“มหาอำนาจ”
ตอน 7
ทันที ที่นโปเลียนมาถึงปารีส …หลังจากลงทุน นั่งเลื่อนลากรีบเผ่น
ออกจากรัสเซีย เพื่อมาปราบข่าวปฏิวัติ หรือ มาปราบการปฏิวัติจริง
หน่วยกระซิบ ก็รีบถลาเข้ามาประชิดหู ของนโปเลียน ทันที
“…นายท่าน… เขาว่า บรรดาพวกมหาอำนาจ ที่อยู่คนละฝ่ายกับท่าน น่ะ
พวกเขาจับมือกัน เตรียมยกทัพ ชนิดเต็มอัตรา มาครบ เลยนะ
ข้างนอกเขาลือกันแซด ว่า คราวนี้ …ปารีส คงแหลกแน่
พวกเขาคิดว่านายท่าน คงจะยุ่งอยู่กับการล้างขี้เถ้ารัสเซีย …
พวกเขาเลย กำลัง รีบเร่งมากัน
คงไม่ถึงกลางปี (คศ 1813) หรอก …พวกเขาก็ คงถึง กรุงปารีส แน่…”
ท่านจักรพรรดิ นโปเลียน ว่าไงล่ะ
จะรับมือรับตีน ที่ “พวกเขา” เตรียมมากระทืบนายท่านไหวไหม
นโปเลียน มีเวลา เพียงประมาณ 5 เดือน
ที่จะ “สร้างกองทัพใหม่” ของฝรั่งเศส
เพราะ กำลังพลของฝ่ายฝรั่งเศส รวมทั้งของพรรคพวกและกำลังเสริม
ทั้ง หมด ประมาณ 6 แสนกว่าคน ที่ขนกันไปเพื่อกระทืบให้รัสเซียแหลกนั้น
ตามข่าวว่า อย่างเก่ง … น่าจะรอด กลับมาถึงบ้าน
ประมาณ ไม่เกิน 1 แสนคน
และในพวกที่รอด …เป็นกองทหาร ของฝรั่งเศสจริง ๆ ไม่น่าเกิน 3 หมื่นคน
มี กำลังพลเหลืออยู่แค่นั้น แล้วจะเอาอะไรไปสู้ กับ “พวกเขา”
“พวกเขา” ที่ผนึกกำลังกัน นั้น
จะมี กองทัพของปรัสเซีย รับหน้าที่ เป็นทัพหน้า
ตามมา ด้วย กองทัพของออสเตรีย กองทัพของรัสเซีย
และ กองทัพของกลุ่มเยอรมัน ซึ่งมีข่าว ว่าเปลี่ยนข้าง ไม่อยู่กับฝรั่งเศสแล้ว
(ในตอนนั้น นโปเลียน ยังไม่รู้เรื่อง เยอรมัน เปลี่ยนข้าง)
และ กองทัพของสวีเดน ซึ่ง นำโดย จอมพล Bernadotte
ซึ่ง เป็นอดีตแม่ทัพใหญ่ของฝรั่งเศส…
แต่ ได้ แปรพักตร์ มาอยู่กับฝ่ายมหาอำนาจ เรียบร้อย
ภายใต้ การสนับสนุนของ ซาร์อเล็กซานเดอร์ และอังกฤษ …
อังกฤษ นั้น ทำตัว “เหมือน” ไม่ค่อยเกี่ยวข้องด้วย
กับเรื่องของพวกยุโรปกลาง
แต่จริงๆแล้ว อังกฤษ น่าจะมีส่วนร่วม …มากกว่า แค่ “เกี่ยวข้อง”
เสียด้วยซ้ำ และ ตอนนี้ ก็ เริ่มแง้มออกมาแล้ว
ว่า จะมาร่วมผนึกกำลัง กับ ”พวกเขา” ด้วย
นโปเลียน คงไม่มีทางเลือกอื่น…
เขามีแต่จะต้องเร่งระดมกำลังพล จากบรรดาประเทศ ที่ยังมีพันธะ
ตามสัญญากับฝรั่งเศส ให้ ส่งกำลังมาช่วยเสริม
โดยเฉพาะ จาก โปแลนด์ และ อิตาลี
(ซึ่งต่างก็ อยู่ไกล จากเขตแดน ของฝรั่งเศสไม่น้อย)
รวมทั้งเพิ่มกำลังพลของฝรั่งเศสเอง ทุกทาง ไม่ว่าจะเป็นการเกณฑ์ การจ้างฯลฯ
แต่ สิ่งที่ นโปเลียน กำลังกลุ้มใจที่สุด …คือ กองทหารม้า …
ซึ่ง น่าจะเป็น กองทหารสำคัญที่สุด ของกองทัพของนโปเลียน
ผู้ชอบใช้ยุทธศ่าสตร์การรบ… แบบ มาแรง และ รุกเร็ว
แต่ การยกทัพไปบุกรัสเซีย ของฝรั่งเศส ที่เพิ่งจบ แบบแหลกแทบไม่เหลือ นั้น
ทำให้ กองทัพม้าของฝรั่งเศส ก็ ละลายไปด้วย ไม่มีเหลือกลับมาเลย
และ ฝรั่งเศส ก็ ไม่ใช่ประเทศ ที่เลี้ยงม้า …
และ ช่วงนั้น การหาม้าในฝรั่งเศส ก็แสนจะยากลำบาก
คงมี ใคร ที่ไหน ต้องการใช้ ม้า เป็นจำนวนมาก และ “กว้านไปก่อน”
ม้า จึงขาดตลาด …หรือ คงมีใคร กักตุนม้า
เหมือน เป็น เรื่องตลก(อีกแล้ว) …
แต่สำหรับการรบสมัยโบราณ การไม่มีกองทัพม้าพอใช้ ในการร่วมรบ
โอกาส ชนะ ก็จะลดลง อย่างน่ากลุ้มใจ
นโปเลียน วันนี้ …กับ วันก่อน ที่จะไปบุกรัสเซีย …จึงต่างกันแยะ
นโปเลียน จึงเครียดหนัก ระหว่างติดตามข่าว
ว่า กองทัพของพวกฝ่ายมหาอำนาจ ที่ผนึกกำลัง
จะมากันเท่าไหร่ …จะมากันทางไหน … และจะมาถึงเมื่อไหร่
เพื่อเอาข้อมูล มาตัดสินใจ ในการวางยุทธศาสตร์
หน่วยกระซิบ… เหมือนรู้ใจนาย รีบถลา เข้ามาประชิดติดหูนายท่านอีก
แล้วบอกว่า อย่าไปคิดให้มันเครียดมากเลย นายท่าน
พวกเขา ขนกองทัพ มากันแบบมืดฟ้ามัวดิน และ มาทุกทางเลยอย่างนี้
ทางที่ดี … คือ เรารีบหลบหนีไปก่อนดีกว่านะ…
แต่นโปเลียน ไม่ยอมทิ้งฝรั่งเศส อย่างแน่นอน
เขาคิดหนัก …ระหว่าง การตั้งหลัก รักษากรุงอยู่ที่ปารีส
กับ การยกทัพของฝรั่งเศส ออกไปสู้ กับกองทัพของเหล่ามหาอำนาจ
ที่บริเวณพื้นที่ใหญ่ของยุโรป
แล้ว นโปเลียน ก็ ตัดสินใจ เลือกใช้ยุทธศาสตร์การรบ
ตามรูปแบบ เดิมๆของเขา
คือ เป็นฝ่ายรุก …ไม่ใช่ฝ่ายรับ …
ด้วยการยกกองทัพ ของตัว “ออกไปสู้” กับฝ่ายมหาอำนาจ
ถึงใจกลาง ดินแดน ยุโรป …
แทนการตั้งหลัก ปกป้องกรุงปารีส อย่างมั่นคง
ส่วนฝ่ายกองทัพ ของ “พวกมหาอำนาจอื่น” ที่ว่า มีการผนึกกำลังกัน นั้น
ในช่วงต้นปี คศ 1813 …อันที่จริง มีเพียงกองทัพของรัสเซีย รายเดียว เท่านั้น
เพราะ มันเป็นเรื่องต่อเนื่อง จากการที่กองทัพนโปเลียน ไปบุกรัสเซีย
เมื่อ นโปเลียน เผ่นหลบออกไปก่อน โดยทิ้งกองทัพของตัว ไว้ ในรัสเซีย
เหมือนให้ หาทางเอาตัวรอดมากันเอง…
แล้วรัสเซียจะเลี้ยง พวกทหารฝรั่งเศส ไว้ ดูเล่น ทำไม
กองทัพรัสเซีย จึง ไล่ตีกองทัพของฝ่ายฝรั่งเศส ที่ยังมีหลงเหลือ
กระจัดกระจาย อยู่ใกล้เขตรัสเซียอยู่อย่างไม่หยุดยั้ง
ประเภท ถ้าพวกมึงยังไม่ถอยออกไป…พวกกูก็ไม่เลิกตี
ในที่สุด ฝ่ายฝรั่งเศส ที่ยับเยินเต็มทีแล้ว ก็ถอดใจ …
ต่าง ก็เอาตัวรอด หนีหัวซุกหัวซุน ออกไปจากบริเวณใกล้เขตแดนของรัสเซีย
หมดสิ้นเอาในช่วงเดือน กุมภาพันธ์ 1813 …
แต่ รัสเซีย ยังไม่ไว้ใจ เพราะรู้สันดานของฝรั่งเศสดี
เกรงวาไอ้พวกหรั่งเศส จะไปแอบหลบ กบดาน อยู่แถวเขตแดน
ของออสเตรีย ซึ่งในช่วงนั้น ยังเป็นพันธมิตร กับ ฝรั่งเศสอยู่
รัสเซีย จึงตามไล่ ไอ้พวกหรั่งเศส ต่อไปอีก
ตอนนั้น ออสเตรีย …ก็ ดูเหมือนจะเล่นบท เป็นนกสองหัว
หรือ เป็น นกกระจอกเทศ เอาหัวซุกพื้นดิน เหมือน ไม่รู้ ไม่เห็นอะไร
กองทัพฝรั่งเศส ก็ นกรู้ เหมือนกัน …
เลย ไม่เข้าไปหลบในเขตแดน ของออสเตรีย
แต่ ข้ามมารวมตัวกัน อยู่ที่เมือง เดรสเดน (Dresden)
เมืองหลวงของปรัสเซีย ซึ่งถูกนโปเลียนตีได้ และ ยึดครองไป
ตั้งแต่ ปี คศ 1806 …และใช้ เมือง Dresden เป็นด่านหน้า …
เพื่อคอยจับตาดู ไม่ให้ กองทัพของรัสเซีย หรือ ของใคร
รุกคืบ เข้ามาในยุโรปกลางได้
และ ในช่วงนั้นเอง กองทัพของปรัสเซีย จึงตัดสินใจ
ที่จะเข้ามาร่วมเป็นพันธมิตร กับ กองทัพของรัสเซียด้วย
ในเดือน มีนาคม คศ 1813
หลังจากนั้น ปรัสเซีย และ รัสเซีย ต่างก็เดินทัพของตน
เพื่อมารวมกำลังกัน และ บุกยึดเอา เมือง Dresden ของปรัสเซีย
คืนกลับมา ได้ ในวันที่ 24 เมษายน คศ 1813
โดยฝ่ายกองกำลังของ ฝรั่งเศส ที่รวมตัวอยู่ที่นั่น
ก็เลยต้องรีบเผ่นออก Dresden …หนี กระจายไปคนละทาง
ทางด้านกองทัพของรัสเซียนั้น…ซาร์ อเล็กซานเดอร์ นำทัพรัสเซียมาเอง
พร้อมด้วย ผู้บัญชาการสูงสุดของรัสเซีย คือ จอมพล Kutuzov …
แต่น่าเสียดาย และ น่าเศร้าอย่างยิ่ง Kutuzov ที่อายุมาก และเจอศึกหนัก
ในการรบปกป้องรัสเซีย ได้ ล้มป่วยระหว่างทาง และ เสียชีวิต
ในวันที่ 29 เมษายน …หลังจาก ยึดเมือง Dresden กลับ คืนให้ปรัสเซีย
(หมายเหตุ: จอมพล Kutuzov เป็น ทหารรุ่นเก๋า รบมาตั้งแต่ รุ่นปู่ย่า
ของ ชาร์ อเล็กซานเดอร์ และ เป็น ผู้แนะนำ ซาร์อเล็กซานเดอร์
ให้ ฝ่ายกองทัพรัสเซีย เลี่ยงการเผชิญหน้าโดยตรง
กับกองทัพนโปเลียน ในช่วงแรก …ที่นโปเลียน บุกเข้ามาในรัสเซีย
เพราะ กองทัพของนโปเลียน นั้น แข็งแกร่งกว่า ฝ่ายรัสเซียมาก
แต่ ให้ ใช้ยุทธศาสตร์ กัดกร่อน (attrition strategy)
โดยการ แอบดอด ไล่ตอด ไล่ตี หรือ ลอบโจมตีแล้วหลบ
เพื่อ แซะ ให้ กองทัพนโปเลียน ซวนเซ ไปเรื่อยๆ …
ขณะเดียวกัน ฝ่ายรัสเซีย ก็ทำเป็นถอยทัพไปเรื่อยๆ
เพื่อล่อให้กองทัพฝรั่งเศส ไล่ตาม จนถลำลึก เข้าไปในดินแดน
ที่มีภูมิประเทศ โหด ประเภทปราบเซียน ของรัสเซีย
แล้วรัสเซีย จึงค่อยเผด็จศึกนโปเลียน …
และ แผนดังกล่าว …หรือ ยุทธศาสตร์ล้ำลึกของ Kutuzov ก็ สัมฤทธิ์ผล
จนฝ่ายนโปเลียน สิ้นสภาพ …ถึงกับไปนอนจม อยู่ในกองขี้เถ้า
ยุทธศาสตร์ ของ Kutuzov …ใช้ สูตร… เวลา โอกาส สถานที่
ครบถ้วนทุกประการ )
ส่วนทาง ด้านปรัสเซีย …กษัตริย์ เฟรเดอริก ที่ 3 (Frederick III) ก็นำทัพมาเอง
เพื่อมาสมทบ กับ ทัพของซาร์อเล็กซานเดอร์
โดยมอบให้ จอมพล Blucher ซึ่ง เป็นนายทหารของปรัสเซียรุ่นเก๋า
เหมือนกัน (แต่ รุ่นหลังกว่า Kutuzov) นำอีกทัพ ล่วงหน้ามาคุมเชิงไว้ก่อนแล้ว
ฝ่าย ปรัสเซียและ รัสเซีย ประเมินว่า… กว่า นโปเลียน จะจัดทัพเสร็จ
และ เคลื่อนพลมาสู้รบได้ …น่าจะช่วงประมาณ เดือน มิถุนายน
แต่ ทางนโปเลียน เมื่อได้ข่าว ว่าอีกฝ่ายหนึ่ง มีแผนจะมายึด Dresden คืน
(ซึ่ง นโปเลียนเอง ก็ ตั้งใจจะใช้ Dresden เป็นศูนย์บัญชาการ
ในการรบ คราวนี้ กับ พวกมหาอำนาจอีกฝ่าย
ถึงได้ให้ ทหารฝรั่งเศส ไปยึดที่ไว้ก่อน)
นโปเลียน จึงเร่งเคลื่อนกองทัพออกจากฝรั่งเศส อย่างรวดเร็ว
โดยเดินทัพ เลียบมาทางแม่น้ำไรน์
การเคลื่อนทัพของฝรั่งเศส ทำได้สดวก ไม่มีอุปสรรค
ไม่มีหน้าไหน กล้ามาก่อกวน ขัดขวาง
เพราะ แถวนั้น เป็นดินแดน ที่ฝรั่งเศสยึดมาอยู่ในความปกครอง
ของตัวมาก่อนแล้ว
กองทัพของนโปเลียน เคลื่อนมาได้ เร็วจริง
เร็ว …เกินความคาดหมาย …ของ ฝ่ายผนึกกำลัง
วันที่ 30 เมษายน …กองทัพฝรั่งเศส มาถึงเมือง Lutzen
ซึ่งอยู่ห่าง จาก Dresden ประมาณ 100 กิโลเมตรเศษ เรียบร้อยแล้ว
ช่วงนั้น ฝ่ายกองทัพปรัสเซีย และ รัสเซีย ยังประสานงานกันไม่เข้ามือ
แม้จะมี หน่วยสอดแนม (scout) ไปสำรวจเส้นทาง ล่วงหน้า
แต่ ก็ ส่องพลาด อ่านการเคลื่อนไหว ของฝ่ายฝรั่งเศสผิดเป้า
เนื่อง จากนโปเลียน ระดมพลของพรรคพวก มาจากหลายทาง
พวกสอดแนม ก็เลยสับสน… ไม่รู้ทัพใคร มาทางไหน
ไปเชื่อมั่น ว่า ที่เห็นแว๊บๆ ไม่ใช่ทัพนโปเลียน
เพราะปักใจเชื่อ ว่า อีกประมาณหนึ่งเดือนกว่า
กองทัพใหญ่ ของนโปเลียน …จึงจะมาถึง
กองทัพ ของ ทั้ง 2 ฝ่ายจึงมีการปะทะกัน ในบริเวณเมืองแถบนั้น
อย่างดุเดือด ติดต่อกัน อยู่หลายวัน …พลัดกันแพ้ พลัดกันชนะ
และส่วนใหญ่ ในตอนจบการรบ …นโปเลียน ก็ยังสามารถ คุมเกมได้อยู่
ในที่สุด ฝ่ายผนึกกำลังของมหาอำนาจ ก็ตัดสินใจ ถอยทัพ
เพื่อกลับไปคุมเชิง ที่ เมือง Dresden
นโปเลียน จึงชนะ การรบ ที่ Lutzen ไปอย่างสบายๆ
ใน ต้นเดือน พฤษภาคม คศ 1813 …
และ ทำให้ นโปเลียน กลับมาฮึกเหิมใหม่
หลังจากนั้น นโปเลียนจึงนำทัพของตัว มุ่งหน้าขึ้นเหนือ
โดยมีแผน ว่า จะ เคลื่อนทัพใหญ่ของตัว ผ่านเมือง Leipzig
ซึ่งอยู่ห่างจาก Lutzen ไม่ถึง 40 กิโลเมตร
เพื่อจะไปตียึดเมือง Dresden เอากลับมาใช้เป็นที่ตั้งศูนย์บัญชาการ
ของฝรั่งเศส ”ก่อน” ที่ กองทัพ ของฝ่ายรัสเซียปรัสเซีย
จะ เคลื่อน กลับมาถึง Dresden
นโปเลียน เล็งเมือง Dresden ไว้ …เพราะ ที่ นั้น มี ชัยภูมิเหมาะ
เป็นทำเล มีแม่น้ำไหลผ่าน ด้านหน้า ของตัวเมือง
ถ้า นโปเลียน สามารถขัดขวาง ไม่ให้ กองทัพของฝ่ายผนึกกำลัง
ข้ามแม่น้ำได้ …โอกาสของฝ่ายผนึกกำลัง ที่เตรียมจะข้ามเข้ามา
ถึงยุโรปด้านใน … และ ไปถึงปารีส …ก็ จะเป็นไปได้ยาก
กองทัพของนโปเลียน จึงตามกองทัพ ของฝ่ายรัสเซียปรัสเซีย ไปอย่างเร่งรีบ
โดยแบ่งกองทัพฝรั่งเศส ออกเป็น 2 ทาง เพื่อแยกกัน ไปตีโอบ
กองทัพรัสเซียและปรัสเซีย …
ซึ่งนโปเลียน มั่นใจ ว่าฝ่ายนั้นจะต้องเคลื่อนทัพกลับไป
ยังเมือง Dresden โดย ข้ามทางแม่น้ำ Elbe
และ นโปเลียน ก็คาดไม่ผิด
กองทัพ ของรัสเซียและ ปรัสเซีย จึงถูก ฝ่ายฝรั่งเศส ไล่ตี
จนต้องเคลื่อนทัพ ออกมาจาก Dresden แล้วหลบไปทางเมือง Bautzen
ซึ่ง มีทัพฝรั่งเศส อีกทัพ ไปคอยดักรออยู่แล้ว
ชัดเจน ว่า นโปเลียน มีความชำนาญทางเส้นทางแถบนี้ มากกว่า รัสเซีย
รวมทั้งปรัสเซีย ที่ก็เป็นเจ้าถิ่นแถวนั้นมาก่อน …แต่คงอ่อนซ้อมเอามากๆ
ที่ Bautzen …ทั้งสองฝ่าย ต่อสู้แบบ ชุลมุน ติดพัน พลัดกันรุก พลัดกันถอย
อยู่ 2 วันเต็ม ในช่วงวันที่ 30-31 พฤษภาคม
ในที่สุด กองทัพของรัสเซียและปรัสเซีย …ก็พ่ายแพ้ ต่อ ฝ่ายฝรั่งเศส
แต่กองทัพ ของ ทั้ง 2 ฝ่าย …ต่างก็เสียหายยับเยินสูสีกัน
ดูเหมือน ฝ่ายรัสเซียและปรัสเซีย น่าจะเสียแต้ม มากกว่า
เพราะเสียถึง 2 เด้ง…
เสียทั้งการครอบครอง Dresden ที่เพิ่งตีได้คืนมาไม่ทันไร
แถม เมื่อเคลื่อนพลทั้งหมด ออกไปจาก Dresden ไปทาง Batzen
ยังถูกฝ่ายฝรั่งเศสดักทางได้ … เลยเสียทั้งขึ้น ทั้งล่อง
ฝ่ายได้ 2 เด้ง เลย ยิ่งได้ใจ …ฝรั่งเศส ยกทัพโหมไล่ตาม
ทางฝ่ายรัสเซียและปรัสเซียต่อ จนลึกไปถึงเมือง Kulm
ที่ อยู่ในเขตแดนของพวก Bohemia
แต่เป็นแคว้น อยู่ใน ความปกครองของออสเตรีย
รายการ นี้ …ไม่มีรู้ ใคร ต้มใคร … ใคร วางสนุ๊ก ใส่ใคร
เพราะในที่สุด มหาอำนาจ ทั้ง 4 …คือ รัสเซีย ปรัสเซีย ออสเตรีย และ อังกฤษ
ก็ตัดสินใจ เข้ามารวมตัวกัน เป็นพันธมิตร ผนึกกำลังกันครบถ้วน
เป็นการเปิดหน้า “อย่างเป็นทางการ”
เรียกว่า การผนึกกำลัง ครั้งที่ หก …ในช่วงเดือน มิถุนายน คศ 1813
เพื่อทำการรบใหญ่ กับ กองทัพของนโปเลียน
หลังจากนั้น ฝ่ายรัสเซีย ก็นำ พวกผนึกกำลัง ออกไปไล่ตี ฝ่ายฝรั่งเศส
ให้ถอยออกไปจากดินแดน ของพวก Bohemia
การสู้รบ ดำเนิน ติดต่อกัน ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม คศ 1813
และ จบลง โดยฝ่ายฝรั่งเศส …ถูกตีกระเจิง ถอยร่นไม่เป็นท่า
เสียไพร่พล ไปแยะ …รวมทั้งตัวแม่ทัพฝรั่งเศส ที่นำทัพ
ก็ถูกฝ่ายผนึกกำลัง จับตัวเป็นเชลย…
แล้วนโปเลียน ก็ เริ่มรู้สึกตัว
เขาเหมือนรบชนะ ที่ Lutzen, Dresden, Bautzen
แต่ เหตุการณ์ ที่ Kulm …คงช่วยให้เขา ตาสว่างขึ้น
ไม่ว่าชนะ หรือ แพ้ ที่ไหน …ไพร่พลของเขา ก็จะ บาดเจ็บล้มตายไปเรื่อยๆ
เหลือจำนวนน้อยลงทุกวัน …และ การจะหามาเพิ่มใหม่ ก็แสนยากลำบาก
ที่สำคัญ บรรดาแม่ทัพนายกอง …ที่เหลือจากการร่วมรบ กันมา
จากการไปกระทืบรัสเซีย…ต่าง บาดเจ็บ อ่อนเปลี้ย กันไปแยะ
มันเหมือนถูกกัดกร่อน ให้กองทัพของเขา อ่อนเปลี้ย และ เสียเปรียบ
มากขึ้นไปเรื่อยๆ…ไม่ต่างกับที่รัสเซีย เลยนี่นะ
นอกจากนี้ พันธมิตรของเขา หรือ พวกที่เขาคิดว่า เป็นพันธมิตร
เช่น พวกเยอรมัน พวกแคว้นแม่น้าไรน์ …ที่การรบ กำลังดำเนินอยู่ในแถบนี้แหล่ะ
ก็ ทำท่าจะ ถอนตัว ไปจากฝรั่งเศส …
เพราะ เล่น รบแบบเนือยๆบ้าง…ทำเป็นยืนนิ่งบ้าง
ถ้า เขาไม่สามารถเอาชนะ พวกมหาอำนาจได้ในเร็วๆนี้
เขา อาจจะเหลือพันธมิตร ฝ่ายเขา …น้อยลงอีกมากๆ ด้วย
แต่ ภาระกิจ ของเขา …ที่ทำให้เขาตัดสินใจ …
ถลาออกมารบในกลางพื้นที่ยุโรป …เพื่อ จะตัดไฟแต่ต้นลม
หรือ เอาชนะ พวกมหาอำนาจ อีกฝ่าย
หรือ แค่จะเจรจา กับ พวกเขา …เพื่อไม่ให้มาบุกปารีส
ยังไม่เห็นวี่แวว… ว่า อย่างไหน จะเกิดขึ้นได้ ง่ายๆ เลยนะ
นโปเลียน ผู้เก่งกล้า เหมือนจะเดินเข้าไปติดกับดักเอง
อีกครั้งแล้ว …
15 กุมภาพันธ์ 2565