แด่นักรบเงา ที่เสียสละแม้ชีวิต
เพื่อรักษาบ้านเมืองที่รักของเรา

Search

เล่ม 8 ‘สู้ ’

หักหน้าหักหลัง

ตอน 4 ล็อกคอ ยูเครน

ยูเครนกับรัสเซีย พัวพัน แกะกันแทบไม่ออก ในเรื่องของเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม โดยเฉพาะในฝั่งตะวันออกของประเทศ มันแทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่มีอะไรแปลกแยกกันเลย ท่อก๊าซเกือบทั้ง หมดของรัสเซีย วิ่งลงมาจากตะวันตกของไซบีเรีย ผ่านตรงลงมาที่ยูเครน (Ukraine) เพื่อออกไปสู่เยอรมัน ฝรั่งเศสและประเทศอื่นๆ ในยุโรปตะวันออก ความพยายามของนาโต ที่จะทำให้ยูเครน กลาย เป็นรัฐที่ไม่เป็นกลาง ย่อมมีผลกระทบอย่างมากต่อความมั่นคงของรัสเซีย และนี่เป็นตัวชนวน ที่รัฐบาลของบุช คนลูก ต้องการอย่างที่สุด

ดูให้ดีๆ จากแผนที่ของยูเรเซีย จะเห็นว่า (Color–Revolutions) การปฏิวัติหลากสี ที่เกิดขึ้นในยูเรเซียในช่วงปี ค.ศ.2000 เป็นการเดินหมากล้อมของอเมริกา เพื่อโดดเดี่ยวรัสเซีย และเป้าหมายที่สำคัญ คือเพื่อตัดเส้นเลือดสำคัญที่เลี้ยงเศรษฐกิจรัสเซีย คือเครือข่ายการขนส่งน้ำมันและก๊าซทางท่อส่งจากยูรัล (Urals) และไซบีเรีย มายังยุโรปตะวันตก และยูเรเซีย โดยผ่านยูเครน ถ้าอเมริกาเก็บยูเครนเข้ากระเป๋าตัวเองได้ นั่นคืออวสานของรัสเซีย

การพยายามเปลี่ยนให้ยูเครน ที่เคยพึ่งพารัสเซีย มาเข้าอยู่ในอ้อมกอดของนาโต จึงเป็นมหกรรมการสร้างฉาก ที่อเมริกาลงทุนทุ่มสุดตัว ผ่านเรื่องราวที่สื่อฟอกย้อมเรียกว่า “Orange Revolution”

หุ่นเชิดชาวยูเครนที่อเมริกาเรียกมาเข้าฉากคือ วิคเตอร์ ยูชเชนโก (Viktor Yushchenko) อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางของยูเครน วัย 50 ปี เมียของยูชเชนโกชื่อ แคททารีนา (Kateryna) เป็นคนสัญชาติอเมริกัน เกิดในชิคาโก (Chicago) และเคยเป็นเจ้าหน้าที่ทำงานอยู่ในกระทรวงต่างประเทศอเมริกา ในสมัยของเรแกน และบุช คนพ่อ คุณนายมาอยู่ยูเครน ในฐานะตัวแทนของ US-Ukraine Foundationซึ่งมีกรรมการสำคัญๆ เช่นนายโกรเวอร์ นอร์ควิซ (Grover Norquist) ซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลสูงอยู่ในพรรครีพับลิกัน (Republican) ของอเมริกา และเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ของนายบุช คนพ่อ

ทีมงานสร้างหุ่นสร้างฉาก มีหน้าที่ทำแผนการหาเสียง ในการชิงตำแหน่งประธานาธิบดีให้นายยูชเชนโก และเพื่อจัดการให้ยูเครน ยื่นใบสมัครเข้าเป็นสมาชิกของ นาโต และสมาชิก EU ต่อไป อเมริกาอุ้มกันสุดตัว ว่างั้นแล้วกัน

ในการหาเสียงของนายยูชเชนโก… ผู้กำกับบอกใช้สีส้มนะ ถูกโฉลกดี ดังนั้นทุกอย่าง ตั้งแต่ผืนธง แผ่นพับ ลูกโป่ง ป้ายฯลฯ เป็นสีส้มหมด ส้มมันทั้งเมือง ไม่เป็นไร ลูกพี่ใหญ่รวยทุ่มเข้าไป แค่นั้นยังไม่สมกับฐานะเศรษฐี ลงมาเป็นผู้อำนวยการสร้าง วอชิงตันบอกเราต้องสร้างกลุ่มวัยรุ่นด้วย ที่คอยส่งเสียงเรียก ร้องหาประชาธิปไตย เอามาวิ่งไป วิ่งมา เดินมันให้เต็มถนน สนุกดีออก …เอ๊ะ แบบนี้คล้าย ๆ กับเพิ่งเห็นนะ ที่ไหนหว่า

นอกจากนี้ นายทุนใหญ่จัดหนัก ส่งบริษัท PR ประชาสัมพันธ์ตรงมาจากวอชิงตันชื่อบริษัท Rock Creek Creative มาเป็นผู้คิดแผนประชาสัมพันธ์สีส้มทั้งหมด ทำ web เชียร์ นายยูชเชนโก ให้เป็นเทวดา ใช้ Slogan ว่า Pora (ถึงเวลาแล้ว) และยังเอาทีมงานที่เคยใช้สมัย “Rose Revolution”ของจอร์เจีย มาร่วมด้วยช่วยกัน …ส่วนด้านสื่อ CNN และ BBC ก็ช่วยกันประโคมข่าวว่า การเลือกตั้งก่อนหน้านี้ที่นายยูชเชนโกแพ้นั้น เพราะมีการโกง เมื่อมีการเลือกตั้งใหม่ เมื่อ ค.ศ.2005 ยูชเชนโกก็ชนะแบบฉิวเฉียด แม้ว่าจะมีทีมงานสีส้มมาจัดฉาก… แล้วเขาก็ประกาศตัวเป็นประธานาธิบดี

งานนี้นายทุนใหญ่ กระทรวงต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาควักกระเป๋าจ่ายไปจิ๊บๆ แค่ 20 ล้านเหรียญ คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม ข่าวว่า กองเชียร์ชาวบ้านของลุงกำนัน (รวมกัน) ยังฉิบหายมากกว่านี้เลย ตอนที่ให้สู้เข้าไป อย่าได้ถอยน่ะ

นอกจากนี้องค์การ NGO ที่เคยสนับสนุนตอนจอร์เจีย ก็มาแจมด้วย ไม่ต้องบอกก็น่าจะเดาออกคือองค์กร Open Society Institute ของไอ้ตัวร้ายจอร์จ โซรอส รวมทั้ง Freedom House และ the National Endowment for Democracy (NED) แถมพ่วงพวกองค์กรของนักการเมืองมาอีก 2 หน่อ คือ National Republican Institute และ National Democratic Institute ไม่ให้น้อยหน้ากัน สื่อท้องถิ่นของยูเครนออกข่าวว่า พวกนักสร้างฉากของนอก ที่เข้ามาเผ่นพ่านในเมืองเขานั้น ทำงานกันขยันขันแข็งมาก ทำกันเป็นทีม เดินกันเต็มเมือง เล่นเอาชาวยูเครน เหนียมอายหลบเข้าบ้านกันหมด

เขียนๆ ไปแล้วชักสงสัย แล้วไอ้สีเหลือง สีแดง สีฟ้า สี…อื่นๆ ในบ้านเรานี่ มีผู้กำกับนักสร้างฉากของนอก ส่งมาร่วมงานด้วยหรือเปล่าหนอ

แต่สิ่งที่วอชิงตันกัดฟันแน่น ไม่ยอมพูดให้ใครรู้ คือความในใจ หรือวาระซ่อนเร้นของตนในการปฏิบัติ การถล่มรัสเซีย

มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับ “พลังงาน” นั่นเอง … ตราบใดที่รัสเซียยังถือไพ่ใหญ่ในมือ คือการมีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลือเฟือในดินแดนของตน ซึ่งทำให้ยุโรปตะวันตก จีน และอีกหลายๆ ชาติ “ยาก” ที่จะไม่เป็นเพื่อนกับรัสเซีย

แล้วอย่างนี้อเมริกาจะใช้วิธีไหน เพื่อจะโดดเดี่ยวรัสเซีย

ดูกันต่อไป หนังเพิ่งเริ่มเล่นมา 100 ปีกว่าเอง เขาก็เล่นมันไปเรื่อยๆ เราก็ดูกันไปเรื่อยๆ หรือไงครับ?!
การปฏิวัติหลากสีเกิดขึ้น ในบริเวณที่สามารถจะล้อมรัสเซีย และตัดเส้นเลือดใหญ่ของรัสเซียให้ขาดจากท่อส่งออกน้ำมันและก๊าซของรัสเซีย ประมาณ 60% ของรายได้ที่เป็นเงินดอลลาร์ของรัสเซีย มาจากการส่งออกน้ำมันและก๊าซ… ถ้ารายได้นี้หายไป รัสเซียก็คงหายใจระรวย …เสียงท่านหัวหน้าใหญ่นาโต ที่กำลังถูกอเมริกาบีบคอ พึมพำกับตนเอง …งานเรายังไม่จบง่ายๆ ไม่ต้องกลัวตกงานนะพวก

การปฏิวัติหลากสีที่เกิดขึ้นที่สาธารณรัฐจอร์เจีย และการพยายามคว้าเอาจอร์เจีย เข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของ นาโต โดยประธานาธิบดีมิคาอิล ซาคาสวิลี (Mikheil Saakashvili) เด็กสร้างของอเมริกา ส่วนหนึ่งเพื่อเป็นการหาเส้นทางวางท่อน้ำมันเส้นใหม่ เพื่อเข้าไปเอาน้ำมันที่บากู ในอาเซอร์ไบจาน (Azerbaijan)

(ท่านที่อ่านนิทานมายากลยุทธ์ คงจำชื่อบากูนี้ได้นะครับ แหล่งน้ำมันใหญ่ของรัสเซีย ที่ทั้งอังกฤษและอเมริกา พยายามจะทึ้ง พยายามจะขโมยมาเป็น 100 ปีแล้ว มันก็เรื่องเดิม ความอยากความแค้นค้างคา ยังจบกันไม่สำเร็จ เรื่องยุ่งมันถึงได้เกิดขึ้นไม่หยุดไม่หย่อนถึงตอนนี้ ถ้ายังไม่ได้อ่านก็อ่านกันหน่อยนะครับ จะได้ต่อภาพได้ใหญ่และลึกขึ้น)

หลังสหภาพโซเวียตล่มเมื่อช่วงต้น ค.ศ.1990 British Petroleum ตั้งตัวเป็นหัวหน้าใหญ่ เรียกบริษัทผลิตน้ำมันต่างๆ มารวมตัวกัน เพื่อจะหาทางเข้าไปเจาะน้ำมันที่บากู หลังจากฝันสลายมาหลายรอบ
สมัยรัฐบาลคลินตันเอง ก็หนุนโคห์รงการของ BP หวังจะให้มีการวางท่อน้ำมันโดยไม่ต้องผ่านเข้าไปในรัสเซีย แต่เนื่องจากแถวนั้นมีแต่ภูเขา เส้นทางเดียวที่จะมาจากบากู โดยไม่ต้องไปวางท่อบนภูเขาหรือทำท่อลอยฟ้าก็คือ ต้องมาทางจอร์เจีย ผ่านทบิลิซี (Tbilisi) ข้ามทะเลดำมาถึงตุรกี สมาชิกคนสำคัญของนาโต (ถ้าไม่ลืมเสีย จะต้องเล่าเรื่องตุรกี อาวุธลับของนักล่าเสียหน่อย มันหยด) ซึ่งจะมาต่อกับท่อน้ำมันเมดิเตอร์เรเนียน เตอร์กิช (Mediterranean Turkish) ที่ท่าเรือซีย์ฮาน (Ceyhan)

ท่อน้ำมันสายบากู–ซีย์ฮาน (Baku-Ceyhan) นี้ BP และพวกประกาศก้องว่า จะเป็นโครงการแห่งศต วรรษ (Project of the Century) (หลังจากกินแห้วมานาน) นายซบิกเนียฟ เบรซินสกี้ (มาอีกแล้ว !) เป็นที่ปรึกษาใหญ่ให้กับ BP ในสมัยรัฐบาลคลินตัน (ดูวิธีมันเล่นละครลิงกัน) และเป็นผู้ล็อบบี้ (lobby) ให้รัฐบาลคลินตัน สนับสนุนโคห์รงการ BP

ปี ค.ศ.1995 นายเบรซินสกี้เดินทางไปบากู อย่างไม่เป็นทางการ ในนามของตัวแทนประธานาธิบดีคลินตัน ไปพบกับประธานาธิบดี เฮย์ดาร์ อลิเยฟ (Heydar Aliyev) ของอาเซอร์รี (Azeri) เพื่อเจรจาเกี่ยวกับเส้นทางใหม่ของท่อน้ำมันบากู หวังจะให้เส้นทางบากู ทบิลิซี ซีย์ฮาน Baku-Tbilisi-Ceyhanเกิดขึ้น
นอกจากเป็นที่ปรึกษาใหญ่ของ BP แล้วนายเบรซินสกี้ ยังเป็นกรรมการอยู่ในองค์กรที่น่าสนใจมาก แต่มีคนรู้น้อยคือ US-Azerbaijan Chamber of Commerce (USACC) ประธานของ USACC คือ ทิมเชคก้า (Tim Cejka) เขาเป็นใครมาจากไหนหรือ ไม่ต้องเสียเวลาเดา เขาเป็นประธานของ Exxon Mobil Exploration คณะกรรมการของ USACC นอกจากมีนายเบรซินสกี้ตัวแสบนั้นแล้ว ยังมีนายเบรนต์ สโคห์ว์ครอฟต์ (Brent Scowcroft) และนายเจมส์ เบเกอร์ ที่ 3 (James Baker III) เรียกว่ารวมดารา ชนิดสวนสัตว์หลายแห่งยังหาพันธุ์แบบนี้ไม่ได้

สำหรับท่านที่ตกข่าวไปบ้าง สโคห์ว์ครอฟต์เป็นที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงให้กับประธานาธิบดีนิกสัน(Nixon), ฟอร์ด (Ford), บุช พ่อ และ บุช ลูก

ส่วนนายเบเกอร์เป็นคนเดินทางไปทบิลิซี ในปี ค.ศ.2003 เพื่อบอกกับนายเชวาร์ดนาดเซ (Shevardnadze) ประธานาธิบดีของจอร์เจียตอนนั้น ว่า วอชิงตันต้องการให้รัสเซียถอยตัวห่างออกไป เพื่อให้เด็กสร้างของวอชิงตันชื่อ ซาคาสวิลี เข้ามาเป็นประธานาธิบดีเข้าใจไหม… นายเบเกอร์นี้ ถ้ายังจำกันได้ ไอ้หมาไนโจรร้าย เชิญมาโชว์ตัว สมัยไอ้หมาไนเป็นนายกฯ มีใครไปเจออีกบ้าง จะให้บอกไหม คนดีที่ใครๆ ก็ยังชื่นชมอยู่น่ะครับ ไม่รู้ว่าตอนเจอกัน จะกระซิบอะไรกันแบบที่กระซิบกับนายเชวาร์ดนาดเซ บ้างหรือเปล่า ฮา!

มันคงแทบจะเหลือเชื่อสำหรับพวกโลกสวยว่า เขาจะเล่นกันเต็มพิกัด ถึงขนาดคัดตัว เรียกรวมดารารุ่นใหญ่ เขี้ยวยาว มาเพื่อทำงานเกี่ยวกับภูมิศาสตร์การเมืองสักชิ้นเชียวหรือ… จริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องแสนจะธรรมดาสำหรับนักล่า ถ้างานนั้นคุ้มค่าพอ เชื่อเถิดนักล่าทำมาตลอด

ส่วนตัวประกอบที่เป็นองค์กรNGO รุ่นใหญ่นั่นก็เหมือนกัน Freedom House นี่ไม่ใช่ธรรมดา เป็นองค์กร NGO ที่ตั้งมานานแล้ว ตั้งแต่ประมาณปี ค.ศ.1940 ที่อเมริกาใช้ในการฟอกย้อมความคิดประชาชนของตน ในตอนที่คิดจะตั้ง นาโต เพื่อเอาไว้คุมสหภาพโซเวียต วาดภาพโซเวียตเสีย เด็ก ๆ ได้ยินคำว่าโซเวียตอาจจะนอนฉี่ราดฝันร้าย… อย่าว่าแต่เด็ก ๆ เลย สมัยผมเป็นหนุ่มอ่อนๆ ใครชวนให้ไปเที่ยวรัสเซียได้แต่ยิ้มแห้งๆ ส่วนประธาน Freedom House ชื่อเจมส์ วูลซีย์ (James Woolsey) คุ้นหูกันไหม เขาเป็นอดีตหัวหน้า CIA คนที่พูดว่าเหตุการณ์เมื่อวันที่ 11 กันยายน ค.ศ.2001 (ถล่มตึกWorld Trade) จะเป็นชนวนของสงครามโลกครั้งที่ 4

เอ! นับผิดหรือไงคุณพี่ เปล่า คุณพี่บอก ผมนับสมัยสงครามเย็นเป็นสงครามโลกครั้งที่ 3 พวกคุณไม่รู้ สึกหรือ งั้นลองไปถามพวกรัสเซียดูแล้วกัน ฮ่า ฮ่า

ส่วนผู้อุปถัมภ์และผู้สนับสนุนของ Freedom House ก็ไม่ใช่ใครอื่น นายเบรซินสกี้ตัวแสบ และนายแอนโทนี่ เลค (Anthony Lake) ที่ปรึกษาด้านนโยบายการต่างประเทศของประธานาธิบดีคาร์เตอร์, คลินตันและโอบามา ส่วนผู้ที่สนับสนุนการเงินแก่ Freedom House มีทั้งกระทรวงต่างประเทศของอเมริกา, USAID, USIS, Soros Open Society Foundations และแน่นอน NED (ผมขอตัวพัก ไปหายาแก้คลื่นไส้ก่อนนะครับ เห็นชื่อไอ้พวกนี้แล้วอาการออกทุกที)

ส่วน NED นั้น ก็เป็นตัวสำคัญในการกำกับฉากปฏิวัติหลากสีในยูเรเซีย ตั้งแต่ ค.ศ.2000 NED ตั้งขึ้นมาในสมัยรัฐบาลเรแกน ทำหน้าที่เหมือน CIA ในกรณีที่ CIA ออกหน้าไม่ได้ นายอัลเลน ไวน์สไตน์ (Allen Weinstein) คนทำเอกสารการจัดตั้ง NED ให้สัมภาษณ์ เมื่อ ค.ศ.1991 ว่า “สิ่งที่เราทำอยู่ตอนนี้ มันก็เหมือนกับที่ CIA ทำเมื่อ 25 ปี ก่อนนั้นนั่นแหละ”

ประธานของ NED ตั้งแต่ก่อตั้งในปี ค.ศ.1984 คือนายคาร์ล เกรชแฮม (Carl Gresham) และมีนายเวสลีย์ คลาร์ก (Wesley Clark) อดีต ผอ.นาโต ซึ่งเป็นผู้นำอเมริกาถล่มเซอร์เบีย (Serbia) ในปี ค.ศ.1999ก็นั่งอยู่ในคณะกรรมการของ NED ด้วย NED ร่วมปฏิบัติภารกิจเปลี่ยนรัฐบาลของประเทศต่างๆ ที่มีนโยบายที่ขัดกับผลประโยชน์ของอเมริกามาหลายหนแล้ว ในปี ค.ศ.2004 ถือเป็นผลงานสำคัญของNED คือการปฏิวัติที่เวเนซูเอลา (Venezuela) โค่นล้มประธานาธิบดีฮูโก้ ชาเวซ (Hugo Chavez) ส่วนคนที่เป็นหัวหอกในการโค่นล้มคือ นายออตโต้ ฮวน ไรซ์ (Otto Juan Reich) นก 2 หัว ได้รับรางวัลโดยนายบุช แต่ง ตั้งให้เป็น ผช.รมต.ต่างประเทศของอเมริกา สนุกจัง …โลกนี้อยู่ในกำมือของพวกไอจริงๆนะ สมันน้อยเชื่อเหอะ

Scroll to Top