“มหาอำนาจ”
ตอน 8
นโปเลียน เริ่มรู้สึกว่า ฝ่ายตรงกับข้ามของเขา
หรือ กลุ่มมหาอำนาจ ที่ผนึกกำลังกัน เพื่อมาสยบเขา
เหมือนหลีกเลี่ยง ที่จะทำการรบใหญ่ แบบเผชิญหน้ากับเขาโดยตรง
อย่างที่เขาต้องการ… แบบนั้น มันจบเร็วไปหรือไง
ดูเหมือนกลุ่มมหาอำนาจ กำลังเดินแผนรบ …แบบลากยาว
เหมือนอย่างที่เขาเจอในรัสเซีย
ที่รัสเซีย นั่น มันแค่หนึ่งต่อหนึ่ง …เขายังแทบเอาตัวไม่รอด
สะบักสะบอมแทบตาย และ คราวนี้ …พวกนั้น เขามากันหลายทัพ
และ มีกำลังพล มากกว่าทางฝ่ายนโปเลียน อย่างมากมาย
นโปเลียน เหลือทางเลือกน้อยมาก
หรือ จริงๆ แล้ว เขาแทบไม่มีทางเลือก เอาเลยด้วซ้ำ
นโปเลียน จึงปรับแผนการรบของตัวเอง อีกรอบ
นโปเลียน ถอยกองทัพใหญ่ ของตัว ข้ามแม่น้ำ Elbe กลับไปตั้งหลัก
อยู่ที่เมือง ไลพ์ซิก (Leipzig ) …โดย หวังจะใช้บรรดาหมูบ้านเล็ก หมู่บ้านน้อย
ที่รายรอบ อยู่ ใน Leipzig เป็นฐานตั้งทัพ และ รวมทั้งใช้ เป็นฉากบัง
ไม่ให้ฝ่ายตรงข้าม เห็น การเคลื่อนไหว ของกองทัพของเขา
แต่ ที่จะเป็นประโยชน์ ต่อฝ่ายนโปเลียน อย่างยิ่ง
คือ แม่น้ำเล็ก ๆ 3 สาย Parthe, Pleisse และ Elster ซึ่งไหลมารวมกัน
ตรงช่วงบริเวณหน้าเมือง Leipzig
โดยปกติแล้ว แม่น้ำ 3 สาย นั้น มันคงช่วยให้เกิดประโยชน์อะไร
ต่อยุทธศาสตร์ ของนโปเลียน ไม่ได้มาก
แต่ในปีนั้น และ ช่วงนั้น (เดือนตุลาคม)
มันเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งมีฝนตกลงมามากกว่าเคย
ทำให้ น้ำท่วมเอ่อ ล้นฝั่งสูงมาก แม่น้ำเลยขยายตัวกว้างขึ้น
และทำให้ยากในการจะข้ามแม่น้ำ …เข้าไปสู่ ตัวเมือง
ซึ่งนโปเลียน ยังได้สั่งให้ทหารช่างของตัว ทำลายสพานอื่น
ที่ใช้ข้ามมายังตัวเมือง จนพังเกลี้ยงหมด
เหลือ ไว้เพียงสะพานเดียว …
ส่วนด้านหลังของตัวเมือง ยังมีเนินเขา ซ้อนกันไปมาเต็มหมด
ซึ่งน่าจะสร้างความยากลำบาก สำหรับฝ่ายตรงข้าม ที่จะเคลื่อนทัพเข้ามา
ขณะเดียวกัน นโปเลียน ก็ แบ่งกองทัพของตัว เอาไว้ที่ด้านหลังของเนินเขาด้วย
สำหรับ การเคลื่อนกำลังของฝ่ายตัว หลบออกไปทางด้านหลังเนิน
หรือ ไปรบ กับ ฝ่ายตรงข้าม ได้ อีก หลายทาง
โดยฝ่ายตรงกันข้าม ยากที่จะรับรู้ได้
สมัยนั้น ยังไม่มีดาวเทียม ไม่มีโดรน นะครับ
อย่างเก่ง ก็ ใช้หน่วยสอดแนม หรือ สอดส่อง ขึ้นม้าเร็ว ไปแอบซุ่มดู
เมื่อนโปเลียน เอากองทัพ ไปอยู่หลังแม่น้ำ …
หน่วยสอดแนม ของฝ่ายผนึกกำลัง ก็คงไปซุ่มลำบากหน่อย
ดูเหมือน มันจะเป็นชัยภูมิที่ดีทีเดียว สำหรับ ฝ่ายนโปเลียน
เพราะ สามารถ เคลื่อนไหวได้ หลายทาง
ซึ่ง นโปเลียน ได้เตรียมแผนการรบไว้ ว่าจะรบตามแนวด้านในของตัวเมือง
ที่ตนเองจะเสริมกำลัง ได้ง่าย…
และ ยัง สามารถเคลื่อนทัพ ออกไปด้านหลัง หรือ ไปด้านหน้าก็ได้อีก
ซึ่งน่าจะ ไม่ง่าย สำหรับฝ่ายผนึกกำลัง ที่จะมาซุ่มสอดแนมการเคลื่อนไหว
ของฝ่ายนโปเลียน
คล้าย นโปเลียน จะล่อ ให้ฝ่ายตรงข้ามเข้ามาในเมือง Leipzig
แล้ว ปิดประตูตีแมว …
การรบครั้งนั้น Battle of Leipzig (เดือน ตุลาคม คศ 1813 )
นับว่า เป็นการรบครั้งสำคัญที่สุด ของ นโปเลียน
นโปเลียน จะเจอกองทัพ ของฝ่ายมหาอำนาจ ที่ผนึกกำลังกันแน่น
ถึง 3 ประเทศ คือ ปรัสเชีย ออสเตรีย และ รัสเซีย
รวมทั้งพวกกลุ่มแม่น้ำไรน์ กองทัพสวีเดน และ กองทัพของอังกฤษ
และ การ จัดทัพ และ จังหวะ การสู้รบ ของฝ่ายผนึกกำลัง
ดูเหมือนจะต่าง กับสมัยเป็นไก่อ่อน อย่างสิ้นเชิง
การยกทัพมาครั้งนี้ …กองทัพปรัสเซีย ที่เคยโดนนโปเลียนด่าไว้
อย่างเจ็บแสบ เมื่อคราวรบกันใน ปี คศ 1806 …ว่าเป็น ไก่อ่อน…
ดูเหมือนจะมาในมาดใหม่ …กลายเป็นไก่ชน ที่เดือยคมกริบ
ภายใต้การบัญชาการ ของ นักรบรุ่นเก๋า จอมพล Blucher
ที่รบ มาตั้งแต่สมัย Frederick the Great ผู้เป็น รุ่นลุง …
ของ กษัตริย์เฟรเดอริก ที่ 3 ของปรัสเซีย ในตอนรบ ที่ Leipzig นั่น
ก็ ลองนึกดูแล้วกัน ว่า Blucher จะเป็น สิงห์เฒ่า เขี้ยวยาว ขนาดไหน
ปรัสเซีย รับหน้าที่ เป็นทัพหน้า ตั้งทัพคอย “ต้อนรับ” ทัพนโปเลียน
ตามยุทธศาตร์ ที่นโปเลียน (น่าจะ) แก้ไม่ออก
เมื่อ บวกกับทัพของพวกกลุ่มแม่น้ำไรน์ กับ ออสเตรีย
และ ทัพ ของรัสเซีย ที่ตามมาเสริม…
รวมทั้งกองทัพของสวีเดน ที่ ผู้นำทัพ …รู้ รูปแบบ การรบ
ของนโปเลียน เป็นอย่างดี
และ ทัพของอังกฤษ ที่ไปคอยคุมเชิง อยู่ไม่ไกลจากข้างบ้านฝรั่งเศส
ตามยุทธศาสตร์ ของนโปเลียนนั้น เขาคิดจะใช้กองกำลังของเขา
ตลุยใส่ทัพหน้าของฝ่ายผนึกกำลัง อย่างรุนแรง และ รวดเร็ว
เป็นการบีบให้ ใ่ห้ฝ่ายผนึกกำลัง จำเป็นต้องสู้กลับ…
หรือ ต้องถอย และ ขยับออกข้าง …อย่างใดอย่างหนึ่ง
ถ้า ฝ่ายผนึกกำลัง เลือกวิธีสู้กลับ …ก็จะโดนฝ่ายนโปเลียน อัดใส่อย่างแรง
ซึ่งนโปเลียนเชื่อว่า จะฝ่ายผนึกกำลัง จะรับแรงอัด ของกองทัพเขาไม่อยู่
ถ้า ฝ่ายผนึกกำลัง …รับไม่อยู่ …แล้ว ขยับออกข้าง
นโปเลียน ก็ได้ เตรียมอีก 2 ทัพใหญ่ ไว้
สำหรับตีโอบ ทั้ง 2 ปีก……และล้อมฝ่ายผนึกกำลังไว้
ขณะเดียวกัน …ฝ่ายผนึกกำลัง ที่ มีผู้บัญชาการสูงสุด
เป็นนายพลของออสเตรีย …ก็วางแผน ใกล้เคียงกับที่นโปเลียน ต้องการ
คือ เตรียมยกทัพใหญ่ …เข้าชน อัดกับทัพของนโปเลียน
แต่แผน ของ ผู้บัญชาการสูงสุด …ไม่ผ่าน
แม่ทัพ นายกอง จากมหาอำนาจอื่น พากันคัดค้าน และ ประท้วง
บอกว่า นั่น แหล่ะ …คือ สิ่งที่นโปเลียนอยากให้เราทำ …
ผู้ค้านเสียงดัง … เป็น นายพลใหญ่ อีกคน ที่เคยอยู่กับนโปเลียน
แต่ตอนนี้ แปรพักตร์ มาอยู่กับรัสเซียเรียบร้อยแล้ว
ในที่สุด ฝ่ายผนึกกำลัง ก็ ใช้ ยุทธวิธี…แยกกันตี
ส่วนหนึ่ง เน้นโจมตีรอบหมู่บ้าน ของ 3 เมือง ที่อยู่ ด้านหน้า ของ Leipzig
อีก 2 ส่วน จะโจมตี ฝ่ายนโปเลียน … ในเส้นทางอื่น
ตกลง …ไม่รู้ว่า ฝ่ายไหน จะกลายเป็นแมว ถูกปิดประตูตีตาย
วันที่ 15 ตุลาคม คศ 1813
ทั้ง 2 ฝ่าย ต่างจัดเตรียมความพร้อม ของกองทัพฝ่ายตัว
สำหรับการต่อสู้ครั้งสำคัญ ที่ Leipzig
มันจะเป็นการต่อสู้ ที่จะตัดสินชะตา ของนโปเลียน และ ของฝรั่งเศส
และ อาจจะเป็นการต่อสู้ ที่สำคัญยิ่ง …
ถึงขนาด อาจเป็นการเปลี่ยน “ฉากใหม่” ของยุโรปด้วย
สำหรับ นโปเลียน นั้น ย่อมมีความหนักใจ อย่างแน่นอน
แม้จะยังเชื่อมั่นว่า ฝีมือการวางแผนรบ และ การรบของตน
เหนือกว่าไม่ว่าหน้าไหนในยุโรป
และ บรรดาแม่ทัพของเขา ที่มีความชำนาญในการสู้รบ
อยู่ในพื้นที่ยุโรป…มาตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา …
ก็ มีจำนวนมากกว่า ของฝ่ายผนึกกำลัง รวมกันทั้งหมดด้วยซ้ำ
แต่ ศึกครั้งนี้ …มีต้นทุนสูงมาก สำหรับนโปเลียน
ตัวเขาจะรักษาตำแหน่ง จักรพรรดินโปเลียน แห่ง ฝรั่งเศส ได้ หรือไม่
ก็ อยู่ที่ ผล ของการสู้รบที่ Leipzig นี่แหล่ะ
นโปเลียน จึงห่วงหน้าพะวงหลัง ว่า กองทัพเสริมของเขา จะมาทันเวลาไหม
และ ห่วงกว่านั้น คือ ห่วง ว่า จอมพล Blucher ของปรัสเซีย นั้น
คุมทัพ อยู่ส่วนไหน และ อยู่ที่ไหน
เช้าวันที่ 16 ตุลาคม คศ 1813…อากาศ ขมุขมัว ไม่มีแสงอาทิตย์โผล่มาเลย
แถม พื้นดิน ก็ ชื้นแฉะ(อีกแล้ว) เพราะ ฝนตกต่อเนื่องมาหลายวัน
เวลา 8 โมงเช้า …มีเสียงปืนใหญ่ ดังขึ้น พร้อมกับเสียงระเบิดกึกก้อง
อยู่แถวบริเวณ หน้าเมืองเล็กของ Leipzig ฝั่งที่นโปเลียนตั้งทัพอยู่
แน่นอน เสียงเหล่านั้น มันมาจากกองทัพของฝ่ายผนึกกำลัง
ซึ่งตั้งแถวเรียงหน้ากระดาน แบ่งเป็น 4 ทัพย่อย
และ เตรียมพร้อม ที่จะลุยเรียบร้อยแล้ว
เล่นเอา นโปเลียน ชักหน้าเครียด …
เพราะ นึกไม่ถึง ว่า จะกลายเป็น ฝรั่งเศส …ที่ ถูกบุกใส่ก่อน
เวลา 9 โมงเช้า …นโปเลียน ขี้ม้า มุ่งหน้าไปยังบริเวณที่กองทัพ
ของทั้ง 2 ฝ่าย พร้อมจะลงมือ ปะทะกันแล้ว
โดยฝ่ายผนึกกำลัง นำโดยแม่ทัพและ กองทัพของรัสเซีย
พร้อมกับกองทัพ ของออสเตรีย เป็นฝ่ายเคลื่อนตัว อย่างช้าๆ
เดินหน้า เข้ามา ใส่กองทัพของฝรั่งเศส
แล้วการปะทะก็เริ่มขึ้น พร้อมกับฝนที่เริ่มลงเม็ดหนาขึ้น
การปะทะ แบบประชิด ติดพัน ดำเนินไปตลอดเวลา 2 ชั่วโมง
ในช่วงเวลาเดียวกัน นั้น กองทัพของปรัสเซีย ก็เคลื่อนตัว
พยายามข้ามแม่น้ำ Pleisse เพื่อเข้ามาถึงหมู่บ้าน ของเมือง Wachau
ที่อยู่ทางด้านใต้ ของบริเวณที่กองทัพฝรั่งเศส ตั้งฐานอยู่
การต่อสู้ ระหว่าง กองทัพของปรัสเซีย กับกองทัพของฝรั่งเศส
จึงเกิดขึ้น อีกจุดหนึ่ง ที่เมือง Wachau
โดยฝ่ายปรัสเซีย เริ่มเผาหมู่บ้าน ใน Wachau
เพื่อให้ ไฟลาม ไปทางทิศ ที่ฐานทัพฝรั่งเศส ตั้งอยู่
การต่อสู้ ด้านนี้ ลามออกไปถึง อีก 2 เมืองเล็กๆ
แน่นอน…มันทำให้ ฝ่ายฝรั่งเศส ต้องแบ่งกำลัง กระจายไปหลายที่
แต่ ฝรั่งเศส ก็ ยังอึด สู้รบอย่างติดพัน และ ประชิดติดตัว
กำลังของทั้ง 2 ฝ่าย …บาดเจ็บ และ ล้มตายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
แต่ นโปเลียน ก็ ยังไม่นำทัพหลวงของเขา ทำการบุกตลุย ที่ด้านหน้า
ตามแผน หรือ ตามรูปแบบ ที่เคยๆ
ตรงกันข้าม นโปเลียนกลับนิ่งเฉย เหมือนกำลังรอเวลา …หรือ รออะไรอยู่
จอมพล Ney แม่ทัพใหญ่ของฝรั่งเศสอีกคน ที่ไปรวบรวมกำลัง
ของพรรคพวกของฝรั่งเศส เพื่อนำทัพมาตั้งคุมเชิง อยู่ทางด้านเหนือ
ของ Leipzig และ จะต้องส่ง Marmont ให้นำทัพร่วมอีกทัพ
มาเสริมกำลัง ให้กับทาง Mcdonald ที่คุมทัพใหญ่ อยู่ทางด้านซ้าย
แต่ ทัพของ Marmont ยังไม่มาถึงตามนัด
และ นโปเลียน ก็ยังมองหาไม่พบ ว่า จอมพล Blucher ของปรัสเซีย
คุมทัพไหน อยู่ที่ไหน และ หน่วยสอดส่อง หรือ สูดกลิ่น ของฝรั่งเศส
ก็ ยังหา Blucher ไม่เจอเช่นกัน
Blucher ไม่ได้หายไปไหนหรอก
เขาคุมทัพปรัสเซีย “รอคอย” เวลา อยู่ในป่า…
ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเส้นทาง …ที่กองทัพของ Ney หรือ Marmont
จะต้องเคลื่อนผ่าน
เมื่อ Ney สั่ง ให้ Marmont คุมทัพย่อย ไปสมทบ กับ Mcdonald
ตามที่ นโปเลียน สั่งไว้… ทัพของ Marmont จึงเหมือนจะเดินเข้าไป
ให้ Blucher ที่รออยู่ …เคี้ยวอร่อย
แต่ Blucher …กลับไม่เคี้ยว Marmont
เขา กลับ ถอยทัพเข้าป่า ลึกไปอีกหน่อย
และ Marmont ก็ รีบนำทัพตาม Blucher ไปอย่าง เร่งรีบ
และ กองทัพ ของ Marmont ก็ ห่างออกไปเรื่อยๆ…จากเส้นทาง
ที่ Marmont ควรจะไปสมทบ กับ Mcdonald
เมื่อ Ney รู้เรื่อง จึงให้ Bertrand ที่คุมกองทัพ อยู่ที่เมืองใกล้ๆ
รีบพากองกำลัง ไปช่วย Mcdonald แทน ทัพของ Marmont
เมื่อ Bertrand เดินทัพ เพื่อมุ่งไปสมทบ กับ Mcdonald
ก็ถูก กองทัพของออสเตรีย ที่เหมือนคอยท่าอยู่แล้ว …ดักตี ทัพของ Bertrand
พร้อมเข้าไปยึดเมือง ที่เป็นฐาน ของ Bertrand ได้ทั้งหมด …
แต่ ตัว Bertrand หนีไปได้
ข่าวการเคลื่อนไหว “ผิดท่า ผิดทาง” ของ ทั้ง Marmont และ Bertrand
ทำให้ Ney สั่งระงับการเคลื่อนพลทั้งหมด เพราะชักไม่แน่ใจ
ว่าจะเดินไปติดกับ ของ ฝ่ายตรงข้าม ที่บริเวณไหนอีก
และ นี่ …น่าจะมีส่วน ทำให้ แผนการเตรียมบุกตลุย ของนโปเลียน สดุดไป
นโปเลียน น่าจะพอคาดการณ์ได้ ว่า ทาง Ney คงจะเจอปัญหา
เพราะ มันล่าช้า ผิดจากตารางเวลา ที่ตกลงกันไว้
และ นโปเลียน น่าจะเปลี่ยนแผนเดิม…แต่ นโปเลียน ไม่คิดเปลี่ยน…
เขา ไม่รู้แน่ ว่า จะต้องรอ ทัพ ของBertrand ไปอีกนานเท่าไหร่
ในช่วงนั้น กองทัพของฝรั่งเศส ที่กำลังรบสู้ อยู่กับ ฝ่ายผนึกกำลัง
ทางบริเวณ ด้านใต้…ทำท่าจะยันได้อีกไม่นานเท่าไหร่ …
จำนวน ผู้บาดเจ็บล้มตายของฝรั่งเศส เพิ่มขึ้นตลอดเวลา
ระหว่างที่รอกำลังเสริมจากทางด้านเหนือ
นโปเลียน จึงสั่งให้เตรียมกำลังส่วนกลาง ที่ยังเหลืออยู่ทั้งหมด
เพื่อเตรียมเดินหน้า ตามแผนบุกตลุย รุนแรง และ รวดเร็ว
ซึ่ง เสมือนเป็น กระบวนท่าไม้ตาย ยี่ห้อ นโปเลียน
กองทัพ ปืนใหญ่ จำนวน 150 กระบอก จะเป็นทัพหน้า
เพื่อยิงปืนใหญ่ …ให้ระเบิด ลงกลางทัพ ของฝ่ายตรงข้าม …
โดย Mcdonald จะคุมทัพลุยใส่ทางด้านขวา ของฝ่ายตรงข้าม
และ Murat จะนำกองทัพม้า ควบเข้าตีส่วนกลาง ของฝ่ายตรงข้าม
ที่กำลังกระเจิง …จากการระเบิด ที่ ปืนใหญ่ ยิงนำเข้ามาก่อน…
นี่เป็น แผนการรบ แบบ …บุกตลุย รุนแรง และ รวดเร็ว …
ที่นโปเลียนใช้ประจำ และ ได้ชัยชนะมาตลอด
การรบ …แบบ บุกตลุย รุนแรง และ รวดเร็ว ของ ฝ่ายฝรั่งเศส
เริ่มขึ้น ในเวลาบ่ายโมง… ของวันที่ 16 ตุลาคม นั้นเอง
แต่ มัน ก็ไม่เหมือน อย่างเคยๆ นักหรอก
แต่ก็ ทำให้ กองทัพ ของออสเตรีย และ รัสเซีย ที่อยู่ส่วนกลาง
กระจุย ไปได้เหมือนกัน
เวลาบ่าย 2 โมง…นโปเลียน ส่งสัญญาน ให้ Murat เดินหน้าตามแผน
Murat นำกองทหารม้า ตลุยเข้าใส่กองทัพของฝ่ายผนึกกำลัง อย่างรวดเร็ว
โดย มีกองทัพ ของ Druout เคลื่อนทัพ มาจากด้านขวา พร้อมยิงใส่ฝ่ายผนึกกำลัง
ไม่ช้า กำลังพลทหารม้า จำนวนประมาณ 1 หมื่นคน
ก็สามารถ ทำให้แนวแถวด้านหน้า ของฝ่ายผนึกกำลัง แตกรวนไปได้
กองทหารปืนใหญ่ ของออสเตรีย ที่อยู่แนวหน้า แตก ไป 2 กอง
และ ยังถูกฝ่ายฝรั่งเศส ยึดปืนใหญ่ ไปได้ 26 กระบอก
กองทัพม้าของ Murat ลุยเตลิด เข้าไปเกือบถึงกระโจมบัญชาการ
ของ ซาร์อเล็กซานเดอร์ …
มันฉิวเฉียดมาก ที่อเล็กซานเดอร์ …เกือบถูกฝ่ายฝรั่งเศสจับตัวไป
ถ้า กองทหารม้าของรัสเซีย ไม่โผล่เข้ามาอย่างรวดเร็ว
และ ไล่ตีฝ่ายฝรั่งเศส อย่างรุนแรง …จนฝ่ายฝรั่งเศสต้องล่าถอยกลับไป
การต่อสู้ ในวันที่ 16 นั้น …แม้รุนแรง และ ติดพันอย่างน่าตื่นเต้นตลอดเวลา
แต่ ก็ยังไม่สามารถ สรุปได้ชัด ว่า ฝ่ายใดชนะ …
เพราะมีกองทัพเสริม จำนวนมากของออสเตรีย เข้ามาสมทบ
ร่วมรายการรบด้วยในตอนหลัง
กองทหารม้า ที่นำโดย Murat …เหมือนได้ผล ตามแผน
มัน “แค่เหมือน” ในตอนแรก …แต่ เมื่อไปได้ค่อนทาง
คล้ายจะสดุด…มันก็ เลยเหมือน ไม่สุด …ไม่ได้อาการเสียวจริง
เพราะว่า ตามแผน…จะต้องมี “อีกกระบวนท่าหนึ่ง ” ของนโปเลียน
ตาม Murat เข้ามา “ลงดาบสุดท้าย” เหมือนอย่างที่ นโปเลียน เคยทำ
การต่อสู้ในบ่าย วันที่ 16 …ซึ่งน่าจะเป็น ฉากใหญ่
ฉากเด็ด ฉากสำคัญ ของฝ่ายฝรั่งเศส
จึงจบลง แบบ …ไม่สุด ไม่ชัดเจน ว่าฝ่ายใด แพ้ หรือ ชนะ
ทำให้ เกิด อารมณ์ค้าง เช่นเดียวกัน ทั้ง 2 ฝ่าย
16 กุมภาพันธ์ 2565