แด่นักรบเงา ที่เสียสละแม้ชีวิต
เพื่อรักษาบ้านเมืองที่รักของเรา

Search

“มหาอำนาจ”

ตอน 14

14/1

เมื่อ ปี คศ 1765 ที่ บรรดามหาอำนาจ ในยุโรป
มีรายการสับไพ่ เปลี่ยน คู่รบ คู่รัก ระหว่างกันใหม่
หลังจากเห็น ลิ้นไก่ คอหอย ลูกกระเดือก ของแต่ราย
ไม่ว่าในพวกหรือนอกพวก โผล่ชัดขึ้น ในตอนทำสงคราม 7 ปี

รายการสับไพ่ ที่ โด่งดังที่สุด …คือ ระหว่าง ฝรั่งเศส กับ ออสเตรีย
ที่ เลิกจากการเป็น “ คู่กัด” เปลี่ยนมาเป็น “พันธมิตร”
ร่วมชะตากรรม …ในการต่อสู้กับอังกฤษ

ฮ้า…เป็นไปได้ยังไงกัน …เป็นงั้นจริงๆ ครับ

เพื่อให้แน่ใจ ว่า ต่างฝ่าย ตั้งใจผูกมิตรกันจริงๆ
พระนาง มารี เทเรซ่า ของออสเตรีย …ใจถึงมาก
บอกกับฝรั่งเศส ว่า งั้น เรา มาจัดการ ให้ลูกของเรา ทั้ง 2 ฝ่าย
ให้พวกเขาเป็นทองแผ่นเดียวกัน เถิด

ตอนที่ พระนางออสเตรีย เอ่ยปาก นั้น
มันประมาณ ปี คศ 1760 กว่าๆ …ตอนนั้น ต่างก็ยังไม่รู้เลย
ว่าลูกคนไหน จะไปเป็นทองแผ่นเดียวกัน
กับลูกคนไหน ของอีกฝ่ายหนึ่ง

เรื่อง การสืบตันตติวงศ์ ของ เจ้าสมัยก่อน เป็นเรื่องใหญ่ และ สำคัญมาก
ตัว หลุยส์ ที่ 15 เองนั้น … ได้ขึ้นครองราชย์ ก็ เพราะ ลุง พ่อ และ อา
พากัน ป่วยตายไปก่อน หมด
โดย หลุยส์ ที่ 14 …ซึ่งเป็นปู่ …กลับอายุ ยืนกว่า บรรดาลูกชายของตัว

หลุยส์ ที่ 15 …จึง เป็นความหวังที่สำคัญมาก ของฝรั่งเศส

ตอนที่(ต้อง) แต่งงาน.…หลุยส์ที่ 15 อายุแค่ 15 ปี เอง
เขาได้เจ้าสาว …ซึ่งเป็นเจ้าหญิงโปแลนด์ ที่ผ่านการคัดเลือก
จากรายชื่อ และ การดูตัวเจ้าหญิงทั้งหมด มา…90 กว่าคน
ฝรั่งเศส ต้องการมั่นใจ ว่า จะต้องได้ แม่พันธุ์ดี
เพราะ เหลือ พ่อพันธุ์ อยู่คนเดียวแล้ว

เจ้าสาวของหลุยส์ นั้น เป็นสาวเต็มตัว อายุ 22
แต่ หลุยส์ 15 ก็ปลื้มเจ้าสาวของตัวอย่างมาก
คืนส่งตัว…ไม่รู้ได้ยาดี หรือ ครูดี …ประวัติศาสตร์ ฝรั่งเศส ถึง กับจารึกไว้
ว่า มีรายการยิงเข้าประตู ถึง 7 ครั้ง
แหม อายุ 15 เจอกับ อายุ 22 …ก็ ต้อง ฉลองหนักหน่อย
ทั้ง 2… มี ลูกด้วยกันถึง 10 คน เป็นหญิง 8 ชาย 2
และ 2 ชายนั้น …ก็ อายุไม่ยืน ป่วยตายไปอีก

การเป็นทองแผ่นเดียวกับออสเตรีย จึงต้องรอหน่อย
ทำเอา ปู่ หลุยส์ ที่ 15 ถึง ต้อง ลุ้นหนัก

รอมาถึง ปี คศ 1770 กว่า …
หลุยส์ ที่ 16 … หลานคนโต ของ ปู่ หลุยส์ ที่ 15
ก็ถึงวัย 15 หยกๆ …เหมือนปู่เลยนี่ …เจ้า น่าจะมีเมียได้แล้ว
ฝรั่งเศส จึงทวงไปทางออสเตรีย ให้ส่งเจ้าสาวมา ตามข้อตกลง

(หลุยส์ ที่ 16 จะได้เป็น กษัตริย์ ผู้ปกครองฝรั่งเศส
ต่อจาก หลุยส์ ที่ 15 …เพราะ พ่อเขาตายไปก่อน)

ออสเตรีย ก็ ส่ง มารี อังตัวเนต (Marie Antoinette)… ลูกสาวคนสุดท้อง
ของ จักรพรรดินี มารี เทเรซ่า มาให้ ฝรั่งเศส
คุณหนู มารี อังตัวเนต… เพิ่งอายุ 14

สมัยหลาน มันต่างกับ สมัยปู่ คนละเรื่อง

มันเป็นเรื่องของ ชะตากรรม จริงๆ

รุ่นหลาน นี่ ยังเป็นเด็ก ทั้งคู่ …และ ต่างก็ ไม่เป็นประสา
ไม่รู้จัก ไม่เคยเห็นหน้ากัน มาก่อน …
คนหนึ่ง คง กำลังเล่น ฟันดาบไม้ …อีกคน ยัง คง เล่น ตุ๊กตาอยู่
จับเอามาเข้าคู่ ให้ เล่นจ้ำจี้ กันแทน เวรกรรมจริง

เมื่อ หลุยส์ 15 ตาย … หลุยส์ ที่ 16 ก็ ได้ขึ้นครองบัลลังค์ ฝรั่งเศส
ใน ปี คศ 1774 ตอนนั้น เขาอายุ 24 เอง

และ มารี อังตัวเนต ก็ ทำหน้าที่ภรรยา ไม่สำเร็จ อยู่หลายปี
ชาวฝรั่งเศส ซึ่งไม่ชอบหน้า ชาวออสเตรีย อยู่แล้ว
เพราะในความคิด ของพวกเขา …ออสเตรีย นั่นแหล่ะ คือ ตัวการ
ที่ทำให้ฝรั่งเศส ต้องไปรบยืดเยื้อ จน จนกรอบไปทั้งประเทศ
คราวนี้ ยังดันส่ง…เด็กอายุ 14 …มาให้เป็นเจ้าสาว
เพื่อมาเป็น พระราชินีของฝรั่งเศส
มารี อังตัวเนต จึง มีคะแนนติดลบ ติดตัวมา
ตั้งแต่ ตัวยังไม่ได้มาอยู่ฝรั่งเศส ด้วยซ้ำ

เมื่อทำหน้าที่ภรรยาไม่สำเร็จ …คุณหนูก็เลยไปเล่นแต่งตัวเอง
แทน แต่งตัวตุ๊กตา และ ฟู่ฟ่า เร่อร่า ไปตามเรื่อง เพราะ ไม่มีใครดูแล

แต่ หลังจาก มารี อังตัวเนต สามารถ มีลูกให้ ถึง 4 คนได้แล้ว
สถานการณ์ ของ มารี อังตัวเนต ก็ ไปอีกทาง
พระนางก็เข้าใจ ว่า ตนเองก็เป็นใหญ่ได้ เหมือนกัน …
มีทายาท …ผู้สืบราชวงศ์ ให้ ฝรั่งเศสแล้วนี่ …เรื่องใหญ่นี่นะ
จากเล่นตุ๊กตา … กลายเป็น เล่นการเมือง
โดย พระสวามี ก็ ไม่ว่าอะไร
เรื่องราวของ มารี อังตัวเนต ในทางลบ ก็เลยยิ่งมากขึ้น
ไม่ว่า จะเป็นเรื่องจริง หรือ ไม่จริง
สุดท้าย ชาวฝรั่งเศส กล่าวหาว่า พระนาง เป็นกบฏ
เพราะ ลักลอบผ่องถ่ายสมบัติของฝรั่งเศส … ไปใ้ห้ทางออสเตรีย

และ เมื่อฝรั่งเศสเริ่ม จัดรายการ ปฏิวัติตัดหัวเจ้า
ในช่วงปี คศ 1789-1793 นั้น
แน่นอน …หลุยส์ ที่ 16 และ มารี อังตัวเนต
ก็ตกอยู่ในสถานการณ์ เลวร้ายมาก ถูกนำตัวไปขังคุก รอการพิพากษา
ของ ศาล ฝ่ายคณะปฏิวัติ

บรรดาพวกเจ้า ของยุโรป จึงมีอาการ ตาเหลือก …ระทึกใจกันไปหมด
และ ประเทศมหาอำนาจในยุโรป จึงพร้อมใจกัน
ระงับข้อขัดเคือง ระหว่างกัน …ไว้ชั่วคราว
เพราะ มีความคิดเห็นพ้องกัน ว่า จะปล่อยให้ โรคตัดหัวเจ้า …
มันระบาดมากกว่านั้น ไม่ได้

แต่ ก็ ดูเหมือนยังไม่มีใคร(กล้า) ออกหน้า เป็นตัวตั้งตัวตี
ในการจัดการ กับเรื่องโรคระบาดนั้น

อังกฤษ นั้น ดูเหมือนจะรู้ข่าวเรื่องโรคระบาดล่วงหน้า อยู่แล้ว
แต่ก็ไม่แสดงอาการ …ทำที ว่า อยู่ในความสงบ …
แต่ จะ สงบจริงหรือไม่ … มันอีกเรื่องนึง

ปรัสเซีย ก็เห็นว่า ตัวเองเป็นประเทศเล็ก
กองทัพปรัสเซีย แม้จะได้ชื่อว่า เป็นนักรบ…
แต่ประเทศของตัว มี ขนาดเล็กกว่าฝรั่งเศสแยะนี่นะ
และ ที่สำคัญ …ถูกโยงว่า เป็นพวกอังกฤษ อีกด้วย
ซึ่งพวกปฏิวัติฝรั่งเศส นั้น ตั้งใจจะคิดบัญชี กับอังกฤษ
เป็น รายการแรกเลย
เมื่อ อังกฤษ ยังไม่ขยับ…ปรัสเซีย ก็ เลย (ยัง) ไม่ขยับ

รัสเซีย นั้น ปกติเป็นชาติที่ไม่ค่อยเข้าไปยุ่งขิง (เสือก)
กับ เรื่องของใครอยู่แล้ว …และ คิดว่าตัวเอง ก็อยู่ไกลจากฝรั่งเศสมาก
โรคหัวหาย คงระบาดมาถึงยาก
ส่วน พวกแคว้นเยอรมัน การรวมตัวผนึกกัน ยังไม่แน่นพอ
เลยไม่มีแนวทาง ว่าจะจัดการอย่างไร …
และ การเป็นผู้ครองแคว้นเล็กแคว้นน้อย ก็น่าจะไม่ใช่
เป้าหมาย ของโรคหัวหาย

มหาอำนาจ ที่ คิดมาก …และ น่าจะเดือนร้อน ที่สุด
คือ …ออสเตรีย

มารี อังตัวเนต มเหสี ของ หลุยส์ที่ 16 …
ที่เป็นเป้าใหญ่ของพวกปฏิวัตินั้น
เธอ เป็นลูกสาว ของ จักรพรรดินี มารี เธเรซ่า (Marie Theresa)
กับ จักรพรรดิ ฟรานซิส ที่ 1 ( Francis I) ของออสเตรีย
และ เป็นน้องสาว ของ จักรพรรดิ เลโอโปลด์ ที่ 2 (Leopold II) แห่งออสเตรีย
ที่ปกครองออสเตรียอยู่ ในช่วงนั้น (คศ. 1790-1792)

(หมายเหตุ: เลโอโปลด์ ที่ 2 … เป็น พ่อ ของ ฟรานซิส ที่ 2 ( Francis II)

แบบนี้ ออสเตรีย จะทำเป็นทองไม่รู้ร้อน คงไม่ไหวนะ

14/2

จริงๆ แล้ว ออสเตรีย น่ะ …ร้อนจัด และ ยิ่งกว่าพร้อม

เลโอโปลด์ ที่ 2 แห่งออสเตรีย …ก็เลยขยับก่อน
ด้วยการไปปรึกษา กับ กษัตริย์ เฟรเดอริก วิลเลียม ที่ 2
(Frederick William II) แห่งปรัสเซีย …ที่เป็นเพื่อนบ้านกัน
เพราะ เชื่อว่า …ปรัสเซีย นั้น ก็คงโดนพวกปฏิวัติฝรั่งเศส
กาหัวไว้แล้ว เหมือนกัน

(หมายเหตุ: เฟรเดอริก วิลเลียม ที่ 2 … เป็นหลาน ของ Frederick the Great)

เลโอโปลด์ บอกว่า พวกเจ้าฝรั่งเศส ที่ลี้ภัยปฏิวัติหนีออกมาได้
จากฝรั่งเศส … ได้มาหารือ และต่างยืนยัน ว่าสถานการณ์
ในฝรั่งเศสนั้น หนักหนาสาหัส
และ หลุยส์ ที่ 16 กับ มเหสี ก็คงจะแย่แน่

ทั้ง 2 จึงทำหนังสือ …เหมือน คำประกาศความ (ในใจ)
เรียกว่า Declaration of Pillnitz ( 27 สิงหาคม คศ 1791)
แจ้งไปทางฝ่ายพวกปฏิวัติ ฝรั่งเศส
ว่า บรรดาพระราชวงศ์ ในยุโรป ต่างมีความห่วงใย
ต่อสวัสดิภาพ ของ กษัตริย์หลุยส์ที่ 16 และ ครอบครัว
โดยหวังว่า จะไม่มีภัยอันตรายใดเกิดขึ้น (กับพระองค์ และ ครอบครัว)
มิฉะนั้น ผลลัพท์ ที่จะตามมา …คงจะเลวร้ายไม่น้อยทีเดียว

ความตั้งใจ ของเลโอโปลด์ ในการส่งหนังสือ นั้น
อ้างว่า เป็นการแสดงความห่วงใย ต่อผู้ปกครองประเทศฝรั่งเศส
ที่เป็นพันธมิตร และ นับเป็นเครือญาติ กับออสเตรียด้วย
(เป็นการหยั่งท่าที ของฝ่ายปฏิวัติ ฝรั่งเศส )

แต่ฝ่ายปฏิวัติฝรั่งเศส …ด้วยความคิด ที่เกลียดชัง
พวกเจ้าทั้งหลาย … โดยเฉพาะ เจ้าออสเตรีย เป็นทุนอยู่แล้ว
เมื่อได้รับหนังสือ ของเลโอโปลด์ …
ก็ เลยเหมือนเอาน้ำมันสาดใส่กองไฟ
หาว่า ฝ่ายเจ้าออสเตรีย มาทำการข่มขู่ ต่อฝ่ายปฏิวัติฝรั่งเศส

ฝ่ายปฏิวัติ ฯ คิดว่าไอ้พวกเจ้าฝรั่งเศส ที่หนีไปอยู่ต่างเมือง น่ะ
มันตัวดีนัก ไปชักชวน พวกเจ้าจากเมืองอื่น ให้มาข่มขู่พวกตัว
อย่างนี้จะให้ลอยนวล ปล่อยให้เรื่องเงียบไปไม่ได้

ว่าแล้ว ฝ่ายปฏิวัติฯ …ก็ประกาศสงครามกับ ออสเตรีย ตรงๆเลย
ไม่ใช่ประกาศ ความในใจเบาโหว่ง อย่างนั้น

ออสเตรีย นั้น เป็นมหาอำนาจเหมือนกัน …และเป็นพันธมิตร
กับฝรั่งเศส (ก่อนมีการปฏิวัติตัดหัว)
และ แถมยังนับเป็นญาติ กับเจ้าฝรั่งเศสอีกด้วย
แต่ ฝ่ายปฏิวัติ ฯ ไม่สนใจ… อย่างนี้สิ… ยิ่งสะใจ แส่กันดีนักนี่
เลยยกทัพ ไปบุก ออสเตรียเนเธอร์แลนด์ ของออสเตรีย
และ มีเขตแดนส่วนหนึ่ง ติดกับฝรั่งเศส
เป็นการประเดิม… การแสดงอิทธิฤทธิ์ ออกไปนอกฝรั่งเศส
รายการแรก ของพวกปฏิวัติฝรั่งเศส
โดยหวังจะให้ชาวเมืองนั้น ลุกฮือ เป็นกบฏต่อออสเตรีย
ทำนองเดียวกับในฝรั่งเศส

แต่การกบฎ ก็ไม่เกิดขึ้น และ การบุกของฝ่ายปฏิวัติฯ ก็ไม่ได้ผล
เพราะ กองทัพของฝ่ายปฏิวัติฯ ตอนนั้นโหลยโท่ยมาก
ยังจัดขบวนรบไม่เป็น… หรือ ยังไม่ลงตัวกันในหลายเรื่อง…

แม้การอาละวาดฟาดหาง ของฝ่ายปฏิวัติฯ ออกไปนอกฝรั่งเศส
ครั้งแรก มันจะจบแบบห่วย ขนาดนั้น
แต่ ฝ่ายปฏิวัติ ฯ ก็ ไม่ได้คิดจะจบรายการ สำแดงเดชของพวกตัว

ฝ่ายน้องชายแท้ๆ ของ หลุยส์ ที่ 16 …คือ หลุยส์ สตานิสลาส ( Louis Stanislas)
(ซึ่งต่อมา ได้ เป็น กษัตริย์ หลุยส์ ที่ 18) หนีการจับตัวของพวกปฏิวัติไปได้
และ ไปหลบภัยตามประเทศ ต่างๆ …แต่สุดท้าย ก็ไปหลบอยู่ที่อังกฤษ

แปลกใจ ไหมครับ …ไปหลบ อยู่บ้านศัตรู

โดยอังกฤษ ก็ดูแลอย่างดี …ให้ที่พัก และ ความช่วยเหลือ อื่นๆ อย่างเต็มที่
พร้อมสนับสนุน ให้ หลุยส์ สตานิสลาส พยายามช่วย หลุยส์ ที่ 16 ต่อไป
ซึ่งตอนนั้น หลุยส์ ที่ 16 …ยังถูกคุมขัง อยู่ในพระราชวัง
ตุยเลอรี (Tuilleries Palace)

เมื่อมีผู้สนับสนุน อย่างนั้น …หลุยส์ สตานิสลาส และ พวกญาติ
เลยไปขอให้ทางปรัสเซีย มาช่วยออกโรงด้วย

“…ท่าน ช่วยขู่พวกปฏิวัติ ด้วย อีกทางเถอะนะ …”

แต่ สตานิสลาส เป็น ผู้ร่างหนังสือ ขู่นั้น เอง

คราวนี้ เนื้อความหนังสือ … ไม่ใช่เป็นแบบประกาศความในใจแล้ว
มันเป็นการข่มขู่ ฝ่ายปฏิวัติฝรั่งเศส อย่างเข้ม ข้นคลักเลย
โดย เป็นคำสั่ง ให้ ฝ่ายปฏิวัติ รีบจัดการ คืนอำนาจ
ให้หลุยส์ ที่ 16 …กลับไปเป็นกษัตริย์ ปกครองฝรั่งเศสอย่างเดิม …
หากไม่ทำตามนี้ …จะถือว่าผู้ที่ขัดขวางไม่ปฏิบัติตาม …เป็นกบฏ
และจะต้องโทษ ถูกประหารชีวิต

สตานิสลาส ร่างหนังสือเสร็จ …แต่ กลับไม่ลงชื่อเอง…
แต่ขอให้ทางปรัสเซีย ช่วยออกหน้า …ลงชื่อในหนังสือนั้น

Duke Of Brunswick-Luneberg เจ้าชายของปรัสเซีย
และเป็นน้องเขย ของ “กษัตริย์ George ที่ 3 ของอังกฤษ”
ซึ่งขณะนั้น เป็นผู้บัญชาการ กองทัพของปรัสเซีย
และ เป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับนับถือ ในระหว่างพวกเจ้าของมหาอำนาจด้วยกัน
ก็ ยินยอม …ลงชื่อในหนังสือดังกล่าว ในเดือน กรกฏาคม คศ 1792
(Brunswick Proclaimatiom, July 25, 1792)

คงไม่ลืมกัน ว่า ปรัสเซียนั้น เคยเป็น กองทัพรับจ้างไปรบแทนอังกฤษ อยู่นาน
และ อังกฤษ ก็ “ไว้ใจ” กองทัพปรัสเซีย แบบ เอาน้องเขยกษัตริย์อังกฤษ
มาเป็น ผู้บัญชาการกองทัพของปรัสเซีย

เลยไม่รู้แน่ ว่า ท่าน Duke ยอมลงชื่อในจดหมาย ตามคำสั่งของใคร

เสร็จแล้วเรื่องก็เป็นไป ตามคาด (ไม่รู้ใครคาดไว้)
กลายเป็นการสาดน้ำมันใส่อีกรอบ
สถานการณ์ทางฝรั่งเศส กลับยิ่งเลวร้ายหนักเข้าไปอีก

ฝ่ายปฏิวัติ ฯ ถึงกับกาหัว ขึ้นชื่อ ปรัสเซีย ไว้ในบัญชีดำ
(และคงชื่อไว้ในบัญชีดำอยู่อีกนาน) และเตรียมจะจัดการกับปรัสเซีย ทุกรูปแบบ
คราวนี้ ชาวฝรั่งเศส เลยยิ่งเพิ่มความบ้าคลั่งเต็มอัตรา
พากันยกขบวน ไปบุกวัง ตุยเลอรี ที่ขังหลุยส์ที่ 16 ไว้
และ เร่งให้ฝ่ายการเมือง รีบจัดการขั้นสุดท้าย กับหลุยส์ ที่ 16

ขณะเดียวกัน เรื่องจดหมายขู่ …
ก็ทำฝ่ายทหารของ พวกปฏิวัติฝรั่งเศส ถึงกับเลือดขึ้นหน้า
รวมตัวกันติด เลยยกทัพ ออกไปไล่เซิ้งกองทัพของปรัสเซีย
ที่อยู่ตามบริเวณ ออสเตรียเนเธอร์แลนด์

การรบครั้งนี้ …ไม่รู้ฝ่ายปฏิวัติฯ ระดมพลมาจากไหน…
มีจำนวนมากมาย

ในที่สุด ฝ่ายปรัสเซีย คิดว่า ขืนสู้แบบนี้ต่อไป ก็คงไม่ชนะ
และ ทุนของตัวก็คงจะหมด
จึงถอนทัพออกจาก ออสเตรียเนเธอร์แลนด์ กลับบ้านไป

ส่วน อังกฤษ …ยังไม่โผล่มาเข้าฉากเอง …คงรอจังหวะ เหมาะกว่านั้น

ถึงต้นปี คศ 1793 …
ฝ่ายปฏิวัติฯ ก็จัดการเอา หลุยส์ ที่ 16 ไปขึ้นศาลคณะปฏิวัติ
ซึ่งตัดสินว่า หลุยส์ที่ 16 …มีความผิด หลายฐาน
รวมทั้งเป็นกบฏชักศึกเข้าบ้าน …
และ ตัดสินให้ประหารชีวิต กษัตริย์หลุยส์ ที่ 16
ด้วยการใช้ กิโยตินตัดหัว… ในวันที่ 21 มกราคม คศ 1793
หลังจากนั้น ไม่กี่เดือน มารี อังตัวเนต ก็ โดนขึ้นศาลคณะปฏิวัติ
และ ซึ่งพิพากษา ว่า พระนางเป็นกบฏต่อแผ่นดิน และ ให้ประหารชีวิต
ด้วยกิโยตินเช่นกันในปลายปี คศ 1793

ความปรารถนาดี ของพระญาติ และ พระสหาย มหาอำนาจ
ดูเหมือนจะมีส่วนเร่ง ให้ชะตากรรม ของกษัตริย์หลุยส์ ที่ 16
และ ราชินี มารี อังตัวเนต จบเร็วขึ้น

เหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ บรรดาประเทศต่างๆ ในยุโรป
ทนอยู่เฉยต่อไปไม่ไหว …จึงเริ่มรวมตัวกันเป็นพันธมิตร
เพื่อทำการต่อต้านฝ่ายปฏิวัติฝรั่งเศส

ส่วนฝ่ายปฏิวัติฯ ก็ไม่รอช้า ตอบโต้การรวมตัวของพวกพันธมิตรทันที
ด้วยการตัดหน้า ชิงประกาศสงคราม ใส่พวกพันธมิตร
ไล่ไปตั้งแต่ ออสเตรีย ปรัสเซีย อังกฤษ สเปน เนเธอร์แลนด์ ปอร์ตุเกส เนเปิล ฯลฯ
ส่วนใหญ่ เป็นพรรคพวก ของ ค่ายออสเตรีย ค่ายอังกฤษ
และ ค่ายพวกเจ้าฝรั่งเศส ที่ ถูกปฏิวัติตัดหัวไป

บรรดาพวกพันธมิตร ก็เลยต้องผนึกกำลังกัน เป็น First Coalition
ซึ่งผมขอเรียกสั้นๆ ว่า พวกผนึกกำลัง …เพื่อเตรียมตัวต่อสู้กับ ฝ่ายปฏิวัติฯ

การผนึกกำลังของพวกพันธมิตร มี หลายครั้ง

การต่อสู้ของ ระหว่างฝ่ายผนึกกำลัง กับ ฝ่ายปฏิวัติฝรั่งเศส
ที่เริ่มตั้งแต่ ปี คศ 1792 และ ยืดเยื้อ ไปถึง ปี คศ 1797 นั้น
เป็นการผนึกกำลัง ครั้งแรก …เพื่อ ทดสอบ กำลังกัน …
ระหว่าง ฝ่ายปฏิวัติฝรั่งเศส ฝ่ายหนึ่ง
กับ ฝ่ายมหาอำนาจยุโรป ที่ไม่สนับสนุนการปฏิวัติตัดหัวเจ้า
อีกฝ่ายหนึ่ง

ฝ่ายปฏิวัติฝรั่งเศส นำโดยแม่ทัพชื่อ นโปเลียน (คนนั้นน่ะ)
ใช้วิธีการสร้างกองทัพ ในรูปแบบใหม่
คือเกณท์ชาวบ้านของตัว บวกกับ จ้างแรงงานนอกบ้าน
เป็นกองกำลังนอกระบบ หรือ เป็นทหารรับจ้าง
แบบเอาจำนวน ไม่ใช่เอาฝีมือ ได้เป็นจำนวนแสนๆ
(น่าสงสัย ว่า ฝรั่งเศส เอาเงินจากไหน มาจ้าง)
ทำให้กองทัพของฝรั่งเศส เมื่อบุกไปถึงเมืองไหน…
เมืองนั้น ก็มักตกใจ ขวัญหนีไปก่อน
เห็นกองทัพฝรั่งเศสใหญโต นึกว่าเป็นทหารเก่งกาจทั้งหมด
มือไม้อ่อน รบไม่ออก …ฝ่ายปฏิวัติฝรั่งเศส ก็เลยชนะไปอย่างง่ายดาย
เมื่อฝ่ายปฏิวัติฝรั่งเศส รบชนะ …
ก็ กวาดเอาทรัพย์สิน อาวุธ ฯลฯ ของผู้แพ้เอามาเป็นของตัว
กองทัพของฝรั่งเศส ก็เลยยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

ใน ปี คศ 1795 ปรัสเซีย ซึ่งสู้กับฝ่ายปฏิวัติฯ มาตั้งแต่แรก หมดแรง
ล่าถอยกลับบ้าน พร้อมกับทำสัญญา สงบศึก (Peace of Basel) กับ ฝรั่งเศส

ในปี คศ 1797 ออสเตรีย…ที่เหมือนเป็นตัวตั้ง ตัวตีสำคัญ …แต่ ก็ไปไม่รอด
ขอเจรจาสงบศึก กับ แม่ทัพนโปเลียน (Treaty of Campo Formio)
ยอมเสียดินแดน ส่วนที่เป็น เบลเยี่ยม ให้แก่ฝรั่งเศส
และ ให้ฝรั่งเศส มีอำนาจในการปกครองดินแดนแถบแม่น้ำไรน์บางส่วน
พร้อมกับ ยกดินแดนส่วนใหญ่ในอิตาลี ให้ ฝรั่งเศสด้วย …

รายการนี้ ออสเตรีย ที่เคยปากเก่ง …หน้าแหก ขาดทุนยับ

เหลือ อังกฤษ ที่ไม่ยอมเจรจาสงบศึก …เดินหน้าสู้กับฝรั่งเศสต่อไป

22 กุมภาพันธ์ 2565

Scroll to Top