แด่นักรบเงา ที่เสียสละแม้ชีวิต
เพื่อรักษาบ้านเมืองที่รักของเรา

Search

เล่ม 9 ‘ติดกับ’

ลูกครึ่งหรือนกสองหัว

ตอน 1 น้ำผึ้งหวานไม่พอ

ตั้งแต่กลางปี ค.ศ.2013 ความสัมพันธ์หอมหวานระหว่างอเมริกา

ากับตุรกี ทำท่าจะออกขมปนกลิ่นเปรี้ยว New York Times วันที่ 23 ธันวาคม ค.ศ.2013 ถึงกับออกข่าวว่า นายอาห์เหม็ด ดาวูโตกลู (Ahmet Davutoglu) รมว.ต่างประเทศของตุรกี พร้อมที่ขับไล่ทูตอเมริกาประจำตุรกีที่ชื่อ นายฟรานซิส เจ ริกเคียร์ดัน จูเนียร์ (Francis J. Ricciardone Jr.) ออกจากตุรกี เนื่องจากนายริกเคียร์ดัน จุ้นมากเกินไป

(พฤติกรรมของพวกทูตอเมริกัน นี่มันเหมือนกันหมดนะ หรือว่าเป็นคุณสมบัติบังคับของการเป็นทูตอเมริกัน ที่จะต้องจุ้นจ้านในเรื่องภายใน ของประเทศที่ตัวเองไปประจำอยู่ ตอนนี้ความรู้สึกของแต่ละประเทศ ต่อทูตอเมริกันคงคล้ายกัน ต่างกันแค่การแสดงออก ตุรกีกล้าออกปากว่าพร้อมที่จะขับไล่ แต่ไทยยังไม่พร้อมที่จะออกปาก ได้แต่แค่นึก…โดยประชาชน ฮา)

ในช่วงนั้นสื่อทั้งภายในและภายนอกประเทศ ต่างลงข่าวว่า นายกรัฐมนตรีตุรกี นายรอญับ ตอยยิบ เอร์โดกาน (Recep Tayyip Erdogan) กับพวกกำลังเพลิดเพลินกับการเล่นตัวเลข เรียก 5 เรียก 10 เปิดกระเป๋าซ้าย ย้ายกระเป๋าขวา จนต้องมีการตั้งกระบวนการสอบสวนกัน ผลการสอบสวนยังไม่เสร็จ นายริกเคียร์ดัน ใจร้อนทนไม่ไหว ขอนัดพบนายกรัฐมนตรีตุรกี อยากรู้เรื่องก่อนสื่อออกข่าว

ตุรกีบอกแบบนี้เขาเรียกว่า จุ้น เข้าใจไหม (อันที่จริงเขาใช้คำแรงกว่านี้ครับ) มันเรื่องภายในบ้านเรา ขืนจุ้นจ้านแบบนี้มากๆ โน่น เก็บของกลับบ้านไปได้เลย

อเมริกานึกไม่ถึงว่าตุรกีจะกล้าหือ ยังตั้งตัวไม่ติด เลยอือๆ ตกลงยกเลิกนัดไปก่อน สื่อลงข่าวว่า เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้วคร้าบ เพราะถ้าไปพบกัน มันคงไม่ใช่การเจราจาหารือ แต่น่าจะเป็นการตะลุมบอนกันมากกว่า เพราะความร้อนของถ้อยคำที่โต้ตอบกันผ่านสื่อ มันเริ่มร้อนและเผ็ดขึ้นเรื่อยๆ

เพิ่งจะดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ฝันหวานด้วยกันเมื่อ 2 ปีนี้เอง ประธานาธิบดีโอบามา (Obama) กับนายก รัฐมนตรีเอร์โดกานนั่งจับมือคุยกันกระหนุงกระหนิง เกี่ยวกับเรื่องความวุ่นวายในอียิปต์ ลิเบียและซีเรีย ถึงขนาดข่าวออกมาว่า เป็นการพูดคุยชนิดดอกไม้หล่นกระจายเต็มพื้นห้อง ประธานาธิบดีอเมริกา ไม่เคยพูดหวานเชื่อมแบบนี้ กับผู้นำคนไหนมาก่อนเลยนะ ยกเว้นกับนายกรัฐมนตรีของอังกฤษ นายเดวิด แคมารอน (David Cameron) ผู้เปรียบเสมือนตัวแทน ของนายเหนือหัวของอเมริกา (ส่วนไอ้ที่ส่งสาย ตาเยิ้มใส่กันน่ะ มันเรื่องอื่นนะครับ อย่าเอาไปปนกัน)

จิ้งจกข้างฝาแอบได้ยิน นายเอร์โดกาน กระซิบกับลูกน้องคนสนิท เอ็งรีบไปหาเชือกมาผูกตัวนายให้ติดกับเก้าอี้ไว้หน่อยนะ รู้สึกตัวมันกำลังจะลอยว่ะ …มันเป็นความภูมิใจอย่างสุดซึ้งของตุรกี สื่อตุรกีต่างบอกว่า …เรากำลังเข้าไปสู่วงในของเวทีโลกแล้ว หลังจากยืนกุมอยู่ข้างหลังนายท่านมานาน 60 ปี

นายโซนาร์ คาคัปไตย์ (Soner Cagaptay) ผู้อำนวยการของโครงการวิจัยของตุรกี (Turkish Research Program) ที่สถาบัน Washington Institute for Near East Policy บอกว่า มันเป็นระยะเวลาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ที่ยาว ตั้งแต่ ค.ศ.2010 ถึงฤดูร้อนในปี ค.ศ.2013เลยนะ เป็นความต้องใจในอัธยาศัย ซึ่งกันและกันระดับส่วนตัวของนายโอบามากับนายเอร์โดกาน อืม …เหมือนเขียนนิยายรัก ฉบับละสองสลึง มากกว่าจะเขียนนิทานการเมืองร้อนระอุ

ถึงน้ำผึ้งจะยังดูเหมือนหวาน แต่ใบบัวใหญ่ยังไงก็ปิดไม่มิด ความจริงน่ะ สัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศ เริ่มมีหัวฝีโผล่มาแล้วหลายปี แต่มันเพิ่งมาแตกหนอง เอาเมื่อมีเรื่องการสอบสวนการโกงของพวกนายกรัฐ มนตรีตุรกีนั่นแหละ ที่ทำให้อเมริกาหงุดหงิด แต่ตุรกีน่าจะหงุดหงิดกว่า

อเมริกาออกมาไล่เรียงบ่น ดูเรื่องอียิปต์ซิ ตุรกี ออกหน้าสนับสนุนประธานาธิบดีมอร์ซิ (Morsi) ที่ถูกไล่ออกไป แต่อเมริกาอยากสานสัมพันธ์กับพวกที่ไล่ประธานาธิบดีมากกว่า

เรื่องซีเรียล่ะ ตุรกีออกหน้าออกตา ขนทั้งอาวุธ ขนทั้งคนให้กบฏซีเรีย แล้วมาหาว่าอเมริกาผลักให้ออกหน้า แต่ตัวเองถอยหลัง พูดอย่างนี้ได้ยังไง เดี๋ยวชาวบ้านเขาเชื่อหมด

เรื่องอิรักล่ะ อเมริกาหวังจะให้ตุรกี เดินหน้าจับมือกับพวกเคิร์ด (Kurd) ทางเหนือเซ็นสัญญาเรื่องน้ำมัน โดยไม่ต้องให้รัฐบาลที่แบกแดด (Bagdad) มายุ่ง แล้วเดินหน้าเรื่องนโยบายที่จะทำให้ประเทศอิรักแตก แยกต่อไป! แล้วมันไปถึงไหน

เรื่องในบ้านของตุรกียิ่งเหม็นใหญ่ ตอนนี้มีการประท้วงที่เกซี ปาร์ค (Gezi Park) ในอิสตันบูล เพื่อขับไล่รัฐบาล หาว่ารัฐบาลกับพวกโกงกินกันแบบปากมันเยิ้ม ข่าวบอกว่า ผู้อำนวยการธนาคารฮัลค์ (Halk Bank) ตัวดี เป็นพวกนายกรัฐมนตรี รับสินบนก้อนใหญ่จากใคร ข่าวไม่บอก แต่ธนาคารฮัลค์ (Halk Bank) นี้ อเมริกาสงสัยมานานแล้วว่า เป็นตัวการแอบลักลอบช่วยอิหร่าน ทำการแทนของรัฐบาลตุรกี เวลาตุรกีซื้อแก๊สจากอิหร่านจ่ายเป็นเงิน (ตรา) ไม่ได้ เพราะถูกอเมริกาคว่ำบาตร เลยเลี่ยงจากเป็นทองแทน

แต่ที่แย่ที่สุด คือเรื่องเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ตุรกีทำให้พรรคพวกแถวนาโต (NATO) เกิดอารมณ์บูดแบบเน่าสนิท ด้วยการออกข่าวว่า จะเซ็นสัญญากับบริษัทจีน อย่างไม่เห็นแก่หน้าอันใหญ่โตของอเมริกาและนาโต เลย เป็นสัญญาเกี่ยวกับการสร้างเรื่องระบบการต่อต้านจรวด ตุรกีมีทั้งอเมริกา ทั้งนาโต อยู่ในบ้านเต็มไปหมด แล้วจะไปเอาจีนมาทำอะไรอีก ทั้งๆ ที่รู้อยู่เต็มสองรูหูว่าอเมริการู้สึกกับอาเฮียอย่างไร แถมกำลังคว่ำบาตรอาเฮีย เนื่องจากไปค้าขายกับอิหร่าน เกาเหลีเหนือและซีเรีย กลุ่มที่อเมริกากากะบาดหน้าปิดข้างฝาไว้ทั้งนั้น

สส.อเมริกา 47 คน (ถูกสั่งให้) เข้าชื่อทำหนังสือ ขอให้รัฐบาลอเมริกันดำเนินการตรวจสอบ เรื่องการจ่ายค่าแก๊ส ค่าน้ำมันกันเป็นทองของตุรกีกับอิหร่าน ว่า เป็นเรื่องจริงหรือเรื่องโคมลอย เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่สำหรับอเมริกานะ

ฝ่ายรัฐบาลตุรกีออกข่าวบอกว่า เรื่อง Halk Bank เป็นการปล่อยข่าวป้ายสีของนายเฟตตูเลาะห์ กูเลน (Fethullah Gulen) นักสอนศาสนามุสลิมที่กำลังดังมาก เคยเป็นสหายร่วมก๊วน มากับนายกรัฐมนตรีเอร์โดกาน แต่ตอนนี้แปลงสภาพจากสหาย เป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งแทน นายกูเลน เลยอพยพตัวเองไปใช้ชีวิตอยู่ที่เพนซิลวาเนีย (Pennsylvania) ในอเมริกาตั้งนานแล้ว แต่มือยังยาวเข้ามายุ่มย่ามในตุรกี (สงสัยใช้ สไกป์ อินสตราแกมและเฟสบุ๊ค เหมือนกัน ฮา) เข้ามาควบคุมการทำงานของตำรวจ และฝ่ายยุติธรรมซึ่งเป็นพวกสาวกของนายกูเลน ให้ทำการตรวจสอบพวกนายกรัฐมนตรี (อ่านดีๆนะครับ ค.ส.ช. ผมเขียนเรื่องตุรกี ครับ) ทั้งเรื่องนายเฟตตูเลาะห์ กูเลน และเรื่องการประท้วงเกซี ปาร์ค (Gezi Park)นายกรัฐมนตรีเอร์โดกานบอกว่า อเมริกามีส่วนเกี่ยวข้อง อเมริกาฉุนขาด บอกตุรกีพูดเหมือนคนลืมตัว แบบนี้ระวังจะไม่มีหัวเหลืออยู่บนบ่า

นายสตีเวนส์ เอ คุก (Steven A. Cook) จาก Council on Foreign Relations (CFR) รีบออกมาช่วยใส่สี บอกว่าทั้งหมดนี้ กระทบความสัมพันธ์ระหว่างอเมริกากับตุรกีแน่นอน มันเหมือนเป็นการบอกใบ้ของอเมริกาว่า นายเอร์โดกาน อาจไม่ใช่หุ้นส่วน ที่อเมริกาจะให้ความไว้วางใจต่อไปอีกแล้ว

ตุรกีกับอเมริกาผูกสัมพันธ์แน่นหนา ในฐานะพันธมิตรมาประมาณ 60 ปีแล้ว

เริ่มมาตั้งแต่ ค.ศ.1947 ตาม Truman Doctrine ซึ่งต้องการจะปิดล้อมสหภาพโซเวียต ก่อนหน้านั้น ตุรกีอยู่ในอุปถัมภ์ของอังกฤษในด้านการทหาร หลังสงครามครั้งที่ 2 จบ อังกฤษบอกอย่าว่าแต่จะดูแลตุรกีต่อเลย ตูเองก็จะไปไม่รอด อเมริกายี่ต๊อกดูแล้วน่าจะเกินคุ้มทุน เลยรับอุ้มตุรกีแทน อเมริกาให้การฟูมฟักสนับสนุนดูแลตุรกีทุกอย่าง เริ่มตั้งแต่จัดการให้เป็นเด็กเส้นยัดเข้าไปอยู่ในนาโต ตั้งแต่ปี ค.ศ.1952 พร้อมทั้งให้การสนับสนุนด้านความมั่นคง ด้านการทหารและด้านเศรษฐกิจแบบเต็มอัตรา

ช่วงนั้นบรรดานายพลของตุรกี และหน่วยงานต่าง ๆ เดินเข้าออกในวอชิงตันเหมือนเป็นบ้านตัวเอง อเมริกาลงทุนกับตุรกีมากมาย และตุรกีก็รับใช้อเมริกามากมาย เช่นเดียวกัน

สัมพันธ์ตุรกี อเมริกาแน่นหนามากอยู่แล้ว แต่นาโตทำให้แน่นมากขึ้น เพราะเหตุว่า ตุรกีตั้งอยู่ในอาณาบริเวณ ซึ่งเป็นจุดร้อนระอุอยู่เสมอ ตั้งแต่ก่อนและหลังสงครามเย็น นาโตจึงใช้ตุรกีเป็นสถานีขนส่ง อาวุธยุทโธปกรณ์ สินค้า รวมทั้งหน่วยปฏิบัติการต่างๆ สำหรับทั้งอเมริกาและนาโต ศูนย์บัญชาการทางอากาศของนาโตซึ่งตั้งอยู่ที่ อิสเมียร์ (Izmir) ของตุรกี มีความสำคัญมากสำหรับชาวนาโต

ในปี ค.ศ.2011 ตุรกีตกลงทำสัญญากับอเมริกา ยินยอมให้อเมริกา ติดตั้งเรดาร์จับสัญญาณของนาโตActive Layered Theatre Ballistic Missile Defense (ALTBMD) สำหรับบริเวณยุโรป การที่ตุรกียิน ยอมให้ติดตั้งเครื่อง ALTBMD ในบ้านตัว เหมือนเป็นการแสดงความเห็นพ้องแนวเดียวกันกับอเมริกา ยุโรป และนาโต เกี่ยวกับประเด็นเรื่องนิวเคลียร์ของอิหร่าน

อเมริกาสร้างฐานทัพไว้ในตุรกีหลายแห่ง ฐานใหญ่ที่สุด อยู่ที่อินซีร์ลิค (Incirlik) เป็นฐานทัพอากาศอยู่ทางใต้ของเมืองอดานา (Adana) มีทหารอเมริกันประจำการอยู่ประมาณ 1,500 คน รวมกับที่ตุรกีจ้างไว้อีก 3,500 คน นับตั้งแต่สงครามเย็นเลิก อินซีร์ลิคได้ใช้เป็นฐานสำหรับการปฏิบัติภารกิจที่อิรัก (Iraq), บอสเนีย-เฮอร์ซาโกวีนา (Bosnia – Herzegovina), โคโซโว (Kosovo) และอาฟกานิสถาน(Afghanistan) ที่อินซีร์ลิคนี้ ยังมีเครื่องบินรบของอเมริกาประจำการณ์อยู่ประมาณ 60-70 ลำ และมีเครื่องบินบรรทุก B61 สำหรับบรรทุกระเบิดนิวเคลียร์ ภายใต้การอุปถัมภ์ของนาโตอีกด้วย

ตุรกีมีสิทธิที่จะยกเลิกการให้อเมริกาเข้าใช้ฐานทัพที่ อินซีร์ลิคนี้ โดยการบอกล่วงหน้า 3 วัน

ตั้งแต่ ค.ศ.1948 จนถึงปัจจุบัน อเมริกาให้การสนับสนุนด้านการทหารแก่ตุรกี คิดเป็นเงินประมาณ13.8 พันล้านเหรียญ นี่ยังไม่นับรวมงบ ทางการศึกษาและอบรม ที่อเมริกาให้เป็นรายปีอีกต่างหาก

คุณนายคอนโดลีซซา ไรซ์ (Condoleezza Rice) เคยพูดไว้เมื่อ ค.ศ.2008 ว่า ตุรกีเป็นหุ้นส่วนที่จำเป็นและสำคัญยิ่งสำหรับอเมริกา นายพอล วูลโฟวิตซ์ (Paul Wolfowitz) พูดย้ำอยู่บ่อยๆ ว่า ตุรกีเป็นหุ้น ส่วนที่เราขาดไม่ได้และหาแทนกันไม่ได้ รัฐมนตรีต่างประเทศของอเมริกา เมื่อได้รับตำแหน่งใหม่ ในการเดินสายเที่ยวแรก เพื่อไปจับมือแนะนำตัว กับมิตรประเทศ เกรด เอ จะต้องมีตุรกีเป็นหนึ่งในประ เทศที่ “ต้อง” ไปเยี่ยมเสมอ

สำหรับโลกใต้ดิน ตุรกีไม่เพียงแต่เป็นหุ้นส่วน ที่อเมริกาขาดไม่ได้เท่านั้น ตุรกีคือ CIA สาขา 2 หรืออาจจะเท่าเทียมกับสำนักงานใหญ่ที่แลงก์ลีย์ (Langley) ก็ได้ งานใต้ดินเกือบทั้งหมดในโลกฝั่งยุโรป แอฟริกา ตะวันออก เอเซียเหนือ เอเซียกลาง และแม้แต่เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ พูดยาวไปทำไม เอาว่า งานใต้ดินเกือบทั้งหมด เริ่มต้นที่ตุรกี… ใช้หน้าฉากของตุรกี …ใช้ทีมที่ตุรกีจัดหา ใช้ตุรกีเป็นเส้น ทางผ่านทาง บนดิน ใต้ดิน บนฟ้า และที่สำคัญใช้ตุรกีเป็นฐานใหญ่… สถานทูตอเมริกาที่อียิปต์อาจจะใหญ่จริง… แต่การปฏิบัติการใต้ดินผ่านตุรกีใหญ่กว่าและแยะกว่า ทั้งในด้านจำนวนคน อาวุธและงบ ประมาณ รวมทั้งเครื่องมือในการจารกรรม

ในรายงานของฝ่ายวิเคราะห์ของสภาสูงอเมริกา (Congressional Research Service) (CRS) สมุดพกรายงานความประพฤติของเด็กชายตุรกี ฉบับล่าสุดเมื่อวันที่ 27 มีนาคม ค.ศ.2014 อเมริกาบอกว่า ความสำคัญของตุรกีต่ออเมริกา เป็นเช่นเดียวกับ อินเดีย บราซิล และอินโดนีเซียคือ เป็นประเทศที่มีน้ำหนัก “มากทั้งด้านอาณาเขต พลเมือง และเศรษฐกิจ” อเมริกาเรียกประเทศพวกนี้ว่า “global swing state” ประเทศพวกนี้เข้ากับฝ่ายไหน แน่นอนฝ่ายนั้นมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นทันที นี่ถ้าเข้าข้างไหนพร้อมกัน ซัก 2,3 ประเทศ ตาชั่งอาจคว่ำ ฮา!

แค่คิดว่า ใครจะเหวี่ยงน้ำหนักไปอยู่ข้างไหน มันก็เป็นเรื่องหนักใจสำหรับอเมริกาแล้ว แต่สำหรับตุรกีจะเอียงไปข้างไหน มันยิ่งกว่าเป็นเรื่องหนักใจ มันเป็นการกระทบยุทธศาสตร์ของอเมริกา ในภูมิภาคนั้นอย่างสำคัญยิ่ง เพราะตำแหน่งที่ตั้งของตุรกีคือ จุดที่ได้เปรียบ นักวิเคราะห์การเมืองบอกว่า ตุรกีเป็นศูนย์กลางของบริเวณที่กำลังวิกฤติที่สุดของในโลกในขณะนี้ (Turkey is at the center of one of the most critical regions of the world)

Scroll to Top