เล่ม 8 ‘สู้’
ผลัดกันล้วง
ตอน 1
เมื่อวันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม ค.ศ. 2014 ดอยช์เช่ เวลล์ หรือดอยช์เช่อ เวลเล่อ Deutsche Welle (DW) สื่อดังเยอรมัน และสื่อต่างชาติอีกหลายสำนักลงข่าวพร้อมเพียงกัน เหมือนข่าวแจกว่า ทางการทหารสวีเดน แจ้งเมื่อวันเสาร์ (ที่13) ว่า เครื่องบินรบของรัสเซีย เกือบชนกับเครื่องบินโดยสารพาณิชย์ ซึ่งขึ้นบินจากท่าอากาศยานนานาชาติกรุงโคเปนฮาเกนของเดนมาร์ค (Denmark) ข่าวอ้างว่านายปีเตอร์ ฮัลต์ควิสต์ (Peter Hultqvist) รัฐมนตรีกลาโหมของสวีเดน พูดทางสถานีวิทยุสวีเดน ว่ามันเป็นเครื่องบินจารกรรมของรัสเซีย!
ส่วนนายพลตรีไมเคิล ไบเดน (Michael Byden, Air force Chief) ของสวีเดน แจงเพิ่มว่า” เครื่องบินรบรัสเซียปิดเครื่องเรดาร์ (transponder) ทำให้ไม่มีสัญณาณขึ้นบนจอของเครื่องบินพาณิชย์ นี่เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง และเป็นเรื่องอันตราย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกนะ เมื่อเดือนมีนาคมยิ่งกว่านี้อีก …ระยะห่างกันแค่ 100 เมตร (300 ฟิต) เอง ระหว่างเครื่องบินรบของรัสเซียกับเครื่องบินพาณิชย์ Scandinavian Airlines (SAS) ซึ่งเพิ่งบินขึ้นจากสนามบินโคเปนฮาเกน รัสเซียปิดเครื่องเรดาร์ transponder อีกแหล่ะ …. ดีว่า นักบินที่ขับเครื่องพาณิชย์ เขาสายตาดี (good visibility) และมีความตื่นตัว ” (SAS เป็นสายการบินระหว่างชาติ โดยการร่วมทุนระหว่าง นอร์เวย์ สวีเดน และเดนมาร์ก)
นอกจากนี้ Dagens Nyheter (DN) สื่อใหญ่ของสวีเดน ซึ่งวิเคราะห์จากการติดต่อทางวิทยุระหว่าง ศูนย์ควบคุมจราจรทางอากาศของฝ่ายทหาร ฝ่ายพลเรือนของสวีเดนกับนักบินบอกว่า เครื่องบินพาณิชย์ ซึ่งกำลังบินขึ้นจากสนามบินคาสทรัป (Castrup) ในกรุงโคเปนฮาเกน ได้รับอนุญาตให้บินไต่ระดับสูงที่ 25,000 ฟิต แต่ 3 นาทีหลังจากนั้น ถูกสั่งให้คงระดับที่ 22,000 ฟิต เนื่องจากศูนย์ควบคุมฝ่ายทหาร ติดต่อไปทางศูนย์ควบคุมฝ่ายพลเรือนว่า มีเครื่องบินที่ไม่เปิดเผยตัวตน กำลังบินในเส้นทางที่จะทำให้เกิดการชนกันได้ ให้ศูนย์ควบคุมฝ่ายพลเรือนรีบแจ้งทางเครื่องบินพาณิชย์ให้ดำเนินการแก้ไข ด่วน จึงสั่งให้เครื่องบินพาณิชย์ เลี้ยวออกจากเส้นทางเดิม
ฝ่าย SAS เอง ตอนแรกปฏิเสธว่า SAS ไม่เกี่ยวด้วย แต่คงถูกใครถีบให้ออกมา
นายคนุต มอร์เทน โยฮันเซน (Knut Morton Johansen) ผู้จัดการชาวนอร์เวย์ ด้านการสื่อสาร เลยออกมาให้ข่าวมั่งว่า สำหรับกรณีที่กำลังเป็นข่าวนั้น… ไม่มีการทำผิดกฎด้านความมั่นคงเกิดขึ้น แต่อย่างใด และที่สำคัญสำหรับ SAS ไม่มีใครตกอยู่ในอันตราย ฝ่ายนักบิน และฝ่ายควบคุม traffic ของเรา ควบคุมสถานการณ์ได้ ส่วนเรื่องระยะความใกล้ระหว่าง 2 เครื่องนั้น นายโยฮันเซนบอกว่า พวกเขาไม่เคยเข้ามาใกล้กว่า 900 เมตร (3,000 ฟิต) เลยนะ SAS มีความเห็นว่า เครื่องบินรัสเซียได้บินรักษาระยะความห่างอย่างปลอดภัยแล้ว (พวกคุณสื่อ) อย่าทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ เกินจริงกันนัก!
อ้าว พวกกันเอง ทำไมให้ข่าวแบบแตกลาย แถมฝ่ายที่น่าจะเป็นผู้เสียหาย คือ SAS
ทำไมพูดไม่เต็มปาก ไม่เต็มเสียง ไม่หนักแน่นเหมือนลูกพี่เลย ที่น่างง คือ ตัวเลขระยะห่างระหว่าง 2เครื่องบิน ลูกพี่บอก 300 ฟิต ลูกน้องบอก ไม่เคยใกล้กว่า 3,000 ฟิตเลย สงสัยลูกพี่คงจะลืมแว่นตาไว้ที่บ้าน ตอนออกสื่อ เลยอ่านตัวเลข เกินไปหนึ่งศูนย์ ฮาจริง
แล้วรัสเซียว่าอย่างไร…กะบินเฉี่ยวหัวเขาจริงหรือเปล่า…หรือถูกพวกจัดฉากร้องเพลงประสานเสียงตามใบสั่ง
รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซีย ออกมาชี้แจงวันรุ่งขึ้นบอกว่า เรื่องไม่ได้เป็นอย่างที่สวีเดนออกข่าวเลย เขายืน ยันว่า เครื่องบินทั้ง 2 ลำ บินห่างกันไม่เคยน้อยกว่าระยะ 70 กิโลเมตร (42 ไมล์) ทั้ง 2 ครั้ง และเครื่อง บินของรัสเซีย ก็ปฏิบัติตามกฎของการบินนานาชาติอย่างถูกต้อง และทำการบินในระยะที่ปลอดภัยกับเครื่องบินพลเรือนเสมอ
นี่ก็ตัวเลขคนละทางเหมือนกัน คนเขียนนิทานก็ชักจะมึน… อย่าเว่อกันนักนะครับ เดี๋ยวเขาจะว่าผมเข้าเต็มตัว ไม่ใช่แค่เข้าข้าง!
แต่ดูเหมือนคำชี้แจงของทั้งรัสเซียและของ SAS เอง จะไม่มีน้ำหนักพอ เขาว่า วันต่อมาทูตรัสเซียประ จำเดนมาร์กและสวีเดน ถูกเรียกเรียกไปฟังเทศน์ต่อเรื่องความไม่ปลอดภัย ที่เกือบจะเกิดขึ้น ….ก็เทปม้วนเดิมนั่นแหละ
หลังจากนั้นก็เป็นคิวของเดนมาร์กและนอร์เวย์ แถมด้วยลูกหาบเช่น ลัตเวีย ต่างออกมาส่งเสียงด้วยประโยคเดิม เครื่องเล่นเทปร้อนจัด เดี๋ยวจะน้อยหน้าสวีเดน แบบนี้เรื่องคงไม่จบง่ายๆ มีเบื้องหน้า เบื้องหลัง รายการคิดบัญชีกันหรือไง