“มหาอำนาจ”
ตอน 17
17/1
การพ่ายแพ้ของ ออสเตรีย ที่ Austeritz ในปี คศ 1805
ทำให้ ปรัสเซีย …ที่มีบริเวณ ติดต่อ กับ กลุ่ม Conferation of Rhine
ที่ นโปเลียน จัดตั้งขึ้นมาใหม่ …ก็ ชักกลุ้มใจ
มองเห็นเค้าแล้ว ว่า สักวันหนึ่ง …นโปเลียน คงจะบุกมาถึงบ้านเมืองของตัว
ใน ตอนนั้นผู้ปกครองปรัสเซีย คือ เฟรเดอริค ที่ 2 (Frederick II)
ซึ่ง เป็น หลานลุง ของ เฟรเดอริค มหาราช ( Frederick the Great)
ก็ เพิ่ง ขึ้นครองราชย์ ได้ไม่นานเหมือนกัน ยังไม่เคยออกรบ
และ ความกล้าหาญ …ก็ ต่างกับลุง ที่เป็นนักรบผู้ยิ่งใหญ่ อย่างสิ้นเชิง
จึงมี อาการปอดแหก นโปเลียนไม่น้อย
เลยตั้งมั่นอยู่ในบ้านเมืองตัว อย่างเงียบสงบ หรือ สงบเสงี่ยม
ส่วน ออสเตรีย เอง หลังจากแพ้อย่างรุ่ยขนาดนั้น
ก็ดูเหมือนจะกลายเป็นใบ้ และ หายเงียบไปเลย
คงไปรักษาแผล จากการรบครั้งนั้น…
แต่แผลมันคงลึกมาก … ท่าทาง จะไม่หาย ง่ายๆ
แล้ว อยู่ๆ …ใน ปี คศ 1807 … เกิดมีข่าวใหญ่ ชนิดเสทือนลั่นไปทั้งยุโรป
ว่า ซาร์อเล็กซานเดอร์ ของรัสเซีย…ได้ไปจับมือ กับ นโปเลียน แล้ว !!
ฮ้า …อะไรนะ … ออสเตรีย ถึงกับ สะอึก จน ตาเหลือก …
รัสเซีย ทำอย่างนี้ได้ไงเนี่ย… ไม่มีข่าวกระซิบ หลุดมาถึงเลยนะ
ออสเตรีย แม่ข่ายใหญ่ แต่ดันตกข่าว ระดับสะเทือนลั่นยุโรป
รู้ไปถึงไหน อายเขาตาย แผลเก่า ก็ยังไม่หาย… ตกข่าวแบบนี้
ท่าที จะทำให้มีแผลใหม่ โผล่มาอีกด้วย
แล้วอังกฤษ ล่ะ …ตาเหลือก ตาถล่น ไม่ต่างกับออสเตรีย
หรือ อังกฤษ ไม่ออกอาการใด …เหมือน รู้อยู่แล้ว ว่ามันจะต้องเป็นแบบนี้
จริงๆ …เรื่องมันเริ่ม มานานแล้ว ตั้งแต่เมื่อ นโปเลียนรู้ข่าว
ว่า อังกฤษ สมัครใจรับหน้าที่ เป็นหัวโจกใหญ่ ในการวางแผนกับพรรคพวก
เตรียมพร้อมที่จะล้อมกรอบ จัดการ กับ นโปเลียน
นโปเลียน นั้น ไม่เชื่อ ว่า จะมีใครมาจัดการเขาได้
พวก มัน ไก่อ่อน ทั้งนั้น …รบก็ไม่เป็น
มีอังกฤษ เท่านั้น ที่ไก่แก่
นโปเลียน จึงคิดวางแผน เพื่อย้อนศรใส่อังกฤษ
ด้วยการทำที ไปตีสนิท กับ ซาร์ อเล็กซานเดอร์ ของรัสเซีย
นโปเลียน เชื่อ ว่า ซาร์อเล็กซานเดอร์ นั้น เป็นหนุ่มน้อยอ่อนหัด
เพิ่งขึ้นมาครองราชย์ได้ไม่กี่ปี ไม่ประสีประสา ไม่มีประสพการณ์
ถ้า นโปเลียน หลอก หรือ ต้ม รัสเซีย ประเทศใหญ่เบ้อเริ่ม
ให้มาอยู่ข้างตัวได้ …
เรื่องนี้ อาจจะทำให้อังกฤษ ถึงกับจุกอก จนแทบกระอักไปก็ได้
นโปเลียน ยังคิดว่า ตนเอง ก็เป็นนักวางแผนตัวฉกาจ
ไม่งั้นจะรบชนะ มาเกือบทุกสนามได้อย่างไร
นโปเลียน ยังรู้อีกว่า ปรัสเซีย กับ รัสเซีย นั้น สนิทกันมาก
และ ยังแถมสาบาน เป็นพี่เป็นน้องกัน อีกด้วย
นโปเลียน จึงเตรียมกองทัพ เพื่อ จะไปตีปรัสเซีย
โดยประกาศ ให้รู้กันทั่วยุโรป…ว่า จะไปตีวัน เวลาไหน
เอาแบบชัดๆ เหมือนขึ้นหน้าจอ ซ้ำมันทุกนาทีเลย
จริงๆ คือ ต้องการ ให้รัสเซีย รู้ น่ะ
เมื่อถึงวันสำคัญ ตามประกาศ …นโปเลียน ก็ยกทัพ ไปตี ปรัสเซียจริงๆ
ส่วน ซาร์ อเล็กซานเดอร์ ก็ รีบยกทัพ มุ่งหน้ามาทางปรัสเซีย
เพื่อมาช่วยกษัตริย์ เฟรเดอริค ของปรัสเซีย
ซึ่งนับเป็นพี่น้องร่วมสาบานของ ซาร์อเล็กซานเดอร์…
ทำการรบ กับนโปเลียน …
ตามความคาดหมายที่ แม่นยำของนโปเลียน
แต่ การเดินทัพ จากรัสเซีย …มาปรัสเซีย มันไม่ใช่ใกล้ๆ
สมัยนั้น ยังไม่มี เครื่อง ซี … ช่วยขนทหาร
กว่า กองทัพรัสเซียจะมาถึง …
ฝ่ายปรัสเซีย ก็ รบแพ้ นโปเลียน ไปเรียบร้อยแล้ว
และ ตัวเฟรเดอริคเอง และ พระราชินี หลุยส์ (Louise) ก็ได้หลบหนี
ออกจากเมืองของตัวไปแล้วด้วย
ไก่อ่อน พันธุ์ กระจอกกินน้ำ
แต่นโปเลียน ยังยกทัพไล่ตามไปอีก
แล้วจับ เอาตัวกษัตริย์เฟรเดอริค ของปรัสเซีย พร้อมด้วยพระราชินีหลุยส์
รวมทั้ง ซาร์ อเล็กซานเดอร์ …เอามาหมด …มาอยู่ ที่ค่าย ของนโปเลียน
อื้อหือ …ท่านโป มันเล่นแรง แบบ ไม่ไว้หน้ากันเลยนะ
แล้วนโปเลียน ก็ บีบ ให้ ฝ่ายปรัสเซีย ทำสัญญายอมแพ้
และจ่ายค่าชดเชยจากการรบ อย่างโหดจัด โดยเฉพาะรายการยึด Dresden
เมืองหลวง ของ ปรัสเซีย (Treaty of Tilsit คศ 1807)
เมื่อราชินีหลุยส์ (ซึ่งติดตามพระสวามี ตอนไปรบกับนโปเลียนด้วย)
รู้เรื่องเข้า ก็ ตกใจ… ขอให้พระสวามี ไปอ้อนวอน นโปเลียน
ให้ยกเว้น เรื่องการยึดเมืองหลวง
แต่ ดูเหมือนเฟรเดอริก จะไม่พร้อม ที่ จะทำเช่นนั้น
กลับส่งให้ พระนางไปอ้อนวอน นโปเลียน แทน …เอะ ไหงเป็นงั้น
ซึ่งพระนางไม่เต็มใจนักที่จะทำ …แต่เพื่อจะเอาเมืองหลวง กลับมาให้ได้
พระนาง ก็จำยอม …โดย ขอ พบ นโปเลียน เพียง คนเดียว …
ไม่ให้ มีทหาร ของฝ่ายใด อยู่ด้วย
และ เมื่อไปพบนโปเลียน …พระนางถึงกับลงทุน ลงนั่งกับพื้น
แล้วก้มหน้ากอดเท้า ของนโปเลียน ขอความเมตตา
แต่ นโปเลียน ก็ยังใจแข็ง ไม่ยินยอมผ่อนปรน แต่อย่างใด
และ นโปเลียน ได้เขียนจดหมาย เล่าเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น
ให้คุณนายกระดังงา รู้เรื่องด้วย
“… หลุยส์ หว่านเสน่ห์ ใส่ฉันอย่างเต็มที่ แต่ เธอไม่ต้องหึงหรอกนะ …
ค่า (ของเมือง Dresden ) มันสูงเกินกว่า ที่ฉันจะไปตกหลุมของ หลุยส์ …”
ก่อนหน้านั้น เมื่อมีข่าวว่า ราชินีหลุยส์ จะขอพบ นโปเลียน เพียงตัวต่อตัวนั้น
นโปเลียน มีความคิดจะเอาพระนาง เป็น ราชพลี และ ตั้งใจปล่อยข่าวนั้น
ออกไปด้วย…เพื่อจะทำลายพระนาง
แต่ ภายหลัง เมื่อเห็น ท่าที ที่แสดงถึงความ เสียสละอย่างสูงของพระนาง
นโปเลียน จึงเปลี่ยนใจ จากการคิดเลวร้ายต่อพระนาง
และ ถึงกับ ยกย่อง ให้ ได้ยินกัน ทั่ว
ว่าดูเหมือน พระนาง เป็น “ชายกล้าหาญ” เพียงคนเดียว ในปรัสเซีย…
(หมายเหตุ: พระราชินีหลุยส์ นั้น เป็น เจ้าหญิงชาวเยอรมัน
ที่เขาว่า สวยทั้งรูป งามทั้งน้ำใจ …เมื่อมาเป็น พระราชินีของปรัสเซีย
ก็เป็นที่รักของ พระสวามี และ ชาวปรัสเซียอย่างมาก
เมื่อ นโปเลียน ยกทัพ มาตีปรัสเซีย…และ เฟรเดอริก จะต้องยกทัพไปต่อสู้นั้น
ราชินีหลุยส์ มีความเป็นห่วง พระสวามีอย่างยิ่ง เลยขอติดตามไปด้วย)
………………………………………………………………………………………………
17/2
แต่กับ ซาร์ อเล็กซานเดอร์ นั้น …นโปเลียน มาแนวใหม่
นโปเลียน กลับจัดงานเลี้ยงอย่างหรูหรา บนแพ ริมแม่น้ำ
แถวเขตแดนปรัสเซียนั่นเอง
โดยเชิญ ซาร์ อเล็กซานเดอร์ เป็น แขกพิเศษ
และ บังคับให้ เฟรเดอริค กับ ราชินีหลุยส์ มานั่งดู อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล
เอาชนิดพอให้เห็นแล้ว เป็นต้องรู้สึกเจ็บแค้น เหมือนถูกแทงบาดลึก
เข้าไปถึงหัวใจอย่างนั้นเลย …กับทั้งนโปเลียน และ อเล็กซานเดอร์
ท่านโป นี่ มันแสบสุด จริงๆ
นโปเลียน ไม่เรียกร้องให้รัสเซีย ต้องทำสัญญายอมแพ้อย่างปรัสเซีย
ตรงกันข้าม นโปเลียน มามาดนุ่ม …แบบคนกันเอง คุยกันเองหนุงหนิง
เพื่อ พยายามกล่อม ซาร์ อเล็กซานเดอร์ หนุ่มละอ่อน
ให้มาร่วมแผน ปกครองยุโรป และ อาณาจักรออตโตมาน ด้วยกัน
เพราะ รู้ว่า ออตโตมาน นั้น เป็น จุดอ่อนของรัสเซีย มาแต่ไหนแต่ไร
เนื่องจาก อาณาเขตของออตโตมาน ด้านหนึ่งติดกับรัสเซีย ยาวยืดไปไกล
มัน ก็ เป็นเรื่องกวนใจ ของรัสเซียมาตลอด อยู่แล้ว
“…รบเก่ง อย่างเรา…ประเทศใหญ่โต อย่างท่าน …หากร่วมมือกัน
ยุโรป และ ออตโตมาน …ต้องตกเป็นของพวกเรา อย่างแน่นอน
อังกฤษ ไม่มีทางสู้ พวกเราได้หรอก
ท่านสนใจส่วนไหน …เชิญเลือกได้เลย
แต่ เพื่อ แสดงความจริงใจ…
รัสเซียของท่าน …ต้องยุติการค้าขาย กับ อังกฤษ …เสียก่อน…”
ซาร์อเล็กซานเดอร์ บอก เป็นแผน ที่น่าสนใจมาก
“… เราเอง ก็ ไม่ได้ปลื้มอังกฤษ หนักหนา …
ถ้าทำให้อังกฤษ หงายท้อง ผลึ่ง ไปได้ คงไม่เลว…”
แล้ว ทั้ง 2 ฝ่าย ก็ทำสัญญา ให้ความร่วมมือกัน (Treaty of Erfurt คศ 1807)
นโปเลียน ขยับหมากไปแล้ว …และ ก็ รอ รอ รอ จน เวลา ผ่านไป ปีกว่า …
จากวันที่ นั่งกระหนุงกระหนิงกัน บนแพ ริมแม่น้ำ
มีข่าวว่า รัสเซีย ได้เลิกค้าขายกับอังกฤษ ตามสัญญากับนโปเลียน จริง
แต่หลังจากนั้นสักปีกว่า …ก็ มีข่าวออกมาใหม่ ว่า รัสเซียกลับไปค้าขาย
กับ อังกฤษเหมือนเดิม
และกลาย เป็นนโปเลียน …ที่ เป็นฝ่าย ไม่แน่ใจ
“…ตกลง ไอ้หนุ่มน้อย นั่น มันพูดเอาจริง หรือ พูดเอาเล่น
มันไม่เป็นประสา ฟังเรื่องการเมืองละเอียดอ่อน ไม่รู้เรื่องหรืออย่างไร
หรือ มันกะล่อนใส่เรา …มันกล้ากับเรา ถึงขนาดนั้นเชียวหรือ …
มัน อายุ 20 กว่าเองนะ…”
นโปเลียน ซึ่งเป็นผู้มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูงมาก
ไม่เคยไม่มั่นใจในตัวเอง … แต่คราวนี้ คงชักไม่แน่ใจ …
จึงจำใจ ไปปรึกษา เจ้าชาย ตาแลร็อง
(Charles Muarice de Talleyrand-Perigord)
Talleyrand นั้น จริงๆ เป็น ชนชั้นสามัญ ชาวฝรั่งเศส
และ มีวัยอาวุโสกว่า นโปเลียน
แต่เดิม เขาสังกัด อยู่กับสำนักวาติกัน ขึ้นตรงต่อสันตปาปา
มีหน้าที่ ดูแล ศาสนสมบัติ ที่อยู่ในฝรั่งเศส
ในช่วงสมัย ก่อนที่จะมีการปฏิวัติตัดหัวเจ้า
ฝรั่งเศส นับ ฝ่ายศาสนา เป็น ฐานันดร ที่ 1 …ขุนนางเป็น ฐานันดร ที่ 2 ฯลฯ
ผู้คนเลยให้เกียรติ ผู้แทนฝ่ายศาสนจักร แบบเจ้า …
เขาเลยกลายเป็น เจ้าชาย Talleyrand
Talleyrand นี้ รับใช้ศาสนาจักร มาตั้งแต่ สมัย พ่อ ของ หลุยส์ ที่ 16
เป็นกษัตริย์ปกครองฝรั่งเศส จึง มีความคุ้นเคย กับบรรดาพระราชวงศ์ มากมาย
ฝรั่งเศสสมัยนั้น ศาสนจักร กับ อาณาจักร …ไปคู่กันเสมอ
เมื่อ ตอนเกิดปฏิวัติ ตัดหัวเจ้า …Talleyrand ไม่ได้โดนจับตัวไปด้วย
เพราะ เขาอ้างว่า เขาไม่ใช่พวกเจ้า …เขาอยู่ฝ่ายวัด
แถมชี้ช่อง ให้พวกปฏิวัติ ไปยึดสมบัติของวัด ให้เอาไปเป็นของประชาชนอีกด้วย
Talleyrand ก็เลย รอดตัว รักษาหัวไว้ได้
เมื่อนโปเลียน ลูกชาวบ้าน …จะขึ้นมาเป็นจักรพรรดิ
คงไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร จึงเรียกใช้บริการของ Talleyrand
ให้มาช่วยติวเข้ม
“… เจ้ามาแนะนำ การแต่งตัว พูดจา วางตัว วางท่า
อย่างพวกเจ้านาย … ให้เราหน่อย…”
Talleyrand ก็ตกลง
นอกเหนือจากเรื่องการ แต่งตัว วางตัวเป็นเจ้านาย ฯลฯ
นโปเลียน ยังแอบ ปรึกษา กับ Talleyrand อีกหลายเรื่อง
เกี่ยวกับเรื่องเจ้านายต่างประเทศ และ การต่างประเทศ
ซึ่ง Talleyrand นั้น รู้เรื่องมาก เพราะ ต้องเจอ ต้องอยู่ในแวดวง
ของพวกเจ้าต่างประเทศ มาตลอดการทำงานให้ศาสนจักร
ในที่สุด นโปเลียน ก็ เลยตั้ง Talleyrand ให้เป็น “ที่ปรึกษาพิเศษ”
คล้ายประเภท ถือ บัตรทอง…ผ่านเข้านอกออกในได้ทุกระดับชั้น
พร้อมกับ ดูแล “เรื่องในพระราชวัง” ให้จักรพรรดินโปเลียนอีกด้วย
และ เมื่อ นโปเลียนมาปรึกษา เรื่อง ไก่อ่อนรัสเซีย
Talleyrand ก็ให้คำ แนะนำ
“ ไม่เห็นยากเลย นี่ ท่านจักรพรรดิ… ท่านก็ พิสูจน์ ความจริงใจ
ของรัสเซีย… ด้วยการไปขอ เจ้าหญิงแคทเธอรีน ( Catherine Pavlovna )
น้องสาวคนสวย ของ ซาร์ อเล็กซานเดอร์ มาเป็นเจ้าสาว ของท่านสิ…”
(หมายเหตุ: น้องสาว คนนี้ เป็นน้องรัก ที่สนิทกันมาก กับ ซาร์อเล็กซานเดอร์
เพราะ เติบโตไล่เลี่ย มาด้วยกัน)
นโปเลียน ก็เห็นด้วย เพราะ ตัวเองก็ คิดหนัก เรื่องจะต้องมีทายาท
โบนาปาร์ตน้อย …เพื่อสืบทอด บัลลังค์ฝรั่งเศส ต่อจากตัวเองอยู่แล้ว
ซึ่งคุณนายกระดังงาโจเซฟีน ยังไม่สามารถ ผลิตนโปเลียนน้อย ให้ได้เลย
คุณนาย น่าจะเลยวัยผลิต…และปิดอู่ไปนานแล้ว
เมื่อ นโปเลียน โดน ฝ่ายรัสเซีย ปฏิเสธมา
Talleyrand ก็ แนะนำ นโปเลียน ให้แก้ลำรัสเซีย
ด้วยการให้ นโปเลียน ไปสู่ขอ เจ้าหญิงมารี หลุยส์ (Marie Louise)
ของออสเตรียแทน
“… เมื่อ รัสเซียเขาดูถูกเรา เรา ก็ ไปหาคนอื่น …ที่เป็นลูกสาวจักรพรรดิ
มาเป็นเมีย ก็ได้นี่ … ออสเตรีย ก็ เป็นมหาอำนาจ… ไม่ได้ด้อยไปกว่า รัสเซีย…
ดีเสียอีก …ได้ออสเตรียมาเป็นพวก แถม มีลูกสาวเขา เป็นตัวประกัน …”
เบื้องหลังของการเสนอ ให้ มารี หลุยส์ ไปเป็นเจ้าสาวนโปเลียนนั้น
มันน่าสนใจไม่น้อย
เมื่อ ข่าวออกไปว่า เจ้าหญิง น้องสาวคนสวย
ของซาร์อเล็กซานเดอร์ … ปฏิเสธที่จะเป็นเจ้าสาวของนโปเลียน
กลุ่ม ชมรม กลมกลิ้ง …ดูเหมือนเห็นทางออก ที่พวกเขาคิดว่า
อาจจะดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ …
“… ถ้างั้น เราเอา เจ้าหญิง มารี หลุยส์
ไปเสนอ ให้เป็นเจ้าสาวของนโปเลียน ก็ แล้วกัน…”
มารี หลุยส์ เป็นลูกสาวคนโต วัย 17 เหมือนกุหลาบเพิ่งแย้ม
ของ จักรพรรดิฟรานซิส ที่ 2 ของออสเตรีย
พวกเครือใหญ่ นี่ มันช่างคิดได้เหลือเชื่อ
อา ของตัว ถูกตัดหัวไปไม่พอ …คิดจะส่ง ลูกสาวไปแถมให้เขาอีก
แผนกำจัดนโปเลียน มันเป็นเรื่องใหญ่
เดิมพันถึงความอยู่รอด ของออสเตรีย (และ อีกหลายประเทศ)
การเสนอให้ มารี หลุยส์ ไปเป็นเจ้าสาวนโปเลียน
จึงไม่ต่างกับส่ง เธอ ไปตาย (หรือ รอด ยาก)
ออสเตรีย คงต้อง คิดหนัก คิดลึก และ ใจเด็ด เหมือนกัน
แต่ แผนการ เอาลูกสาวออสเตรีย มาเป็น เจ้าสาวนโปเลียน สำเร็จได้
เพราะ เขาวางแผนกันมา ทำกันเป็นขบวนการ โดยกลุ่มกลมกลิ้ง
ทั้ง ฝ่ายอังกฤษ และ ฝ่ายออสเตรีย…
แต่ ผู้ ทำหน้าที “กล่อม” คนสำคัญ …ที่ทำให้เรื่องสำเร็จ
คือ ท่าน Talleyrand บัตรทอง …ที่ปรึกษาใหญ่ ของนโปเลียน นั่นแหล่ะ
ซึ่ง คงยิ่งกว่า กลมกลิ้ง รุ่นธรรมดา
เพราะกลิ้งได้ อย่างเหลือเชื่อ …ขณะที่เหมือนมี หลายหัว
แม้จะโดนกล่อมขนาดนั้น นโปเลียน ก็ยังคิดไม่ตก ยังไม่(อยาก)ตัดสินใจ
ทั้งเรื่อง ซาร์อเล็กซานเดอร์ ว่าเป็น ไก่อ่อน หรือ เป็น ไก่ชน กันแน่
และ รวมทั้ง เรื่อง มารี หลุยส์
25 กุมภาพันธ์ 2565