“ฤทธิ์ดาว หรือ สันดาน”
ตอน 1
มาแล้วคร้าบ ผมมาๆหายๆ เหมือนกับไวไฟบ้านผมน่ะ ติดไว้ 2 เจ้า เจ๊งทั้ง 2 เจ้าเลย มันแน่จริงๆ ผมต้องอาศัย วิธีการอื่น (ใช้ศัพท์แบบคุณพี่ซีเลยนะ) เพื่อเข้าไปอ่านข่าว กว่าจะได้อ่าน ข่าวก็เกือบบูดหมดแล้ว เลยหมดอารมณ์เขียน แถมตัวเองก็เหมือนกลายเป็นลูกนกกำลังหัดบิน หายป่วยหายไข้ก็จริง แต่ยังบินไม่ได้นาน ความไข้ของคนแก่นี่มันแย่เอาเรื่อง แต่ก็คงยังดีกว่ามีความคดี อย่างที่หลายๆคนกำลังลุ้นนะครับ
นอนหงอยๆ อ่านข่าวบูดมาพักใหญ่ กำลังคิดอยู่ว่าจะเอาเรื่องอะไรมาเขียนเล่าให้ฟังกันดี ยังไม่เจอเรื่องที่อยากเขียน ที่อยาก… ก็ต้องเขียนยาว คงต้องรอให้ปีกแข็งกว่านี่อีกนิด พอดีแฟนชอบดูดวงดาวด้วยกัน คุณเวหา จักรพยุหะ ส่งข้อความมาคุยด้วย สนุกจัด ทำเอาผมคิดเฟื่อง….ก็เรื่องดวงดาว ที่แสดงถึงช่วงชะตาตกของบ้านท่านใบตองแห้งน่ะครับ…. มันคลับคล้ายจะใกล้ของจริง…
จับความจากที่คุณเวหาวิเคราะห์ดวงดาวให้ฟัง ผมเข้าใจว่า เราอาจจะได้เห็นเหตุการณ์ หรือมีเรื่องที่ไม่นึกว่าจะเกิดขึ้นในอเมริกา ก็อาจจะเกิดขึ้นในช่วง ตั้งแต่กลางตุลาแก่ๆนี้ไปจนถึงต้นพฤศจิกานี้แหละ …. เรื่องหรือเหตุการณ์ นั้น ดูจากดวงดาว มันเป็นเรื่องร้ายทั้งนั้น และร้ายอย่างพิลึกเสียด้วย …ผมก็คิดสิ…. อะไรมั่งล่ะ ถ้าเอาดวงดาว มาดูประกบกับข่าวบูด เล่นเอาผมนอนหลับไม่ลง กลับไปไล่อ่านข่าวบูดต่อ
สมมุตินะครับ สมมุติว่า ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของอเมริกา คนใดคนหนึ่ง เกิดมีอันเป็นไปก่อนการเลือกตั้ง ผมก็ถามตัวเองว่า แล้วการเลือกตั้ง จะเกิดขึ้นไหม
ผมว่า ไม่น่าเกิดตามกำหนดนะ เพราะควรต้องมีตัวแทน มาจากทั้ง 2 พรรคแข่งขันกันสิ ไม่งั้น มันจะเป็นการ “แข่งขัน” ตามกติกาประชาธิปไตย แบบอเมริกาได้ยังไง แล้วที่นี้จะทำไงล่ะ
ทางออกที่ 1 คือ ประธานรัฐสภา พอล ไรอัน รักษาการไป…. ก็อีกแหละ ไม่รู้ว่า กฏหมายเขาเปิดทางนี้ไหม ผมเห็นโหงวเฮ้งหนุ่มพอล ไรอัน แล้วก็เห็นว่าแกมีรัศมีออกมาเรืองๆ แต่ตอนนี้รัศมียังไม่จัดนัก ต่อไปไม่แน่นะ
ทางออกที่ 2 คือ ให้ท่านใบตองแห้งของผม รักษาการไปก่อน ฮู้ย…อย่างนี้ก็ มันล่ะสิ คราวนี้คงได้เห็นฤทธิ์เดชลูกครึ่งของจริง แต่ท่านใบตองแห้งจะเป็นต่อได้ไงล่ะ คงต้องมีการออกกฏหมายพิเศษ ให้มีการรักษาการ ไปจนกว่า จะได้มีคู่ชิงครบ
ใครล่ะ จะเป็นคู่ชิง
เขาลือกันมาจากแถววอชิงตัน ว่า ถ้าจะอุ้มคู่ชิงมาได้เร็ว แล้วมีหวังชนะขาดแบบนอนมาด้วย น่าจะเป็นท่านรองประธานาธิบดี คุณโจเหี่ยวของผมนั่นแหละ ฮ้า…. งั้นเชียวเร้อ ทำไมล่ะ.. ข่าววงในเขาว่า จริงๆ แล้วคุณโจแกวางแผนจะเป็นคู่ชิงกับคุณนายหน้าโหด และเข้าท่ากว่าลุงเบอร์นี่ด้วย แกเตรียมตัวแล้ว บังเอิญลูกชายแกป่วยตาย เลยหมดอารมณ์อยากนั่ง air force one ไปเลย แต่มันก็น่าแปลกใจ เขาว่า พักหลังนี้ คุณโจเหี่ยวแกเกิดจะฟิตผิดวิสัยของคนใกล้จะหมดเทอม ทั้งเดินสาย ทั้งให้สัมภาษณ์ วุ่นไปหมด
(นอกจากนี้ มีเพจฝรั่งเฟื่องๆ บอกว่า คุณนายมิเชลจะเป็นม้ามืด ผมไม่ซื้อนะไพ่ใบนี้)
เอ ทางออกนี้ เหมือนเราจะปลงใจไปแล้ว ว่าเป็นคุณนายหน้าโหด ที่อาจจะหมดลมเบ่ง ส่วนคุณทรัมพ์ปากแตร จะอยู่รอดตลอดไปงั้นสิ
งั้นสมุมติต่อ ว่าถ้าเป็นฝั่งคุณปากแตร ที่เป็นฝ่ายเป่าไม่ออก ที่นี้จะทำไงล่ะ
พวกคอการเมืองคนแก่ที่มานั่งคุยข้างเตียง บอกว่า เขาคงใช้กฏหมายพิเศษ แบบแถวบ้านเรามั้ง …..แหม ถ้าไอ้พวกใบตองแห้งมันทำแบบนั้น ลุงนิทานคงหัวร่อนอนกลิ้งตกเตียงเลย….. ด่าเขาไปเกือบทั้งโลก ถึงตาตัวบ้าง จะมาตะแบง.. ….ไม่ไหวมั้งวิธีนี้ ผมขัดคอก๊วนคนแก่
คิดแบบนี้ ถ้าเกิดอเมริกาไม่มีการเลือกตั้งประธานาธิบดี ตัวเลือกหรือตัวเต็ง ที่จะเข้ามาเป็นตัวสตั้นท์แมนเล่นแทนไปก่อน ก็น่าจะเหลือ 3 ตัว คือ ท่านใบตองของผมที่จะมารักษาการยาววววว … คุณโจเหี่ยวจากพรรคเดโมแครต ที่ถ้าได้นั่งทำเนียบขาว เป็นหมายเลขหนึ่ง คราวนี้คงเลิกเหี่ยว อาจจะกลายเป็นพวกเงี้ยว แข่งกับคุณจอห์นเงี้ยว ของ อ ทนงเอาเสียด้วย และท่านประธานรัฐสภา….พอล ไรอันจากพรรครีพับพลิกัน หนุ่มแน่น อดีตควอเตอร์แบค แบบอเมริกันดรีม
ที่เขียนไปข้างต้น นี่มันเป็นความคิดเฟื่องต่อเนื่องมาจากการดูดวงดาวของคุณเวหานะครับ ใครอย่าไปจริงจังกับความเฟื่องของผมนะ ผมอาจจะยังมีไข้ให้เพ้อก็ได้ แถมไม่รู้กฏหมายอเมริกาสักมาตราเดียว
แต่เรื่องพรรค์นี้ มันก็บ่แน่หรอก คิดเล่นไปมั่ง ก็เพลินดี
คุณเวหายังบอกอีกว่า ตามดวงดาว มันเป็นเรื่องแรง เร็ว เกิดขึ้น ไม่รู้ตัว แบบฉับพลัน ตั้ง 200 กว่าปี ดาวแบบนี้ไม่เคยย่างเข้าไปในดวงอเมริกาเลยนะ
เออ อันนี้น่าสนใจ ผมก็คิดเฟื่องตามอีก….อะไรล่ะ ที่มันฉับพลัน รุนแรง ผมถามก๊วนคนแก่ แบบนี้จะออกรูปไหนแน่ ก๊วนคนแก่ลุกขึ้นยืนท้าวสะเอวเลย…. ก็กูบอกแล้วว่าอเมริกาจะมีปฏิวัติแบบลุงตู่ เออ เจอเข้าแบบนี้ ผมก็อึ้ง มันคิดได้ยังไงวะ ผมเถียงก๊วน ….กูว่าไม่ใช่ น้องรักกู เขาอาจจะส่งของขวัญให้อเมริกาก็ได้นะ ลูกเดียว โป๊ะเชะ แหลกไกลแน่…. ก๊วนคนแก่งอน ขัดคอมันมาก มันอุบอิบบอกว่าหน้ามันไม่รับกับทรงผมน้องผม จะไปรับได้ยังไงก็มันหัวเถิก หัวล้านกันหมดแล้ว มันเลยกลับบ้านกันหมด…. จริงๆ ไม่ใช่หรอก พวกมันได้วีซ่ามาแค่นั้น มืดแล้ว ขับรถใช้แต่เกียร์ 1 ฮา …นี่ถ้าพวกมันรู้ว่าผมอำมันแบบนี้ มันคงไม่มาเยี่ยมผมอีก
ตอน 2
อเมริกา พี่เบิ้มใหญ่ ถ้าเป็นคน ก็เหมือนคน 2 หน้า หน้าอย่าง หลังอย่าง หรือเอากันให้ตรงๆ น่าจะเป็นหน้าไหว้หลังหลอกมากกว่า เราๆดูข่าวอ่านข่าว ก็เห็นแต่ด้านหน้า ทำซ่าจัดประชุมเรื่องซีเรีย อ้างว่าเพื่อให้เด็กๆหยุดปาระเบิดใส่กันชั่วคราวได้มั้ย จะได้เอาฝ่ายบรรเทาทุกข์ รถร่วมกตัญญู เข้าไปช่วยเขานะ แต่ระหว่างเจรจา ไอ้ตัวคนขอให้ประชุม กลับส่งกระบอกข้าวหลามแถมไปให้ชาวซีเรียกินทุกวัน อ้างว่าส่งผิดเป้าบ้าง แบบนี้มันจะพูดกันรู้เรื่องไหมครับ เสร็จแล้วก็ให้สื่อตัวออกหน้าจอ ด่ารัสเซียทุกวัน ปรากฏว่าฝั่งรัสเซียรู้ทัน ไอ้ 2 หน้าเลยคว่ำไพ่ล้มโต๊ะ เลิกเจรจากันไปแล้ว แถมช่วยกันด่า ว่ารัสเซียไว้ใจไม่ได้ มีแผนซ้อน… อย่างกับพวกมึงไม่มี…
นอกจากนี้ ระหว่างที่คุณจอห์นเงี้ยว ของ อ.ทนง ทำหน้าตกไป เจรจาหยุดยิงไป ทางคุณเต้าหู้บูด รมต.กลาโหมที่ท่านใบตองแห้งเจาะจงเอามา ก็เดินหน้าวางแผนลุยไปเรื่อยๆ ในตะวันออกกลาง ทั้งซีเรีย อิรัก นี่ก็เตรียมขนทหารเข้าอิรักอีก …ยึดเอาโมสุลกลับมาให้ได้นะไอ้เต้าหู้ …กูอุตส่าห์ไปควักมึงมาเข้าฉาก… เออ ซีเรียก็ยังคา นี่จะคุ้ยเอาอิรักกลับมาเล่นอีก เล่นไม่เลิกซะที น่าเศร้าใจแทนคนตะวันออกกลาง(บางซีก) จริงๆ
ผมอ่านข่าวบูดย้อนไปย้อนมา อ้าว ตายแล้ว คุณโจไม่ชอบเงี้ยว แถมออกจะเหี่ยวเอาด้วยของผม ที่ทำท่าจะเป็นตัวเกร็ง ถ้าอเมริกาไม่มีการเลือกตั้ง ก็แอบไปเล่นบท 2 หน้ากับเขาด้วย นี่ผมตกข่าวพระเอกแว่นดำ (ที่พยายามปั้น) ท่าหล่อ มาดเท่ ไปได้ไงเนี่ย
นักวิเคราะห์การเมืองโลกระดับอาวุโส อย่างคุณพี่ William Engdahl ยังบอกเลยว่า ไอ้เจ้าโจเหี่ยว นี่อย่าไปมองหน้ายิ้มจนตาหยีของมันผิดนะ มันน่ะตัวแสบเลย มันก็ทำหน้าที่เหมือนไอ้บุชตัวพ่อ ในสมัยที่เรแกนเป็นประธานาธิบดี แล้วมีไอ้บุชพ่อเป็นหัวหน้าซีไอเอ ที่ชักใยแทนแทบทุกเรื่อง หรือเหมือนไอ้เหยี่ยวกระหายเลือด ดิ๊ก เชนี่ย์ (ซึ่งผมว่า มันก็เหยี่ยวกระหายเลือดกันทุกตัว) ที่ทำหน้าที่คอยส่องเหยื่อ แทนไอ้ตัวลูกตอนเป็นประธานาธิบดี และเจ้าดิ๊ก เป็นรองประธานาธิบดี น่ะ แต่เจ้าโจเหี่ยวนี้ยิ่งกว่านะ คุณพี่อิงดาลสำทับ มันน่ะตัวพ่อเลยล่ะ
งวดนี้ เขาว่าคุณโจเหี่ยว แกเล่น 2 หน้า แบบไม่มีเก้งก้างเลย สลับหน้าได้เร็วมาก
เมื่อตอนที่มีประชุมประจำปีของสหประชาชาติที่นิวยอร์ค ช่วงเดือนกันยายน ปีนี้ หน้าฉาก ท่านใบตองแห้ง (เล่นตามบท) บอกว่า เราต้องแก้ปัญหาเรื่องทะเลจีนใต้ ด้วยวิธีการเจรจากับจีนอย่างสันตินะ แต่หลักฉาก คุณโจเหี่ยวดันเกี่ยวก้อยคุณอาเบะ เอาไปคุยกัน ต่างหาก (เอะ เกี่ยวก้อยกันเข้าไปได้ไง นึกว่าคุณอาเบะแกเป็นพวกนิ้วก้อยสั้นยากูซ่าเสียอีก ลุงนี่ชักเลอะใหญ่)
ไปคุยอะไรกัน… เขาว่า คุณโจเหี่ยวถามว่า กองทัพแบกถาดพร้อมหรือยัง ขาดอะไรอีกบ้าง เราจะได้รีบจัดการเพิ่มเติมส่งเสริมให้ ….นี่ ไม่ได้พูดเองนะครับ สำนักงานท่านเหี่ยวออกแถลงการณ์เป็นประกาศออกมาเลย กลัวว่ามังกรแถวทะเลจีน จะไม่ได้ยิน ไม่รู้เรื่อง เดี๋ยวแผนยั่วมังกรจะฝ่อไป … คงจำกันได้นะครับ อเมริกา มอบหมายให้ญี่ปุ่นเป็นทหารเอก หัวหมู่ทะลวงฟัน คุมปีกแปซิฟิก เตรียมเอาไว้โซ้ยกับมังกรแห่งทะเลจีนใต้ กับคุมเข้มน้องรักชื่อคิมของผมโดยเฉพาะ ถ้าเกิดจะมีศึกชิงแชมป์เอเซียแปซิฟิก หรือว่ายาวไปถึงชิงแชมป์โลกโน่น
เกี่ยวก้อยกับหลานพวกยากูซ่าเสร็จ ก็ออกมาทำหน้าเชื่อมถ่ายรูปกับท่านนายกรัฐมนตรีจีน … เราไม่มีอะไรกันนะ อย่าไปฟังเสียงนกเสียงกา โดยเฉพาะไอ้ลุงแก่ ที่มันชอบเขียนแฉเรื่องบ้านไอน่ะ ไม่มีเรื่องจริงเลยนะ มันจะแยงให้เรายัวะใส่กันไง อย่าไปฟังมัน ยิ่งตอนนี้มันไข้ขึ้นบ่อย เขาว่ามันเป็นปอดบวม เผลอๆ จะล้มผลอยเหมือนว่าที่ประธานาธิบดีของไอเลย…. เห็นมั้ย เราเป็นเพื่อนกันนะ เรื่องลับของบ้านเรา ไอยังเล่าให้ยูฟังเลย …. ประโยคหลังๆ นี่ ผมเดาเอง ว่า ท่านเหี่ยวคงเจื้อยแจ้วไปเรื่อยแบบนี้ เพราะเรื่องที่เขาว่าคุณนายมีปัญหาเกี่ยวกับสมอง เจอแดดแรงเข้าไปหน่อย คุณนายถึงกับร่วงผลอยกลางงานรำลึก911 แล้วอ้างว่าเป็นปอดบวม เขาลือกันเกือบค่อนโลก
ข่าวเรื่องคุณนายร่วงผลอยนี่ ผมอ่านจากสื่อฝ่ายตรงข้ามกับอเมริกาครับ เดี๋ยวนี้เขาเล่นเป็นเหมือนกันนะ แต่เล่นช้าไปแค่ร้อยปีเท่านั้นเอง….ไม่เป็นไรน่า เรียนลัดก็ได้ อ่านนิทานลุงบ่อยๆก็แล้วกัน ฮา…
ตอน 3
คุณพี่อิงดาล ยังแฉเรื่องคุณโจเหี่ยว ย้อนหลังให้ฟังอย่างมันปาก บอกว่า รู้มั้ย ไอ้เหี่ยวนี่มันไปซ่าถึงบราซิล มันไปหาคุณนายนายก Dilma Rousseff เมื่อปี ค.ศ.2013 พยายามกล่อม หรือขู่ก็ไม่ทราบ ให้คุณนายยกเลิกกฏหมาย ที่เป็นการควบคุมโคว้ต้าการผลิตน้ำมันที่ได้จากอ่าวของบราซิล …เออ เสือกจริงมึง มันหน้าด้านเสือก เพราะบริษัทของไอ้กันอยากขุดแบบไม่มีโควต้า ไม่มีอะไรมาขวาง เลยเจอเข่าคุณนายสกัดไว้
คุณนาย Dilma ไม่อ่อนให้ แถมปฏิเสธเสียงเขียว อย่ามา(เสือก)ยุ่งในบ้านฉันนะคุณเหี่ยว คุณนายนึกว่าความเป็นกลุ่ม BRICS คงจะทำให้ไอ้พวกนักล่า มันเกรงใจ ….คุณนายคงต้องเรียนรู้จักกับความชั่วร้ายของพวกมันอีกแยะ หลังจากนั้นไม่นาน ขบวนการของไอ้เน็ด National Endowment for Democracy (NED) และพวกสิทธิมนุษยชน ของไอ้แก่หนังเหนียว ก็พากันขนโขยงเข้าไปในบราซิล ….แล้วไม่นานหลังจากนั้น คุณนายก็โดนข้อกล่าวหา ว่าทำผิดเรื่องนั้น เรื่องนี้ ไล่มาเป็นระนาด แล้วคุณนายก็ถูกรัฐสภา ลงมติพักงาน งานโอลิมปิกก็ไม่ให้โผล่หัวออกมา แล้วนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของบราซิล ก็กลายเป็นอดีต
ปี ค.ศ.2014 คุณโจเหี่ยว ย้ายหน้าย้ายปาก ไปเล่นที่ยูเครน ไม่กี่วันก่อนที่ ประธานาธิบดี Victor Yanukovic จะถูกปฏิวัติสีส้มไล่จนหายตัวไป เป็นช่วงที่คุณนายนูแลนด์ เจ้าของวลีเด็ด fu-k the EU จะไปกำกับการแสดงสีส้มนั้น ก็มีข่าวว่ามีการดักฟังเสียงพูดคุยโทรศัพท์ของทูตอเมริกาประจำยูเครน Geoff Pyatt ระหว่าง พูดคุณนายลูกฟัก ซึ่งตื่นเต้นมาก บอกทูตว่า ….นี่เธอ ท่านโจเหี่ยวเขาจะมาตัดริบบิ้นเปิดงานสีส้มเองเลยนะ เพราะเป็นรายการของเขา … แต่เรื่องนี้ไม่เป็นข่าวดัง …เพราะถูกข่าวคุณนายแจกลูกฟักให้ EU กลบเสียมิด
เรื่องคุณนายแจกลูกฟัก นี่ก็แสดงให้เห็นถึงความหยาบคายอันยิ่งใหญ่ของอเมริกา ถ้าเป็นใครให้ลูกฟักอียูอย่างนั้น คงเป็นเรื่อง แต่อเมริกาทำได้ครับ อเมริกาทำอะไรก็ได้ ไม่มีใครกล้าโวย เพราะฉนั้น เรื่องผู้นำฟิลิปปีนส์พูดเรื่องกะหรี่ปั๊บ ก็สมกันดี
ส่วนคุณโจเหี่ยวได้ของชำร่วย จากรายการตัดริบบิ้นสีส้ม คือตำแหน่งกรรมการ ในบริษัทน้ำมันของยูเครน เหมือน ปตท บ้านเราน่ะครับ โดยลูกชาย ชื่อ Hunter Biden เป็นคนไปนั่งเก้าอี้แทน
เรื่องคุณโจเหี่ยว ยังมีอีกแยะ แต่ที่หมาดๆ คือเรื่องเกี่ยวกับ ฝูงหมาป่า ที่น่าสนใจ
ตอน 4
เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ค.ศ.2016 มีบทความลงใน The Atlantic ชื่อ The Geopolitical Therapist เป็นบทความที่ต่อเนื่องมาจากการสัมภาษณ์คุณโจเหี่ยวครั้งก่อน เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ในบทความชื่อ Biden Doctrine ซึ่งยาวเหยียดและ ส่วนใหญ่ เป็นเรื่องที่คุณเหี่ยวคุยโม้ ว่า ประสพการณ์ 40 กว่าปี ในวงการเมืองทั้งในและนอกอเมริกา สอนเขาว่า การแก้ปัญหา ข้อขัดแย้ง ไม่มีอะไรดีกว่า ไปคุย (จัดการ) ด้วยตัวเอง โดยใช้ความจริงใจ และความตั้งใจดี จะได้ผลกว่า … นี่มันอเมริกันหน้าไหว้ (ก่อนจะหลังหลอก)ของแท้เลย … แบบนี่มีสิทธิได้ลุ้นเป็นตัวเอกแทน….
ผมขอไม่เล่า การให้สัมภาษณ์ของคุณเหี่ยว ใน Biden Doctrine นะครับ เพราะน้ำแยะ และยกหางมากไปหน่อย แต่คนสัมภาษณ์กลับบอกว่า เรื่อง Biden Doctrine ของคุณเหี่ยว นี่น่าสนใจนะ ขอเอามาขยายความ ลงต่ออีกอาทิตย์แล้วกัน (เป็นบทความเรื่อง Geopolitical Therapist คุณเหี่ยวนักบำบัด) จะได้รู้ว่า คุณเหี่ยวมองเรื่องความมั่นคงในบ้านของอเมริกา กับนโยบายต่างประเทศ อย่างไร ก่อนจะมานำมาเป็นหลักการของตัว(Biden Doctrine)
คุณเหี่ยวบอกว่า จากประสพการณ์ 44 ปี ในการทำงานกับหลายรัฐบาลของตัว เรื่องที่น่าลำบากใจที่สุด คือการจัดอันดับความสำคัญของการคุกคาม ความน่ากังวล และการใช้กองกำลังของอเมริกา…. ในการจัดการกับการคุกคามนั้น นโยบายส่วนใหญ่ของอเมริกา ก็มักจะไปเน้นให้ความสำคัญ กับ หมาป่าที่อยู่หน้าบ้านเรา wolf at the door จนจัดสรรทรัพยากรเรา(กองทัพ) มาจัดการกับไอ้พวกฝูงหมาป่าที่อยู่ตามทุ่งหญ้า pack of wolves in the field อย่างไม่เพียงพอ ไม่เหมาะสม….
คุณเหี่ยวบอกว่า คนวางนโยบาย มัวแต่มองว่ามันมีผลกระทบกับผลประโยชน์ของอเมริกาอย่างไร แล้วก็เตรียมใช้กองกำลังไปปกป้องผลประโยชน์นั้น…. ยกตัวอย่างเรื่องซีเรีย ที่มีแต่คนเรียกร้องให้เรายกกองทัพเข้าไป…. คุณเหี่ยวบอกว่าอเมริกา สามารถเอากำลังเข้าไป 2 แสนคนในซีเรียได้สบายๆ แม้เราอาจจะต้องทำสงครามกับรัสเซีย.. แต่ในที่สุดเราก็จะได้ครอบครองบริเวณนั้น และจัดการเรื่องให้เรียบร้อยได้ …..แต่เชื่อไหม ทันทีที่เราย้ายกองทัพเราออกมา ทุกอย่างก็จะกลับไปเหมือนเดิม …เหมือนอย่างที่เรากำลังโต้เถียงกันเกี่ยวกับเรื่องอาฟกานิสถาน…
… เรามักจะลืมมองยุทธศาสตร์ในมุมกว้าง ซึ่งจะเป็นผลกับเรามากกว่า เรามีกองกำลังที่ใหญ่มหึมา ….แต่จะใช้กองกำลังของเราอย่างไร นั่นสิคือปัญหา ….เราคงไม่เอาคนเกือบ 2 แสนคน อย่างที่เราเอาเข้าไปในอิรัก โดยไม่มองการณ์ไว้ล่วงหน้า ว่า เมื่อจะเราย้ายกลับออกมา เราจะเอาไอ้พวกบื้อ Humpty Dumpty กลับเข้าไปอยู่อย่างเดิมอย่างไร …. แบบนี้เราต้องทิ้งคนของเราไว้ในนั้นนานเท่าไหร่ละ ….ตลอดกาลเลยสินะ แล้วมันทำให้คนเจ็บ คนตายน้อยลงไหม ….เปล่าเลย ….
…. ตอนที่เราคุยกันว่า เรากำลังมีปัญหาเรื่องซีเรียนะ เพราะเรามีข่าวกรอง และการติดตามในพื้นที่ไม่เพียงพอ โดรน ที่เรามีตั้งแยะ ดันไม่พอใช้ …ผมถามว่า อ้าว แล้วมันไปอยู่ที่ไหนหมด ….เจ้าหน้าที่บอก เราเอาไปใช้ที่ปากีสถานหมด เพื่อเฝ้าชนกลุ่มน้อยของปากี ที่เราคิดว่ามันอันตรายมาก (แต่มีจำนวนน้อยมาก)… ผมเถียงเลย …เฮ้ย เดี๋ยวก่อน…..พวกคุณจะบ้าแล้วเหรอ เรามี bad guys อยู่ใกล้เรามากกว่านั้นนะ …นั่น….พวกเขาอยู่ในซีเรีย พวกเขาอยู่ในอิรัก…
…. ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว…. สิ่งที่คุกคามเราตอนนี้ คือ พวกที่มีนิวเคลียร์อยู่ในมือ การขัดแย้ง อย่างไม่ตั้งใจ (บทหลังหลอกมาแล้วไง) กับพวกที่มีนิวเคลียร์อยู่ในกระเป๋า อย่างรัสเซีย จีน เกาหลีเหนือ (ที่พูดกันไม่รู้เรือง) และปากีสถาน… คุณจำได้มั้ย เมื่อ 9 ปีที่แล้ว มีการเถียงกัน ว่าประเทศไหนที่อันตรายที่สุดในโลก ผมบอกว่า ปากีสถานนั่นไง… ( หมายเหตุ: น่าสนใจว่า คุณเหี่ยวไม่เอ่ยชื่ออิหร่านรวมอยู่ด้วย… มันแสบจริงๆ เหมือนตั้งใจแยง ให้เขาแคลงใจกัน)
ผู้สัมภาษณ์ บอก…. ใช่ ใช่ ทางเรา (the Atlantic) ยังเอาไปเขียนบทความเกี่ยวกับปากีสถาน เลย ชื่อ The Ally from Hell พันธมิตรจากนรก…
ท่านเหี่ยวบอก…. ใช่ ใช่ การก่อการร้าย terrorism เป็นเรื่องที่ข่มขู่เราจริง แต่ไม่ใช่เป็นการคุกคามต่อ “ความคงอยู่ของประเทศที่เป็นประชาธิปไตยอย่างสหรัฐอเมริกา” นะ …….การก่อการร้ายสร้างปัญหากับเราก็จริง มันทำให้เราไม่สงบ มันสามารถข่มขู่เราได้ มันสามารถทำร้ายหรือฆ่าคนได้จำนวนหนึ่ง แต่มันคนละเรื่อง กับ “การคุกคามที่มีอยู่อย่างถาวร existential threat (จนกว่าเราจะทำให้มันหมดไปถาวร…)
ตกลงท่านรองประธานาธิบดี ของประเทศมหาอำนาจ ออกมาให้สัมภาษณ์อย่างนี้ทำไมครับ แล้ว The Atlantic ก็สนใจเอาบทสัมภาษณ์ มาลงติดต่อกัน เหมือนจะเน้น หรือ ส่งสาสน์อะไร ในจังหวะเวลาที่น่าสังเกต
จะแก้ตัว เพื่อจะได้ไม่ต้องยกกองทัพไปไล่รัสเซียออกจากซีเรีย (หน้าไหว้) เพื่อเตรียมยกกองทัพ มาทางแปซิฟิก(หลังหลอก) หรืออะไรกันแน่
แล้วแบบนี้ คิดว่า ฝูงหมาป่า ที่อยู่กลางทุ่งหญ้า ฟังแล้ว จะนั่งเอี้ยมเฟี้ยม ยอมให้เขาเหน็บแนม ด่าต่อไปเรื่อยๆหรือครับ
หวังว่ายังคงจำกันได้ ตัวท่านใบตองแห้ง หมายเลขหนึ่งของอเมริกาเอง ก็ให้สัมภาษณ์กับสื่อฉบับนี้ ตบหน้าเพื่อน อย่างอังกฤษ ฝรั่งเศส ตะวันออกกลางเรียงแถว ก่อนไปเดินสายเยี่ยมพวกที่ตัวเองตบเรียงแถวนั่นแหละ ถ้าจำเรื่องไม่ได้ ช่วยไปเอานิทานเรื่องเดชลูกทุ่งสท้านโลกันต์ มาอ่านกันหน่อยนะครับ จะได้เห็นสันดานพี่เบิ้มมหาอำนาจชัดๆ
หลังจากท่านเหี่ยวให้สัมภาษณ์แล้ว มีอะไร ที่อาจมีโอกาสเกิดขึ้นบ้าง โปรดอดใจรออ่านภาค 2 นะครับ แรงหมดแล้ว ขอไปนอนเหยียดก่อน นอนไม่นานหรอกครับ
หมายเหตุ : โพสต์ลงเพจนิทานเรื่องจริงฯ เมื่อวันที่ 7 เดือนตุลาคม พ.ศ. 2559