เพื่อเป็นการเตรียมปฏิบัติการกระชากสร้อยให้สมบูรณ์ อเมริกาได้ปรับปรุงฐานทัพตนเอง ที่ตั้งอยู่ที่ โอกินาวา (Okinawa) ให้เป็นศูนย์กลางของกองทัพในการรับมือกับจีน
ปี ค.ศ.2010 มีทหารอเมริกัน จำนวน 35,000 นาย กับพลเรือนที่กินเงินเดือนรัฐบาล อีกจำนวน 5,500นาย ประจำอยู่ที่ฐานทัพนี้
ยังมีกองทัพเรือที่ 7 อยู่ที่โยโกะสึกะ (Yokosuka) และหน่วยนาวิกโยธินอยู่ที่โอกินาวา กับเครื่องบินรบของกองทัพ อากาศอีก 130 ลำ อยู่ที่ฐานทัพอากาศมิซาวา (Misawa) และคาเดนะ (Kadena)
นี่ยังไม่นับทหารอีก 45,000 นาย ที่ประจำการอยู่ที่เกาหลีใต้
นอกจากนี้ อเมริกายังมีฐานทัพใหญ่แอบอยู่ที่เกาะดิเอโก้ การ์เซีย (Diego Garcia) แถวมหาสมุทรอิน เดีย
ปี ค.ศ.1971 กองทัพอเมริกาได้ขับไล่ชาวเกาะ ที่อาศัยอยู่ที่เกาะนี้ออกไปทั้งหมด เพื่อยึดเกาะนี้สร้างฐานทัพใหญ่ และจากฐานทัพนี้แหละที่อเมริกาดำเนินภารกิจต่ออิรัก และอัฟกานิสถาน
ไม่ใช่แค่นั้น ปฏิบัติการกระชากสร้อย ยังมีส่วนที่น่าสนใจยิ่ง สำหรับสมันน้อย
เพื่อเป็นกุญแจ 2 ชั้น กันจีนไม่ให้ผงาดทาบอเมริกาสำเร็จ และเข้าถึงแหล่งน้ำมันยากขึ้น อเมริกาจึงจัดหนัก ส่งออกสินค้าประเภท “Arab Spring” ไปทั่ว
ระหว่างที่ประชาชนเรือนล้านในตูนีเซีย ลิเบีย อียิปต์ และอีกหลายๆ แห่ง ที่กระหายในเสรีภาพและประชาธิปไตยเป็นเรื่องจริง …แต่เขาเหล่านั้นก็ตกเป็นเหยื่อของยุทธศาสตร์การสร้างความโกลาหล ที่มีการจัดให้เกิดขึ้นในโลกอิสลาม ที่อุดมด้วยน้ำมัน ตั้งแต่ลิเบียในแอฟริกาเหนือ ไล่มาจนถึงซีเรียและ อิหร่านในตะวันออกกลาง
แล้วแน่ใจไหมว่า สินค้าประเภท Spring นั้น จิ๊กโก๋ส่งมาให้ไทยแลนด์ด้วยหรือเปล่า ดูกันให้ดีๆ แล้วกัน สมันน้อยความอยากได้น้ำมันของอเมริกา และความไม่อยากให้จีนได้น้ำมัน คืบไปเกือบทุกพื้นที่ในโลก ที่มีหรือคาดว่า มีน้ำมัน
จีนประเมินว่า ทะเลจีนใต้มีน้ำมันดิบประมาณ 18,000 ล้านตัน (เทียบกับคูเวตที่มี 13,000 ตัน) และประเมินว่า อาจมีแหล่งน้ำมัน แถวหมู่เกาะสแปรตลีย์ (Spratly) และเกาะพาราเซล (Paracel) ในบริเวณทะเลจีนใต้ สูงถึงประมาณ 105,000 บาเรล และทั่วบริเวณทะเลจีนใต้ อาจเป็นตัวเลขสูงถึง
213,000 บาเรล
เลิกแปลกใจได้แล้วนะว่า ทำไมทะเลจีนใต้ ถึงเป็นประเด็นร้อน เป็นที่ต้องการและอ้างความเป็นเจ้าของกันนักรวมทั้งประเทศที่อยู่คนละฝากของโลกอย่าง อเมริกาก็พยายามเสือกตัวเองเข้าไป จะอ้างว่ามีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับเขา ก็คงอ้างยาก แต่อเมริกาก็หน้าด้านพอ ที่จะเสือกตัวเอง เข้าไปขัดขา กันไม่ ให้จีนได้ไป โดยใช้อิทธิพลผ่านลูกหาบแถวนั้นของตัวเช่น ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ เวียดนาม เป็นต้น
และเมื่อเดือนกรกฎาคม ค.ศ.2012 เวียดนามก็ผ่านกฎหมายกำหนดเขตแดนทางทะเลเสียใหม่ ซึ่งเหมารวมเอาหมู่เกาะสแปรตลีย์และเกาะพาราเซล เข้าไปด้วย ทั้งนี้โดยการสนับสนุนอย่างสุดตัวของอเมริกา
เพื่อให้ดูเนียน ปี ค.ศ.2010 บริษัทน้ำมันใหญ่ของอเมริกาและอังกฤษ ได้พากันไปยื่นประมูลการสำรวจน้ำมัน ในทะเลจีนใต้ การประมูลของ Chevron และ BP
เป็นกลยุทธ์ที่อเมริกาเอาไว้อ้าง สำหรับการยกทัพเข้าไปปกป้องผลประโยชน์ของตนในทะเลจีนใต้
เล่านิทานตอน ยุทธศาสตร์สร้อยไข่มุก มาเพื่อให้คนอ่านนิทาน เห็นภาพของหมากล้อม ที่เขากำลังเล่นกันอยู่ เผื่อจะสนใจกันบ้าง
เข้าใจหรอกครับว่า ตอนนี้ท่านผู้อ่านเกือบทุกคน กำลังสนใจ กลุ้มใจ ฯลฯ รวมทั้ง นั่งตากแดด ตากฝน ประกาศให้รู้ว่า เราไม่เอากฎหมายนิรโทษกรรม
(คนเขียนนิทานก็ไม่เอาครับ)
แต่อย่าลืมเรื่องกรณีเวียดนาม ที่ออกกฎหมายกำหนดเขตแดนทางทะเลใหม่
แล้วนึกถึงเขมร เขาพระวิหารและรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ที่ เขาเพิ่งใช้เสียงข้างมากขโมยสิทธิ ในการรับรู้ของเราไปแล้ว เมื่อวันที่ 8 พ.ย. พ.ศ.2556 นี้เอง รวมทั้งสินค้าส่งออกยี่ห้อ Spring กันบ้าง
จิ๊กโก๋ยังไม่ได้เปลี่ยนนิสัยสันดาน เล่ห์เหลี่ยมที่ใช้ก็เดิมๆ เรื่องมันเหมือนใหม่ แต่ให้ตายเถอะ มันแค่เปลี่ยนฉาก เปลี่ยนตัวเล่น แค่นั้นเอง
Joint Vision Statement ที่ว่านี้ ทางการไทยแถลงสั้นๆ กลัวสมันน้อยตกใจตื่น แต่ทางสหรัฐอเมริกาออกมาแถลง และแจงรายละเอียดให้สื่อทราบให้โลกรู้ ตามเอกสารที่ post มานี้ครับ
หมายเหตุ : โพสต์ลงเพจนิทานเรื่องจริงฯ เมื่อวันที่ 9 เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2556
ปรับปรุง แก้ไขใหม่ เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2559