ตอน 1
ปานามาเปเปอร์ออกมาหลายวันแล้ว สื่อทั่วโลกต่างก็ลงกันไปจนหมดแล้ว และหลายคนที่มีชื่อได้รับเชิญเป็นดาราในปานามาเปเปอร์ ต่างก็ออกมาแก้ตัวกันพัลวัน ยิ่งแก้ยิ่งพันตัวหนักขึ้น คนอ่านก็มันไป ลุงนิทานไปอยู่ที่ไหนมา ทำไมถึงเพิ่งเขียนเรื่องนี้ ใครๆเขาเขียนถึง จนข่าวชืดเป็นแกงจืดค้างคืนไปหมด แล้ว ลุงตกข่าวหรือไง…
เปล่าครับ ลุงไม่ได้ตกข่าว …ลุงอ่านเหมือนกัน แต่ขี้เกียจเขียนถึง มันเหมือนเขาโฆษณาว่าเป็นโขน ดารารุ่นใหญ่แสดง อุตส่าห์ไปเบียดซื้อตั๋ว ที่ไหนได้ เปิดฉากมากลายเป็นจำอวดมืออ่อน เสียดายค่าบัตรชะมัด ไม่คุ้มแม้กระทั่งเวลา แถมอุตส่าห์นุ่งกุงเกงตัวหล่อ รู้งี้นุ่งผ้าขะม้าเย็นสบายอยู่กับบ้าน นอนอ่านหนังสือเตรียมเขียนป้ายลวง 2 ต่อ ดีกว่า
ชื่อแต่ละชื่อที่ปล่อยออกมา ไม่เร้าใจคนแก่เลยนะ ยิ่งของไทยแล้ว ผมว่าไม่ถึงแกงจืดด้วยซ้ำ เป็นแค่น้ำล้างถ้วยแกง แบบนี่มันป้ายปลอมชัดๆ ไม่ถึงระดับป้ายลวงเอาด้วย
รายชื่อของไทย กลุ่มที่เข้าข่ายพอจะน่าสนใจ แต่ก็ไม่น่าตื่นเต้นเช่น ชื่อ ค.ญ.พจมานกับนายบรรณพจน์ พี่ชาย… กลุ่มนี้ ไปใช้บริการปานามา นี่กระจอกมากนะ รวยโคตรขนาดนั้น ใช้สำนักงานกฎหมายที่มิด ชิด ปกปิดกว่านี้ได้นะครับ ไม่รู้จะใช้ใครส่งไลน์มาถาม เดี๋ยวผมจะแนะนำเพื่อนแถวบางขวาง ให้เขาช่วยหาแหล่งใหม่ให้ ฮา
กลุ่มที่ 2 ที่ว่าเป็นพวกซี้ผี ก็อีกแหล่ะ กลุ่มนี้มีอดีตนักกฎหมายใหญ่มาก ลาออกมาจากสำนักงานกฎหมายใหญ่ระดับโลก เบเกอร์แอนด์แมคเคนซี มาเป็นหัวหน้าใหญ่ที่บริษัทในเครือ น่าจะดูแลไม่ให้พวกเจ้านายต้องเป็นดาราโผล่ออกมาในหนังปานามาเลยนะ อ้อ.. หรือใช้บริการกันมา ตั้งแต่สมัยยังอยู่เบเกอร์ เพราะสำนักงานเบเกอร์ก็อยู่ในรายชื่อเป็นดาราปานามากับเขาเหมือนกัน ฮา ทำไมโป้งโล้งอย่างนี้นะ เสียชื่อสำนักงานกฎหมายใหญ่ระดับโลกหมด คุณนายคริสติน ลาการ์ด หัวหน้าใหญ่ของไอเอมเอฟ นี่ ก็อดีตหัวหน้าใหญ่ ของสำนักงานเบเกอร์ที่นิวยอร์คนะครับ อย่างนี้ เดี๋ยวก็เสียถึงคุณนายด้วยหรอก
กลุ่มที่ 3 ที่น่าสนใจ ก็กลุ่มว่องกุศลกิจ ค้าน้ำตาล ทำเหมือง ทำธนาคาร ทำโรงแรม โอ้ยธุรกิจใหญ่ๆทั้งนั้น เอาชื่อเขามาโชว์ได้ยังไง ปานามานี่พิลึกจริง ไหนว่าพูดกันรู้เรื่องแล้ว ตกลงแบ่งจ๊อบกันแล้ว…
กลุ่มที่ 4 นี่สิ น่าสนใจไม่เบา อดีตลูกพี่ใหญ่บริษัททางการเงินและการหุ้น ภัทรธนกิจ ที่ตอนนี้ลูกพี่ใหญ่กว่า กำลังนอนพักผ่อนอยู่แถวคลองเปรม ส่วนลูกน้องรองมา ตอนนี้เป็นประธานแบงค์อะไรไม่รู้ เจอปานามาเอาชื่อออกมาโชว์ รีบออกมาแก้ตัว ปากคอสั่น…ผมไม่รู้เรื่อง ผมไม่เกี่ยวข้อง …วันรุ่งขึ้น บอก อ้อ .,.จำได้แล้ว เรื่องขายหุ้นของอีกบริษัท มันบังเอิญไปเกี่ยวกันวันที่ 3 เขียนเล่าเรื่องเสียยืดยาว
โถ พ่อคุณ …หุบปากเสียก็หมดเรื่อง ใครๆเขาก็รู้ทั้งนั้นว่า พี่เตาน่ะ เก่งกาจขนาดไหน ทำอะไรก็ไม่ผิด แถจนถลอกไปทั้งแถบ เห็นคนโง่ไปหมดทั้งประเทศไทย หรือไงครับ …พี่เตาทำเรื่องอะไรมามั่ง …วีรกรรมระดับชาติทั้งนั้น ขืนยังพูดมาก สักวันคงมีคนเอาประวัติวีรกรรมมาเขียน
ยังมีสำนักงานกฎหมายสยามพรีเมียร์ ของคนดังอีกราย บอกชื่อไปเดี๋ยวช๊อกกัน ทั้งเมือง…
ยังมีชื่อลูกสาว ลูกเขยของเจ้าของคดีกุหลาบแก้ว ที่เป็นนอมินีซื้อขายหุ้นดาวเทียม ให้ไอ้หมาไนโจรร้าย อ่านเพลินๆ คนไม่รู้หร๊อกว่า เป็นใคร เลี้ยวไปหลบมาเก่ง ทั้งพ่อ ทั้งลูกสาวลูกเขย รวมไปถึงรุ่นหลานด้วย … เชื้อเขาแรงดีจริง
ยังมีที่ปรึกษาใหญ่ของธนาคารใหญ่ มีทั้งชื่อตัว ชื่อลูก ชื่อเมียน้อย…เอาเข้าไป
แถมด้วยเจ้าของบริษัทก่อสร้างใหญ่ ที่นักการเมืองทุกสมัยรู้จัก ก็มีชื่อทั้งพี่สาว น้องชาย..
ของไทย ผมจำได้แค่นี้ ที่เหลืออ่านแล้วก็ลืม บอกแล้วมันไม่เร้าใจคนแก่
แค่แปลกใจ…. มันปล่อยรายชื่อของไทย พวกนี้มาทำไม มันน่าคิดนะครับ แล้วคนถูกแฉคิดบ้างไหมครับ ว่า คน(ให้) แฉ เขาต้องการอะไร หรือคน (ให้) แฉ เขาต้องการให้คนที่ถูกแฉทำอะไร…หรือทำไปแล้ว แต่ยังทำไม่พอ…เดี๋ยวแฉเพิ่มนะ…ฮา
ส่วนของพวกไม่ใช่ไทย ที่น่าสนใจ ก็มีนายกรัฐมนตรีของชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ พาดพิงพ่อพังมา ถึงลูกจีบปากแก้ตัวใหญ่ แล้วก็มีเจ้าของโรงงานช็อกโกแลต ที่บังเอิญเป็นประธานาธิบดียูเครน และนายกรัฐมนตรีไอซ์แลนด์ ดูเหมือนจะเป็นดาราประเภทมีภารกิจต้องทำ ห้ามลืม(ทำ) ทั้งนั้น
ตกลงปานามาเปเปอร์ นี่ มันเหมือนเป็นใบทวงหนี้ หรือเป็นจดหมายขู่ ยังไงไม่รู้นะครับ
ส่วนที่มีชื่อคนสนิทของคุณพี่ปู ติน ของอาเฮียฉี ฯลฯ นั้น ใครว่านั่นเป็นไฮไลท์ แต่ผมว่าไลท์ไม่ออกนะ เล่นมุกนี้กับคุณพี่ปูติน หรืออาเฮียฉี แบบนี้มันจะกลายมุกแป๊กเอาด้วยซ้ำ ….ขู่ใครไม่ขู่
แต่จะว่าไป ก็ได้ผลเหมือนกันแฮะ….มันเบนความสนใจพวกชอบเสพข่าวหวือหวา ให้เลี้ยวไปจากข่าว ที่เขาไม่อยากให้เราสนใจจริงจัง เลยเอาปานามา มาขึ้นป้าย พาเข้ารกเข้าพงกันไปหมด เกือบไม่ทันได้ดูของจริง ที่อาจกำลังมา….
ตอน 2
เมื่อประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ.2016 ช่วงที่กำลังมีการเจรจา ระหว่างรัสเซียกับอเมริกาและพวก ลูกกะเป๋ง เพื่อให้คุณพี่ปูตินย้ายเด็กๆที่ตั้งแค้มป์แถวซีเรียกลับบ้านไปเยี่ยมแฟนนั้น คุณพี่ปูตินทำท่าจริงจังมาก ว่าจะยอมตามที่อเมริกากล่อม… เฮ้ย … เด็กๆ เร็วๆ เก็บเต็นท์ให้หมด หม้อไหกระทะห่อเอากลับบ้านด้วย อย่าเหลือทิ้งไว้ เดี๋ยวพวกจิ้งหรีดมันเมาบารากู่ โดดลงมาเล่นในกระทะ กูยังไม่อยากกินจิ้งหรีดทอดตอนนี้ ฮา
คุณพี่ปูตินสั่งเด็ดขาดขนาดนี้ เล่นเอานักวิเคราะห์การเมืองรุ่นใหญ่มากของฝรั่ง วิลเลี่ยม อิงดาล (William Engdahl) ออกมาเขียนวิเคราะห์ในช่วงนั้นว่า
“…รัสเซียกำลังถูกอเมริกาเอาลงหม้อตุ๋นรู้ไหม นึกหรือว่า อเมริกาจะถอยฉากจากตะวันออกกลาง จริงๆ อเมริกาเล็งอะไรแล้ว ไม่มีวันปล่อยมือ ถ้าอเมริกาไม่ได้ คนอื่นก็อย่าหวัง ดูลิเบียนั่นไง อเมริกาไม่ได้ คนอื่นก็ต้องไม่ได้เหมือนกัน เลยชวนอังกฤษฝรั่งเศสมาช่วยกันทะลายเมืองและบ่อน้ำมันของลิเบียเสียเรียบ ไม่ต้องพูดถึงชาวลิเบีย นั่นมันของ(ต้อง)ตายอยู่แล้ว…”
แบบนี้ ซีเรียก็เหมือนกันละสิ …ไม่ว่ารัสเซียจะอยู่หรือไม่อยู่ … แต่ถ้ารัสเซียยังอยู่ ค่าใช้จ่ายในการทำ ลายมันคงสูงกว่าแยะนะ … อันนี้ ผมว่าเอง อเมริการวยแต่ปาก สงสัยเลยต้องปั่นจิ้งหรีดไปรบแทน
ตกลงตอนนี้ เด็กๆของคุณพี่ปูตินยังแคมปิ้งอยู่ในซีเรีย หรือกลับไปจูจุ๊บกับแฟนสาวรัสเซียหมดแล้ว ลองเดาใจคุณพี่ปูตินดูหน่อยครับ
คุณวิลเลียมนักวิเคราะห์ใหญ่ ยังบอกอีกว่า “…ของจริงไม่ใช่ซีเรียแล้ว ซีเรียน่ะ มันเป็นเป้าลวงของอเมริกา เพื่อหลอกให้รัสเซียมาติดหล่ม …”
เรื่องนี้ผมเห็นด้วยนะ ซีเรียน่าจะเป็นป้ายลวง แต่คุณพี่ปูตินแกจะถูกลวง หรือแกจะล้วงกลับ อันนี้ถ้าแฟนกันจริง ก็ต้องรู้ใจกันน่า
คุณวิลเลี่ยมอ้างว่า มีรายงานผ่านมาให้แกเห็นแว๊บนึง เป็นรายงานที่แกเห็นแล้ว ถึงกับเสียวสันหลังวาบ ในรายงานบอกว่า “… เมื่อวันที่ 28 มกราคม ค.ศ.2016 ท่านนายพลฌอน แมคฟาร์แลนด์ (Sean McFarland) หัวหน้าศูนย์ร่วมหัวสู้กับนักรบเติมเงินทั้งในอิรักและซีเรีย ได้บอกกับกองกำลังทหารของอเมริกา ที่ตั้งฐานอยู่แถวบริเวณเขื่อนโมซุล ให้ทำการประเมินถึง “โอกาส” ที่เขื่อนจะพัง เพราะถ้าเขื่อนเกิดพัง อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน ในบริเวณแถบแม่น้ำไทกริส ซึ่งมีชาวบ้านอยู่กันแน่นขน
… ความเป็นไปได้ ที่เขื่อนจะพัง.. เป็นสิ่งที่เรากำลังพิจารณาอยู่ ในขณะนี้.. และถ้ามันเกิดขึ้น มันจะ
มาเร็วมาก และฉิบหายกันอย่างมากมาย.. นายพลแมคฟาร์แลนด์บอกกับนักข่าว ….กระทรวง ตปท.ของอเมริกา ประเมินว่า ถ้าเขื่อนโมซุล แตกอาจมีคนตายถึง 5 แสนคน และประมาณล้านกว่าคน จะไม่มีที่อยู่….”
คุณวิลเลี่ยม เขียนแบบนี้ ผมก็ต้องไปหาข่าวจากแหล่งอื่นมาอ่านประกบ
ไปเจอข่าว BBC เมื่อวันที่ 22 มกราคม ค.ศ.2016 บทความชื่อ “Iraq’s Mosul Dam at risk of bursting as erosion takes its toll” ว่า เขื่อนโมซุล เสี่ยงที่จะพัง เพราะมันกร่อนเต็มแก่แล้ว
“….ลุงโอทมาน มาห์มูด ชาวบ้านวัย 60 กว่า ที่อยู่ห่างจากเขื่อนไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ บอกว่า ชีวิตของชาวบ้านขึ้นอยู่กับน้ำจากเขื่อนนี่แหละ …น้ำคือชีวิตของเรา…
….ตั้งแต่พวกไอซิสมายึดเขื่อนโมซุลเมื่อเดือนสิงหาคม ปี ค.ศ.2014 พวกชาวบ้านต้องอพยพไปจากบ้าน และเพิ่งมีโอกาสกลับเข้ามาใหม่เมื่อเร็วๆนี้ หลังจากที่อเมริกา กับพวกเคิร์ดช่วยกันทิ้งบอมบ์ จนไอซิสล่าถอยไป ….เรานึกไม่ออกเลย ว่าชีวิตของพวกเราจะเป็นอย่างไร ถ้าต้องอพยพอีกครั้ง เพราะกลัวเขื่อนแตก….”
ตอน 3
น่าสนใจว่า หลังจากที่คุณวิลเลียม ลงบทความเรื่องนี้ของแก ปรากฏว่าสื่อต่างประเทศทั้งใหญ่ทั้งเล็ก พากันเอาเรื่องเขื่อนโมซุลจะแตกนี่ มาเขียนเล่ากันในช่วงต้นเดือนมีนาคม จนถึงกลางเดือนมีนาคมเต็มไปหมด ซึ่งก็เป็นช่วงเดียวกับที่มีข่าวว่า คุณพี่ปูตินสั่งให้เด็กๆ เก็บเต็นท์ที่ซีเรีย กลับบ้านกันหมดเหมือนกัน เรื่องนี้ทำเอาแฟนคุณพี่ปูตินข้องใจมาก บางคนถึงกับขอให้กูรูทนง ช่วยถอดรหัสให้ฟังหน่อย อย่างนี้มันหมายความ ว่าอะไร พี่ปูตินทำอย่างนี้ได้ยังไง แต่แฟนกูรูทนง ส่งความกลุ้มใจมาผิดกล่อง แทนที่จะส่งให้ กูรูทนง กลับส่งมาที่ รูกูลุงนิทาน ฮา
และที่น่าสนใจอีกอย่าง คือ ข้อความที่บรรดาสื่อเขียน เกี่ยวกับเรื่องเขื่อนโมซุลใกล้แตกนั้น มีข้อความใกล้เคียงกัน จนเกือบจะเหมือนเป็นข่าวแจก…และที่น่าสนใจมากขึ้น คือ ข่าวนี้ เพิ่งมาออกมาใหม่อีกรอบ เมื่อ 2 วันนี้เอง ใกล้เคียงกับการออกข่าวปานามา แต่สื่อบ้านเรา ดูเหมือนจะให้ความสนใจ ตามกันแต่เรื่องปานามา ข้อมูล ที่ว่าใกล้เคียงกัน บอกว่า
“…เขื่อนโมซุล สร้างอย่าง “ราคาถูก” ตั้งแต่สมัยซัดดัมครองเมือง และในปี ค.ศ.2007 เมื่ออเมริกาบุกเข้าไปในอิรัคแล้ว ไปเจอเขื่อนโมซุล อยู่ในสภาพที่โทรมสาหัส ฝ่ายวิศวกรของกองทัพอเมริกัน ด้วยความตกใจ (กลัวพวกตัวเองจะจมน้ำตายกลางทะเลทราย) เลยเข้าไปทำการซ่อมแซม….”
“…แต่เมื่อ อเมริกาถอนทหารออกจากอิรัก การซ่อมเขื่อนก็เลิกไปโดยปริยาย และไม่มีใครสนใจพูดถึง จนมาถึงปี ค.ศ.2014 ช่วงที่นักรบเติมเงินเข้าไปยึดอิรัก พร้อมกับยึดเขื่อนโมซุล ที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญด้วย และเพราะบริเวณนั้น มีการสู้รบกันตลอดเวลา ระหว่างฝ่ายนักรบเติมเงิน กับฝ่ายเคิร์ด เจ้าหน้าที่ชาวอิรัก ที่เคยมีประจำอยู่ที่เขื่อนเพื่อ ทำหน้าที่ดูแล ซ่อมบำรุงเขื่อน ประมาณพันกว่าคน ก็เลยหอบของ ขนครอบครัวหนีกระสุน หายหน้าไปกันหมด และเขื่อนโมซุล ก็ยิ่งทรุดโทรมหนักเข้าไปอีก……”
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ค.ศ.2016 เพียงหนึ่งเดือนหลังจากที่คุณวิลเลียมเขียนบทความ สถานทูตอเมริกันที่ นครแบกแดด ก็ออกแถลงการณ์
“…เขื่อนโมซุลที่ใหญ่ที่สุดของอิรัก กำลังอยู่ในความเสี่ยงอย่างสูง หากไม่มีการแก้ไข และการเตือนภัยอย่างเหมาะสม…
….เขื่อนยาวประมาณเกือบ 4 กิโลเมตร ตั้งอยู่บนเนินเขา หากมีน้ำที่ทะลักออกมาจากเขื่อนแตก มันคง ไม่ต่างกับคลื่นซึนามิ ที่คงสร้างความสูญเสีย ทั้งชีวิต และที่อยู่อาศัย ความพังพินาศของสิ่งปลูก
สร้าง และทำลายส่วนใหญ่ของสาธารณูปโภค…”
แถลงการณ์ของสถานทูต ที่เขียนบรรยายไม่ต่างกับหนังฮอลลีวู้ด ยังให้ข้อสันนิษฐานอีกว่า “…เมืองโมซุลและชาวเมืองประมาณ 1 ล้านคน ที่อาศัยอยู่ในบริเวณ 40 กิโลเมตร ใต้ลงมาจากเขื่อนคงมีน้ำท่วมสูงถึง 21 เมตรภายในไม่กี่ชั่วโมง รวมทั้งเมืองที่อยู่ทางใต้ลงมา เช่น ทิกริต ซามาราและแบกแดดเอง รวมทั้งสนามบินนานาชาติ คงอยู่ในสภาพน้ำท่วมในระดับสูงด้วย…
…วิศวกรจากกองทัพอเมริกัน บอกว่า ถ้าไม่มีการอัดซีเมนต์เข้าไปตาม รูรั่วของเขื่อน เขื่อนคงพังแน่นอน และเมื่อวันที่ 2 มีนาคม ที่ผ่านมา ทางการอิรัก จ้างบริษัทอิตาเลียน Trevi Group เข้าไปทำการซ่อมเขื่อน….”
โมซุล เป็นเมืองที่มีแหล่งน้ำมันมากที่ สุดในอิรัคเมืองหนึ่ง และน้ำมันที่อิรัก ก็ทำเอาน้ำมันที่ซีเรีย ที่ว่ามีแยะ กลายเป็นพระรอง ถึงขนาดนายโดนัลด์ ทรัมป์ พูดในตอนหาเสียงว่า อเมริกาจะไปยุ่งกับรัสเซีย เรื่องซีเรียทำไม…. ปล่อยให้เค้าเล่นไป…เรากลับไปเอาอิรัก โดยเฉพาะโมซุล คืนมาจากนักรบเติมเงินดีกว่าน่า…
นอกจากนี้ เขื่อนโมซุลไม่ใช่เป็นเหมือนเส้นเลือดใหญ่ของชาวอิรักเท่านั้น น้ำจากเขื่อนโมซุลยังไหลลงสู่แม่น้ำไทกริส ที่เลี้ยงตะวันออกกลาง ส่วนที่เป็นตุรกี อิรัก ซีเรีย และไปรวมกับแม่น้ำยูเฟรติส ที่หลายเมืองในตะวันออกกลาง เช่นอิสราเอล ที่ไม่มีแหล่งน้ำจืดของตัวเอง ก็ต้องพึ่งพาอาศัยด้วย…
ตอน 4 (จบ)
ดูๆ ไปแล้ว โมซุลไม่ใช่เรื่องขี้ไก่ ใหญ่กว่าเรื่องปานามาเปเปอร์หลายเท่านัก อาจจะกลายเป็นสายชนวน… แทนซีเรียไปเสียด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบ่อน้ำมันในโมซุล หรือเรื่องเขื่อนโมซุล
ปัญหามันอยู่ที่ว่า ตอนนี้โมซุล ยังคงอยู่ในความครอบครองของพวกไอซิส หรือไอซิล จะเรียกชื่อไหนก็แล้วแต่ มันก็มาจากกลุ่มเดียวกัน กดตู้เอาเงินที่มาจากแหล่งเดียวกันน่ะ เพียงแต่ตอนนี้ ยัง “สลาย” พวกมันไม่ได้ง่ายๆ ดันสร้างยักษ์ออกมาจากขวดแก้ว ถึงเวลาจะสั่งให้กลับเข้าขวด ยักษ์บอก… เดี๋ยวน่าลูกพี่ กำลังมัน… จะใช้ไม้แข็ง เรื่องก็จะแดง แถมเปลืองงบเพราะตอนนี้จนโว้ย… แต่ถ้าจะรอไปก่อน …เกิดมีชาวแค้มป์ขนกันออกมาจากซีเรีย แล้วเลี้ยวเข้าอิรักแทนจะทำยังไง โอ้ย… ปวดหัวจาย…
บทความของคุณวิลเลียม จึงน่าสนใจ
ท่านนายพลคอลิน พาวเวลล์ (Colin Powell) เคยมีประโยคทองพูดเสมอว่า “…ถ้าคุณเป็นคนทำลายสิ่งไหน… คุณก็ต้องเป็นเจ้าของสิ่งนั้น…” ลองเดินเข้าไปในร้านขายถ้วยแก้วเจียรนัย เซ่อซ่า ทำแก้วเขาแตกไปสักใบ จะยิ้มแห้งๆ แล้วเดินออกไป เขาก็เรียกตำรวจมาเท่านั้น… คุณทำแตก คุณก็ต้องจ่าย…คุณบุกเข้าไปทำลายบ้านเมืองเขา แต่คุณเสือกทิ้งให้บ้านเมืองเขาเละ ประชาชนเขาลำบากทุกเมือง…อาฟกานิสถาน อิรัก ลิเบีย ซีเรีย …ต่างกันไหม
รัฐบาลอิรักหวัง (ล้มๆ แล้ง) ว่าจะเอาชนะพวกนักรบเติมเงิน ยึดเมืองโมซุล คืนมาให้ได้ภายใน ครึ่งหลังของปี ค.ศ.2016 นี้แหล่ะ ยังกะมันจะง่ายอย่างนั้น เมืองรามาดี เล็กกว่าเมืองโมซุลตั้งแยะ คู่ต่อสู้ก็จำนวนน้อยกว่า และน้ำมันที่รามาดีก็จำนวนน้อยกว่า กว่าฝ่ายทหารของรัฐบาลอิรักจะยึดคืนมาได้ ก็ต้องมีหลายมือมาช่วย และเพิ่งได้คืนมาเมื่อสิ้นปี ค.ศ.2015 หมาดๆนี่เอง
แต่โมซุล ใหญ่กว่าไม่รู้กี่เท่า น้ำมันก็ล้นหลาม แถมมีก้างขวางอยู่แยะ ก้างแรกก็คือพวกเคิร์ด ซึ่งยึดชัยภูมิด้านเหนือของโมซุลอยู่แล้ว และมีลูกพี่ใหญ่อเมริกา คอยส่งเสียเรื่องอาวุธ และเป็นพี่เลี้ยงอบรมการรบให้มาตลอด ….เอะ ทำไมอเมริกาสนับสนุนพวกเคิร์ด ให้รบกับนักรบเติมเงิน ขณะเดียวกันก็ให้เคิร์ดรบกับทหารอิรัก …แบบนี้แหละ เป็นยุทธศาสตร์ยี่ห้ออเมริกา ตัวไม่ต้องไป ส่งแค่คนปั่น ยุไปแยงมา เดี๋ยวมันก็ตีกันเอง อเมริกาแค่นั่งรอเวลา…อย่าลืมนะครับยุทธศาสตร์นี้!!!
นอกจากเคิร์ดแล้ว อเมริกายังยุตุรกี ให้เขมือบอิรัคด้วย ถ้ายังจำกันได้ ท่านโจเหี่ยวพกไม้ปั่น ไปคุยกับท่านสุลต่านตอยับของตุรกี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์นี่เอง
ท่านสุลต่านตอยับ กำลังเก๊กซิมเรื่องซีเรีย ฝันจะฮุบทั้งน้ำมันทั้งแก๊สของซีเรีย สลายหมดสิ้น เพราะดันคิดสั้นตามลูกยุ ไปแหย่ตาปลาคุณพี่ปูตินเขา แบบนี้ท่านตอยับก็คงต้องเปลี่ยนแผน มุ่งหน้ามาอิรักตีเข้าโมซุลอีกราย
อเมริกา ที่คอยท่าจะจัดการกับอิรัก ที่ค้างคามาตั้งแต่สมัยคาวบอยบุช… ทำลายแล้ว แต่ยังไม่ได้เป็นเจ้าของ… ขืนช้าอีกนิด อาจมีคนอื่นมาร่วมจัดรายการ อเมริกาจะ อ.ด. หรือ อเมริกาจะเล่นหลายทางพร้อมกัน ..ไหวไหมครับ
เรื่องเขื่อนแตก จึงเป็นสูตรที่น่าสนใจ และโหดร้ายอย่างยิ่ง น้ำทะลักมาแบบซึนามิ ใครก็ต้านไม่อยู่ ไม่ต้องใช้กองทัพ ไม่ต้องใช้โดรนจิ๋ว (เพราะยังผลิตไม่ทัน) กองทัพท่านตอยับ บวกกับพวกเคิร์ด รวมกันแล้วยังสู้ปลายแถวเด็กที่มาตั้งแค้มป์แถวซีเรียไม่ได้ ….อ้าว.. ไหนว่ากลับบ้านไปแล้ว…. ผมไม่รู้นะ ผมเดาเอาเอง อยากรู้แน่ ต้องไปถามกูรูทนง ฮา
อีกไม่นานฝนก็มา น้ำก็แยะ หาเรื่องแพะ เรื่องแกะ ให้ชาวบ้านตามไปเรื่อยๆดีกว่า
ผมบอกแล้ว ตั้งแต่เกิดเรื่องเบลเยี่ยม ว่า เขาคงยังเล่นไปอีกพักใหญ่ ก่อนจะสร้างเรื่องใหม่ได้ นี่ก็ได้เรื่องปานามา เข้ามาให้ตื่นเต้นกันแล้ว มีแต่ป้ายลวง จนจะจำทางจริงกันไม่ได้แล้ว ดูให้ดีนะครับ ระหว่างทะเลจีน กับ ตะวันออกกลาง อันไหนจะมาก่อน แต่ที่แน่ๆ ซีเรียเป็นอดีตไปแล้วครับ เขาเปลี่ยนฉากกันเร็ว แต่ยุทธศาสตร์ เดิมไม่เปลี่ยนแปลง…. อย่าดูป้ายลวงจนเพลินก็แล้วกัน…
หมายเหตุ
1. วันนี้ผมขอโฆษณาเพจน้องใหม่น่าสนใจ “ฝรั่งเขียนไทยเล่า” คนเขียน เป็นแฟนเพจนิทานเรื่องจริง ตามอ่านมานาน ตอนนี้คง “ถึงเวลา” ที่ไฟจุดติดแล้ว เลยตั้งใจจะนำบทความที่ฝรั่งเขียน นอกแนวสื่อกระแสหลัก มาช่วยเล่าให้คนอ่านนิทานท่านอื่นๆ ฟัง อาจจะเป็นการเสริม หรือขยาย ในแนวทางที่ผมเขียน หรืออาจจะแปลกใหม่กว่า หรือคนละแนวกันเลย ก็ได้ ตามไปอ่านกันนะครับ จะได้ทำให้เห็นภาพ ไม่ว่าจะเหมือน หรือต่าง กว้างขวางขึ้น และผมหวังว่า เราจะมีเพจใหม่ทำนองนี้ เกิดขึ้นอีกแยะๆ
2. ผมกำลังรวบรวมข้อมูลสำหรับเขียนป้ายลวง 2 มันซับซ้อนเอาเรื่อง ขอเวลาขุดคุ้ยนานสักหน่อยนะครับ
หมายเหตุ : โพสต์ลงเพจนิทานเรื่องจริงฯ เมื่อวันที่ 11 เดือนเมษายน พ.ศ. 2559
ปรับปรุง แก้ไขใหม่ เดือนธันวาคม พ.ศ. 2559