“ฤทธิ์ดาว หรือ สันดาน”
ตอน 5
คำสัมภาษณ์ของรองประธานาธิบดี ของอเมริกา Joe Biden หรือ คุณโจเหี่ยวของผม ที่ให้สัมภาษณ์ใน The Atlantic เมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ.2016 เกี่ยวกับการคุกคามจากภัยของหมาป่าหน้าประตูบ้าน (คุณโจเหี่ยวหมายถึง บรรดาผู้ก่อการร้าย) กับฝูงหมาป่าที่อยู่กลางทุ่งหญ้า (คุณโจเหี่ยวหมายถึง รัสเซีย จีน เกาหลีเหนือ และปากีสถาน) นั้น มันมีความนัยน่าคิด และน่าเป็นห่วง
(สำหรับท่านผู้อ่านที่ต่อไม่ติด ช่วยย้อนไปอ่านนิทานเรื่อง ฤทธ์ิดาว หรือ สันดาน ตอน 1 ถึง 4 นะครับ)
ผมประมวลผลความนัย ของคุณโจเหี่ยวยังไม่เสร็จดี สำนักข่าว RT ก็ออกข่าวเมื่อวันที่ 30 กันยาน ค.ศ.2016 ว่า รมว.กลาโหม ของอเมริกา คุณหน้าเต้าหู้ Ash Carter ก็ให้สัมภาษณ์สำทับบนเรือ USS Carl Vinson ที่ San Diego เมื่อปลายเดือนกันยายน ที่ผ่านมา เหมือนกับกลัวว่าชาวบ้านเขาจะไม่เชื่อ ว่าอเมริกากำลังจะเบ่งกล้ามจริง
” … The United States will continue to sharpen our military edge so we remain the most powerful military in Asia Pacific and the security partner of choice… ” แปลเป็นภาษาไทยแบบลุงนิทาน คงจะใกล้เคียงว่า …..กูกำลังลับเขี้ยว ให้คมกริบ สำหรับการล่าในแปซิฟิกนะ จะได้ไม่ลืมกันว่า กูยังเป็นลูกพี่ใหญ่อยู่ในถิ่นนี้ ….ใครสนใจ จะมาเข้าคอกก็รีบมา
ข่าวบอกว่า อเมริกาเตรียมยกเครื่องปรับปรุงบรรดาครื่องบินประจัญบาน เครื่องบินทิ้งระเบิดของกองทัพอากาศ และเตรียมสร้างโดรนแบบแล่นใต้น้ำ รวมทั้งตอร์ปิโดรุ่นใหม่ (อาจจะยกเครื่องเสร็จหมดแล้วก็ได้ ถึงออกข่าว ตามสันดานชอบลวง)
คุณเต้าหู้ ยังแถมท้ายให้… เรายังมีของเล่นให้แปลกใจอีกนะ แต่เรายังไม่บอกหรอก ว่ามันคืออะไร แต่พวกลูกหาบ หรือพวกที่ไม่ยอมมาเป็นลูกหาบให้เรา คงเข้าใจนะ ไอ้ของเล่นใหม่ๆ ของเราแบบนี้แหละ ที่มันทำให้เราเเป็นลูกพี่ใหญ่คุมแถวนี้มาได้ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา …
คุณเต้าหู้ ยังแถมอีกดอก … เราต้องลับเขี้ยวเรา เพื่อไม่ให้มีการเข้าใจผิดว่า เด็กซ่าทรงผมสะท้านใจ จะเที่ยวไปขู่ใครก็ได้ (เห็นหัวกูมั่งซิโว้ย) หรือลูกพี่ที่เพิ่งใหญ่ขึ้นมา จะไปขยายเกาะตรงไหนตามใจตัวน่ะ อย่าลืมนะว่า ใครกันแน่ที่เป็นพี่เบิ้มตัวจริง… นี่ใหญ่มั้ย
ข่าวเกี่ยวกับคุณเต้าหู้ยืนขู่ แบบขนหลังตั้งชัน บนเรือ Carl Vinson ยังมีเพิ่มเติม
Military Times บอกว่า คุณหน้าเต้าหู้ยังขยายความให้มีคนอิจฉา “… เรากำลังสร้างเครือข่ายระหว่างพันธมิตรของเรา ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านไซเบอร์ ซึ่งรวมถึง ญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์ และอินเดีย (อีนี่งูแพ้จริงๆ) เพื่อสร้างระบบใหม่ๆ ….เรากำลังแลกเปลี่ยนความรู้กัน ในเรื่องที่มีความสำคัญมาก …” (แล้วเอ็งมาปูดทำไม กลัวพวกที่อยู่แถวทุ่งหญ้าเขาจะไม่ได้ยินหรือไง เอะ หรือแบบนี้มันประเภทขู่ไปถอยไปนะ) “…หัวใจของแผนเราในภูมิภาคนี้ คือ เครือข่ายของพันธมิตร ที่สามารถทำงานร่วมกัน ทั้งทางด้านเทคโนโลยี และมีหลักการ(ปกครอง) เดียวกัน …”
แบบนี้สมันน้อยก็อย่าไปเข้าก๊วนกับเขาเลยนะ เรามันถนัดแต่ยิงบ้องไฟงานวัด ให้พวกแสนรู้เขาเกาะกลุ่ม .. ไปทั้งหมู่พร้อมกันเลยดีกว่า
ตอน 6
คุณหน้าเต้าหู้นี่ แกน่าจะถูกเจาะจงเลือกให้มาปฏิบัติภารกิจ ปักหมุดเอเซียจริงๆ แปลว่าฝีมือปักหมุดของคุณเต้าหู้นี่ต้องแม่นยำมาก นับว่าท่านใบตองแห้ง (หรือคนสั่ง ท่านใบตองแห้ง) นี่ตาแหลมคมนัก เล่นเอาผมต้องหาแว่นใหม่มาใส่มองคุณหน้าเต้าหู้
ย้อนไปเมื่อวันที่ 9 เมษายน ค.ศ.2016 คุณเต้าหู้ Ash Carter รมต.กลาโหมแห่งแดนใบตองแห้ง ไปปรากฏตัวเป็นแขกพิเศษ ที่สถาบัน Council on Foreign Relations หรือ CFR ถังขยะความคิด ที่น่าจะมีอิทธิพลเหนือรัฐบาลอเมริกัน
ในวันนั้น นายดิ๊ก หรือ Richard Haass ผุ้อำนวยการใหญ่ของสถาบันทรงอิทธิพล กล่าวต้อนรับคุณหน้าเต้าหู้ สรุปความ ได้ว่า… ” วันนี้เราโชดดีนักหนา และเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่รัฐมนตรีกลาโหมของอเมริกา คนที่ 25 ให้เกียรติมาพูดคุยกับเราที่นี่….. เราเป็นประเทศใหญ่นะครับ มีประชากร ตั้ง 320 ล้านคน แต่ถ้าจะมีใครสักคน ที่เหมาะจะเป็นรัฐมนตรีกลาโหมของอเมริกาในช่วงเวลานี้ คนนั้นก็ควรจะเป็น Ash…”
“…Ash…ผ่านงานมาหลายตำแหน่งที่มีความสำคัญยิ่ง ในตึกห้าเหลี่ยม(เพนตากอน) เขาเป็นทั้งนักทฤษฏี และนักปฏิบัติ เขามีปริญญา ทั้งทางด้านประวัติศาสตร์ และด้านฟิซิกส์ มันทำให้ผมแทบไม่รู้จะแนะนำเขาให้เหมาะสม อย่างไร … Ash กับผม ….เราเป็นเพื่อนกันมา 30 กว่าปีแล้ว ตั้งแต่สมัยเราเรียนมหาวิทยาลัยมาด้วยกัน เราเรียนที่ฮาร์วาด คณะเดียวกัน … และเรามีความเห็นเหมือนกันว่า …แม้ตอนนี้ข่าวพาดหัวจะมีแต่เรื่องตะวันออกกลางกลบข่าวอื่นไปหมด ….แต่ เอเซียแปซิฟิก ต่างหาก จะเป็นบริเวณที่ประวัติศาสตร์โลกในศตวรรษนี้ จะต้องจารึกไว้…”
อื้อหือ คุณดิ๊กผู้ยิ่งใหญ่ยกก้นคุณเต้าหูสูงขนาดนี้เลยนะ คุณเต้าหู้คงไม่ธรรมดา จริงๆแหละ
และถ้อยคำของคุณดิ๊ก เกี่ยวกับเอเซียแปซิฟิก คงทำให้หลายคนต้องคิดหนัก
คุณเต้าหู้ก้นลอยตอบรับ ” … ผมยินดีอย่างยิ่งที่ได้มาคุยที่สถาบันในวันนี้ ได้อยู่ท่ามกลางบรรดาเพื่อนเก่า ผมดูรายชื่อผู้ที่มาเข้าร่วมสนทนาแล้ว เหมือนรายการชุมนุมสังสรรเพื่อนนักเรียนเก่า home coming เลยนะ …”
ผมขออนุญาตพัก ไปสูดอากาศบริสุทธิ์สักนิดนะครับ ก่อนจะเหียนตาย
คุณเต้าหู้บอกว่า ผมเห็นด้วยกับคุณดิ๊กอย่างยิ่ง …Asia Pacific is the single most consequential region of the world for America’s future… เอเซียแปซิฟิก คือ บริเวณเดียวในโลก ที่มีผลกระทบมากที่สุด ต่ออนาคตของอเมริกา
จริงๆ ผมอยากจะจบบทความตรงนี้ แล้วไปเข้านอน และพยายามนอนหลับให้สนิท แต่ข้อความที่ท่านรัฐมนตรีกลาโหมของอเมริกาผู้ยิ่งใหญ่ พูดแบบนี้ ใน ค.ศ.นี้ ในสถาบันผู้กำกับอนาคตของอเมริกาอย่างนี้ …ก็คงทำให้ผมหลับสนิทยาก
ท่านรัฐมนตรีกลาโหม ยังบรรยายอีกว่า งบประมาณกลาโหม ในปี ค.ศ.2017 นี้ มีการขอเพิ่มขึ้นอีกมากมาย โดยเฉพาะเพื่อเอาไปใช้ในการเพิ่มสมรรถนะของกองทัพของอเมริกาทุกด้าน โดยเฉพาะกองทัพเรือ ที่จะมีบทบาทอย่างมาก ในการยับยั้ง… ไม่ให้การยับยั้งล้มเหลว ไม่สามารถแม้แต่จะเอาชนะกองทัพเรือเอาฝ่ายตรงข้ามได้ (หมายถึงใครนะ ….)
… ที่สำคัญที่สุดคือ การสร้างกองกำลังด้านระบบไซเบอร์ เพื่อพัฒนาเครื่องสกัดทางอีเลคโทรนิค electronic jammers และเตรียมการสำหรับการต่อสู้ในระดับอวกาศ และเรายังมีเครื่องจู่โจมให้ตื่นเต้นอีกด้วย ที่เราจะยังไม่เปิดเผยตอนนี้
….และเราขอบอกว่า อินเดีย….เป็นหนึ่งในพันธมิตร ที่มีความหมายกับเรามากในศตวรรษ ที่ 21 นี้….
ผมได้ยินเสียงเหมือนใครมืออ่อน ทำถาดหล่น …. โถ อุตส่าห์ทำทุกอย่างเพื่อจะไปแบกถาดให้เขา…. ดันเห็นอาบังดีกว่าหลานยากูซ่า … ไม่ใครก็ใคร กำลังตั้งหม้อต้มกันอย่างน่าอร่อย..
ตอน 7
ผมทนสงสัยกับการยกก้นกันขนาดนี้ไม่ไหว เลยไปค้นหาข้อมูลคุณเต้าหู้เพิ่ม จำได้ว่าเคยค้นมาแล้ว แต่ทำไมตอนนั้นไม่เจอก็ไม่รู้ ….
คุณเต้าหู้ของผม หรือ ชื่อเต็มว่า พณ.ท่าน Ashton Baldwin Carter ท่านเป็นสมาชิก CFR ครับ
มันทำให้ผมเข้าใจอะไรขึ้นมาอีกแยะ ข้อมูลสำคัญอย่างนี้ รอดตาคนแก่ไปได้ไงเนี่ยะ ตอนคุณเต้าหู้ได้รับการแต่งตั้ง สวมชฏาก่อนออกฉากรำเฉิบ ผมก็ว่าดูแล้วนะ
ท่านรัฐมนตรีกลาโหม คุณหน้าเต้าหู้ คงกำลังรับภาระกิจสำคัญจริงๆ
ถัดจากไปเน้นเรื่อง ความสำคัญของเอเซียแปซิฟิก ที่สถาบัน CFR ในเมษายน พอเดือนมิถุนายน คุณเต้าหู้ก็ไปร่วมงานสัมนา Shangri-La Dialogue ที่สิงคโปร์ ซึ่งเป็นการสัมมนาระดับโลกเกี่ยวกับความมั่นคงในภูมิภาคเอเซีย ที่จัดติดต่อกันมาทุกปีที่สิงคโปร์ ฝ่ายความมั่นคงของทุกประเทศ ส่วนใหญ่ก็จะต้องไปเข้าร่วม งวดนี้คุณเต้าหู้ก็ไปบรรยายด้วย เกี่ยวกับเครือข่ายของอเมริกาด้านความมั่นคงในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิก ที่อ้างว่ามีเพิ่มขึ้นมาก อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ
หลังจากบรรยายเสร็จ ก็ให้สื่อสัมภาษณ์
สื่อถามว่า แล้วความร่วมมือเกี่ยวกับจีนละคร้าบ….เป็นอย่างไรบ้าง ไม่เห็นท่านพูดถึงเท่าไหร่เลย ….คุณเต้าหู้ และบรรดานายพลที่ล้อมรอบตอบเสียยืดยาว… แต่สื่อสรุปจากที่คุณเต้าหู้และคณะตอบเกี่ยวกับจีนสั้นๆชัดเจนดี ว่า… อเมริกาใช้วิธี co operate where we can; confront where we must…
แปลแบบภาษาลุงนิทาน …ร่วมมือเมื่อเราคิดทำ และ เผชิญหน้าเมื่อเราคิดทำ …จบข่าว
เหมือนจิ๊กโก๋ เดินซ่าเข้าไปแถวบ้านเขา แล้วบอกเจ้าถิ่นว่า เฮ้ย..เฮีย กูจะมาคุมซอยมึง แล้วนะ มึงโอเค ก็โอเค มึงไม่โอเค ก็ ลุยกัน … กร่างฉิบหายเลยมึง
พอถึงต้นกรกฏาคม ค.ศ.2016 สื่อก็พากันลงข่าวว่า เกาหลีใต้กับอเมริกา ที่มีการหารือกันมานาน บัดนี้เกาหลีใต้พร้อมแล้ว ที่จะติดตั้งระบบสกัดจรวดระยะสูงระดับชั้นอวกาศ หรือระบบ THAAD (Terminal High Altitude Area Defense) เพราะเกาหลีใต้ ทนไม่ไหวกับการทดลองยิงบ้องไฟของน้องคิมของผม
รัสเซียกับจีน ประสานเสียงประท้วง …เฮ้ยอะไรกันวะ ไอ้ระบบ แทดแถ THAAD นี่มันมีเรดาร์ตรวจได้ระยะไกลถึง 3,000 ไมล์เชียวนะ เกาหลีเหนือน่ะ มันห่างจากบ้านมึงเท่าไหร่กัน นี่ยังกับเล็งมาบ้านกูเลยนะ ตกลงมึงจะเอาไอ้แทดแถ มาทำอะไรกันแน่
เกาหลีใต้อ้อมแอ้มว่า ก็เอามาป้องกันตัวจากบ้องไฟของเกาหลีเหนือไง
คุณอาเบะ รีบตะโกนข้ามทะเลมาสนับสนุนเกาหลีใต้ (ตามบท) เกาหลีใต้ต้องมี เกาหลีใต้ต้องมี และญี่ปุ่นก็ตั้งใจจะมี และกำลังเตรียมการจะติดตั้งด้วย ..กลัวตกอันดับหรือไงครับหลานยากูซ่า ….เต้าหู้เจ้านี้ขายเก่งจัง
ข่าวเรื่องอเมริกาจะมาติดตั้งระบบแทดแถ THAAD ให้เกาหลีใต้ ออกมาไม่ทันไร ปลายเดือนกรกฏาคม ชาวเกาหลีใต้ก็ออกมาชุมนุมประท้วงรัฐบาลของตัวเอง …
….นี่มันเป็นการออกบัตรเชิญให้จีนมาถล่มเรานะ…..เราอยู่ใกล้กับเขาขนาดไหน ตอนนี้จีนกับเราเป็นคู่ค้ากันมากกว่าอเมริกากับเราเสียอีก แล้วเขาว่า ไอ้เครื่องบ้านี่ เรดาร์มันแรง มันทำให้ขนหัวเราตั้งหมด หรือร่วงหมดก็ไม่รู้ .. มันไม่ได้มาป้องกันเรานะ ….มันเอาไว้ป้องกันทหารของมัน ที่มาอยู่ในฐานทัพของมัน ที่มาตั้งอยู่ในบ้านเราต่างหาก… ฮู้ย ไม่ได้เก่งแค่เสริมดั้ง เสริมอึ้มนะ ปากไม่เบาเหมือนกันนะพวกคุณกิมจิ
โดยเฉพาะชาวบ้านเกาหลีใต้ ที่อาศัยอยู่แถวบริเวณ Seongju ที่อยู่ห่างจากกรุงโซลลงไปทางใต้แค่ 180 ไมล์ และมีข่าวว่า จะเป็นที่ติดตั้งระบบแทดแถ THAAD ระบบนี้สามารถตรวจ และสกัดเป้าหมายได้ถึงระยะ 1 พัน ถึง 5 พัน ไมล์
แล้วแต่จะเอาขนาดไหนมา ….แล้วอเมริกาจะเอาขนาดไหนมาล่ะ
ชาวบ้านเกาหลีใต้ไม่ประสาทคิดไปเอง คุณเต้าหู้พูดเองในวันสัมมนาที่นิวยอร์คเมื่อเดือนเมษายน ค.ศ.2016 เสียงดังฟังชัด เมื่อมีผู้ถามว่า ตกลงเรื่องติดตั้งระบบ THAAD ที่เกาหลีใต้ ยังเดินหน้าหรือเปล่าคร้าบ เพราะจีนไม่ขัดข้องกับการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือแล้วนี่นะ จีนอาจจะคุยกับเกาหลีเหนือให้รู้เรื่องกันก็ได้ (เมื่อเกาหลีเหนือทดลองยิงบ้องไฟตอนต้นปี)
คุณเต้าหู้ตอบว่า … โฮ้ย …แถดแถ ในเกาหลีใต้มีแน่ …it’s going to happen มันเป็นเรื่องจำเป็น มันเป็นเรื่องระหว่างเรากับเกาหลีใต้ ….มันเป็นการปกป้องกองกำลังของเราที่อยู่ที่คาบสมุทรเกาหลี และก็ดูแลเกาหลีใต้ด้วย … มันไม่เกี่ยวอะไรกับจีนเลยนี่….
ตามยุทธศาตร์ปักหมุดเอเซียของ THAAD เป็นส่วนหนึ่งที่จะต้องติดตั้งไว้ที่ ญี่ปุ่นและที่เกาหลีใต้ เพื่อป้องกันฐานทัพของอเมริกาใน 2 ประเทศ
นโยบาย 2 หน้าตามเคย
และในที่สุด กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ ก็ประกาศเมื่อวันที่ 30 กันยายน ค.ศ.2016 ว่าได้เลือกสถานที่ติดตั้งระบบ THAAD แล้ว คือที่ Lotte Skyhill Country Club ซึ่งอยู่ที่เมือง Seongju ทางใต้ของประเทศ
ดูแผนที่แล้วก็น่าคิดว่า สถานที่ตั้งมันครอบคลุมได้ทั้ง เกาหลีเหนือ และนครปักกิ่งของจีน ในรัศมีใกล้เคียงกัน ต่างองศากันเท่านั้นเอง
มิน่า…. ไม่ใช่แค่น้องคิมของผมจะคึกคัก แต่มังกรใหญ่ ก็เตรียมพร้อมที่จะพ่นไฟด้วย
ชาวกิมจิไม่ยอมเป็นเหยื่อง่ายๆ พวกเขาออกมาประท้วงหลายรอบ แต่การประท้วงดูเหมือนจะไร้ผล ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 เดือนตุลาคม ค.ศ.2016 นี้ มีข่าวว่า อเมริกาได้ปฏิเสธหนังสือของ กลุ่มactivist กิมจิรวมทั้ง อดีตหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านของเกาหลีใต้ ที่ขอให้ยกเลิกแผนติดตั้งนี้ เพราะเห็นว่าการติดตั้งระบบ THAAD นี่ มันจะเป็นการเพิ่มอุณหภูมิให้แก่บริเวณทะเลจีนโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะกับเกาหลีเหนือ … เราเกาหลีด้วยกัน กำลังพยายามใช้วิธีการเจรจาสมานแผลกันเอง …. อย่าเพิ่งทำให้เรื่องยุ่งไปกว่าเดิมได้ไหม
อเมริกา ตอบว่า ไม่สามารถทำตามคำขอของชาวกิมจิได้ เพราะเป้าหมายของอเมริกาคือ พุ่งไปที่เกาหลีเหนือ ที่อเมริกาเห็นว่ากำลังคุกคามความมั่นคงของเกาหลีใต้เอง …เสือกดีจังมึง …ตอบอย่างนี้ กิมจิก็คงจืด.. บ้านเรา แต่เขาตัดสินใจ….
แล้วเกาหลีใต้ ก็ถูกข่มขืนให้ติดตั้งระบบ THAAD ไปเรียบร้อยสมใจอเมริกา
แต่จริงๆ สาเหตุที่อเมริกาเอาระบบ THAAD มากดดันให้ชาวกิมจิใช้ มันมาจากระบบ A2/AD anti access area deny ของจีน ที่จีนติดไว้เกือบทั่วบริเวนบ้านจีน
ระบบนี้ทำหน้าที่เหมือนฝาชีคลุมจีนเอาไว้ ทำให้ใครทะลุฝ่าฝาชีเข้าไปเจาะไข่จีนยาก มันเป็นระบบชนิด “ป้องกัน” ไม่มีผลในทางรุกราน แต่อเมริกา ซึ่งเคยตัวกับการข่มหมูมาตลอด 70 ปี เจอระบบที่(ยัง)ข่มไม่ลง ก็หงุดหงิดใจ ต้องหาอะไรมาบี้แก้กลุ้มตามสันดาน
(ระบบA2/AD เป็นอย่างไร ผมเขียนเล่าไว้แล้ว อยู่ในนิทานเรื่อง สอยมังกร ครับ และจะให้ดี ผมอยากให้ท่านผู้อ่าน กลับไปอ่านนิทานเรื่องนี้อีกครั้ง จะได้พิจารณาว่า สงคราม นั้นมันใกล้จะเกิด และใกล้เราหรือไม่)
ตอน 8
ไม่ใช่แต่ชาวกิมจิ ที่รู้สึกเหมือนถูกข่มหมู (แต่ผมว่า รายการกิมจิคล้ายกับข่มขืนมากกว่า) แดนจิ้งโจ้พวกแองโกลแซกซั่น ด้วยกันก็ดูเหมือนจะมีปัญหา เรื่องอเมริกา จีน
เมื่อต้นเดือนตุลาคมนี้ สื่อจิ้งโจ้ Four Corners รายงานว่า นาย Peter Greste นักจัดรายการโทรทัศน์ บอกว่า ออสเตรเลียเหมือนอยู่กลางระหว่างกล้ามใหญ่ของมหาอำนาจโลก 2 ข้าง คือ จีน กับอเมริกา ซึ่งการขับเคี้ยว หรือการลับเขี้ยว ระหว่างทั้ง 2 ผู้ยิ่งใหญ่ กำลังแรงขึ้นทุกที ชนิดที่ มันเกินกว่าออสเตรเลีย จะทำอะไรได้ …ออสเตรเลียจึงจำเป็นจะต้องเฝ้าดูอย่างระมัดระวัง ว่าการลับเขี้ยวนี้ จะมีผลกระทบกับตัวเองอย่างไร…
อเมริกา ต้องการให้กองทัพของออสเตรเลียเข้ามาทำการฝึกร่วมกับอเมริกาในทะเลจีนใต้ เพื่อให้จีนเห็นว่า เมื่อเวลาจำเป็น ออสเตรเลียจะยืนอยู่กับอเมริกา ส่งกองกำลังทั้งทางเรือทางอากาศมาร่วมกับอเมริกา โชว์มัน(จีน) ให้เห็นชัดๆ ว่าออสเตรเลียยืนอยู่ข้างไหน
ซึ่งท่าน รมว.ต่างประเทศ Julie Bishop ของแดนจิ้งโจ้ รีบจีบปากบอกว่า อเมริกาไม่เคยบอกว่าเราต้องไปร่วมฝึกกับเขา ในบริเวณที่มีข้อพิพาทกันนะ และเราก็จะทำอะไรตามแบบที่เราเคยทำ…. เราเคยทำการฝึกร่วมในทะเลจีนมาหลายปีแล้ว และเราก็จะทำต่อไป …แปลว่าจะไปละ
แต่ไม่ใช่ทุกเสียงในออสเตรเลีย จะเห็นด้วยกับคุณนายจูลี่
ท่าน ศจ. Hugh White ผู้เชี่ยวชาญทางด้านยุทธศาสตร์และความมั่นคงของแดนจิ้งโจ้บอกว่า นี่เป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ออสเตรเลีย ที่คู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของเรา ดันเป็นคู่แข่ง กับพันธมิตรใหญ่ของเรา…. มันเลยทำให้สถานะของเราสับสน และไม่ง่ายในการสร้างยุทธศาสตร์ของประเทศ… อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเลย
ท่าน ศจ. บอกอีกว่า ตอนนี้เรามีพวกนาวิกอเมริกัน ฝึกอยู่ในออสเตรเลีย และการที่อเมริกาจะยกกำลังไปฝึกในทะเลจีนใต้ (ที่มีเราไปด้วย) เหมือนจะบอกกับเรา และทุกรายที่อยู่ในแถบนี้รวมทั้งจีน ว่า เราอยู่ฝ่ายอเมริกา และออสเตรเลียก็จะไปอยู่ในทะเลจีนใต้ในฐานะพันธมิตรของอเมริกานะ เป็นการเสริมบารมีอเมริกาให้จีนเห็น …อเมริกาต้องการให้เราเลือก ให้เราแสดงตัวชัดๆ ว่าเราเป็นพวก (ลูกหาบ) ของเขา…
ปลายปีที่แล้ว รัฐบาลออสเตรเลีย ที่ดูแล Northern Territory ได้ตัดสินใจปรับปรุงท่าเรือที่ Darwin ด้วยเงินกู้จากจีน และให้บริษัทจีนเช่าแลนด์บริดจ์ในบริเวณนั้นด้วย รัฐบาลจิ้งโจ้ถูกด่า (เพราะถูกอเมริกาด่ามาอีกต่อ) ว่า นี่เป็นการเอาเรื่องความมั่นคง กับเศรษฐกิจของประเทศมาปนกันนะ
อเมริกาเต้นสิ เพราะมันแสดงให้เห็นว่า นับวันเศรษฐกิจของจิ้งโจ้ ดูจะพึ่งอยู่กับมังกร ไม่ใช่อินทรี อย่างนี้อินทรีก็ย่อมขัดใจ ….โอ้ย มันยุ่งอย่างนี้แหละ ท่านศจ. สรุป
แต่คุณนายจูลี่ ก็ดูเหมือนไม่สนใจกับคำเตือนของท่าน ศจ …
เมื่อพวกโต๊ะหมู่แถวกรุงเฮก ตัดสินเมื่อเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา คว่ำหน้าจีนเสียแหกเรื่องทะเลจีนใต้ …คุณนายจูลี่ ไม่รอช้า รีบออกมาส่งเสียงทันที ว่าเราเคารพการตัดสินของโต๊ะหมู่…. เรื่องนี้ทำให้อาเฮียฉุนฟืด บอกว่า ออสเตรเลียแสดงท่าทีอย่างนี้ ตั้งใจจะให้เราเสทือนใจหรือไง ระวังมันจะเสทือนสัมพันธ์ด้านการค้าระหว่างเรานะ
แต่คุณนายจูลี่ ก็ไม่สนใจอีก บอกว่าออสเตรเลียเปิดกว้าง เราคงจัดการกับเศรษฐกิจของเราได้ และก็เป็นพันธมิตรกับอเมริกาได้ต่อไป (คิดไม่ต่างกับคุณนายปาร์ก นายกของเกาหลีใต้ คุณป้าเข็มขัดเหล็กของเยอรมัน และคุณนายซูเมียฝรั่งของพม่า เลยนะ เหมือนพวกคุณนายคุณป้านี่จะติดกลิ่นอินทรี… เคราะห์ดีคุณนายเอ๋อของเราไปแล้ว ไม่งั้นคงไม่รอด..)
เมื่อถูกถามว่า แล้วต่อไปถ้าจีนสร้างกองทัพขึ้นมาเป็นคู่แข่งของอเมริกา แข็งกว่าอเมริกาในภูมิภาคนี้ล่ะ ออสเตรเลียจะเหลืออะไรบ้าง…. คุณนายจูลี่ตอบห้วนๆ แต่ชัดเจนว่า …..เราไม่คิดว่าจีนจะมีวันนั้น … ตอบแบบนี้คงสนุกกันแน่
ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงอีกคนของจิ้งโจ้ ดร. Adams Lockyer บอกว่าออสเตรเลียควรมีจุดยืน ที่จะไม่เลือกข้าง เมื่อไหร่ที่เราถูกให้เลือกข้าง แปลว่าเราจบแน่… นโยบายต่างประเทศของออสเตรเลีย คือ…. อย่าเลือกข้างระหว่างอเมริกากับจีน… ถ้าทำอย่างนั้น มันจะกระทบความมั่นคง หรือเศรษฐกิจของประเทศ หรือทั้ง 2 อย่างเลย… ถ้ากองทัพเราต้องไปฝึกร่วมกับอเมริกา ในทะเลจีนใต้ ก็ไปมันแบบเป็นสัญญลักษณ์ก็พอ… อย่าให้มันเอิกเริก ….. จิ้งโจ้ นี่สมกับเป็นลูกกระเป๋งของชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ ที่เพิ่งแตก เพราะคะแนนต่างกัน 3 จุดจริงๆ ……ตอแหลจนเกาะแทบจะไม่เหลือแล้ว
ตอน 9 (ตอนสุดท้าย)
ปัญหาว่าใครจะยืนอยู่ตรงไหน อยู่ข้างใคร ในสถานการณ์โลกปัจจุบัน กลายเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง
ก่อนหน้านี้ ไม่กี่ปี โลกเรามีขั้วอำนาจเดียว ที่มีอเมริกา เป็นหมายเลขหนึ่งของขั้วอำนาจเดียวนั้น อเมริกาใหญ่เหลือเกิน และแสดงความใหญ่ ความกร่างอย่างชัดเจน สม่ำเสมอ ทุกที่ และทุกที …. มาถึงวันนี้ ขั้วอำนาจโลกเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนแล้ว อเมริกาไม่ได้เป็น มหาอำนาจหนึ่งเดียวอีกต่อไปอีกแล้ว…. โลกมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร…. อเมริกา น่าจะรู้ดีอยู่แก่ใจ …. การไล่บีบ ไล่บี้ จนส่วนใหญ่เลือกที่ยืน หรือดำเนินนโยบายของประเทศตัวเอง อย่างที่ตัวเองต้องการไม่ได้ หรือถ้าจะขืนทำให้ได้ ก็ต้องรับชะตากรรม… ตามที่อเมริกา เป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจเท่านั้น
ไม่ว่าจะโต๊ะหมู่ชุดไหน เอาออกมาตั้งให้ดูน่าเชื่อถือ ที่แท้มันเป็นเพียงแค่เครื่องประกอบฉาก ในละครลวงโลกทั้งสิ้น ตั้งไว้ให้ดูขลัง แต่จริงๆ มันเป็นหุ่นเชิดทั้งนั้น
แรงบีบ แรงบี้ แบบนี้ มีมากๆเข้า การแหวกวงล้อม การปักหลักแข่งขืน จนในที่สุดกลายเป็นการเผชิญหน้า จึงไม่น่าแปลกใจ ถ้าจะมันจะเกิดขึ้น
อเมริกาใช้นโยบายบี้ผู้อื่นมาตลอด เปรียบเหมือนคนที่มีนิสัย หรือสันดานต้องข่มหมูเขาตลอด ก็สันดานจิ๊กโก๊กร่างกวนตีนนะครับ ….กูทำได้ กูไม่ผิด… มึงทำไม่ได้ เพราะมึงไม่ใช่กู ….แบบนี้ก็คุยกันยาก
โลกกำลังมาถึงตรงนี้…. ตรงที่คุยกันยากขึ้นทุกที
แทบจะไม่มีการยอมกันอีกแล้ว ก็ถูกบีบ ถูกบี้มานาน (เกิน)ไปแล้ว
ขนาดฟิลิปปินส์ ที่ดูเหมือนจะแสดงตัวว่า เป็นลูกหาบประเภทไม่มีวันหมดอายุของอเมริกา มาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่รับใช้อเมริกามาตลอด ไม่เคย (กล้า) เลือกที่ยืนในบ้านของตัวเองเลย จะยืนจะนั่งในบ้านตัว ต้องถามลูกพี่ก่อน… นั่งได้หรือยังคร้าบ … ยืนต่อหรือคร้าบ…. ก็ยังทำท่าเบื่อที่จะเป็นพรมเช็ดเท้าของอเมริกาแล้ว
ประธานาธิบดีเดอร์ตูเต ที่ทำท่าเหมือนคนที่ไม่มีอะไรจะต้องเสียอีกแล้ว เล่นหมดหน้าตัก มีหมายกำหนดการจะไปเยี่ยมอาเฮียถึงบ้าน ในเดือนตุลา วันที่ 20 กว่าๆ นี้แหละ แถมเปรยว่าเสร็จจากเยี่ยมอาเฮีย ก็จะไปเยี่ยมคุณพี่ปูตินเหมือนกัน
อเมริกาทำตัวแบบนี้ จนเคยตัว ถึงจะมีดาวดีๆโคจรมาช่วย ผมว่าก็คงช่วยอะไรยาก แต่ถ้าดาวร้ายโคจรมาถึงล่ะสิ ขนมผสมน้ำยา…ยังไม่รู้จะออกมาหน้าตาเป็นอย่างไร ….
หมายเหตุ : โพสต์ลงเพจนิทานเรื่องจริงฯ เมื่อวันที่ 17 เดือนตุลาคม พ.ศ. 2559