แด่นักรบเงา ที่เสียสละแม้ชีวิต
เพื่อรักษาบ้านเมืองที่รักของเรา

Search

“มหาอำนาจ”


ตอน 2


ฝรั่งเศส นับ เป็นประเทศขนาดใหญ่ (สำหรับชาวยุโรป)
ที่มีดินแดนตั้งอยู่ตรงริมมหาสมุทรแอตแลนติก
เขตแดนของฝรั่งเศส ด้านหนึ่ง อยู่ต่อเนื่องกับแผ่นดินใหญ่ของยุโรป
บริเวณด้านนั้น …มีเพื่อนบ้านของฝรั่งเศส อยู่เรียงกันเป็นตับ หลายประเทศ
ส่วนเขตแดน อีกด้านหนึ่ง อยู่ติดตรงริมมหาสมุทรแอตแลนติค

เลยออกไปทางมหาสมุทรแอตแลนติค อีก นิด
ตรงกันข้ามกันพอดี กับดินแดนของฝรั่งเศส …มีเกาะหนึ่ง โผล่โด่เด่อยู่
ในระยะใกล้มาก …กับบริเวณขอบดินแดนของ ฝรั่งเศส
นั่น คือ ที่ตั้ง ของ เกาะอังกฤษ
ที่มีดินแดนขนาดใหญ่ …ไม่ ถึง ครึ่งหนึ่ง ของดินแดนฝรั่งเศส

ผมถึงเรียก เกาะอังกฤษ ว่า …เกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ
(ของเท้าซ้าย ของแผ่นดิน ยุโรป)

ระหว่างฝรั่งเศส กับเกาะ อังกฤษ …อยู่ห่างกันไม่มาก
ช่วงที่ห่างกันน้อยที่ สุด ประมาณ 30 กิโลเมตร กว่านิดๆ

ความที่มีอาณาบริเวณประเทศ เป็นเกาะ อยู่ในมหาสมุทร
อังกฤษ จึง ถนัดรบทางเรือ มากกว่า รบทางบก
และจริงๆ ก็เป็นเรื่องยากมาก สำหรับอังกฤษ “ในสมัยนั้น”
ที่จะยกทัพไปรบ กับประเทศอื่นๆ ที่อยู่ ในแผ่นดินใหญ่ของยุโรป
เพราะ อังกฤษ ต้อง ขนกองทัพ อาวุธ คน ม้า ปืนใหญ่ ฯลฯ
ไปลงเรือ … เพื่อเอาไปขึ้นบกอีกต่อหนึ่ง
และ ต้องขึ้นบก “โดยผ่าน” บริเวณดินแดนบ้านเมือง
ที่เป็น ของ คนอื่นเขาอีกด้วย

ท่าขึ้น ที่ใกล้ที่สุด …ก็ตรงบริเวณดินแดนของฝรั่งเศส นั่นแหล่ะครับ
ใกล้รองลงมา ก็ คือ ต้องผ่านทาง เบลเยี่ยม
แบบนี้ มันก็เหมือนกินน้ำใต้ศอกเขา … แล้วแต่ว่า เขาจะให้ผ่านไปแบบไหน
กว่าจะได้ลงมือรบ ก็ เหนื่อยหอบ ลมแดก
แถม อาจถูกไถ จนกระเป๋าแฟบ หรือ ถูกขัดคอ ขัดขา ล้มหน้าแหกไป

แล้วอย่างนี้ อังกฤษ มันจะคิดไปรบทางบก ให้โง่ทำไม

สมัยนั้น เบลเยี่ยม …ยังเป็นดินแดน ส่วนหนึ่งของเนเธอร์แลนด์
(ยังไม่ได้ มีการแบ่ง แยกออกเป็น 2 ประเทศ เช่นปัจจุบัน)
และยังใช้ชื่อว่า ออสเตรียเนเธอร์แลนด์ …เพราะเป็นเมืองในความปกครอง
ของออสเตรีย …ซึ่งเป็น มหาอำนาจ อีกรายหนึ่ง ของยุโรป

(ในสมัยนั้น ประเทศ ที่ได้รับการยอมรับ ว่า เป็นมหาอำนาจ ของ ยุโรป
มี อยู่ 4 ราย คือ อังกฤษ, ฝรั่งเศส, ออสเตรีย และ รัสเซีย)

แปลว่า เมื่อไหร่ ที่อังกฤษ จะ ยกทัพเข้าไปในแผ่นดินใหญ่ของยุโรป
ก็ ต้อง เจอ กับ มหาอำนาจ ถึง 2 ราย

อย่างนี้ อังกฤษ ก็ ต้องคิดหนัก…
นี่ถ้าเราเจอ มหาอำนาจ ที่เป็น เจ้าที่ …ของท่าผ่าน
ประเภทชอบ ขัดขาโขกหัว เราเข้าบ่อยๆ
เราจะจัดสัมพันธ์ กับมันอย่างไรดีหนอ … จะ เป็น มิตร หรือ เป็นศัตรู กับมัน

และ ในสมัยนั้น อังกฤษ ก็ เลือก…เป็นมิตร กับออสเตรีย
ทั้งๆ ที่ ออสเตรีย นั้น …จริงๆ ก็ไม่ใช่ว่าคบง่าย หรือ ไว้ใจได้เต็มร้อย
เพราะเป็นประเภท ปากหวาน แต่ ก็ แอบอมรสขมปนเค็มไว้แยะเหมือนกัน
อังกฤษ ต้องแสดงบทให้ หวานฉ่ำ ปนเปรี้ยว …
ถึงพอจะไปทำต้มยำด้วยกันได้ …ยิ่งเป็นการ ต้ม ยำ คนอื่น คงยิ่งดีใหญ่

ในตอนนั้น ในสายตาของอังกฤษ …ออสเตรีย จึง ยัง ดี กว่า ฝรั่งเศส
ที่ ดูเหมือน จะเป็น คู่กัด ถาวร ของอังกฤษ
และ เป็นก้างชิ้นใหญ่ ที่ยังขวางคอ ขัดขาอังกฤษ อยู่เป็นประจำ
และ นับวัน มันจะเป็นก้างชิ้นใหญ่ขึ้นไปอีก
การขัดขา ก็คงยิ่งหนักขึ้นไปอีก
ถ้า …ปล่อยให้ ไอ้ นโปเลียน คนนั้น มัน ปกครองฝรั่งเศสต่อไป

อังกฤษ แม้จะตะกละตะกราม อยากได้สมบัติ อยากได้เมืองเขาไปหมด
แต่ อังกฤษ นั้นไม่โง่ จนคิดทำอะไรเสี่ยงๆ … ในขณะ ที่ตัวยังไม่พร้อม

อังกฤษ จึงวางแผนระยะยาว มุ่ง มั่น สร้างกองเรือของตัวให้แข็งแกร่ง
กองเรือของอังกฤษ …นั้น รับหน้าที่ เป็นทั้งเรือ เพื่อใช้ในการค้าขาย
และ ใช้ในการรบ การล่า… จึงเป็นกองเรือ ที่ติดปืนใหญ่ ไว้อย่างเพียบ

เมื่อกองเรือแข็งแกร่งได้ที่… อังกฤษ ก็ส่งกองเรือ แล่นออกไปตามเส้นทาง
เดินเรือทั้งใกล้ ทั้งไกล … ไปถึงไหนที่เห็นเหมาะ มีของดีเข้าตา ก็ทอดสมอ …
หันปากกระบอกปืน จ่อใส่บ้านเมืองเขา เพื่อ ชักชวน (หรือ ขู่)เขา
ให้ มาทำมาค้าขายกับตัว ตามวิธี ที่อังกฤษจะได้เปรียบ ทุกประตู
เมื่อได้เปรียบหนักเข้า…อังกฤษ ก็เลยได้ใจ
ขนเรือปืนมาเรียงเพิ่มอีกเพียบ ในที่สุด ก็เลยยึดเอาบ้านเมืองเหล่านั้น
มาเป็นเมืองขึ้น หรือ เป็น อาณานิคมของตน

การค้า หรือ การทำมาหากินแบบนี้ ของอังกฤษ
ดูเหมือนจะถูกโฉลก หรือ ถูกกับสันดาน ของ อังกฤษ (สันดานโจร)
อังกฤษ ก็ เลยชักรุ่ง และ ชักเริ่ม จะรวยใหญ่
อังกฤษ จึงคิดหาทาง ที่จะ สร้าง “อำนาจ” ให้กับตัวเอง เพิ่มขึ้นอีก
ด้วยการใช้ “ทุน” ที่ตัวเองได้มา จากการค้าขาย นั้น
จ้างให้ ผู้อื่น เป็นตัวแทน ไป “ทำการรบ” กับ นโปเลียน หรือ ใครๆ
โดย ตัวเองไม่ต้อง “ลงมือใช้อาวุธ” รบเอง

นับเป็นการแก้เกมการเมือง (ระดับยุโรป ) ได้เยี่ยมยอดทีเดียว
สำหรับประเทศ ที่มีขนาดเล็ก …เปรียบเสมือนนิ้วก้อยเท้าซ้าย ของ ยุโรป

นั้น คือ ที่มา ของ “ทุน” …ที่สามารถ “สร้าง” อำนาจ ได้
หรือ สามารถ ทำให้ “มีอำนาจ” ได้
โดยไม่จำเป็น ต้องมาจากการลงมือ รบพุ่งเอง

เช่นเดียวกัน … อำนาจ ที่เกิดจากการ รบ ชนะมาก…
ก็ สามารถ “สร้างทุน “ ได้มากเช่นเดียวกัน

อำนาจ และ ทุน จึงเป็นสิ่งที่มักมาคู่กันเสมอ

สอง สิ่ง นี้ วนเวียนกัน เกื้อหนุนกัน สามารถทดแทนกันได้
รวมทั้ง สามารถ ใช้บดขยี้กัน ได้อีกด้วย …
ขึ้น อยู่กับ เป้าหมาย และ ความสามารถ ของ ผู้ใช้

ทุน สร้าง อำนาจ อำนาจ สร้าง ทุน

เป็นอย่างนี้ เรื่อยมา …

และ ทั้ง อำนาจ และ ทุน
ได้มีการพัฒนา วิธีการ สร้าง คิด หา การทำให้ได้มา
รวมทั้งปรับปรุง “รูปแบบ” ให้เหมาะสม กับการใช้ประโยชน์
อยู่ตลอดเวลา

หน้า ตา ของ อำนาจ และ ทุน จึงมีการ เปลี่ยนแปลง ตามกาลเวลา
ตาม ความต้องการ และ ความสามารถ
ของ ผู้เป็นเจ้าของ อำนาจ หรือ เจ้าของทุน
รวมทั้ง ผู้ที่ แสวงหา ทั้ง อำนาจ และ ทุน ด้วย

แต่การใช้ อำนาจ และ ทุน ไม่ว่า ในสมัยใด …จะ ได้ ผลแค่ไหน
ขึ้นอยู่กับ การวางยุทธศาสตร์ …ของ การใช้
ไม่ว่า จะเป็น การ ใช้อำนาจ หรือ เป็นการใช้ทุน ในรูปแบบใด

“ ยุทธศาสตร์ “ จึงเป็นเรื่องน่าสนใจติดตาม
เพื่อจะ ช่วยให้ “เข้าใจ” ถึง ความเป็นอยู่ หรือ ที่ (อาจ) จะเป็นไป
ของหลายประเทศ และ ที่ สำคัญ คือ ของ “ประเทศเรา” เองด้วย

มันก็คล้ายกับ เรา ดู กีฬา น่ะครับ
ถ้า เราเป็นแฟนประเภทติดหนึบ ติดตาม ดูนักกีฬา คนไหน หรือ ทีมไหน
ดูสไตล์ ดูเทคนิค ในการเล่นกีฬา ของแฟนเรา ทุกครั้ง
ตามดูไป นานๆ.… ก็คงพอจะเข้าใจ ลีลาการเล่นของเขา…
แบบนี้ มันก็อาจจะช่วยไม่ให้กระเป๋าเราฉีกบ่อย …เวลาไป พนันกับเขา

ยุทธศาสตร์ ของการใช้ อำนาจ… ไม่ว่าโดย ผ่านอาวุธ หรือ ผ่านทุน
หรือ ใช้ อำนาจของทุน …ก็ ทำนองเดียวกัน
มี เทคนิค หรือ หัวใจ ของยุทธศาสตร์ ในการใช้ เหมือนกัน

และ จริงๆ ก็ ออกจะดูเหมือน เป็น เรื่อง ระดับพื้นฐาน ด้วยซ้ำ

แต่ เรื่องระดับพื้นฐาน นั้น จะทำให้กลายเป็น เรื่อง ลึกลับ ซับซ้อน
มีหลายมิติ หลายชั้น หลายเชิง หลายแง่ หลายมุม
เหมือน เครื่องมือ เครื่องใช้ สมัยใหม่ ที่ เพิ่ม สาระพัด “แอพ”
อัด เข้าไป อีกเพียบ …ก็ได้อีกเช่นกัน
ขึ้นอยู่กับ “ความสามารถ” ของผู้วางยุทธศาสตร์
ว่าจะ มีสติปัญญา ตื้น ลึก หนา บาง ขนาดไหน
หรือ มีแต่กระโหลกหนา กับ ความตะกระ เท่านั้น

เราๆ ประชาชน… แม้จะ ไม่ใช่นักการเมือง นายทุน หรือ ผู้มีอำนาจ
แต่ก็น่าจะสนใจ ติดตาม ทำความเข้าใจไว้บ้าง
เป็นบ้านเมือง ของเราเหมือนกันนะครับ
โอกาส ที่จะตกเป็นเหยื่อเขา หรือ นั่ง งง อยู่ กลางดง …
จะได้ ลด น้อย ลง

11 กุมภาพันธ์ 2565

Scroll to Top