เล่ม 6 ‘แผนล่า 1’
แผนชั่ว
ตอน 7 รัดอีกคอ
ระหว่างที่อเมริกาใช้แอฟริคอม (AFRICOM) ค่อยๆ สร้างกับดัก และบ่วงรัดคอ อยู่แถวแอฟริกา ไล่มาถึงตะวันออกกลาง ตามยุทธศาสตร์ คุมแหล่งน้ำมัน รวมทั้งเส้นทางเดินของน้ำมัน ไม่ไห้หลุดไปถึงจีนนั้น หน่วยงานอื่นของอเมริกาก็ทำงานอื่น อยู่ในแถบอื่น แต่เกี่ยวพันกันอย่างนึกไม่ถึงควบคู่ไปด้วย
ช่วงปี ค.ศ.2002 ถึง ค.ศ.2008 อเมริกาแจกโปรแกรมปฏิวัติหลากสี (Color Revolutions) ไปทั่ว เพื่อ ให้มีการเปลี่ยน ตัวผู้ปกครองประเทศ ที่ปกครองในบางประเทศมานาน แต่ถึงเวลาแล้วที่อเมริกาต้อง การเปลี่ยนเอาคนหรือกลุ่มที่อเมริกาเลือก มาปกครองประเทศเหล่านั้น เพื่ออเมริกาจะได้เข้าไปครอบ ครองทรัพยากร และการปกครองประเทศเหล่านั้น
ไหนว่าต้องการให้ ประเทศทั้งหลายในโลก ปกครองตัวเอง ด้วยระบอบประชาธิปไตย ที่ประชาชนเลือกผู้แทนของตนมาปกครอง ไงครับ
…อ้อ เราเข้าใจผิดหรือครับ…. ต้องใช้ว่า…. ระบอบประชาธิปไตยที่ประชาชนเลือกผู้แทน “ตามที่อเมริกาต้องการ” มาปกครอง … ครับ ครับ เข้าใจแล้วครับ
ท่านผู้อ่านโปรดเข้าใจ ระบอบประชาธิปไตย ตามความหมายของอเมริกา เสียใหม่นะครับ
ในช่วงนั้นองค์กรที่เรียกว่า เอ็นจีโอ (non-government organization) ถูกอเมริกาจัดตั้ง โผล่ขึ้นมาเต็ม เหมือนเห็ดหน้าฝน ภายใต้สารพัดชื่อ โดยอ้างว่าไม่ได้เป็นองค์กรของรัฐบาล ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล แต่รัฐบาลอเมริกัน ให้หน่วยงานอื่นสนับสนุนเงินทุนแก่เอ็นจีโอเหล่านี้ และให้อยู่ในความดูแลของฝ่ายความมั่นคง เพนตากอน และหน่วยงานข่าวกรองของอเมริกา ซีไอเอ อีกด้วย ถุด…
เอ็นจีโอเหล่านี้ น่าจะถูกฝึกและถูกเลี้ยงเหมือนนกแก้ว เพราะร้องเป็นอยู่ ไม่กี่ประโยค… ละเมิดสิทธิมนุษยชน…ไม่เอาเผด็จการ … เป็นประชาธิปไตย… นกแก้วมีหลายพันธุ์เช่น พันธุ์ยุโรปตะวันออก พันธุ์อาหรับและพันธุ์เอเซีย นกแก้วเอเซีย กำลังถูกลำเลียง ไปปล่อยแถว พม่า ธิเบตและตรงเขตแดนสำคัญของจีนคือ ซินเกียง
นกแก้วฝูงแรก ถูกเอาไปปล่อยที่พม่าหรือเมียนมาร์ แต่อังกฤษ เจ้านายเก่า รวมทั้งอเมริกา (ที่กำลังเบียดเข้ามาเพื่อหวังจะเป็น) เจ้านายใหม่ ยังเรียก พม่า ตามความคุ้นปากเหมือนเดิม รวมทั้งผมก็ขอเรียก พม่า เพราะพิมพ์ง่ายกว่า
ปี ค.ศ.2007 เกิดการปฏิวัติหลากสี ขึ้นที่พม่า อเมริกาเรียกปฏิวัตินี้ว่า ปฏิวัติสีผ้าเหลือง (Saffron Revolution) คงเป็นโรคติดต่อมาจากปฏิวัติสีกุหลาบ (Rose Revolution) ในจอร์เจีย ปี ค.ศ.2003 และปฏิวัติสีส้ม (Orange Revolution) ในยูเครน ปี ค.ศ.2004-ค.ศ.2005 ที่เกิดขึ้นในยุโรปตะวันออก บริเวณที่ติดกับรัสเซีย มันเป็นการปฏิวัติที่อเมริกาเป็นผู้อำนวยการสร้าง เขียนบท คัดเลือกตัวผู้เข้าฉาก และกำกับการแสดงทั้งหมด และก็คงเห็นกันแล้วว่า ความฉิบหายวุ่นวาย ทั้งในจอร์เจียและยูเครน ยังมีอยู่จนทุกวันนี้ และมีที่ท่าว่าจะแย่ลงเรื่อยๆ
สำหรับปฏิวัติสีผ้าเหลืองในพม่านั้น มีสื่อฝรั่งบอกว่า คนตั้งชื่อ ตั้งใจเรียกตาม สีจีวรพระพม่า เพราะตามแผนที่อเมริกาวางไว้ พระพม่าจะเป็นพระเอก เดินนำการประท้วงรัฐบาลพม่า เป็นแผนที่เด็ดขาดมากใช้พระนำขบวน ไม่บอกก่อนจะได้ส่งพวกจานบินไปร่วม …และก็เป็นเรื่องตลกมากด้วย เพราะจีวรพระพม่า สีน้ำตาลแดงไม่ใช่สีเหลืองอมส้ม เขาว่า กลุ่มคนคิดแผน นั่งสุมหัวกันอยู่ที่สถานกงสุลอเมริกันที่เชียงใหม่ เล่นเอาผมผมชักเชื่อ…แสดงว่า ไอ้คนทำแผน เห็นพระไทยในเชียงใหม่ห่มจีวรสีเหลืองอมส้ม ก็สีจีวรพระบ้านเรานั่นแหละ เลยใช้เป็นชื่อปฏิวัติเสียเลย ไม่รู้ว่าพระพม่าห่มจีวรสีต่าง กับพระไทย มันมั่วชั่วสิ้นดี ปฏิวัติสีผ้าเหลือง ฮาจริง
สาเหตุการประท้วง (ไม่ใช่ปฏิวัติ) ที่อ้าง หรือสร้าง บอกว่า มาจากการที่รัฐบาลทหารของพม่า ยกเลิกการชดเชยราคาน้ำมัน ทำให้ราคาขายน้ำมันในพม่าพุ่งสูงขึ้น ไปประมาณ เกือบเท่าตัว ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน กลุ่มที่ออกมาประท้วงตามข่าว มีตั้งแต่ นักเรียน แม่บ้าน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง และพระพม่าจำนวนมาก
แต่เป้าหมายจริงๆ ก็คือสร้างความปั่นป่วนในพม่า เพื่อจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรัฐบาลทหาร ที่ปก ครองพม่ามานาน และเอาคุณนายซู เมียฝรั่งที่ฝ่ายตะวันตกสนับสนุนมาเป็นผู้นำ คุณนายเป็นเองไม่ได้ ก็เอาคนที่คุณนายสั่งได้มาเป็น เพื่อเปิดประตูให้ตะวันตกเข้ามาในพม่า เรื่องคุณนายซู นี่ นายเก่า ชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยของเท้าซ้าย ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาใหญ่ และเดินสายทั้งในและนอกพม่า
ผู้นำการปฏิวัติ ใช้ตัวเชิดเป็นฝ่ายนักเคลื่อนไหว ที่ต่อต้านรัฐบาลทหาร แต่หัวหน้าตัวจริง มีหลายคน ตั้งแต่คุณนายซู เมียฝรั่ง นักเคลื่อนไหวของพม่า พระพม่า และนักหนังสือพิมพ์ญี่ปุ่น แปลกใจไหมครับ ก็ไปนำขบวนด้วยประท้วงแล้วก็ถูกยิงตาย กลายเป็นเรื่องระหว่างรัฐบาลทหารของพม่า กับรัฐบาลญี่ปุ่น และส่วนพระพม่าก็เป็นพวกที่มายืนชุมนุมอยู่หน้าบ้านคุณนาย ก่อนเคลื่อนย้ายไปตามถนนในเมืองย่างกุ้ง
ก่อนการประท้วงเกิดขึ้น อเมริกามอบหมายให้นายจีน ชาร์ป (Gene Sharp) ผู้ก่อตั้งองค์กรชื่อ สถาบันอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) ในอเมริกา ซึ่งได้รับเงินทุนสนับสนุนจากหลายสถาบันในสังกัดซีไอเอ ให้เป็นผู้รับผิดชอบ ฝึกอบรมและกำกับวิธีการประท้วง (อย่างเนียน)
นายจีน ชาร์ป นี่ เขียนหนังสือเล่มหนึ่ง ที่ดังมาก ชื่อ How to Start a Revolution พร้อม ทำเป็นวีดีโอมีทั้งภาษายูเครน ภาษาอาหรับ ไม่รู้มีเป็นภาษาพม่า ภาษาไทย ด้วยหรือเปล่า เขาเรียก ทฤษฏีฝูงผึ้ง ซึ่งเริ่มด้วยการ “สร้าง” คน ที่จะเป็นผู้นำกลุ่มก่อน ต่อมาก็สร้างขบวนการเคลื่อนไหว และจัดหาคนตาม ที่อาจจะไม่ต้องมาก ตามทฤษฏีของจีน ชาร์ป เขาอ้างว่า การ “เคลื่อนไหว” จะทำให้คนเข้ามาร่วมเพิ่มขึ้น ไม่ใช่ยืนอยู่กับที่ ยกมือตะโกนซ้ำซาก แบบนั้น คนไม่เพิ่ม แล้วอาจเดินหนี เพราะมันหมดสมัยไปแล้ว
จริงๆ องค์กรของชาร์ป ถูกส่งเข้าไปสร้างเครือข่ายในพม่าตั้งแต่ ค.ศ.1989 โดยพันเอกโรเบิร์ต เฮลวีย์ (Robert Helvey) หัวหน้าปฏิบัติการซีไอเอ และอดีตทูตทหารอเมริกันในย่างกุ้ง เป็นคนนำนายชาร์ปเข้าไป นายชาร์ป ขึ้นล่องอยู่ระหว่างพม่ากับจีน ก่อนเกิดเหตุการณ์ที่เทียนอันเหมินของจีน และก็เป็นผู้กำกับ Arab Spring หลายรายการ
สถาบันใหญ่ในสังกัดซีไอเอ ที่สนับสนุนการประท้วงใหญ่สีจีวรพระที่พม่า คือ National Endowment for Democracy (NED) ที่แสนจะโด่งดัง เจ้า NED นี่ ถูกออกแบบมาเพื่อสนับสนุนนโยบายต่างประ เทศของอเมริกา เขาว่า NED ทำหน้าที่เหมือนกับที่พวกซีไอเอ ทำในช่วงสงครามเย็นเพี๊ยบเลย ผู้ที่สนับ สนุนเงินทุนให้แก่ NED อีกต่อคือ Open Society ของไอ้หนังเหนียวตัวแสบ จอร์จ โซรอส ก็เล่นซ้ำกันอยู่อย่างนี้ เหมือนดูหนังในเคเบิลทีวีของเครือซี้ผีของบ้านเราเลย
กระทรวงต่างประเทศอเมริกา ได้คัดเลือกตัวหัวหน้า ที่จะไปเป็นผู้นำสีจีวร จากหลายองค์กรในพม่า ที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลทหาร โดยเจ้า NED ส่งเงินประมาณปีละ 2.5 ล้านเหรียญ หรือปีละ 75 ล้าน บาท ให้กับพวกสีจีวร ไปสร้างขบวนการประท้วง ศูนย์บัญชาการใหญ่ เขาว่า อยู่ที่สถานกงสุลอเมริกัน ที่เชียงใหม่ของเรานั่นแหละ ส่วนพวกสีจีวร ก็ฝึกอบรมกันอยู่แถวชายแดนบ้านเรา บางครั้ง พวกตัวสำคัญก็ถูกส่งไปอบรมที่อเมริกา แล้วก็กลับมาจัดองค์กรในพม่าต่อ
น่าสนุกดีนะครับ เล่นกันอยู่แถวนี้เอง จะแสดงรายการที่พม่าก็มาซ้อมที่ไทย จะแสดงรายการที่ไทย ก็ไปซ้อมกันในเขมร มันแน่จริงๆ… นอกจากจะสร้างความปั่นป่วนในบ้านคนอื่นได้แล้ว ยังเสือกมีของแถม…. ทำให้เพื่อนบ้านมองหน้ากันไม่สนิทอีกด้วย
นอกจาก NED จะอุดหนุนพวกสีจีวรแล้ว NED ยังจ่ายเงินให้กับสื่อชื่อ New Era Journal, Demo cratic Voice of Burma และ Irrawaddy ที่เขาว่า เป็นของคุณนายซู เมียฝรั่ง ซึ่งผมเข้าไปอ่านบ่อยเหมือนกัน เพราะบางข่าวเร็วมาก ยังกะส่งตรงจากสถานที่เกิดเหตุ หรือสถานที่ออกใบสั่งเลย
แต่วัตถุประสงค์ของการจัดรายการประท้วงนี้ ที่ซ่อนไว้อีกชั้น น่าจะมี 2 เรื่อง
พม่า ก็น่าจะมีชะตาใกล้เคียงกับเยเมน เพราะพม่าเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญจุด หนึ่งของเส้นทางเดิน
น้ำมัน จากอ่าวเปอร์เซียไปสู่ทะเลจีน เส้นทางเดินเรือเลียบฝั่งพม่า เป็นเส้นทางเดินเรือที่แน่นขนัด เพื่อผ่านเข้าไปสู่ช่องแคบมะละกา จุดรัดคอ (choke point) อีกจุดหนึ่ง ที่แคบกว่าของเยเมน และมีความ สำคัญในระดับที่ ไม่ต่างกับเยเมนด้วย
ช่องแคบมะละกา….เชื่อมมหาสมุทรอินเดียกับมหาสมุทรแปซิฟิก และเป็นเส้นทางที่สั้นที่สุด สำหรับส่งน้ำมัน…จากอ่าวเปอร์เซียไปจีน ..ช่องแคบมะละกาจึงเป็นจุดรัดคอที่สำคัญยิ่งของเอเซีย ประมาณ 80 % ของน้ำมันที่จีนนำเข้า ต้องขนส่งทางเรือผ่านจุดนี้ ส่วนที่แคบที่สุดของช่องแคบมะละกาคือ ช่องแคบฟิลลิปส์ (Phillips Channel) อยู่ในส่วนของสิงคโปร์ มีความกว้างเพียง 1.5 ไมล์
ทุกวันจะมีเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบนี้ ประมาณวันละ 12 ล้านแท้งค์ใหญ่ และส่วนใหญ่มุ่งหน้าไปยังจีน หรือญี่ปุ่น…
ถ้าช่องแคบมะละกาถูกปิด… ประมาณเกือบครึ่งของเรือขนส่งน้ำมันในโลก จะต้องเพิ่มเส้นทางเดินเรือยาวขึ้น หมายถึงการเพิ่มค่าขนส่งที่จะกระทบไปทั่วโลก มีเรือกว่า 5 หมื่นลำต่อปี แล่นผ่านช่องแคบมะละกา…บริเวณแนวเส้นทางเดินเรือ ตั้งแต่พม่าไปจนถึงบันดาร์ อาเจ๊ะ… จึงเป็นแนวรัดคอ…ที่สำคัญ ทางยุทธศาสตร์อย่างยิ่ง ใครควบคุมเส้นทางนี้ได้ ก็หมายความว่า ได้ควบคุมเส้นทางขนส่งน้ำ มันทางน้ำของจีน และน่าจะของญี่ปุ่นด้วย
อเมริกาพยายามที่จะนำกองกำลังของตัว เข้าไปในบริเวณนั้น ตั้งแต่ ปี ค.ศ.2001 โดยใช้ข้ออ้างว่า เพื่อป้องกันการถูกโจมตีจากผู้ก่อการร้าย ไม่รู้ผู้ก่อการร้ายพันธุ์อะไร จากไหนอ้างมั่วๆ จึงไม่มีใครยอม ในที่สุดได้ข่าวว่า อเมริกาเจรจากับอินโดนีเซีย จนได้ตั้งฐานทัพอากาศ ที่บันดาร์ อาเจ๊ะ (Banda Aceh) ซึ่งอยู่ไปทางเหนือสุดของเกาะสุมาตรา
คงทำให้เราพอเห็นภาพ ความวุ่นวายในพม่า ภาคใต้ของไทย รวมทั้งเรื่องราวในมาเลเซียว่า ทำไมจึงต้องเกิดขึ้นอย่างไม่จบสิ้น และทำไมการขุดคอขอดกระ ของเราจึงเป็นเรื่องยาก
ในช่วงหลายปีมานี้ จีนให้ความช่วยเหลือพม่า ด้านการทหารอย่างมหาศาล ให้ทั้งเครื่องบินรบ เครื่อง บินขนส่ง รถถัง และอาวุธ รวมทั้งส่งเรือรบ และเครื่องป้องกันจรวดจากพื้นดินด้วย นอกจากนี้ จีนยังสร้างทางรถไฟ ถนนให้กับพม่า และพม่ายังมีข้อตกลงกับจีน ให้จีนสามารถนำกองกำลังเข้ามาในพม่าได้ด้วย เรื่องนี้ มันเหลือเชื่อ … นอกจากนี้ จีนยังสร้างเครื่องตรวจจับโดยใช้ระบบอีเล็กโทรนิค ไว้ที่เกาะโกโก้ของพม่า ในมหาสมุทรอินเดีย และพม่ายังยอมให้จีน สร้างฐานทัพเรือ ไว้แถวนั้นอีกด้วย
เขาจับมือกันแน่นขนาดนี้ อเมริกาจะทนดูไหวหรือ
น้ำมันและก๊าซของพม่า ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ทั้ง 2 เรื่องนี้ น่าจะเป็นสาเหตุ ที่ทำให้อเมริกาแยกเขี้ยวคำราม จนขนสันหลังตั้งชันใส่จีน
พม่าเริ่มผลิตน้ำมันและก๊าซได้เอง ตั้งแต่ยังเป็นอาณานิคมของอังกฤษแล้ว โดยอังกฤษตั้งบริษัทชื่อ Rangoon Oil Company ในปี ค.ศ.1871 ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น Burma Oil Company ในปี ค.ศ.1970 พม่าผลิตก๊าซธรรมชาติได้ และในปี ค.ศ.1990 พม่าให้สัมปทานก๊าซ ในอ่าวเมาะตะมะ(Martaban) แก่ Elf Total ของฝรั่งเศส และพรีเมียร์ ออยล์ (Premier Oil) ของอังกฤษ ต่อมาเท็กซาโก (Texaco) และยูโนแคล (Unocal) (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นเชฟรอน (Chevron) ก็ได้สัมปทานจากแหล่งยาดานา (Yadana) และเยตากุน (Yatagun) ด้วย …ใครว่าพม่าปิดประตูแน่น
แหล่งยาดานา มีก๊าซประมาณ 5 ล้านล้านคิวบิกฟุต คาดกันว่ามีอายุใช้งานอย่างน้อย 30 ปี ส่วนเยตากุน มีประมาณ 1 ใน 3 ของ ยาดานา …พม่าไม่น่าจนนะ
ในปี ค.ศ.2004 ยังมีการค้นพบแหล่งก๊าซใหญ่ ฉ่วย (Shwe) นอกอ่าวอาระกัน (Arakan)
ในปี ค.ศ.2002 เท็กซาโก (Texaco) และพรีเมียร์ ออยล์ (Premier Oil) ต่างถอนตัวจากโครงการที่เยตากุน หลังจากมีการกดดันจากรัฐบาลอังกฤษและพวกเอ็นจีโอ (NGO) หลังจากนั้นเปโตรนาส(PETRONAS) ของมาเลเซีย ก็เข้ามาซื้อหุ้นในพรีเมียร์ (Premier) ไป 27% และพรีเมียร์ (Premier) ก็กลับเข้าไปทำโครงการ ในเยตากุนต่อร่วมกับนิปปอน ออยล์ (Nippon’s Oil) ของญี่ปุ่นกับ PTT-EP ของไทย ก๊าซจากแหล่งนี้ ส่งออกไปตามท่อของยาดานา การร่วมทุน
รายการนี้ น่าสนใจนะครับ มาเลเซีย อังกฤษ ญี่ปุ่น ไทย ในปี ค.ศ.2002 ที่เรามีไอ้โจรร้ายเป็นนายก รัฐมนตรี (ไอ้โจรร้าย เป็นนายกรัฐมนตรี ค.ศ.2001 ถึง ค.ศ.2006)
ส่วนที่ยาดานา มีการร่วมลงทุนเอลฟ์ โททาล (Elf Total), ยูนิแคล (Unocal), พีทีที-อีพี (PTT-EP) และ MOGE องค์กรของรัฐบาลพม่า โดยมี โททาล (Total) เป็นผู้ดำเนินการ
ในช่วงปี ค.ศ.2005 จีน ไทย เกาหลีใต้ ต่างขยายการลงทุนในพม่า ด้านน้ำมันและก๊าซอย่างมาก การส่งออกก๊าซของพม่า มายังไทยเพิ่มขึ้นถึง 50% ก๊าซกลายเป็นสินค้าส่งออกสำคัญที่นำรายได้มาเลี้ยงพม่า จีน อินเดีย พม่าและบังคลาเทศ มีข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในแหล่งทรัพยากรในทะเล ซึ่งรวมไปถึงสิทธิในแหล่งก๊าซ ฉ่วย (Shwe)
ในปี ค.ศ. 2007 พม่าลงนามในบันทึกข้อตกลงกับปิโตร ไชน่า (Petro China) ที่จะส่งก๊าซจากแหล่งฉ่วย ในอ่าวเบงกอลให้แก่จีน ในปริมาณมหาศาล เป็นเวลา 30 ปี รายการนี้ อีนี่ อินเดียเสียหายมาก เดิมพม่าให้สัมปทานกับอินเดีย ที่จะขุดเจาะก๊าซ 2 หลุม ในทะเล และอินเดียมีแผนที่จะส่งก๊าซ เข้าท่อส่งก๊าซ ที่จะวางผ่านบังคลาเทศ ไปเข้าอินเดีย แต่แขกคุยกันเองไม่รู้เรื่อง เกี่ยวกับเรื่องเขตแดนในทะเล คงส่ายหน้าไปกันคนละทาง เขาว่า กว่าจะตกลงกันได้ ก็ปาเข้าปี ค.ศ.2014 นี่เอง
พม่าขี้เกียจรอแขกทะเลาะกัน เลยตัดสินใจคุยกับจีน ซึ่งเสนอเงินลงทุนหลายพันล้านเหรียญ เพื่อสร้างท่อส่งก๊าซและน้ำมัน จากท่าเรือน้ำลึกในสิตเว (Sittwe) ที่อ่าวเบงกอล ข้ามไปนู่นถึงคุนหมิง แค้วนยูนนานของจีน เป็นท่อส่งที่มีความยาวถึง 2,400 กิโลเมตร (บางข้อมูลบอก 2,800 กิโลเมตร) และจีนกำลังสร้างโรงกลั่นน้ำมันที่คุนหมิงอีกด้วย… คงพอเห็นยุทธศาสตร์ของอาเฮีย… เพื่อแก้เกมรัดคอนะครับ (จีนเริ่มคุยกับพม่า ตั้งแต่ปี ค.ศ.2004 แต่มาทำสัญญากันปี ค.ศ.2008)
ท่อส่งรายการนี้ จะช่วยให้น้ำมันจากแอฟริกา (ซูดานและชาด เป็นต้น) และตะวันออกกลาง (อิหร่าน ซาอุดิอาระเบีย) ส่งมาถึงจีน… โดยไม่ต้องผ่านจุดรัดคอที่ช่องแคบมะละกา… ห่างมือห่างตีนของอเมริกา ที่คิดจะมาคุมช่องแคบมะละกา และพม่า ก็กลายเป็นสะพานเชื่อมจีนกับบังคลาเทศอีกด้วย
ฝ่ายหนึ่ง เตรียมแผนคุมบริเวณห่วงรัดคอ อีกฝ่ายกำลังหนีห่วงรัดคอด้วยแผนสร้างท่อ สู้ด้วยท่อเงียบๆ …ท่อส่งก๊าซน้ำมัน พม่าจีนก็สร้างเสร็จ.. ทำพิธีปล่อยลูกโป่งไปเมื่อ เดือนมกราคม ต้นปี ค.ศ.2015 นี้เอง …กว่าจะเสร็จ เขาว่ามี เอ็นจีโอ ประท้วงเกือบทุกกิโลเมตร
จีนบอกว่า เรามาขออาศัยใช้พื้นที่วางท่อ เราไม่ได้มายุให้ประชาชนตีกัน ทะเลาะกัน เราไม่คิดยุ่งกับการบ้านการเมืองของ ใคร ไม่บังคับข่มขืนจิตใจใคร ให้ปกครองบ้านเมืองอย่างไร ไม่ต้องมาใช้ตะเกียบเหมือนเรา ถนัดนุ่งโสร่งก็นุ่งต่อไป เราไม่ยุ่งอะไรด้วย อาเฮียหวังมาผูกมิตร เซ็งลี้ฮ้อด้วยกันอย่างเดียว และเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้มาเอาเปรียบ จีนตกลงจะจ่ายค่าชดเชย (ค่าใช้ที่ดินในการวางท่อ) ให้พม่าเป็นระยะเวลา 30 ปี รวมเป็นเงิน ประมาณ 5 หมื่น 3 พันล้านเหรียญ และสร้างโรงเรียน โรงพยาบาล ใบบริเวณ ที่ท่อส่งผ่าน อีกประมาณ 25 ล้านเหรียญ …แล้วทั้งเสียงของ เอ็นจีโอ และรัฐบาลพม่าก็เงียบไป
แล้วอีกเสียงจะเงียบไหม คุณนายซู ยังไม่ได้คุมประเทศตามที่ต้องการ โปรโมเตอร์เสียงอ่อยไปจม เหลือให้เล่นไม่กี่ฉาก ตามสันดานนักล่า หมากพม่ากระดานนี้ ดูเหมือนนักล่าจะเสียให้แก่จีน เหมือนตอนเสียซูดานใต้ยกแรก แบบนี้ นักล่าคงเตรียมยุทธศาสตร์รุกกลับ รุนแรงตามสันดาน และอาจจะหนักกว่าสมัยซูดานใต้