“มหาอำนาจ”
ตอน 6
6/1
ปี คศ 1812 … นโปเลียน เตรียมยกกองทัพใหญ่ ไปบุกกระทืบรัสเซีย
ด้วยกำลังพล ประมาณ 600,000 นาย และ กำลังม้า อีก 50,000 ตัว
กำลังพลดังกล่าวข้างต้น เป็นของฝรั่งเศส แท้ๆ ประมาณ 200,000
และ เป็น กำลังพล ของ พวกประเทศ ต่างๆ ที่ แพ้การสู้รบกับนโปเลียน
รวมทั้ง พวกพันธมิตร ของฝรั่งเศส …รวมแล้ว อีกประมาณ 400,000 กว่า
แผนการรบ หรือ ยุทธศาสตร์ ของ นโปเลียน นั้น สั้นๆ ง่ายๆ
คือ มาแรง รุกเร็ว จบเร็ว …
โดยการใช้ กองทหารปืนใหญ่ยิง กระสุนใส่ ตรงใจกลาง ของเป้าหมาย
หลังจากนั้น กองทหารม้า จะบุกตามเข้าไปจัดการกับข้าศึกอย่างรวดเร็ว
แล้วตลบกลับอีกที ตามด้วยทหารราบ กวาดต่อให้เรียบ
คือ รูปแบบการรบของนโปเลียน ที่เขาใช้มาตลอด
ในการรบ กับเมืองต่างๆ ในยุโรป และ นำชัยชนะ มาให้เขาเกือบทุกครั้ง
จนทุกประเทศ เพียงแค่ ได้ยินข่าวว่า นโปเลียน เตรียมทัพจะมาบุก
ประเทศ นั้น ก็ ตาเหลือก เตรียมตัวยอมแพ้ แล้ว
นโปเลียน คิดว่า การรบกับรัสเซีย ไม่น่าจะใช้เวลา เกิน 20 วัน
โดยใช้ ศักยภาพ ของเขา และ กองทัพ อันยิ่งใหญ่ ของฝรั่งเศส
ทำการ บีบบังคับ ให้ ฝ่ายรัสเซีย ออกมาทำการสู้รบด้วย
และ นโปเลียนเชื่อมั่นเต็มร้อย ว่า …ด้วยการรบ เพียงยกเดียว…ก็ คงจบ …
โดย รัสเซีย …ฟุบคาสนามแน่
แต่ เพื่อ ให้ แน่ใจ เผื่อขาดเผื่อเหลือไว้หน่อย
เผื่อแผน มันคลาดเคลื่อน ไปบ้าง
ซึ่ง นโปเลียน ไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้น แต่ ก็ ไม่ควรประมาท
เขาจึงสั่งให้ฝ่ายพลาธิการ เตรียมเสบียง และ กำลังเสริม
รวมทั้ง กำลังบำรุง ทั้งปวงเผื่อไว้ สำหรับการรบ …ระยะ เวลา 30 วัน
ส่วน เสบียง ช่วงขาเคลื่อนกองทัพฝรั่งเศส กลับมาบ้าน ในฐานะ ผู้ชนะ นั้น
นโปเลียน เชื่อมั่นว่า ฝ่ายรัสเซีย …ที่จะตกเป็นผู้แพ้ แน่นอน ในการสู้รบ ครั้งนี้
จะต้องเป็น ฝ่ายจัดหาให้
แล้วนโปเลียน ก็เริ่มเคลื่อนทัพใหญ่ของตัว ออกจากฝรั่งเศส
ช่วงประมาณ เดือนมีนาคม ของ ปี คศ 1812
กองทัพของนโปเลียน …ใหญ่โตอลังการ ขบวนยาว เป็น ร้อยกิโลเมตร
มี ทั้ง โรงครัว โรงบันเทิง นักร้องนักแสดง ครอบครัวของพวกทหาร
ลูกเด็กเล็กแดง เดินตามกันเป็นพรวน ไปด้วย …
เหมือนพวกเขา กำลังจะไปเที่ยวทัศนาจรประเทศรัสเซีย ที่อยู่ฟากขะโน้น
มากกว่า ไปทำการรบใหญ่ กับ รัสเซีย
กว่ากองทัพใหญ่ ของนโปเลียน จะเดินทาง ผ่านดินแดนแถบยุโรปกลาง
โดยผ่าน เข้าไปใน ดินแดนต่างๆ ที่เป็นของพรรคพวก
หรือ มี พันธะ อยู่กับฝรั่งเศส …
เพื่อข้ามไปถึงเมือง Vilnuis ของโปแลนด์ ที่อยู่อีกฟากหนึ่ง ของยุโรป
และ อยู่ใกล้ กับเขตแดน ของรัสเซีย ที่สุด
เพื่อ ใช้เป็นจุด ข้ามแม่น้ำ Nieman …เข้าไปใน เขตแดนของรัสเซีย
ก็ประมาณ เดือนมิถุนายน คศ 1812 โน่น
นโปเลียน ได้ข่าวมาว่า ซาร์อเล็กซานเดอร์ ของรัสเซีย นั้น
จะไปตั้งกองทัพ สังเกตการณ์ อยู่ที่เมือง Vilnuis เพื่อรอดู
ว่ากองทัพฝรั่งเศส จะมา จริงไหม
นโปเลียน ก็ เลย มุ่งหน้า ตรงไปยัง Vilnuis
คงไม่อยาก ให้ ซาร์ อเล็กซานเดอร์ ผิดหวัง
เผลอๆ ก็ จะได้ จบเรื่อง กัน ที่ Vilnuis นั่นเลย
แต่ เมื่อ กองทัพนโปเลียน เคลื่อนทัพเข้ามาใกล้ Vilnuis
กองทัพ ของ รัสเซีย ก็ เคลื่อนถอย ออกไป …สวนกันแบบ ฉิวเฉียด
เหมือนรัสเซีย ปอด ฝรั่งเศส ขนาดหนัก
ส่วนทางเมือง Vilnuis ซึ่ง เป็นเมืองเล็กๆ ขึ้น กับโปแลนด์
(ปัจจุบันเป็น ของ Lithuania) ก็ไม่ทำการต่อสู้ แต่อย่างใด
กลับเปิดประตูเมือง ให้ กองทัพ นโปเลียน เข้ามา อย่างง่ายๆ
โดยประกาศยอมแพ้ ให้ แก่ ฝ่ายฝรั่งเศส
เพราะมีความเชื่อว่า ถ้าฝรั่งเศส รบชนะ รัสเซีย
ฝรั่งเศส อาจจะมาช่วยปกป้องประเทศตัว…
จากการถูก ปรัสเซีย ออสเตรีย และ รัสเซีย ที่ มักรบกันเอง
เพื่อแย่งชิงดินแดน ของ เมือง Vilnuis
(ทั้ง ปรัสเซีย ออสเตรีย และ รัสเซีย นั้น ต่างก็มีเขตแดน บางส่วน
ติดกับเมือง Vilnuis ทั้งนั้น)
และ ทั้ง 3 ประเทศ ก็ รบกันไปรบกับมา ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ
มานานเต็มทีแล้ว …จนชาวเมือง Vilnuis ก็ แสนจะเหนื่อยหน่าย
กองทัพใหญ่ของนโปเลียน ใช้เวลาอยู่ใน Vilnuis เกือบ 20 วัน
เพื่อพักกองทัพของตัว และ จัดกองทัพ ของพวกชาวโปแลนด์ ลิทัวเนีย
เตรียมไว้ ให้ เป็นทัพหลัง โดยขึ้นกับฝรั่งเศส …เพื่อ ทำหน้าที่ระวังหลัง …
เมื่อกองทัพใหญ่ของนโปเลียน เสร็จออกมาจากการรบ กับรัสเซียแล้ว
ในช่วงเวลา 20 วัน ดังกล่าว กองทัพของฝรั่งเศส
ยังกว้านเอาเสบียงเพิ่ม ไปจาก Vilnuis อีกด้วย จนแทบหมดเมือง
ตลอดระยะเวลาการเดินทัพอันอลังการ ของ นโปเลียน
กำลังพล ที่ไม่คุ้นเคย กับการ เดินทัพระยะไกล …ไปได้ ในอัตราที่ช้ามาก
เพราะ จำนวนคน และ การบริหาร จัดการกองทัพ ฝรั่งเศส ไม่ได้เรื่อง
กองทัพของนโปเลียน ไม่เคยเดินทัพขนาดใหญ่ และ ระยะทางไกล
ขนาดนี้ มาก่อน… เลยทำให้ กำลังพล ของฝรั่งเศสเอง เริ่มเหนื่อยล้า …
ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มรบ
และ เมื่อ กองทัพอันยิ่งใหญ่ ของนโปเลียน มาถึงเมือง Vilnuis …
บรรดากำลังพล ก็ไม่มีโอกาสได้พัก สักเท่าไหร่
พวกเขาส่วนหนึ่ง ต้องรีบไปหาเสบียงเพิ่ม จาก Vilnius
ซึ่ง หมายความถึง การ ไปเก็บเกี่ยว ข้าวสาลี กว้านหา เนื้อสัตว์ ฯลฯ
เอามาส่งให้กองเสบียง ของฝรั่งเศส
ช่วงเวลานั้น เป็น เดือนมิถุนายน… อากาศ ที่ Vilnuis ร้อนอ้าวจัด
เพราะ อยู่ ในหุบเขา …กำลังพล ของนโปเลียน ผู้ยิ่งใหญ่
จึงเร่ิมล้มป่วย ไข้จับ จนงอมใกล้จะหล่น กันเป็นแถว…
เมื่อ บวกกับ ปริมาณน้ำดื่ม และ อาหารในเมือง Vilnuis
ที่ชักจะไม่พอเผื่อแผ่ ให้แก่คนนอก …จำนวน เรือนแสน อย่างนั้น
กำลังพลเหล่านั้น ก็ ได้อาการท้องร่วง มาเพิ่ม
ขณะเดียวกัน กองทัพม้า ก็ ต้องการ หญ้า และ น้ำเช่นเดียวกัน
แต่ฝ่ายบำรุงกำลัง ของกองทัพอันยิ่งใหญ่ กลับจัดมาไม่พอ
เพราะ คิดว่า ระหว่างทาง …คงหาได้น่า
แต่ช่วงเวลานั้น ที่ Viluis อากาศ ร้อนจัด …หญ้าแห้ง ตายเกลี้ยง
และ ทางเมือง ไม่ได้ คิดว่า ต้องเตรียมอาหาร ให้กองทัพม้าด้วย
น้ำกิน สำหรับ ม้า …ก็ เลยมีแต่น้ำไม่สอาด มีเชื้อโรค
หลังจากเจออากาศร้อนจัด จนไข้จับ และ ท้องร่วงกันเป็นแถวแล้ว
ต่อมาฝนของปลายฤดูใบไม้ผลิ ที่ Vilnuis ที่ยังหลงเหลืออยู่ …ก็เริ่มตกใหม่
และตกติดต่อกัน ทุกวัน …จนทุ่งหญ้า ที่กองทัพของทหารฝรั่งเศส
อาศัยตั้งที่พักแรม …กลายเป็นแอ่งโคลน
การสัญจร ทั้งของ กำลังพล กำลังม้า และ รถลาก
สำหรับขนของ ขนเสบียง จึงดำเนินไป อย่างยากยิ่ง
สภาพอากาศ น้ำ และ อาหาร …ทำให้ ม้าตายไปแล้ว 15,000 ตัว
และ ทหารเกณ์ ก็ หนีทัพ ไป ประมาณ 50, 000 คน แล้ว
นี่ยังไม่ทันได้ เริ่มลงมือรบเลยนะ
กำลังของกองทัพ อันยิ่งใหญ่ของนโปเลียน
ทั้งคน ทั้งม้า…ก็ เริ่มร่วง…ล้ม ตาย หาย ไปไม่น้อยแล้ว
ก่อนหน้า ที่กองทัพใหญ่ ของนโปเลียน จะไปถึง เมือง Vilnuis
กองทัพอื่นของสาระพัดชาติ …ที่เป็นพันธมิตร หรือ มีข้อผูกพัน
(เพราะแพ้รบกับนโปเลียน) ต้องจัดทัพ รวมแล้วประมาณ 20 กองทัพ
เพื่อมาร่วมสมทบ กับกองทัพของฝรั่งเศส
ก็ ได้แยกกันเดินทัพมาถึงโปแลนด์ …เพื่อ ข้ามแม่น้ำ Vistula ของโปแลนด์
มาสมทบ กับทัพใหญ่ ของนโปเลียน ที่จะใช้เส้นทาง ข้ามแม่น้ำ Neiman
เข้ามาในเขตแดนของรัสเซีย
ในจำนวนกองทัพ ที่มาสมทบนั้น มีกองทัพ ของออสเตรีย Wesphalia (กลุ่มเยอรมัน)
กลุ่ม Saxons กลุ่ม Poles และ กลุ่ม อิตาลี
6/2
ภูมิประเทศ ของรัสเซีย นั้น ต่างกับ พวกประเทศที่อยู่ในบริเวณ
แถบยุโรปกลาง มากมาย
ดินแดนส่วนใหญ่ ของรัสเซีย ยังเป็นภูเขา เนินหิน และ ทุ่งหญ้า
ไม่ได้มีถนนรนแคมมากมาย อย่างในยุโรป ที่นโปเลียนคุ้นเคย
นโปเลียน จึงตั้งใจจะเลี่ยง ภูเขาและ เนินหิน …
และมุ่งหน้าเดินทัพ บนที่ราบ ของทุ่งหญ้า
แต่ ปลายฤดูร้อน ก่อนจะเริ่มฤดูใบไม้จะร่วง ที่รัสเซีย
อากาศเริ่มเย็นลง อย่างรวดเร็ว
มันต่างกันมาก กับอากาศ ที่ Vilnuis หรือ ที่ ฝรั่งเศส
น้ำค้างเริ่มเกาะบนทุ่งหญ้า …และค้างหนาเพิ่มมากขึ้นทุกวัน
และ เมื่อเริ่มฤดูใบไม้ร่วง …ความเย็นก็เริ่มเข้ามาด้วย
เมื่อเจอความเย็น…น้ำค้างหนา บนพื้นทุ่งหญ้าของรัสเซีย
ก็กลายสภาพ … เป็นพื้นน้ำแข็งไปหมด
กองทัพของนโปเลียน นอกจากมีพลเดินเท้าแล้ว
ยังมีส่วนที่เป็นกองทัพม้า อีกจำนวนไม่น้อย และ เพื่อใช้ในการรบแบบบุกตลุย
และ กองทัพม้า สำหรับขนลากปืนใหญ่
ที่ขนกันมา แบบจัดหนัก จัดเต็ม ขบวนยาวเหยียด
สมกับเป็นกองทัพ ของ ท่านจักรพรรดินโปเลียน ผู้ยิ่งใหญ่
แต่ …ฝ่ายนโปเลียน ดูเหมือนจะไม่รู้ซึ้ง ถึงสภาพภูมิศาสตร์
ในฤดูต่างๆ ของรัสเซียดีพอ
จึงไม่ได้เตรียมชุดรองเท้าม้า สำหรับ พื้นน้ำแข็ง
เหมือนเป็นเรื่องเล็ก หรือ เรื่องตลก นะครับ
แต่ลองนึกถึง สภาพม้า เล่นสเก๊ตน้ำแข็งสี่ขา ไปตลอดทาง
ในรัสเซียก็แล้วกัน
แล้ว กองทัพม้า ของนโปเลียน ก็ เลยพากันลื่นล้ม ขาหักบ้าง
ไถล่ไปตกเนิน ลุกไม่ได้บ้าง …จนล้มตาย ไปอีก มากกว่า 1 ใน 3
ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มรบ
พวกทหารเอง ก็ หนาวตายไปไม่น้อย เพราะ ชุดคลุมหนาวไม่อุ่นพอ
ดูเหมือน นโปเลียน จะไม่ได้ศึกษา เรื่อง สถานที่ (ภูมิประเทศ)
และ เวลา (ฤดูกาล) ของรัสเซีย เพื่อเอาใช้มาประกอบ
ในการวาง ยุทธศาสตร์การรบ กับ รัสเซีย แต่อย่างใดเลย
นโปเลียน รีบจัดตั้งทัพใหม่ และ เปลี่ยนเส้นทางเดินทัพใหม่
เพื่อมุ่งหน้าไปยึด “เมืองหลวง” ของรัสเซีย ให้ได้ก่อนฤดูหนาว
อันเย็นยะเยือกของรัสเซีย …
หลังจากตั้งหลัก จัดทัพใหม่เรียบร้อย กองทัพของนโปเลียน
ก็รีบเดินทัพต่อ ไปตามเส้นทางสู่ เมืองหลวงของรัสเซีย
แต่ระหว่างการเดินทางเส้นนั้น …
กองทัพของนโปเลียน ก็ถูกกองทหารม้าคอสแซค ที่มีชื่อเสียงของรัสเซีย
ใช้วิธีรบ แบบลอบจู่โจม หลายครั้ง แล้วก็หลบหายวับไป
เหมือนหายตัวได้…อย่างรวดเร็ว ทุกครั้ง …เพราะคุ้นเคย กับพื้นที่ของบ้านตัวดี
และ แน่นอน ว่า ม้าของรัสเซีย ก็คงได้ใส่รองเท้าอย่างเหมาะ
ไม่ต้องเล่นสเก็ต … ก็ควบหลบหายไปได้อย่างรวดเร็ว
ทำให้ กองทัพของนโปเลียน เสียแผน ผิดแผน
ต้องปรับแผน เปลี่ยนเส้นทางเดินทัพ และ วิธีการรบ หลายรอบ
ขณะเดียวกัน เมื่อกองทัพของฝ่ายนโปเลียน
ไปพักแรม ที่เมืองไหน … ก็จะมีหน่วยจู่โจม ของรัสเซียแอบมาป่วน
ในรูปแบบเดิม …ซึ่ง ฝ่ายนโปเลียน ก็ยัง แก้เกมไม่ได้
ส่วนการปะทะจริง …คือ การสู้รบ ด้วยการยิงปืนใหญ่ใส่ก่อน
แล้วทหาร ทั้ง 2 ฝ่าย ก็จะลุยใส่กัน
ซึ่งกองทัพนโปเลียน มีความชำนาญ และ ขนมาเสียแยะนั้น
กลับไม่ค่อยได้มีโอกาสใช้ …
แต่เมื่อใด ที่มีการปะทะรุนแรง ทั้ง 2 ฝ่าย ก็จะต่อสู้แบบติดพัน
เลือดสาด บาดเจ็บล้มตายไม่น้อย เช่นกัน ทั้ง 2 ฝ่าย
และ พลัดกันแพ้ พลัดกันชนะ
ฝ่ายรัสเซียนั้น รู้ตัวดี ว่า ถ้าต้องรบตามสูตรของนโปเลียน
คือปะทะกันหนัก ทุกรายการ ก็คงจะเอาชนะ ฝ่ายฝรั่งเศส ได้ยาก
เพราะจำนวน อาวุธ และ กำลังพล ของฝ่ายตัว
ด้อยกว่าฝ่ายนโปเลียนมาก
รัสเซีย จึงเตรียมยุทธศาสตร์ การรบกับนโปเลียน
เป็นยุทธศาสตร์ …ที่เลี่ยงการปะทะตรง… แต่ใช้วิธี ลอบโจมตี
เพื่อทำลาย หรือ กัดกร่อน ให้ศัตรู อ่อนกำลังลงไปเรื่อยๆ (Attrition Strategy)
พร้อม กับ การรบไป ถอยไป …
โดยถอยลึกเข้าไป ในใจกลางดินแดนอันหนาวเหน็บ
อย่างทารุณ ของ รัสเซีย …มากขึ้น
อีกประมาณ 90 กิโลเมตร …กองทัพ ของรัสเซีย
ก็ จะถอยไปถึง มอสโคว์ เมืองหลวง…ของตัวเอง
นโปเลียน เห็นสภาพ การรบไปถอยไป ของรัสเซีย แล้ว
ก็มั่นใจ เต็มร้อย … ว่า รัสเซียคงไปไม่รอด …
ไม่มีทางจะสู้รบให้ชนะได้เลย
จะต้องยกธงขาว ยอมแพ้ต่อฝรั่งเศส …อย่างแน่นอน
เพราะ กองทัพ ที่นโปเลียนเกณท์มา เพื่อถล่มรัสเซีย นั้น
มีจำนวน มากกว่า กองทัพของ ฝ่ายรัสเซียทั้งประเทศ… “ไม่รู้กี่เท่า”
กองทัพของนโปเลียน จึงเร่งลุย ไล่ตามกองทัพของรัสเซีย ไปติดๆ
โดยนโปเลียน ตั้งใจ จะ ตี ยึดมอสโคว์ …เมืองหลวงของรัสเซีย
แล้ว บีบ ให้ซาร์ อเล็กซานเดอร์ มาขอทำสัญญาสงบศึก
กับ จักรพรรดินโปเลียน ผู้ยิ่งใหญ่
เพื่อกองทัพฝรั่งเศส จะได้อาศัย สถานที่ของมอสโคว์
เป็นที่พักแรม หลบฤดูหนาวอันเย็นยะเยือกของรัสเซีย
รวมทั้งอาศัย อาหารของรัสเซีย เลี้ยงท้องทหารฝรั่งเศส
ซึ่งกำลังหิวโหยจัด เพราะ โรงครัว ที่ขนกันมาอย่างเอิกเกริก
รวมทั้งกองส่งกำลังบำรุง ของฝรั่งเศส
ดูเหมือนจะล้มหายตายจาก เกือบเกลี้ยงหมดแล้ว
จากสภาพอากาศ และ ภูมิประเทศ อันทารุณ ของรัสเซีย
และ จริงๆ แล้ว …ตัว นโปเลียนเอง ในตอนนั้น…
ก็ดูเหมือนจะรู้ตัว …ว่า ทางเลือก หรือ “โอกาส “ รอด
ของกองทัพฝรั่งเศส …เหลือเพียงประตูเดียว
คือ ต้องยึดเมืองหลวง ของรัสเซียให้ได้
เพื่อให้กองทัพของตัว เข้าไปพักทัพ หลบฤดูหนาวอันทารุณ
ของรัสเซีย พร้อมเอาเสบียง ของรัสเซีย … มาเลี้ยงกองทัพของตัว
และ รัสเซีย …ก็น่าจะอ่านความคิดของ นโปเลียนออก
เพราะ “รู้จักสถานที่” และ สภาพภูมิอากาศ ของ บ้านเมืองของตนเองดี
อากาศอันเย็นยะเยือกช่วงนี้ ของรัสเซีย
เหมาะที่สุด …สำหรับ “สยบ” กองทัพใหญ่ ของนโปเลียน
ซึ่งน่าจะ “ไม่รู้จักสถานที่” หรือ ภูมิศาสตร์ ของรัสเซีย เอาเลย
รัสเซีย …ที่มีกำลังกองทัพ น้อยนิด …
จึงตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ …เผาเมืองหลวงของตัวเอง …
เมืองพัง …พอสร้างใหม่ได้
แต่ อธิปไตย สิ้น.… คงสร้าง ยากกว่า (อาจเอากลับคืนมา ยากกว่า)
เมื่อ กองทัพนโปเลียนไปถึง เมืองหลวงของรัสเซีย
นโปเลียน จึง ถึงกับตะลึงงัน
จนพูดไม่ออก ขยับไม่ได้ นั่งนิ่งเป็นหุ่นแข็งค้าง อยู่บนหลังม้า
นโปเลียน แทบไม่เชื่อสายตาของตนเอง
เมืองหลวงอันใหญ่โตงดงามของรัสเซีย …หายไปหมดแล้ว
เหลือให้เห็น เพียง กองเถ้าถ่าน ที่ยังโชยกลิ่นควันอยู่
และ ซากปรักหักพัง …ของ สิ่งที่ “เคยเป็นเมืองหลวง”
ไม่อาหาร… ไม่มีน้ำ …ให้กองทัพของฝรั่งเศส ผู้บุกรุกรัสเซีย กิน
รัสเซีย ตัดใจเผาเมืองของตัวเอง
เพื่อเป็นการทำลาย กองทัพฝรั่งเศสทางอ้อม
เป็นไปได้อย่างไร … รัสเซียทำได้อย่างไร…
ยุทธศาสตร์ แบบนี้ ไม่เคยมีอยู่ในหัว ของนโปเลียน
ตกดึก ฝ่ายทหารรัสเซีย ที่ชำนาญในพื้นที่ของของตัว
ยังแอบดอด เข้ามาเผาสัมภาระของกองทัพฝรั่งเศส ที่เหลือน้อยนิด
ซ้ำเติม อีกหลายคืน
รัสเซีย หยุดเผา… เมื่อฝนของฤดูใบไม้ร่วง ตกหนัก แบบฟ้ารั่ว
และตกติดต่อกันหลายวัน …
ทหารฝรั่งเศส หมดพื้นที่แห้งสำหรับซุกหัวนอน
ส่วนใหญ่นอนหมดแรง หมดสติ อยู่บนพื้นดิน อย่างหนาวเหน็บ
รวมทั้งแข็งตาย อยู่ ในแอ่งโคลนเละ …ที่เคยเป็นเมืองหลวง ของรัสเซีย
ไม่มีทหารฝรั่งเศส คนไหน คิดจะลุกขึ้น มาสู้รบกับรัสเซีย อีกแล้ว
แต่ นโปเลียน ก็ยังเชื่อ หรือ หลอกตัวเอง
ว่า ในที่สุด ซาร์อเล็กซานเดอร์ จะต้อง มาขอทำสัญญาสงบศึกกับฝรั่งเศส
รัสเซีย จะทนให้กองทัพฝรั่งเศส ค้างคาอยู่กลางดินแดน ของรัสเซีย
ได้นานเท่าไหร่กันเชียว
นโปเลียน รอ อยู่ 20 วัน …โดยไม่มีวี่แวว ว่า ซาร์อเล็กซานเดอร์
จะมาพบ หรือ ติดต่อ ส่งข่าวแต่อย่างใด
แม้ นโปเลียน จะส่งสาส์น ผ่าน คนกลางไปไม่รู้กี่คน
รวมทั้งส่งไปถึง แม่ ของ ซาร์อเล็กซานเดอร์ด้วย ให้กล่อมลูกชาย
ให้คิดฉลาดขึ้นหน่อย ด้วยการมาทำสัญญา สงบศึกกับนโปเลียน
นโปเลียน แม้จะเป็นนักรบที่ยิ่งใหญ่ …แต่ น่าจะอ่อนด้อยในหลายทาง
ไม่ใช่ เฉพาะ เพียงด้านภูมิศาสตร์ ที่ได้คะแนนศูนย์
ทางด้าน ประวัติศาสตร์ ก็ น่าจะได้คะแนน ติดลบ
เพราะ นโปเลียนไม่รู้เอาเลย ว่า อเล็กซานเดอร์ นั้น
จักรพรรดินี แคทเทอรีน มหาราช ผู้ เป็น ย่า …ไปอุ้มเอา อเล็กซานเดอร์
และ นิโคลัส น้องชาย …มาเลี้ยงเอง ตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็กๆ
เพื่อเตรียมตัว สำหรับ “ การเป็นผู้ปกครองแผ่นดิน “ ของ รัสเซีย
ที่กว้างขวาง ยิ่งนัก …โดยผู้เป็นแม่นั้น ไม่มีสิทธิคัดค้านแต่อย่างใด
(นโปเลียน น่าจะ “ไม่รู้จัก” ข้อมูลภายใน เกี่ยวกับรัสเซียมากมายนัก
เพราะขึ้นมาเป็นใหญ่ สืบเนื่องจาก “การปฏิวัติ ฯ”
จนได้โอกาสแต่งตั้งตนเอง ขึ้นเป็นจักรพรรดิ
ไม่ใช่ จากการ “สืบทอด” การปกครองแผ่นดิน …
ซึ่งมหาอำนาจอื่นในสมัยนั้น ดูเหมือนจะ “รู้จัก” ข้อมูลหลากหลาย
ทำนองนี้ ดีกว่า)
กองทัพอันยิ่งใหญ่ ของนโปเลียน… จึง พ่ายแพ้ อย่างยับเยิน …
ต่อ ภูมิประเทศ ความกล้าหาญ และ จิตใจอันเด็ดเดี่ยว ของชาวรัสเซีย
และ ยุทธศาสตร์ รักษาอธิปไตย …ของรัสเซีย
กองทัพของฝรั่งเศส นอกจากจะพ่ายแพ้อย่างยับเยิน
น่าอับอาย ทางยุทธศาสตร์แล้ว …
กองทัพของฝรั่งเศส …ยังน่าสมเพช จากการกระทำ
ของจอมทัพใหญ่ ของตัวอีกด้วย
หลังจากนอนค้างอยู่ในกองขี้เถ้า ไป 20 กว่าวัน
โดยไม่ได้รับการติดต่อ จากฝ่ายรัสเซียแต่อย่างใด
ต้นเดือนธันวาคม ปี คศ 1812 …นโปเลียน ก็ทิ้งกองทัพของตัวไว้ที่รัสเซีย
และ รีบออกเดินทาง ด้วยเลื่อนลาก โดยแทบไม่หยุดพัก ทั้งกลางวันกลางคืน
ประมาณสองสัปดาห์ …เพื่อกลับมาปารีส …
เพราะ ได้ข่าว ว่า เขาอาจถูกปฏิวัติ โค่นอำนาจ
จากการไปประสพ “ความพ่ายแพ้อย่างยับเยิน” ที่รัสเซีย
ข่าวนโปเลียน “แพ้” ไปถึงปารีส เร็วมาก
เหมือนมีใครช่วยเป่าข่าว
แล้วนโปเลียน ก็เจอมากว่า ข่าวการปฏิวัติ
เรื่องลูกน้องจะปฏิวัติเขานั้น …มันก็มีมูล …แต่ไม่เหลือบ่ากว่าแรง
ที่นโปเลียนจะจัดการ …ไม่ว่า โดยกองทัพ ที่ แม้จะมีเหลืออยู่น้อยนิด
หรือ ทางรัฐสภา ที่พวกสมาชิกกำลังเตรียมประชุม
เพื่อ “ปลด” นโปเลียนออกจากตำแหน่ง จักรพรรดิ ก็ตาม
นโปเลียน ยังพอมีบารมีเหลือ ที่จะจัดการ
กับการกระด้างกระเดื่อง ของเรื่องในบ้าน ได้น่า
แต่ ข่าวร้ายของนโปเลียน ดูเหมือน จะมีมากกว่านั้นอีก
14 กุมภาพันธ์ 2565