เล่ม 8 ‘สู้ ’
ลองเชิง
ตอน 6
เขาว่ากันว่า สิ่งที่อเมริกาสนใจ และใส่ใจที่สุดในตะวันออกกลางคือ น้ำมัน กับอิสราเอลเท่านั้น… ที่เถียงกันคือ ใน 2 สิ่ง อเมริกาห่วงสิ่งไหนมากกว่ากัน
ที่เขาว่ากันแบบนั้น ก็คงไม่ผิดในเชิงการเมือง แต่ ในเชิงยุทธศาสตร์ ผมว่าอเมริกาคงสนใจแค่ 1 สิ่ง ในตะวันออกกลาง คือ อเมริกา “จะต้องได้” ตะวันออกกลางทั้งหมดต่างหาก อย่างที่ผมเกริ่นมาในตอนก่อนๆ แต่อเมริกาจะกินตะวันออกกลางทั้งหมด อเมริกาก็ต้องวางแผนให้ดี เพราะห่วงว่าจะมีใครย้อนศร ส่งจรวดมาใส่ไข่แดงของอเมริกา ที่อยู่ในตะวันออกกลางคือ อิสราเอล จนเละทั้งใบ
ไม่ใช่อเมริการักอิสราเอลมากนักหรอก แต่ยิวที่ขี่คอรัฐบาลอเมริกานั่นสิ ที่อเมริกาต้องห่วง และยิวในอเมริกาก็มีมากเสียด้วย…เรียกดาราดังๆเชื้อสายยิวๆ มาเข้าฉากทั้งหมด… รัฐบาลอเมริกันอาจพังง่ายๆ ….ตั้งแต่ผู้อำนวยการสร้าง ผู้กำกับ ดาราตุ๊กตาทอง สื่อทุกรูปแบบ อยู่ในมือยิวเกือบทั้งนั้น อาวุธที่ทำให้อเมริกาเซได้ โดยไม่ต้องถล่มตลาดหุ้น หรือใช้จรวดยิง ก็คือ… ใช้ดารากับสื่อนี่แหละครับ… เอาหน้าเด่นๆ ผลัดกันมาออกรายการ ตีข่าวเข้าไปทุกวัน คนบ้าดารา เคลิ้มตาม เดี๋ยวก็ได้มีการลาออก หรือเปลี่ยนนโยบายกันให้เห็น
แต่ไม่ได้หมายความว่า อเมริกาจะไม่มีวันทิ้งยิว …
อัสซาด คนพ่อ ฮาเฟซ อัลซาด (Hafez Assad) นั้น เป็นนักยุทธศาสตร์ตัวยง เหลี่ยมลึก มองไกล เขาดูแล้วว่า อิสราเอลเป็นจุดสำคัญที่สุดของตะวันออกกลาง ผมจึงชื่นชมอังกฤษ ไอ้ชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยของเท้าซ้ายนักว่า มันสุดยอด(ชั่ว)จริงๆ ที่เอายิวไปอยู่ในตะวันออกกลางได้ และให้อยู่ในจุดนั้น
ลองกลับไปดูแผนที่นะครับ และนึกถึงข้อตกลงของอังกฤษกับผู้ชนะสงครามโลกครั้งที่ 1 ด้วยว่า สมัยนั้น เขาตกลงแบ่งสมบัติกันอย่างไร สรุปว่า ประเทศที่มีทางออกสู่เมดิเตอร์เรเนียนทั้งหมดคือ ตุรกี ซีเรีย เลบานอน และอิสราเอล ยาวมาจนถึงอียิปต์ ตกอยู่ในความดูแลของอังกฤษกับพวก เพื่ออังกฤษและพวกจะได้คุมทางออกไปทะเล จำไว้นะครับ เรื่องการคุมทางออกทะเล เป็นยุทธศาสตร์สำคัญอันหนึ่ง
แต่มาภายหลัง เมื่อตุรกี ซีเรีย เลบานอน ได้รับเอกราช สามารถปกครองบ้านเมืองตัวเองได้ โดยไม่ต้องฟังอังกฤษกับพวกแล้ว อเมริกาที่รับไม้ดูแลตะวันออกกลางต่อจากอังกฤษ จึงต้องทุ่มสร้างความมั่นคงให้กับอิสราเอล ไข่แดงของตัว และสร้างความมั่นคงให้อียิปต์ด้วยในช่วงแรก เพื่อเป็นกำแพงพิงหลังให้อิสราเอล ขณะเดียวกัน อเมริกาก็พยายามซื้อเลบานอนอยู่หลายรอบ สำเร็จบ้าง ไม่สำเร็จบ้าง
อัสซาดคนพ่อ เห็นอย่างนั้นก็รู้ว่า อิสราเอล แม้จะเป็นประเทศเล็ก แต่ถ้าอเมริกาเสริมเหล็กให้จนแข็งขนาดนั้น ต่อไปซีเรียจะเหนื่อย เขาจึงสนับสนุนให้มีการสร้างกลุ่มเฮสบอลเลาะห์ในเลบานอน ที่อยู่ติดหลังบ้านอิสราเอลขึ้นมา ไว้เป็นด่านกั้นให้ซีเรียชั้นหนึ่งก่อน ส่วนเลบานอนก็ไม่ปฏิเสธ เพราะตัวเองยิ่งแย่ใหญ่ หน้าเกือบจะชนก้นอิสราเอลอยู่แล้ว และนี่ ก็เป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้อิสราเอลเกลียดซีเรีย อย่างไม่มีวันเลิก
กลับมาที่แผนชั่วของอเมริกาในตะวันออกกลาง ตัวละครใหญ่สำคัญที่สุด 3 รายคือ อิหร่าน อิสราเอล และซาอุดิอาระเบียนั้น อเมริกาจับมาอยู่ในมือแล้วคือ 2 รายหลัง เหลือรายแรกคือ อิหร่าน ที่อเมริกาเพียรจับ แต่จับๆ หลุดๆ ตั้งแต่ช่วง ค.ศ.1950 กว่าๆ แต่ไม่เคยอยู่หมัดอยู่มือถาวร อเมริกาจึงต้องวาง แผนใหม่อยู่เรื่อย
จะครองโลก ไม่ใช่คิดวันนี้ ครองพรุ่งนี้ เขาวางแผนกันมาหลายสิบปี บางทีร้อยปี ก็มี จะต่อสู้ หรือต่อ ต้านก็เช่นเดียวกัน เขาก็ต้องวางแผนนาน สนามซีเรีย ช่วงนี้จะนั่งดูรายวัน ก็ควรทำความเข้าใจก่อนว่า ใครเล่นอะไร ที่ไหน เพราะอะไร ไม่อย่างนั้น ก็แค่รู้ แต่ไม่เข้าใจ
อเมริกาวางแผนที่จะกินอิหร่านหลาย รูปแบบ รูปแบบสุดท้าย คือ เรื่องนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นละครซื้อเวลา แผนจริงรุ่นแรก ที่อเมริกาเดินเพื่อกินอิหร่าน คือ แผนบุกอิรัก ของเหยี่ยวกระหายเลือด คาวบอยบุช กับดิ๊ก เชนีย์ เมื่อ ปี ค.ศ.2003 ซึ่งเป็นไปตามแผนการจัดระเบียบโลกใหม่ (New World Order) ที่บุชตัวพ่อ ประกาศ ในปี ค.ศ.1991 เมื่อคิดว่า สหภาพโซเวียตล่มสลายตายสนิท
แต่ภายหลัง ในช่วงประมาณปี ค.ศ.2000 ไอ้ที่คิดว่าตายสนิท ดันฟื้นเป็นรัสเซีย ที่ทำท่าจะเฟื่องต่อเสียด้วยซ้ำ และไอ้ที่คิดว่าดีแต่ค้าขายอย่างจีน ก็ทำท่าจะโตเร็วเกินไป แผนจัดการอิหร่าน เพื่อยึดตะวัน ออกกลาง และผ่ากลางรัสเซียกับจีน จึงต้องรีบดำเนินการ
แต่อยู่ดีๆ จะไปยึดอิหร่าน ที่ใหญ่เอาเรื่อง และก็ผูกสัมพันธ์กับรัสเซียมาตลอด คงไม่ใช่เป็นเรื่องที่จะเซ่อซ่าวิ่งลุยเข้าไปง่ายๆ อเมริกาจึงคิดทุบรอบนอกอิหร่านก่อน และยุทธศาสตร์ทุบรอบนอก หรือทุบข้างในให้น่วมก่อนกิน นี่ ดูเหมือนจะเป็นยุทธศาสตร์ยอดนิยมของค่ายตะวันตก
อิรักและซัดดัม จึงถูกเลือกเป็นทั้งเป้าหมายจริง และเป็นเป้าหมายหลอกในขณะเดียวกัน อเมริกาไม่เคยกินเด้งเดียว อเมริกาต้องการครอบครองอิรัก เพื่อเอาน้ำมัน และใช้เป็นสะพานเพื่อเข้าไปบุกซีเรียและอิหร่านอีกต่อหนึ่ง ขณะเดียวกัน ก็เป็นการตัดเส้นทางเลี้ยงกลุ่มเฮสบอลเลาะห์ ของเลบานอน ที่อยู่ติดกับประตูหลังบ้านของอิสราเอล ที่ทั้งอิหร่านและซีเรียส่งเสียเลี้ยงดู เพื่ออิสราเอลจะได้ปลอดภัย เห็นความแสบ ซับซ้อนของอเมริกาไหมครับ
แผนนี้ ถ้าสำเร็จ มันจะเป็นการทลายค่ายต่อต้านอเมริกาอย่างถาวร ได้ดูแลยิว และผ่ารัสเซียจากจีน เป็นการตัดตอน 2 ประเทศใหญ่ เตรียมก้าวไปครองโลก คิดแล้วน่าเคลิ้มใจ
อเมริกายังฝันเฟื่องต่อไปอีกว่า เมื่อยึดอิรักกำจัดซัดดัมแล้ว จะจัดให้อิรักมี การเลือกตั้งเป็นประชาธิป ไตย ซึ่งจะทำให้อิรัก เป็นมิตรที่ดีของอิสราเอล คอยช่วยเหลืออิสราเอล และช่วยด่าซีเรีย กับด่าอิหร่าน เป็นการปูพื้น เตรียมการให้อเมริกาบุก 2 ประเทศนั้นต่อ ระหว่างที่อ่านย่อหน้านี้ จะได้อารมณ์มาก ถ้านึกถึงหน้าคาวบอยบุช ไปด้วยนะครับ จะได้ซึ้งถึงฝันเฟื่องของคาวบอย ว่ามันเห่ยขนาดไหน
อเมริกา ไม่ได้เพียงประเมินตัวเองผิด… อเมริกายังประเมินคู่ต่อสู้ของตัวผิดอีกด้วย… การบุกอิรัก จึงกลายเป็นเรื่องหายนะของอเมริกา และเป็นหายนะของอิรักด้วย… เพราะตามสูตรของอเมริกา เมื่อครอบครองไม่ได้ ก็ทำลายเสีย แล้ว อิรักก็กลายเป็นรัฐล้มเหลว เช่นเดียวกับลิเบีย และอื่นๆ
สำหรับอเมริกา ในการจะบุกซีเรีย อเมริกาต้องใช้สูตรสำเร็จ เอาปูนป้ายหน้าอัสซาดก่อนว่า ไอ้หมอนี่เป็นผู้นำที่เลว เผด็จการ ขี้โกง ไร้มนุษยธรรมฯลฯ เหมือนอย่างที่ป้ายหน้า ซัดดัม กัดดาฟี ทำนองนั้น สูตรสำเร็จนี้ คนอ่านนิทานท่องได้ จำขึ้นใจกันแล้วทั้งนั้น
แต่สำหรับซีเรีย สูตรสำเร็จแค่นั้นคงไม่พอ เพราะซีเรียก็แหลมคม และมีเพื่อน
แล้วในปี ค.ศ.2005 จึงเกิดเรื่องการวางระเบิดคาร์บอม ใส่ขบวนรถของนายราฟิค ฮาริริ (Rafiq Hariri)อดีตนายกรัฐมนตรีเลบานอน ข่าวบอกว่าเป็นฝีมือของกลุ่มฮิสบอลเลาะห์กองกำลังติดอาวุธของเลบา นอน ที่อยู่คนละข้างกับกลุ่มของฮาริริ
บังเอิญ ฮาริริ ดันเป็นคนที่ (มีคนสั่งให้) ซาอุ (จ่าย) สนับสนุนให้เป็นใหญ่ในเลบานอน เอาไว้เป็นหนาม อยู่กลางกลุ่มพวกอิหร่านและซีเรียในเลบานอน เรื่องมันจึงไม่ใช่การวางระเบิดระดับธรรมดา สื่อฟอกย้อม ลงข่าวว่า ซีเรียต้องรับผิดชอบ เพราะตอนนั้นซีเรีย ดูแลด้านความมั่นคงให้แก่เลบานอน ตามสัญญา Taif Accord
แม้จะดมกลิ่นระเบิดไม่ได้จากมือไหน แต่คาร์บอม รายการนี้ ก็ค่อนข้างชัดว่า น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนป้ายสีให้ อัสซาด นอกจากนี้ หัวหน้าอาหรับสายสุหนี่ โดยเฉพาะสุหนี่ในเลบานอน ต่างออกมาประสานเสียงกันว่า ซีเรียต้องรับผิดชอบในการลอบฆ่านี้ ผลสุดท้าย กองทัพซีเรียก็ต้องถอนกำลังออก ไปจากเลบานอน และเลบานอนก็อยู่ในความดูแลของกลุ่มเฮสบอลเลาะห์ กับกองกำลังที่เรียกว่า “กองกำลังร่วม 14 มีนา” ที่ตั้งขึ้นทันทีที่ ฮาริริ ถูกฆ่าตาย และไม่ถูกกับกลุ่มฮิสบอลเลาะห์
เลบานอน ก็เริ่มมีความวุ่นวาย
หลังจากนั้น เสียงไม่เอาซีเรีย ไม่เอา อัสซาด ก็เริ่มระบาดดังขึ้นในเลบานอน สื่อในเลบานอน ตีข่าวด่าซีเรียทุกวัน กองกำลังร่วม 14 มีนา ก็แข็งกร้าวขึ้นทุกวัน และกระดาษสีเขียวตรานกอินทรี ปนกลิ่นแพะ ก็ปลิวว่อนในเลบานอน
นี่คือจุดเริ่มต้นของการรวมกำลังโค่นล้มรัฐบาลอัสสาด ที่มาจากสารพัดพันธุ์และสารพัดเป้าหมาย
มาถึงตอนนี้ เราคงเห็นแล้วว่า ตัวละครสำคัญในฉากซีเรีย คงไม่พ้นซาอุดิ อาระเบียเสี่ยปั๊มใหญ่ แบบนี้ที่เชียร์กันให้รัสเซียอุ้มสมซาอุ จะไหวละหรือ เอาละ คุณพี่ปูตินอาจจะทำ เพื่อผลประโยชน์ภายหน้า และสะใจบางคน แต่ผมว่าเขาคงไม่อุ้มกันตอนกำลังเล่นฉากซีเรียนี้หรอก
ทบทวนกันอีกที ตัวละครกลุ่มแรกในฉากซีเรียคือ พวกกลุ่มมุสลิมเคร่ง สารพัดพันธุ์ ที่อ้างว่ามีเป้าหมาย จะทำให้ตะวันออกกลางทั้งหมดเป็นรัฐอิสลาม เลยทนซีเรียที่ไม่เคร่งศาสนาไม่ได้ กลุ่มนี้เรียกกันว่า… กลุ่มกบฏซีเรีย ที่มาพวกเขาเป็นอย่างไรรู้กันแล้วนะครับ แต่ที่จะไป ยังไม่รู้… กำลังดูอยู่ว่า ค่ายรัสเซีย จีน อิหร่าน จะเล่นถึงไหน แค่ปัดกวาดกลุ่มนี้ออกจากซีเรีย หรือจะเล่นถึงเก็บเกลี้ยงเกลา
ตัวละครกลุ่มที่สองคือ กลุ่มไม่รัก หรือ …ศัตรูของซีเรียในตะวันออกกลาง ที่มีอยู่แยะ แต่ตัวเด็ดๆ ก็คือ ซาอุดิ อาระเบีย อิสราเอล ตุรกีและกาตาร์… นั่นแน่ ค่อยๆ โผล่มาเข้าฉาก เสี่ยสำอางซุ่มเงียบ
เสี่ยปั๊มใหญ่ซาอุ ไม่ชอบเล่นออกหน้า แต่ชอบดันอยู่ข้างหลัง จึงใช้เจ้าชายเจ้าของเข่าทรุดคอพับ บันดาร์ บิน สุลต่าน เป็นคนเดินเกมประสาน… เสี่ยปั๊มใหญ่บอกว่า เรารบอิหร่าน ซีเรีย อยู่รายเดียวนี่ คงเหนื่อย… ไปเอาตุรกี นกหลายหัวมาร่วมด้วยดีกว่า อย่างน้อยก็เป็นอิสลามด้วยกัน จะหวังพึ่งอิสราเอล ที่คุณพ่อเจ้าของโรงพิมพ์กระดาษสีเขียว ตรานกอินทรีส่งมา ก็เกรงว่าจะเชื่อใจ ได้แค่เสี้ยวเดียว
ตุรกีก็คงคิดว่า… เออ ดีเหมือนกัน… ถ้าอเมริกาสนับสนุนให้ช่วยกันเล่นซีเรีย อิหร่าน เอาให้ร่วง คู่แข่ง ที่จะขึ้นมาเป็นหัวหน้าใหญ่ในตะวันออกกลาง ก็จะน้อยลง ยิ่งเหลืออย่างเสี่ยปั๊มใหญ่กับเด็กๆ เสี่ยสำ อาง แหม ไม่อยากพูด ไก่อ่อน ขันยังไม่เป็น คิดจะไปเป็นไก่ชนชิงเมือง เอ๊ะ หมายถึงใครนะ ไก่อ่อน
กาตาร์รวยจนเบื่อ คงอยากเป็นลูกพี่ มีลูกน้องกับเขาบ้างกระมัง เลยบอกตุรกี งานนี้เราเล่นด้วย เจ้า ชายเข่าทรุด รู้เข้าก็เต้น เด็กวานซืน เจ้าไม่ต้องมาสะเออะ กาตาร์เลยให้ตุรกีออกหน้าแทน ตุรกีไม่ขัดใจ เรื่องใช้เงินคนอื่นสร้างบารมีให้ตัวเองนี่ มีใครไม่เอามั่ง มันมือจะตาย
นั่นมันเรื่องในช่วง ค.ศ.2011 เล่าย้อนไปถึงตัวละครสำคัญบางตัว ก่อนที่เจ้าชายเข่าทรุด จะถูกปลดนะครับ
ช่วงนั้นอเมริกาเฝ้าดูอยู่อย่างใกล้ชิดจากอีกทวีปหนึ่ง อเมริกาบอก เรา (ยัง)ไม่จำเป็นต้องเข้ามาบุก
ซีเรีย ให้คนตะวันออกกลาง เขาจัดการกันไปก่อน แต่เรื่องซีเรียก็ไม่ไปถึงไหน อเมริกาชักขี้เกียจรอ เลยคิดใช้ ก็อก 2
อเมริกา บอกอย่างนี้ต้องใช้มาตรการสากล ผ่านองค์กรนานาชาติคือ สหประชาชาติแล้ว ฟังดูหรูน่าเกรงขามมาก …ถุด ลูกกระเป๋งทั้งนั้น… นั่งพยักหน้ากันหงึกหงัก… ตบมือกราว เวลาคุณพ่อ (พวกมึง) ขึ้นไปพล่าม
อเมริกาให้ยื่นเรื่องเข้าสหประชาชาติ และขอ (หรือสั่ง) ให้คณะมนตรีความมั่นคง มีมติให้กองกำลังของนาโต เข้าไปดำเนินการกับรัฐบาลซีเรีย และ ให้สหประชาชาติ… มีมติกำหนดเขตห้ามบินในซีเรีย no fly zone …อเมริกาเตรียมแผนทลายซีเรีย โดยใช้แผนเดียวกับที่อเมริกาเคยใช้กับลิเบีย (อ่านราย ละเอียดเกี่ยวกับลิเบีย ในนิทานเรื่อง “แผนชั่ว” ครับ)
แต่คราวนี้ คำสั่งของอเมริกาไม่ศักดิ์สิทธิเหมือนเดิม ทั้งรัสเซียและจีน …ใช้สิทธิคัดค้าน ในคณะมนตรีความมั่นคง ของสหประชาชาติถึง 2 ครั้ง ในวันที่ 5 ตุลาคม ค.ศ.2011 และวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ค.ศ.2012 รัสเซียและจีนยืนยันว่า ไม่ยินยอมให้นาโตบอมบ์ซีเรีย และนี่เป็นสาเหตุให้ เจ้าชายเข่าทรุด บิน สุลต่าน บุกไปถึงมอสโคว์ หวังจะข่มขู่คุณพี่ปูตินให้ปล่อยมือที่อุ้มซีเรีย… แต่เจ้าชายกลับเยินออกมา
ตกลง แผนใช้เจ้าชายเข่าทรุด จัดตัวละครชุดนักรบ ตัวละครชุดเสี่ยตะวันออกกลาง ก็พายไม่ไป โล้ไม่ออก แผนมติสหประชาชาติก็ฝ่อ คราวนี้อเมริกาเปลี่ยนแผน (อีก) สั่งระดมพล พวกลูกขุนลูกหาบนานา ชาติ มาคอยพยัก ตั้งกลุ่มเพื่อนของซีเรีย Friends of Syria เมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ.2012ประกาศตัวว่า จะร่วมกันโค่นรัฐบาลอัสสาดให้จงได้
นี่ จึงนับเป็นตัวละครกลุ่มที่สาม ที่มาเข้าฉากซีเรีย
กลุ่มที่สาม …ลูกหาบนานาชาติ… นำโดยนายซาโคซี่ ประธานาธิบดีฝรั่งเศสขณะนั้น รับคำสั่งเป็นตัวตั้ง ตัวตี จัดกลุ่มขึ้นในช่วงต้นปี ค.ศ.2012 รวบรวมพรรคพวกได้ถึง 70 ประเทศ มีการประชุมกันครั้งแรกเดือนกุมภา ที่ตูนีเซีย พอเมษา ก็ประชุมอีกที่ตุรกี กลางปีมาประชุมที่ปารีส ตามต่อที่กาตาร์ ปลายปีไปประชุมที่มาราเกซ เขาว่า…การประชุมทุกครั้ง ไอ้ไก่อ่อน เสี่ยปั๊มสิงห์สำอาง กาตาร์ เป็นคนควักกระเป๋าทั้งนั้น …ตกลงเรื่องไล่นายอัสซาด นี่ ดูเหมือนจะเป็นงานหลักของกาตาร์ หรือไงนะ
เรื่องกลุ่มลูกหาบนานาชาติ นี่ มันสนุกยิ่งกว่าหนังแขก ตอนตั้งใหม่ๆต้นปี ค.ศ.2012 มีพรรคพวกมา ร่วม 70 ประเทศ พอถึงปลายปี …ตายแล้ว สมาชิกเพิ่มเป็น 114 ประเทศ ไปล่อมาจากไหนจ้ะ แยะจัง สงสัยไก่อ่อนจ่ายอ่วม… อ้าว แล้วกัน พอถึงปี ค.ศ.2013 …กลุ่มลูกหาบเหลือ แค่ 11 ประเทศ… ผมไม่ได้เขียนผิดครับ ตอนหลังเขาเลยเรียกกันว่า… “กลุ่มลอนดอน 11″…. เหลือแค่ อียิปต์ ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี จอร์แดน กาตาร์ ซาอุดิอาระเบีย ตุรกี สมาพันธรัฐเอมิเรตส์ อังกฤษ และอเมริกา… ดูรายชื่อแล้ว คนอ่านนิทานคงประเมินได้นะครับว่า ลอนดอน 11 นี่ มันใครเป็นใคร ไก่อ่อน นี่มันจะเป็นไก่ตุ๋น แล้วยังไม่รู้ตัว ศักยภาพสูงจริงๆ
เดี๋ยวลืม ขอแถมนิด อัลจาซีราของกาตาร์นี่ คนวางแผนจัดตั้ง จัดรายการ เขียนข่าว รวมทั้งพิธีกร นี่เขาว่า บีบีซีของอังกฤษ รับเหมามาทำให้หมดนะครับ เพราะช่วงนั้น (และช่วงนี้) อังกฤษเศรษฐกิจดีมาก เลิก กิจการไปหลายอย่าง ร่วมทั้งลดขนาดกิจการของบีบีซี …พอดีไก่อ่อน กาตาร์ กำลังอยากมีสื่อระดับโลกของตัวเอง เลยเหมาไปหมด ก็คงทำให้เห็นสัมพันธ์ของกลุ่ม 11 ชัดเจนขึ้น และถ้าเราสังเกตกัน กาตาร์ นี่ดูเหมือนกลิ่นจะออกเป็นตะวันตก มากกว่าตะวันออกกลางเสียแล้ว
เมื่อมติสหประชาชาติ ไม่ออกมา มันก็ถึงคิว ที่กลุ่มไอซิสต้องออกมาแทน
แล้วไอซิสพันธุ์โหดก็เริ่มรายการยึดซีเรียในปี ค.ศ.2013 ยึดได้ไปหลายเมือง แต่ อัสซาดก็ยังอยู่ แถมในเดือนกรกฎาคม ค.ศ.2013 ไอซิสเริ่มรักษาเมืองที่ไปยึดไว้ไม่ได้ และดันเป็นเมืองที่สำคัญ อัล คูเซร (Al-Qusayr)
เรื่องซีเรียใช้อาวุธเคมี จึงออกมาโหมใหม่ ในเดือนสิงหาคม ค.ศ.2013 หลังจากนั้น อัสซาดก็มีชื่อติดอัน ดับโลก เป็นฆาตกรฆ่าประชาชน ที่โลกรังเกียจอย่างยิ่ง โลกเรียกร้องว่า อเมริกาต้องเข้ามาจัดการแล้วอเมริกาจะปล่อยให้คนซีเรียถูกฆ่าอย่างนี้ต่อไปหรือ …บทเขาต่อเนื่องดีแบบเน่าๆ
สื่อในตะวันออกกลางลงข่าวว่า ในเดือนกันยายน ค.ศ.2013 …อเมริกายิงจรวดใส่ซีเรีย… จริงๆ ยิงไป2 ลูก ข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียนมา แต่เรดาร์รัสเซียจับได้ลูกหนึ่ง จึงถูกรัสเซียยิงสวนระเบิดกลางอา กาศ และอีกลูกถูกระบบรัสเซียบังคับให้ลงทะเล เรื่องศักยภาพอาวุธมาแล้ว
เรื่องนี้ สื่อตะวันตกไม่มีแอะออกมาเลย เงียบเหมือนใบ้กิน สื่อตะวันออกกลางลงกันเต็ม เหตุการณ์นี้น่าจะทำให้อเมริกา คิดหนักว่า ถ้าจะเล่นซีเรีย ก็ต้องเจอกับรัสเซียแน่นอน อเมริกาจึงปรับแผน (อีกแล้ว) หันไปตีประตูหลังบ้านรัสเซีย เพื่อให้รัสเซียปั่นป่วนบ้าง….แล้วเหตุการณ์ ยูเครนจึงเกิดขึ้นอีก ในปลายเดือนพฤศจิกายน ค.ศ.2013
ถ้าฉากซีเรียยุคใหม่นี้ ยังเล่นอยู่ต่อไป โดยรัสเซียยังเป็นพระเอก อีกไม่นาน เราคงได้เห็นแถบยูเครนก็คงร้อนขึ้นมาใหม่ เหมือนอย่างตอนนี้ ที่อเมริกากำลังจุดเรื่องอัฟกานิสถาน ขึ้นมาอีก เพื่อเตรียมเอากองกำลัง กลับเข้าไปในอัฟกานิสถาน หลังจากประกาศถอนกำลังออกไปไม่นานมานี้ อเมริกาจะ พยา ยามแหย่ให้รัสเซียปั่นป่วน ห่วงหน้าพะวงหลัง เพราะอเมริกาและพวก คงไม่ปล่อยให้รัสเซียและพวก คุมซีเรียและบริเวณใกล้เคียงแน่นอน
เขียนยาวมาถึงตอนนี้ ท่านผู้อ่านก็คง งง ลุงเล่ามาในตอนต้นๆ ว่า… ทำไมรัสเซีย อิหร่าน จีน ต้องจับมือกัน นั่น มันก็พอมีเหตุผล เกี่ยวกับความอยู่รอด… แต่ไอ้อีกฝ่ายนี่สิ… ทำไมมันถึงจองกฐินซีเรีย ติด ต่อกันถึง 4 ปีแล้ว ยังไม่เลิก และไอ้กลุ่ม 11 มันทำไมถึงเอาเป็นเอาตายเรื่องซีเรีย… ลุงบรรยายเสียยาว ถึงตัวละคร แต่เรื่องมันเหมือนไม่ค่อยมีน้ำหนักนะ… อย่าเพิ่งสรุปอย่างนั้นนะครับ ช่วยอดใจอ่านตอนต่อไปหน่อย…. อาจจะถึงบางอ้อ