ระหว่างที่ลูกตาเกือบทุกคู่ของคนในโลกสวยงามใบนี้ กำลังจ้องเขม็งไปที่สนามกีฬารังนก ดีไซน์สุดยอด ของนายหลี ฉิง กัง (Li Xing gang) เพื่อดูพิธีเปิด การแข่งขันกีฬาโอลิมปิคอลังการ ที่แดนมังกรของอาเฮีย เมื่อเดือนสิงหาคม ปีค.ศ.2008 วันนั้นบรรดาคนใหญ่คนโตคนของโลก นั่งอยู่แถวนั้นกันเกือบทั้ง นั้น ตั้งแต่ใหญ่หมายเลข 1 ของโลกฝั่งหนึ่งเช่น ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช (George W. Bush) ตัวแสบ และคุณพี่ปูติน นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของรัสเซีย หมายเลข 1 ของโลกของฝั่งหนึ่ง ก็นั่งทำหน้าไร้อารมณ์อยู่ไม่ไกลกัน แล้วถ้ายังไม่ลืมกัน ไอ้หมาไนโจรร้าย ซึ่งนึกว่า ตัวเองใหญ่เกินฟ้า ก็กระเสือกกระสนให้เชิญตนเอง เพื่อหนีปัญหาการเมืองในบ้าน ไปนั่งเสนอหน้าอยู่แถวนั้นกับเขาด้วยเหมือนกัน
วันเดียวกันนั่นเองก็มีข่าวเล็กๆ แทรกข่าวโอลิมปิคอันยิ่งใหญ่ ออกมาว่า กองทัพของจอร์เจีย (Georgia) ได้บุกเข้าไปยึดเมืองเซาท์ ออสเซเชีย (South Ossetia) เรียบร้อยแล้ว
มันเป็นข่าวเล็กๆ ที่แทบจะไม่มีใครสนใจ
มีน้อยคนจะรู้จักว่าเซาท์ ออสเซเชียอยู่ที่ไหน บางคนไม่เคยได้ยินชื่อเลยด้วยซ้ำ แน่นอนในแดนสมันน้อย มีน้อยยิ่งกว่าน้อยที่จะรู้จัก หรือแม้แต่จะได้ยินชื่อเซาท์ ออสเซเชีย เมืองอะไรน่ะ อยู่ที่ไหนนะ รู้ จัก แต่เมืองโอริสสาในนิยายเรื่องอะไรสักอย่าง เมืองเดียวกันหรือเปล่านะ ก็ใครไม่รู้ ดันถอดหลักสูตรทั้งภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ไทย ประวัติศาสตร์สากลออกจากวิชาบังคับของนักเรียนมัธยม
กว่าจะพอรู้เรื่องว่า มันเกี่ยวกับอะไร ก็ต้องรอให้ผู้สื่อข่าวทำหน้าฉลาด มาวิเคราะห์ให้ฟังก่อนว่า ชาว โลกทั้งหลายเอ๋ย การที่สาธารณรัฐจอร์เจีย Republic of Georgia เมืองที่พวกท่าน 90% ในโลกนี้ ก็ไม่รู้จักเหมือนกัน แต่ดันยกทัพบุกเข้าไปในเซาท์ ออสเซเชีย ที่พวกท่าน 99.99% ยิ่งไม่รู้จักน่ะนะ มันเป็นเรื่องร้าย แรงสำหรับการเมืองของโลก เทียบเท่ากับสมัยวิกฤติเกี่ยวกับฐานยิ่งจรวดที่คิวบา เมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ.1962 เชียวนะ …ความขัดแย้งระหว่างมวยคู่เก่าในยุคสงครามเย็น ที่อเมริกากับสห ภาพโซเวียต 2 พี่เบิ้ม ยืนเท้าสะเอว ถลึงตาใส่กันไง จำได้ไหม …สำหรับท่านผู้อ่านที่เกิดไม่ทัน คงไม่รู้ว่าตอนนั้น โลกเครียดกันขนาดไหน จวนเจียนจะต้องจัดกระเป๋าอพยพ(ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปไหน) หนีสงครามกันแล้ว
พวกที่ยังจำเหตุการณ์คิวบาได้ ก็เริ่มติดตามข่าว บ่นกันพึมพำ
เอาอีกแล้วหรือ จะแลกหมัดแลกจรวดกันอีกแล้วหรือ ฝ่ายวิเคราะห์ข่าวบางคนก็ไปโน่นเลย… จำกันได้ไหมครับ เหมือนเมื่อคราวที่ท่านอาร์คดยุก เฟอร์ดินานด์ รัชทายาทของราชวงศ์ออสเตรีย ฮังการี(Austria Hungarian) ถูกพวกเซิร์บ (Serb) ลอบฆ่าที่เมืองซาราเยโว (Sarajevo) เหตุการณ์เล็กๆ นั้น เป็นชนวนให้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 (อันนี้ผู้ที่จำเหตุการณ์ได้คงไม่มีเหลือแล้ว เหลือแต่รุ่นคนเล่านิทาน ที่เคยรู้จากการเรียนประวัติศาสตร์สากล ตอน ม. 3) บางคนก็ออกมาพูดว่า หรือสงครามเย็นจะกลับมาใหม่ ไหนว่าจบไปแล้วไง
วิกฤติคิวบา ปี ค.ศ.1962 สำหรับท่านที่จำได้ เกิดขึ้นเพราะหน่วยลาดตระเวนของอเมริกา(ไม่รู้ตระเวนอยู่ในอเมริกาหรือคิวบา ชักสงสัย) ไปแอบถ่ายรูป ได้ภาพการก่อสร้างฐานยิงจรวดของโซเวียตที่คิวบา ห่างจากฟลอริดา (Florida) ไปเพียง 90 ไมล์ ระยะแค่นั้นจรวดใช้เวลาไม่กี่นาที ก็ลงกลางบ้าน กลางห้อง นอนคนอเมริกัน แบบไม่ให้คนอเมริกันมีเวลาตั้งตัว ชนิดกำลังนอนเล่นอยู่ นุ่งกุงเกง ใส่หมวกไม่ทันแล้วกัน …โลกตะลึงกับการกระทำของโซเวียต …สื่ออเมริกาช่วยกันถล่มประธานาธิบดีเคนเนดี้ (Kennedy) ต้องยกเลิกนัดสาวๆ แล้วมานั่งกุมขมับกับฝ่ายมั่นคงเป็นการด่วน
แต่คงมีน้อยคนนอกเหนือจากเพนตากอน (Pentagon) และเจ้าหน้าที่ระดับสูง (มาก) ของอเมริกาและนาโต (NATO) ที่จะรู้ความจริงว่า โซเวียตไม่ได้ไปกินยาโด๊ปที่ไหนมาหรอก ถึงได้ฟิตจัด กล้าหาญชาญชัยจะไปตั้งฐานยิงจรวดที่คิวบา ท้าทายอเมริกาขนาดนั้น
ความจริงแล้ว มันเป็นการตอบโต้ของสหภาพโซเวียต จากการที่อเมริกา (แอบ) ไปตั้งฐานยิ่งจรวดของตัวชื่อ ธอร์ (Thor) กับจูปิเตอร์ (Jupiter) ไว้ที่ตุรกี หนึ่งในสมาชิกของนาโต บนบริเวณที่ใกล้ชนิดจ่อคอหอยสหภาพโซเวียตต่างหาก… โลกไม่รู้เพราะสื่อยักษ์ใหญ่เกือบทั้งหมดของโลก อยู่ในกระเป๋าของฝ่ายตะวันตก The West คืออเมริกา อังกฤษ และยุโรปตะวันตก เรียบร้อยแล้ว
เช่นเดียวกับเหตุการณ์ที่คิวบาเมื่อปี ค.ศ.1962 …เหตุการณ์ของจอร์เจีย ปี ค.ศ.2008 ก็เป็นผลมาจากการตั้งใจสร้างแรงกระตุ้นต่อมอารมณ์รัสเซีย โดยฝ่ายการเมืองและกองทัพของอเมริกา
สงครามเย็นจบลงเมื่อเดือนพฤศจิกายน ค.ศ.1989 โดยมิคาอิล กอร์บาชอฟ (Mikhail Gorbachev) กัดฟันประกาศต่อโลกว่าสหภาพโซเวียต ตัดสินใจที่จะไม่ส่งรถถังเข้าไปในเยอรมันตะวันออก เพื่อระงับการประท้วงรัฐบาล และยอมให้มีการทุบกำแพงเบอร์ลิน สัญลักษณ์ของม่านเหล็ก “Iron Curtain” ซึ่งแบ่งยุโรปออกเป็นตะวันออกและตะวันตกทิ้งเสีย จริงๆ แล้วสหภาพโซเวียตกำลังอยู่ในอาการสาหัส ล้ม ละลาย ทั้งด้านเศรษฐกิจ การทหาร และการเมือง
สงครามเย็นจบลง ฝ่ายตะวันตก โดยเฉพาะอเมริกา นักล่าตัวจริงเป็นฝ่ายชนะ แค่หลอกขายสินค้ายี่ห้อ เสรีภาพ อิสรภาพ ประชาธิปไตย และความเฟื่องฟูทางเศรษฐกิจให้ชาวโลก โดยเฉพาะชาวยุโรปตะวัน ออก …ประเทศที่เคยเป็นคอมมิวนิสต์ในยุโรปตะวันออก ก็พากันหลงเชื่อ หวังน้ำบ่อหน้ากันเป็นแถว
เมื่อสงครามเย็นจบลง วอชิงตันตีฆ้องป่าวประกาศว่า ต่อไปนี้เราจะขยายกิจการ ส่งสินค้ายี่ห้อประชา ธิปไตยของเรา ไปทุกส่วนของโลก ที่เคยถูกขังอยู่ในกรงของระบอบสังคมนิยมของโซเวียตตั้งแต่สิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2
ประชาธิปไตยของวอชิงตัน เป็นสินค้า ที่ทำกล่องใส่อย่างสวยหรู หลอกให้ซื้อง่าย ขายดีสำหรับพวกประเทศที่เกิดขึ้นใหม่ จากการที่โซเวียตล่มล้มละลายอยู่ที่ยุโรป
แต่ประชาธิปไตยแท้จริงสำหรับอเมริกา คือ การควบคุมเทคนิคและย้อมความคิดของมวลชน เพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ เรื่องนี้ง่ายมากสำหรับวอชิงตัน ซึ่งจัดเตรียมเครื่องมือเอาไว้พร้อม คือการควบคุมสื่อระดับโลก และการจัดการเปลี่ยนแนวทางเศรษฐกิจ โดยการกำกับควบคุมดูแลที่เล่นกันเป็นวง ร้องเพลงเดียวกัน ของ IMF และ World Bank
วอชิงตันบอกว่าจะช่วยส่งเสริมประชาธิปไตย หลังจากการล่มละลายของโซเวียต แต่ขอโทษเป็นประชา ธิปไตยแบบพิเศษ จัดให้โดยเฉพาะเลยคือ ประชาธิปไตยแบบเบ็ดเสร็จ ที่มีแนวทางเศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรม แบบอเมริกาและควบคุมโดยนาโต… เสร็จมัน
โลกชื่นชมยินดี ต่างตบมือให้อเมริกาผู้มาพร้อมกับประชาธิปไตย
ที่เบอร์ลิน (Berlin) ชาวเยอรมันคนซื่อ ทั้งตะวันตก ตะวันออก ต่างร้องเพลง เต้นรำไปบนกำแพง ที่ในโปแลนด์ (Poland), เชคโกสโลวาเกีย (Czechoslovakia) และฮังการี (Hungary) ก็เช่นเดียวกัน พวกที่เคยอยู่หลังม่านเหล็ก ดีใจที่จะหลุดออกมาจากม่านและได้มีชีวิตที่ดีกว่า ชีวิตที่เสรีและร่ำรวยแบบคนอเมริกัน พวกเขาเชื่อสนิทใจจากการโฆษณาชวนเชื่อของจักรวรรดิอเมริกา ที่กรอกใส่เข้าไปในหูและ หัวของเขาตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา โดยสื่อของฝั่งตะวันตก เรากำลังจะมาปลดปล่อยชาวยุโรปตะวัน ออกผู้ทุกข์ทรมานอยู่หลังม่านเหล็ก สวรรค์บนดินกำลังจะมาถึงแล้ว พวกเขาคงคิดแบบนั้น
ความรื่นเริงเฉลิม ฉลองมันอายุสั้นจริง ๆ ยังไม่ทันที่การเก็บกวาดซากกำแพงเบอร์ลินให้สะอาดเกลี้ยงวอชิงตันและพวกยุโรปตะวันตก ก็มาถึง พร้อมกับสวรรค์บนดิน….เครื่องมือ ช็อคทางเศรษฐกิจ IMF มาพร้อมกับยาแรงตามสูตร การปฎิรูปตลาดการค้าเสรี (คุ้นกันใหม่คำนี้) ประเทศหลังม่านนี่มีตั้งแยะตั้ง 6ประเทศแน่ะ ตาม Warsaw Pact บัลแกเรีย (Bulgaria), เช็ก (Czech), เยอรมนี ตะวันออก (East Germany), ฮังการี (Hungary), โปแลนด์ (Poland) และโรมาเนีย (Romania) และอีก 15 ประเทศที่อยู่ในสหภาพโซเวียต …อร่อยแน่… แต่ตูจะไปจัดโปรแกรมใหม่ให้เหมาะสมกับแต่ละประเทศตั้ง 21 โปรแกรม ยังไงไหว…
เอางี้แล้วกัน เอาสูตรสำเร็จไปใช้กันนะ …Privatization แปรรูปยังไง ละคุณน้องหลังม่าน แปรมันให้หมด รัฐวิสาหกิจที่ทำอุตสาหกรรมน่ะ แล้วก็ลดค่าเงินรัสเซียนรูเบิล กับเงินอะไรเรียกไม่ถูก ของหลายๆ ประเทศนั่นด้วย ใช้สูตรชุดนี้มันทั้งหมดแหละ แหะ แหะ สำเร็จ เออ ไม่ใช่ เสร็จแล้วครับนายท่าน!
IMF shock therapy หรือที่สมันน้อยรู้จักกันดีคือ โปรแกรม SAP (Structural Adjustment Policies) ก็เปิดประตูกว้าง ให้นักลงทุนตะวันตกหอบกระดาษสีเขียวตรานกอินทรีมาเป็นกระสอบ นำโดยนายจอร์จ โซรอส George Soros และนักค้าเหล็กหนีคุกชื่อ มาร์ค ริช (Marc Rich) (แหม ! พอบอกเป็นพวกคนหนีคุก รีบเดากันเชียวนะ ว่าจะเป็นอีกชื่อนึง อยู่กันคนละเมืองครับ มาไม่ทัน ติดนัดนักร้องอยู่ ฮา) และธนาคารพวกตะกรุมตระกราม เช่น Credit Suisse และแน่นอนต้องมี Chase เจ้าเก่าของเขามาด้วย ก็ยกทีมกันมา
นโยบายของ IMF แสนจะเอื้อให้ไอ้พวกหัวขโมยพวกนี้ มาชี้นิ้ว จิ้มเอา จิ้มเอา เลือกทรัพย์สินประเภทเพชรประดับมงกุฎของรัสเซีย ไปในราคาสตางค์เดียว มันจิ้มซื้อตั้งแต่พลังงานน้ำมัน ไปจนถึงพลูโตเนี่ยม เฮ้อ ! เขียนไปแล้วก็นึกว่าเขียนเรื่อง ปรส. เบื่อครับ ! เรื่องซ้ำซาก เล่นซ้ำซาก แล้วก็ยอมให้เขาต้มซ้ำซาก เมื่อไหร่มันจะมีคนรู้ แล้วรื้อฉากแบบนี้ทิ้งเสียที คนเขียนคงไม่อยู่เขียนเรื่องซ้ำซาก แบบนี้ไปอีกนานหรอก
อ่านๆ แล้วก็จำกันไว้บ้างนะครับ เล่าให้ลูกหลานฟังกันบ้างว่า รุ่นปู่ ย่า พ่อ แม่ ถูกเขาต้มมาอย่างไร รุ่นเจ้าก็จะโดนอย่างเดิมแหละ ถ้าไม่ลุกขึ้นตื่นกันเสียที (ปตท. นี่ก้อค้างอยู่ ข่าวว่า เรียกคนที่เป็นที่ปรึกษาการเงินตอนแปรรูป มาถามว่าการแปรรูปเป็นธรรมไหม ราคาถูกต้องไหม ฯลฯ ก็น่าจะเดาคำ ตอบกันได้ แบบนี้ระวังชาวบ้านเขาจะเรียกว่า เมาหมัดนะครับ ไม่อยากใช้คำแรงกว่านี้)
กินเนื้อแล้วก็โยนกระดูกติดเนื้อมาให้ พวกที่เคยทำหน้าที่ในรัฐบาลเยลซิน (Yeltsin) ที่อเมริกาเคยต้มให้ทำ การแปรรูป จนรัสเซีย ฉ.ห รอบแรก จำได้ไหมครับ จำไม่ได้ไปเอานิทานเรื่องจริง เรื่องมายากลยุทธ มาอ่านอีกทีนะครับ …รายการนี้เขาเรียกว่าแจก รางวัลให้คนขายชาติ …มีทุกชาติแหละครับ มากน้อยอีกเรื่องนึง ผมขอแช่งจริงๆ ยอมบาป อย่ามาท้วง มาต่อว่าผม ใครขายชาติ ผมแช่งจริงๆ
ผู้นำสหภาพโซเวียตคนสุดท้าย มิคาอิล กอร์บาชอฟ (Mikhail Gorbachev) ได้พยายามที่จะฟื้นสหภาพโซเวียตจากนโยบาย Glasnost และ Perestroika แต่ไม่สำเร็จ เขาจึงหันหัวไปทางตะวันตก นายบุช (Bush) (คนพ่อ) ปลาบปลื้มตบหัว 1 ที แล้วบอกดีมากที่รู้ว่าควรทำอย่างไร… เพื่อเป็นการตอบแทน เราสัญญาว่า อเมริกาจะไม่ขยายนาโต ไปทางตะวันออก ไม่ไปขม้ำประเทศที่เพิ่งหลุดมาจากWarsaw Pact โอเคไหม
กอร์บาชอฟ เชื่อน้ำคำของนายบุชว่า จะไม่ตระบัดสัตย์ (โถ!) ว่าเป็นนโยบายของรัฐบาลระหว่างที่กำลังชุลมุนกับการเก็บสมบัติส่วนรวมไปเป็นของส่วนตัว นายกอร์บาชอฟ เลยลืมให้ นายบุช ทำข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร วอชิงตันบอกไม่มีปัญหา เราไม่ลืมหรอกน่า ว่าเราพูดอะไรไว้ (ทำหรือไม่ทำอีกเรื่องนึง เป็นประโยคที่นายกอร์บาชอฟ ก็คงลืมนึกอีกเช่นเดียวกัน)
นอกจากลืมทวงสัญญาแล้ว นายกอร์บาชอฟ ยังดันไปตกปากรับคำด้วยว่า สหภาพโซเวียตผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งบัดนี้น้ำหนักลดหดตัวลงมาเหลือเป็นแค่ประเทศรัสเซียเล็กๆ สัญญาว่าจะค่อยๆ รื้อถอนคลังอาวุธนิว เคลียร์ และตกลงที่จะลดจำนวนอาวุธนิวเคลียร์อีกด้วย อเมริกาและรัสเซีย ตกลงยืนยันว่าทั้ง 2 ฝ่าย จะไม่ใช้จรวดยิ่งใส่กัน โดยลงนามในข้อตกลง Anti-Ballistic Missile Treaty (ABM) 1972… เออ มาแปลก
แล้วอยู่ดีๆ เดือนธันวาคม ค.ศ.2001 นายบุช (คนลูก) ก็แจ้งรัสเซียว่า ไอถอนตัวจากสัญญา ABM งี่เง่านั่นแล้วนะ เกลอเอ๋ย …
นี่เป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ ที่อเมริกาถอนตัวจากข้อตกลงเกี่ยวกับเรื่องอาวุธ น่า ! ทุกอย่างมันก็มีครั้งแรกทั้งนั้นแหละ เพื่อเป็นการเปิดทางให้อเมริกาทิ้งหน่วยงาน US Missile Defense Agency …
รัสเซียบอกมึนวู้ย! รัสเซียยอมยกเลิก Warsaw Pact คู่สัญญาของ นาโต รัสเซียยอมถอนทัพจากยุโรปตะวันออกและบริเวณที่เป็นสหภาพโซเวียตเดิม ทำให้รัฐเล็กรัฐน้อยที่เคยเป็นของสหภาพโซเวียต กระดี้กระด้า ที่จะเป็นอิสระตามคำโฆษณาขายสินค้าของฝ่ายที่อยู่นอกม่าน เพราะเชื่อว่า ถ้าเข้าไปเป็นสมา ชิกของสหภาพยุโรปแล้ว จะมีชีวิตที่ซาบซ่านกว่า และสาธารณรัฐจอร์เจีย (Republic of Georgia) ก็เป็นหนึ่งในรัฐเล็กรัฐน้อย ที่เคลิ้มกับคำโฆษณาขายสินค้านั้นด้วย
ส่วนข้อตกลงของวอชิงตัน ว่าจะไม่ขยาย นาโต ไปทางตะวันออก ของนายบุช (คนพ่อ) ก็คงเป็นเพียงลมปากที่พัดไปในสายลมจริงๆ เพราะต่อมานายคลินตัน (Clinton) ก็กลายเป็นคนขี้ลืมไปด้วย อเมริกายังเดินหน้า ล่อหลอกให้ประเทศที่เคยอยู่ใน Warsaw Pact ทีละประเทศ ให้เดินเข้ามาอยู่กับ (ดัก)นาโต แล้วในที่สุดนาโต ก็ขยายปีกมาทางตะวันออก ยาวใหญ่ขึ้นไปเรื่อยๆ