในฐานะผู้มีอำนาจใหญ่ล้นโลก ที่จะทำให้โลกนี้ สู่สภาพการสิ้นสุดของสง ครามเย็นอย่างจริงจัง และเปลี่ยนวิถีของโลกเสียใหม่ ไปสู่สันติภาพและความรุ่งเรืองอย่างแท้จริงหมดสงครามเย็น ยุติการเกลียดชัง การแก่ง แย่งชิงดี การเหยียดทางเชื้อชาติและสู้รบระหว่างเผ่าพันธุ์ การปิดกั้นเรื่องศาสนา ฯลฯ เปลี่ยนจากการทำลายล้าง ต่อสู้ เป็นการสร้างความเจริญแก่โลก และแก้ไขปัญหาความลำบากยากจนของพลเมืองโลกอย่างแท้จริง สมกับการเป็นพี่เบิ้ม

เปล่าหรอก นั่นมันเป็นความน่าจะเป็น หรือความอยากให้เป็นของชาวโลก ที่จะได้เห็นอเมริกา เดินสู่เส้นทางนั้น แต่ตรงกันข้าม นอกจากอเมริกาจะไม่ทำอย่างนั้นแล้ว ภายใต้ประกาศิตของระบอบ New World Order จัดระเบียบโลกใหม่ ที่นายบุช (Bush) ตัวพ่อ ออกมาประกาศเมื่อปี ค.ศ.1990 ภายใต้การกำกับของกลุ่มผู้ทรงอิทธิพล ซึ่งใช้ผ่านถังความคิด Council on Foreign Relations (CFR) อเมริกากลับเลือกที่จะทำทุกอย่าง ไม่ว่าการเป็นการสร้าง ทำลาย หลอก ลวง ต้มตุ๋น เพื่อที่จะควบคุม

และครอบครองโลก

ปี ค.ศ.1997 นายสบิกเนียฟ เบรซินสกี้ (Zbigniew Brzezinski) ปรมาจารย์ทางด้านภูมิศาสตร์การ เมือง (Geopolitics) ที่มีอิทธิพลในทางความคิดกับกลุ่ม CFR อย่างยิ่ง ได้เขียนไว้ในหนังสือ The Grand Chess Board ว่า อเมริกาจะครองโลกได้ ต้องควบคุมดินแดนที่เรียกว่า ยูเรเซีย (Eurasia) ให้ได้เสียก่อน

ดินแดนยูเรเซียคืออะไร คร่าวๆ คือ ทวีปยุโรปกับทวีปเอเซียรวมกัน เป็นดินแดนที่มีเนื้อที่ประมาณ 1ใน 3 ของพื้น ที่โลก มีประชากรประมาณเกือบห้าพันล้านคน หรือประมาณกว่า 70 % ของพลเมืองโลก และมีก๊าซและน้ำมัน ประมาณ 3 ใน 4 ของโลก คิดดูแล้วกัน มันเป็นเหยื่อกลุ่มใหญ่ น่าเขมือบขนาดไหนของกลุ่มนักล่า

เมื่อคิดจะล่ากันเป็นล่ำเป็นสันอีกรอบ ในฐานะพี่เบิ้มใหญ่ คุมซอยเดียวไม่พอ มันต้องคุมทั้งเมือง หรือคุมทั้งโลก แล้วสงครามเย็นรูปแบบใหม่ จึงฟื้นคืนชีพขึ้นมา แต่เปลี่ยนเครื่องทรง แต่งหน้าใหม่ ตามยุทธศาสตร์ ที่กำหนดโดย Project of the New American Century หรือ PNAC ที่ออกมาในปี ค.ศ. 1997 นั่นเอง ผู้อำนวยการสร้าง PNAC ไม่ใช่ใครอื่น ถังอิทธิพล CFR จัดส่งมาให้ทั้งแก๊ง แสดงนำโดยนายพอล วูฟโฟวิตส์ (Paul Wolfowitz), นายอาร์ เจมส์ วูลสลีย์ (R. James Woolsey), นายโดนัลด์ รัมสเฟลด์ Donald Rumsfeld และนายโรเบิร์ต เซลลิค (Robert Zoellick) เป็นต้น

เป้าหมายของ PNAC ก็เพื่อให้อเมริกาครองโลก (promote American Global leadership) จะครองโลกได้ก็ต้องมีกองทัพที่แข็งแกร่ง อเมริกาเริ่มจัดรูปแบบกองทัพ ฐานทัพ และสร้างอาวุธใหม่ๆ ขึ้น แค่นั้นยังดูไม่เอาจริงพอ ในปี ค.ศ.2000 PNAC ออกรายงานมาอีกชื่อ Rebuilding America’s Defenses : Strategies, Forces and Resources for a New Century

เห็นหัวข้อรายงานก็พอจะเดาทิศทาง การเดินหมากของอเมริกาในศตวรรษใหม่ได้

ภายใต้ยุทธศาสตร์ที่กำหนดโดย PNAC ดังกล่าว เหยื่อที่ถูกเลือกให้ทดลองทฤษฎีใหม่คือ ซัดดัม ฮุสเซน (Saddam Hussein)

สงครามอิรักเกิดขึ้นตั้งแต่ ค.ศ.2003 ถึง ค.ศ.2011 ความเสียหายมีมาก เมื่อเทียบกับผลที่ได้มา ก้อนอิฐปาใส่มากกว่าดอกไม้ ยุทธศาสตร์ตาม PNAC เน้นการทหารมากกว่าการทูต เหยี่ยวขยับปีกมากไปหน่อย จึงมีความคิดที่จะเอานกพิราบมาใช้แทน แต่ขอโทษ เป็นนกพิราบที่ติดกรงเล็บเหยี่ยว แถมไม่ใช่เล็บธรรมดา ในเล็บยังใส่ยาพิษไว้อีก

ทฤษฎีนกพิราบติดกรงเล็บเหยี่ยวไม่ใช่เรื่องใหม่ ถ้าเราจำเรื่องอิหร่านกันได้

อังกฤษจับมือกับอเมริกาปลดนายมอสซาเดก (Mossadegh) ในปี ค.ศ.1953 โทษฐานที่รู้ทันฝรั่ง ไม่ยอมถูกต้มต่อ และใน ค.ศ.1979 นกพิราบสายพันธ์นี้ ก็ถูกนำมาใช้อีก ในการปลดกลางอากาศพระเจ้าชาห์ (Shah) โทษฐานเล่นผิดบทและเอา อยาโตเลาะห์ โคไมนี (Ayatollah Khomeini) มาปกครองอิหร่าน

ท่านผู้อ่าน นิทานมายากลยุทธ์มาแล้ว โปรดอย่าลืมอิหร่านโมเดลทั้ง 2 รายการ เป็นรูปแบบที่น่าสนใจและมีนัยลึกซึ้ง โปรดอ่านทบทวน และน่าจะศึกษาเพิ่มเติมด้วย เผื่อจะเข้าใจหัวคิดและจิตใจอันแสนร้ายของนักล่ามากขึ้น วันไหนเขานึกจะเล่นอิหร่านโมเดลกับสมันน้อย จะได้รู้ตัว และต่อต้านหรือต่อสู้ถูกทาง

นกพิราบติดกรงเหยี่ยว ถูกนำมาใช้ในปฏิบัติการที่ CIA มักเรียก “วิธีการอื่น” ส่วนมากเป็นการปฏิบัติ การสำหรับการล้มล้าง ระบอบหรือรัฐบาล ผู้นำประเทศ ผู้บริหารประเทศ ที่อเมริกาเห็นว่าไม่เป็นมิตร หรือไม่เป็นประโยชน์ ไม่สมประโยชน์ หรือขัดใจ ขวางทางทำมาหากิน หรือตรงข้ามกับแนวคิดของอเมริกา ปฏิบัติการนี้ก็จะถูกนำมาใช้ เพื่อเอาหมากตัวใหม่หรือไพ่ใบใหม่ มาเล่นแทน

โดยไม่จำเป็นต้องใช้กองทัพของอเมริกาให้เปลืองแรง เปลืองเงิน ก็แค่นั้น

แต่พอเป็นศตวรรษใหม่ (New Century) แล้วจะใช้ CIA เล่นโดดๆ มันคงเหมือน ไม่มีงานมาเติมเงินนั้นแหละ (ฮา) ก็ต้องสร้างงานกันหน่อย เมื่อเห็นว่าการยกทัพจับศึกอย่างที่ทำในอิรัก มันไม่เข้าท่า ถูกด่ามากกว่าถูกสรรเสริญ เขาก็เปลี่ยนวิชามารใหม่  การตั้งสถาบันต่างๆ จึงผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด (แหม! กว่าจะโยงถึง ICG ต้องไปวิ่งอ้อมถึงสนามหลวง) สถาบันพวกนี้มีหน้าที่ปฏิบัติการ ที่ยังไม่จำเป็นต้องใช้กองทัพ… แต่ปูทางไว้ เพื่อให้กองทัพเข้ามาได้ง่ายขึ้น

Scroll to Top