แด่นักรบเงา ที่เสียสละแม้ชีวิต
เพื่อรักษาบ้านเมืองที่รักของเรา

Search
พระเจ้ากระดาษ

เล่ม 5 ‘นักล่า’

เขี้ยวงอก

ตอน (4) พระเจ้ากระดาษ

ไม่นานเกินรอ ในปี ค.ศ.1907 ทางฝั่งอเมริกา เกิดอาการสะอึกทางการเงิน จากฝีมือที่มองไม่เห็น ทำให้วง การธนาคารเกิดอาการซวนเซ ข่าวลือว่าเป็นแผนการของเจ พี มอร์แกน (J P Morgan) นก 2 หัว พยายามกดดันให้ รัฐบาลอเมริกัน สร้างระบบการธนาคารที่มั่นคง

ปี ค.ศ.1910 ได้มีการประชุมกันที่เกาะแจ็คเกิลล์ (Jekyll Island) ซึ่งมีการวางแผนที่จะตั้ง National Reserve Association มีสาขา 15 แห่ง ควบคุมโดยนายธนาคาร ซึ่งได้รับมอบอำนาจมาจากรัฐบาลกลาง เพื่อให้ทำหน้าที่เป็นธนาคารกลาง สามารถพิมพ์เงินเองได้ และให้เงินยืมแก่ธนาคารเอกชนได้ ประธานาธิบดีวูดโรว์ วิลสัน (Woodrow Wilson) ยินยอมเดินตามแผนนี้เกือบทุกอย่าง ในที่สุด ปี ค.ศ.1913 Federal Reserve หรือ Fed ก็ก่อตั้งขึ้น สามารถหารายได้เองได้ กำหนดงบประมาณของตนเองได้ โดยไม่ต้องผ่านสภาสูง Fed มีสาขา 12 แห่ง แต่ละแห่งถือหุ้นโดยธนาคารพาณิชย์ (ผมได้เคยเล่านิทานตอนนี้ไว้อย่างละเอียด อยู่ในนิทานเรื่องมายากลยุทธ์ ท่านใดยังไม่เคยอ่าน ช่วยกลับไปอ่านหน่อยนะครับ จะได้ไม่ต้องเขียนซ้ำ)

แล้วอำนาจที่แท้จริงในการครองโลก ก็อยู่ในกำมือของกลุ่มผู้ถือหุ้นเอกชน Anglo American Establishment ไม่กี่ตระกูลซึ่งเป็นเจ้าของธนาคารระหว่างประเทศ ที่เข้าไปถือหุ้นในธนาคารกลางของโลกทั้งนั้นแหละ พวกเขาคือ ผู้มีอำนาจควบคุมโลกตัวจริง เป็นผู้สร้างผู้ปกครองผู้บริหารประเทศ เพื่อให้เป็นไปตามที่พวกเขาต้องการ…ใครมันจะทำอะไรได้ถ้าไม่มีเงิน… เงินเท่านั้น ที่มนุษย์ทั่วไปมอง เห็นและให้ความเคารพนับถือ เชื่อ ใช้ บูชา

ทุน คือ อำนาจ อำนาจ คือ ทุน จริงหรือไม่

ที่ว่าไม่กี่ตระกูลที่ครองโลกอยู่ขณะนี้เป็นใครบ้างล่ะ มารู้จักชื่อแซ่พระเจ้ากระดาษกันหน่อย เขาว่ามี 8 ตระกูล หรือกลุ่ม หรือ ก๊วน แล้วแต่จะเรียก

4 ก๊วนอยู่ทางฝั่งอเมริกา อีก 4 อยู่ทางอังกฤษและยุโรป

ฝั่งอเมริกา

โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs)

ร้อกกี้เฟลเลอร์ (Rockefeller)

เลห์แมน (Lehman of New York)

คูน โลบ (Kuhn Loeb of New York)

ฝั่งอังกฤษและยุโรป

รอธไชลด์ (Rothschild of Paris, London)

วอร์เบิร์ก (Warburg of Hamburg)

ลาซาร์ด (Lazard of Paris)

อิสราเอล โมเสส ซีฟ ของ โรม (Israel Moses Seif of Rome)

กว่าจะมาเป็น 8 ก๊วนคนโคตรรวย เขาผ่านการหักหลัง หักคอ ควบรวมไปจนถึงคลุมถุงให้แต่งงาน เพื่อจะรักษาความรวยและเลือดเนื้อ เชื้อไข คนรวย ให้อยู่แต่ในกลุ่มก้อนเดียวกัน

ส่วน BIS ซึ่งเป็นธนาคารกลางตัวแม่ มีอิทธิพลสูงสุด ควบคุมธนาคารเกือบทั้งหมดในประเทศแถบตะวันตก และประเทศที่กำลังพัฒนา (อย่างเราๆ ) ก็ถือหุ้นโดย Federal Reserve (ของอเมริกา), Bank of England, Bank of Italy, Bank of Canada, Swiss National Bank, Nederlandsche Bank, Bundesbankและ Bank of France โดยมี 8 ก๊วนคนโคตรรวย ต่างถือหุ้นใน 8 ธนาคารกลางดังกล่าวอีกต่อหนึ่ง

ประธาน BIS คนแรกคือ นายเกตส์ แมคแกร์ราห์ (Gates McGarrah) ซึ่งมาจาก Chase Manhattan Bankของตระกูลร้อกกี้เฟลเลอร์ และเป็นเจ้าหน้าที่ของ Federal Reserve ด้วย นายแมคแกร์ราห์ (McGarrah) นี้ เป็นปู่ของนายริชาร์ด แมคแกร์ราห์ เฮล์มส์ (Richard McGarrah Helmes) หัวหน้า CIA ตัวใหญ่ สมัยค.ศ.1966–ค.ศ.1973

รัฐบาลอเมริกาเอง ในประวัติศาสตร์ก็ขยาด BIS และพยายามที่จะล้ม BIS มาแล้ว ในการประชุมที่เบรตตัน วูดส์ เมื่อปี ค.ศ.1944 หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ถูก 8 ก๊วนโคตรรวยจับมือกันป่วน นอกจากล้มBIS ไม่ได้แล้ว 8 ก๊วน ยังท้าทายด้วยการตั้ง IMF และ World Bank ตามแผนของพวกเขา เพื่อสั่งสอนรัฐบาลอเมริกันอีก

BIS ถือ 10% ของเงินสำรอง (Reserves) ในประมาณ 80 ธนาคารกลางทั่วโลก รวมทั้งใน IMF และสถาบันการเงินนานาชาติอีกหลายแห่ง BIS นอกจากเป็นแม่ใหญ่ของธนาคารกลางของ 8 ก๊วนแล้ว ยังแอบทำกิจ กรรมสำคัญด้วยคือ เก็บข้อมูลเกี่ยวกับการเงินและเศรษฐกิจของทั้งโลก (รู้มากที่สุดได้เปรียบมากที่สุด) และเป็นแหล่งเงินกู้ให้ธนาคารพาณิชย์กู้ ในเวลาวิกฤติเพื่อไม่ให้สถาบันการเงินโลกล้ม ระเน ระนาดด้วย ยังมีข้อ มูลน่าศึกษาเกี่ยวกับ BIS อีกแยะ วันนี้เอาแค่ให้เห็นภาพกว้างๆ ก่อน

Scroll to Top