สี่แยกไฟ (ยัง) เสีย
ตอน 1
ระหว่างที่ผมเล่าเรื่องราวต่างๆ
ที่เกี่ยวข้อง กับการที่อเมริกา ถีบตัวเองออกมาจากอิหร่านดีล
และ กลับไปคว่ำบาตรอิหร่าน อย่างเดิม
และมีทีท่าว่าจะคว่ำเพิ่ม …แบบกระแทกแรงอย่างหนัก.…
ด้วยการเตรียมห้ามอิหร่านขายน้ำมัน ในต้นเดือน พฤศจิกายน นี้
ซึ่งอิหร่านก็ขู่กลับ ว่า ถ้าอเมริกาห้ามเมื่อไหร่…
เป็นได้เจอการปิดช่องแคบฮอร์มุส นั้น
บริเวณที่ติดกับอิหร่าน คือ ตุรกี บ้านของคุณพี่ตอยับ
(Recep Tayyip Erdogan)
ซึ่งดูเหมือน จะเปลี่ยนใจ เลิกเล่นเสียวแล้ว
และขยับมายืนเกี่ยวมือ คล้องแขน กับ ขั้วรัสเซีย จีน
เหมือนไม่เห็นหัว ของคนหน้าสีส้มเอาเสียเลย นั้น
ก็เกิดมีเรื่อง… (ไม่น่าแปลกใจ!)
เรื่องที่เกิด…เหมือนไม่ใหญ่ …เพราะสาเหตุมาจาก คน คนเดียว
แต่ก็น่าสนใจ ว่า “ใคร” กำลังเล่นอะไร
และ การ “เล่น” นั้น มีเป้าหมายอะไร
และจะ “ลาม” ไปถึงไหน…
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ต้นเดือนนี้เอง นาย คาชอคจี(Jamal Khashoggi)
สื่อเก๋ามีระดับ ชาวซาอูฐ วัย 60 กว่า เดินเข้าไปในสถานกงสุลของซาอูฐ
ที่อยู่ใน ตุรกี ตอนบ่ายต้นๆ
ตามข่าวบอกว่า หลังจากนั้น เขาก็ไม่กลับออกมาอีกเลย…
คู่หมั้นชาวตุรกี ของ นายคาชอคจี บอกว่า เขาเข้าไปในกงสุล
เพื่อให้กงสุลรับรองเอกสารสำคัญ (ใบหย่ากับเมียเก่า)
เพื่อเราจะได้แต่งงานกัน ให้ถูกต้อง ตามกฏหมายของตุรกี
ขึ้นต้นแบบนี้ คงมีพวกใจร้อน ชื่นชมตามเคย
ว่า ลุงเอาเรื่องเก่า มาเล่าใหม่ อีกแล้ว…
เรื่องอาจจะเก่านิ้ดนึงครับ
แต่ผมเอามาเล่าใหม่ ในแบบของผม
เผื่อท่านผู้อ่าน จะได้เห็น หรือ มองมุมใหม่ ต่างออกไปบ้าง
นายคาชอคจี เป็นนักเขียน (คอลัมนิสต์ใหญ่)
ที่ปัจจุบันอยู่ในสังกัด ของWashington Post (สื่อใหญ่มาก)
และได้ใบเขียว ให้ตั้งถิ่นที่อยู่ได้ ในอเมริกา
ก่อนหน้านั้น เขาอยู่มาหลายสื่อ หลายแห่ง รวมทั้งที่เกาะใหญ่
เท่าปลายนิ้วก้อยฯ และที่ซาอูฐ บ้านเกิดของตัวเอง
ในฐานะสื่อ และในฐานะที่ปรึกษาของสมาชิกรัฐบาล
และ ที่ปรึกษาด้านสื่อ ของราชวงศ์
แปลว่า เขาน่าจะเป็นบุคคลสำคัญ ในวงการสื่อระดับโลก
พักหลัง เขาย้ายที่อยู่ไปมา ระหว่างอเมริกา กับซาอูฐ
และเพิ่งย้ายตัวเอง (ลี้ภัย) จากซาอูฐ มาอยู่ตุรกี เมื่อ ปีที่แล้ว
หลังจากเขียนวิจารณ์ มกุฎราชกุมาร ของซาอูฐ
แบบขับรถเหยียบขันเร่งเสียมิด โดยไม่แตะเบรค
นอกจากปัจจุบัน เป็นสื่อใหญ่ ระดับโลก
อดีตของ นายคาชอคจี ยังมีประวัติไม่ธรรมดาอีกด้วย
นายคาชอคจี เคยเป็นนักข่าว ที่ประจำการณ์ อยู่ในอาฟกานิสถาน
สมัยสงครามอัฟกัน ระหว่าง อเมริกา กับ สหภาพโซเวียต
ต่อมาจนถึง อเมริกา รบกับ รัสเซีย
โดยทำหน้าที่ เป็นทั้งสื่อรายงานข่าว และตัวกลางประสานงาน
ระหว่างซีไอเอ ตาลีบัน และ อัลไคด้า
(แปลว่า น่าจะสังกัดอยู่กับพี่ซี)
แบบนี้ ฝีมือเขา คงไม่ใช่ขี้ไก่…
ผมจึงไม่อยากเชื่อ ว่า คุณพี่แกจะเดินเข้าไปติดบ่วง แบบตื้นๆ …
และเรื่อง ที่เกิดขึ้นกับแก ก็ไม่น่าจะเป็นบทพื้นๆ แบบชั้นเดียวธรรมดา
กลับมาที่คุณคู่หมั้นสาวใหญ่ หลังจาก รอจนค่ำ
นายคาชอคจี ก็ยังไม่ออกมาจากกงสุล คุณคู่หมั้น จึงแจ้งไปทางเจ้าสังกัด
คือ วอชิงตันโพสต์ และทางการตุรกี
วันรุ่งขึ้น สื่ออเมริกา อังกฤษ ฯลฯ ส่งเบอร์ใหญ่ระดับหัวหน้า หลายคน
ไปทำข่าวนี้ ในตุรกี (หรือไปรออยู่ก่อนแล้วก็ไม่ทราบ)
2 วันต่อมา ซีเอนเอน วอชิงตันโพสต์ รวมทั้งสื่อฝรั่ง สื่อแขก
สารพัดค่าย ต่างออกข่าว สรุปว่า นายคาชอคจี น่าจะเสียชีวิตแล้ว
โดยถูกเก็บในสถานกงสุลซาอูฐ ที่อิสตันบุล ตุรกี นั่นแหละ
เริ่มจากโดนทรมานก่อน หลังจากนั้นก็ถูกฆ่า
และจบลงด้วยร่างของเขา ถูกตัดเป็นชิ้นส่วน
และ ก็น่าจะเป็นฝีมือ ของชาย 15 คน
ที่เดินทางมาจากซาอูฐ ด้วยเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว 2 ลำ
มาถึงก็ มีรถ 2 คัน พามาที่สถานกงสุล
ชาย 15 คน เข้าไปในสถานกงสุล ไม่กี่ชั่วโมง
หลังจากนั้น ก็ออกมาขึ้นรถ พากันไปต่อที่บ้านหัวหน้ากงสุล
เสร็จแล้ว แล้วก็กลับขึ้นไปเครื่องบินเจ็ท 2 ลำ ที่ยังจอดคอยอยู่
และบินออกไปจากตุรกี ในค่ำวันเดียวกันนั้น
สื่อฝรั่ง รู้ละเอียดดี ถึงขนาด เอาเส้นทางบิน ของเครื่องบินเจ็ท
แต่ละลำมาแสดง ว่า ลำหนึ่ง ขากลับ แวะอียิปต์ ก่อนบินต่อไปซาอูฐ
รวมทั้งเอาหน้าตาชายลึกลับ 15 คน มาโชว์ให้ดูหลายคน
ใน 15 คน มีหัวหน้าแผนกชัณสูตรศพ ของทางการซาอูฐ
และลูกน้องรวมอยู่ด้วย
(แปลว่า คงชำนาญในการแยกชิ้นส่วน)
สื่อใหญ่จาก ซีเอนเอน ที่มา(รอ) ทำข่าว อยู่ที่ตุรกี
บอกว่า ข้อมูลที่เอามาเฉลยให้ฟังนั้น ได้มา จากพวกทำงานด้านข่าวกรอง
“ของเอกชน “ พวกเอฟบีไอ และ เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานของตุรกี
ซึ่งขอให้ปกปิดชื่อ และแหล่งข่าว
หลังจากข่าวนายคาชอคจี ถูกเก็บ กระจายดังไปทั่วโลก
บรรดา สื่อ ก็ไปสัมภาษณ์ ท่านกร่างใหญ่ ซึ่งกำลังสนใจดาราเพลงแรพ
เคนเย แสดงพล่ามเดี่ยวให้ฟัง ที่หน้าโต๊ะทำงาน ของท่านกร่างใหญ่
ในทำเนียบขาว
สื่อถาม…ท่านคร้าบ… มีความเห็นอย่างไรคร้าบ …
เรื่องสื่อใหญ่ ที่ถูกฆ่าตาย คากงสุลตัวเอง ที่อยู่ในตุรกี
และ เขาว่า เป็นฝีมือสั่งการ ของมกุฎราชกุมารซาอูฐ
คนดัง คนนั้น…
…แบบนี้ อเมริกา จะเอาเรื่องไหมคร้าบท่าน
เพราะมันเป็นเรื่องการแสดงอำนาจ ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง
ท่านจะสั่งคว่ำบาตรซาอูฐไหมคร้าบท่าน…
ท่านกร่างใหญ่ อึ้งไป 2 วิ …กลืนน้ำลายให้หายคอแห้ง
ก่อนบอกกับสื่อ
…ใจเย็นก่อนพวก…
เงินตั้ง 110 พันล้านเหรียญนะ… ที่ซาอูฐ สั่งซื้ออาวุธจากเรา
มันมีความหมายกับอเมริกามากนะ
มันเพิ่มรายได้ และ เพิ่มงานให้กับคนในบ้านเราแยะมาก
เราต้องค่อยๆคิด ว่าจะมีวิธีการอื่นใด ในการจัดการเรื่องนี้
อย่างที่เราไม่เสียประโยชน์ …
คงเข้าใจวิธีการคิด ของอเมริกา ผู้คอยชี้นิ้วสั่ง ชาวโลก
เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน แล้วนะครับ
สี่แยกไฟ (ยัง) เสีย
ตอน 2
ย้อนไปก่อนหน้านั้น ประมาณ เดือนกรกฎาคม
อเมริกา บีบให้ตุรกี ปล่อยตัว นักเทศน์ ชาวอเมริกัน ชื่อ Andrew Brunson
ซึ่งไปเดินสายสอนศาสนา อยู่ในตุรกีนานหลายปี
และ ต่อมาถูกทางการตุรกีจับ ในข้อหาว่า มีส่วนเกี่ยวข้อง
กับการทำรัฐประหารไล่ท่านตอยับ เมื่อปี ค.ศ. 2016
เป็นรัฐประหาร ที่ท่านตอยับ อ้างว่า เกิดขึ้น
โดยฝีมือ ของกลุ่มกูเลน (Fethullah Gulen)
คู่แค้นของท่านตอยับ ที่ลี้ภัย ไปอยู่ในความดูแลของพี่ซี ที่อเมริกา
ซึ่งคงดูแลกันดีมาก ถึงสามารถสั่งให้ลูกกระเป๋ง ทำการปฏิวัติข้ามแดนได้
แต่ดันฝ่อเสียก่อน…
และ โดนท่านตอยับ ไล่จับเอาเข้าคุกกราวรูด หลายหมื่นคน
เรื่องนี้ คงทำใครบางคน ที่อยากลุ้นทำแบบนั้นบ้าง ในบ้านเรา
ต้องล้มแผน
ถอย…ไปตั้งหลัก… หลายรอบ
(ผมเขียนนิทานเกี่ยวกับเรื่องกูเลน หลายหนแล้ว
สนใจอ่านเรื่องของเขา และความเกี่ยวพันกับอเมริกา
ได้ในนิทานเรื่อง ลูกครึ่ง หรือ นกสองหัว และเรื่อง ดิ้นพล่าน )
ที่น่าสนใจ คือ นักเทศน์ ติดคุกมา 2 ปีกว่า แล้ว
ระหว่างนั้น อเมริกา เหมือนลืมเรื่องนี้ ไม่ได้ขยับอะไร
อยู่ๆ เมื่อต้นเดือนกรกฎาคม
(เดือนเดียวกับที่อเมริกา กลับไปคว่ำบาตรอิหร่าน)
นักเทศน์ ก็ ล้มป่วย เข้า รพ …
และ อเมริกา ก็ สั่งขึ้นภาษีขาเข้าสินค้าของตุรกี
พร้อมกับ ถล่มค่าเงินตรุกีอย่างต่อเนื่อง
ด้วยข้อหาเรื่องนักเทศน์ถูกจับ…
(บทห่วยแตก รีบเขียนหรือครับท่าน)
ตุรกี แข็งใจ ไม่ยอมเจรจา ขอต่อรองกับอเมริกา
แต่ยอมให้ นักเทศน์ ออกมารักษาตัวที่บ้าน (house arrest)
แทนการกลับเข้าไปนอนในคุก
น่าสังเกต ว่า อเมริกา บีบอิหร่าน และ ตุรกี อย่างหนัก
ในเวลาใกล้เคียงกัน…
ผ่านไป 2 เดือนกว่า
ตุรกี รื้อคดี นักเทศน์ เอามาพิจารณาใหม่
หลังจากค่าเงินตุรกี ตกลงไปกองอยู่กับพื้น (ตกไปประมาณ 30 %)
ศาลตุรกี พิจารณา แล้วมีคำสั่งว่า คดีนี้ ผู้ต้องหา ทำผิดจริง
และ ต้องโทษ จำคุก 3 ปี…
แต่เนื่องจากรับโทษมาแล้ว 2 ปีกว่า และประพฤติตัวดี ระหว่างอยู่ในคุก
ศาลจึงลดหย่อนโทษให้ ไม่ต้องกลับไปอยู่คุกอีกต่อไปแล้ว
และ ไม่ต้องถูกคุมอยู่ในบ้านด้วย
มีอิสรเสรี ที่จะเดินทางออกไปจากตุรกีได้
และ นักเทศน์ ก็ได้กลับบ้าน เมื่อวันที่ 13 ตุลาคมนี้เอง
วันที่นักเทศน์ เดินทางออกจากตุรกี กลับบ้านที่อเมริกา
เป็นวันเดียวกับที่สื่อทั่วโลก ลงข่าว
ว่า ค่อนข้างแน่นอนแล้ว นายคาชอคจี สื่อใหญ่
ก็กลับบ้านเก่า ที่ซาอูฐ แต่กลับ …แบบอยู่ในห่อ…
และ ซาอูฐ จะต้องแสดงความรับผิดชอบ
ขณะเดียวกัน สื่อ(ฝรั่ง) ด้วยกัน ก็ถามกันเอง วิเคราะห์(นำทาง)
ว่า ทำไม ตุรกี รู้เรื่อง นายคาชอคจี ละเอียดดีจัง
และ เริ่มแสดงความเห็นว่า สัมพันธ์ ระหว่าง ตุรกี กับ ซาอูฐ
ซึ่งก็ไม่ได้ หวานกันอยู่แล้ว
ยิ่งตอนหลัง เมื่อตุรกี กลับลำ มาเป็นมิตรกับอิหร่าน
สัมพันธ์ ซาอูฐ ตุรกี เลยออกจะมีรสขมปนเอาเสียด้วย
และ เพิ่มรสขื่น เข้าไปอีก
เมื่อ การ์ตา ที่ถูกเตะโด่งออกมาจากกลุ่มเจ้าพ่อปั้มใหญ่
หันมาจับมือ กับ อิหร่าน แถมเข้าไปช่วยตุรกี
เมื่อถูกอเมริกาสั่งกระทืบเงินตุรกีงวดนี้ จนติดดิน
ด้วยการจัดเงินกู้ และ เงินลงทุน ส่งไปให้หลายกระสอบ …
จนท่านตอยับ หายยับไปแยะ…
สื่อกลับไป ถามท่านกร่างใหญ่อีกรอบ
ท่านคร้าบ … อเมริกา จะทำอย่างไรต่อไปคร้าบ…
จะปล่อยให้ซาอูฐ สั่งห่อใครตามสบายใจ ไม่รู้ร้อน รู้หนาว หรือยังไง
ท่านกร่างใหญ่ ตอบคำถาม ขณะรับขวัญนักเทศน์ ที่ทำเนียบขาว
ว่า ถ้าซาอูฐ สั่งจริง ก็ต้องรับโทษอย่างรุนแรง
ในการกระทำของตัว
แต่ไม่จำเป็นต้องกระทบต่อสัญญา(ซื้อขายอาวุธ)
ของอเมริกากับซาอูฐ
…เพราะถ้าเรา ยกเลิกสัญญา ซื้อขายอาวุธกับซาอูฐ
สัญญาพวกนั้น…มันจะหล่นไปเข้าปาก …รัสเซีย กับ จีนแทน…
(เข้าใจไหม…)
เป็นการตอบแบบมือถือสาก …ปากอ้าคอย …ของแท้ตรานกอินทรี
โห่ หุย ฮาาาาา
สี่แยกไฟ (ยัง) เสีย
ตอน 3
เรื่อง (ที่สงสัยกันว่า) เจ้าชายเป็นคนสั่งห่อ นั้น
มันคงไม่ได้กระทบ แค่เรื่องการสั่งซื้ออาวุธอย่างเดียว
ซาอูฐ กำลังจะจัดงานใหญ่ระดับโลก เพื่อหาผู้ร่วมลงทุน
ทำธุรกิจ ทั้งในซาอูฐ และ นอกซาอูฐ เช่นที่ อเมริกาเอง
โดยเรียกชื่องานนี้ เสียหรูเห่ย ว่า Davos in the Desert…
ในช่วงวันที่ 23 ตุลาคม นี้
งานนี้ จริงๆแล้ว ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจโลก
แต่ ดูเหมือน คล้ายจะเป็นการเตรียมล้วงกระเป๋า
หรือ เชือดอูฐ… เสียมากกว่า
งานนี้ ซีเอนเอน ร่วมเป็นเจ้าภาพด้วย โดยเป็นแม่งานด้านสื่อ
และมี วอชิงตันโพสต์ เป็นผู้ร่วมสนับสนุน
นักลงทุน มือใหญ่มหึมา ของอเมริกา ที่ไปร่วม
คือ กองทุน BlackRock กองทุน Blackstone JP Morgan และ ฯลฯ
นอกจากนี้ ยังมี อีกหลายสถาบันการเงินฝรั่ง จากอังกฤษ ฝรั่งเศส เนเธอแลนด์ และอื่นๆ
เช่น Standard Charter, HKSB, Credit Swiss
ผู้ที่จะ บรรยาย เรื่องบรรยากาศ การลงทุนและโอกาส
มีหลายคน
คนสำคัญ คือ คุณนายไอเอมเอฟ และ รมว คลัง ของอเมริกา
อ้อ …ตัวเจ้าภาพใหญ่ ที่จะออกฉาก เป็นพระเอกของงาน
คือเจ้าชายมงกุฏของซาอูฐ ที่กำลังตกเป็นจำเลย ของรายการสับแล้วห่อ
หรือ เป็นเหยื่อชิ้นใหญ่ ของการเมืองระดับโลก
หลังจาก มีเรื่องเจ้าชายสั่งห่อ กระจายไปทั่วโลก
โดยซีเอนเอน เสนอข่าว แบบประโคม และเหมาเวลา ออกจอ
พร้อมกันกับ วอชิงตันโพสต์ และสื่ออังกฤษ
ที่ก็ ลงข่าวแบบนาทีต่อนาที เช่นกัน
ไม่กี่วันหลังจากนั้น
บรรดาผู้ที่ประกาศตัว ว่าจะร่วมเป็นเจ้าภาพงานใหญ่
ก็ประกาศถอนตัว เรียงเป็นตับ ทุกชื่อ ที่ผมเล่ามาข้างต้นน่ะครับ
เหลือคุณนายไอเอมเอฟ กับ รมว คลัง ตรานกอินทรี
บอกว่า ขอรอดู ความคืบหน้า อีกสัก 2,3 วัน
และวันนี้ (18 ตค) มีข่าวออกมาแล้ว
ท่าน รมว คลังตรานกอินทรี (ศิษย์เก่า Goldman Sach ก๊วน CFR)
ตัดสินใจ ไม่ไปร่วม งานล้วงกระเป๋าอูฐ กลางทะเลทรายแล้ว
และ รมว จาก อังกฤษ อียู หลายคน และคุณนายไอเอมเอฟก็ ประกาศ ไม่จัดกระเป๋าเดินทางเช่นกัน
ปูพื้นกันอย่างนั้นเสร็จ
ทีนี้ ก็ถึงจังหวะนักการเมืองในอเมริกา ทั้ง 2 พรรค
ต่างดาหน้ากัน ออกมาถล่มท่านกร่างใหญ่
…จะปล่อยให้ซาอุ สั่งห่อใครก็ได้ ในดินแดนคนอื่น อย่างนั้นหรือ
เหมือนอย่างที่คุณพี่ปูติน ปล่อยยาสั่งใส่อดีตสายลับของตัว
ที่ลี้ภัยไปอยู่อังกฤษ อย่างนั้นหรือ …
…เรื่องนั้น อังกฤษ และ อเมริกา ยังสั่งคว่ำบาตร รัสเซียไปแล้ว
และสั่งบังคับไปครึ่งโลก ให้คว่ำบาตรรัสเซียพร้อมกันด้วย
แล้ว ซาอุฐ มีอะไรเหนืออเมริกา …อเมริกา ถึงยังทำเฉย…
คราวนี้ ท่านกร่างใหญ่ ทำเฉยต่อไปไม่ไหว
ไปออกโทรทัศน์ เมื่อวันเสาร์ ที่ 13 ตุลาคม
ให้สัมภาษณ์ ในรายการ 60 นาที ของ CBS
ซึ่งไม่เคยทำมานานแล้ว
“…เราจะต้องสืบสวนให้รู้เรื่องจริง และ จะต้องมีการลงโทษ
อย่างรุนแรงยิ่ง…”
ท่านกร่างใหญ่ ทำหน้าเข้ม (ปนสีส้ม)ตอบ
ผู้สัมภาษณ์ ถามว่า เชื่อว่า มกุฏราชกุมารซาอูฐ เป็นคนสั่งฆ่าไหม
ท่านกร่างตอบว่า …ยังไม่มีใครรู้แน่…แต่เราสามารถที่จะหาความจริงได้
วันอาทิตย์ ที่ 14 ตุลาคม ทางซาอูฐ ตอบโต้ทันที
…อย่าได้แม้แต่จะคิด ว่า จะ คว่ำบาตร เรา…
…แล้วอเมริกา จะรู้สึก…
(บทนี้ เขียนเหมือนบทหนังบู๊รุ่นเก่าของฮอลลีวู้ด นะครับ)
วันจันทร์ ที่ 15 ตุลาคม มีข่าวว่า กษัตริย์ซาอูฐ
โทรศัพท์ไปคุยกับท่านตอยับ
คุยอะไรกันบ้าง สื่อคุ้ยไม่เจอ
ส่วนอีกา เจ้าเก่า ทำขรึมใส่ผม บอก เรื่องนี้ ดูเองไม่ออกหรือไง…
แต่หลังจากนั้น ท่านเป็ดกร่าง ก็ให้สัมภาษณ์
… เรา ได้คุยกับกษัตริย์ซาอูฐ ทางโทรศัพท์แล้ว
กษัตริย์ ยืนยัน ว่าตัวเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ เลย
แต่จะทำการสอบสวนเรื่องนี้ให้กระจ่าง
พร้อมทั้งยินดี ให้ความร่วมมือกับตุรกี
ในการตรวจสอบ สถานกงสุลของซาอูฐ ในตุรกี
ที่ถูกอ้างว่า เป็นสถานที่เกิดเหตุ…
สื่อถามกลับ
…แล้วท่านเป็ด เชื่อ คำตอบ ของกษัตริย์ซาอูฐไหม…
ท่านเป็ดกร่าง ตอบว่า …ผมว่า กษัตริย์ อาจจะไม่รู้เรื่องด้วยนะ
อาจจะเป็น พวก ตัวร้ายที่ไหน (roque) เป็นคนจัดการก็ได้…
แต่เราจะรู้เรื่องจริงจากท่านปอม (รมว ตปท) ที่กำลังเดินทางไปซาอูฐ
คืนนี้ ก็คงถึง …และ เราก็คงรู้เรื่องจริง…
ตกดึกของคืนวันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม
ซีเอนเอน ออกข่าวแตก ว่า ซาอูฐ เตรียมตัวที่จะออกคำแถลง
รับว่า นายคาชอคจี ถูกฆ่าตายจริง …
สืบเนื่องมาจากสอบสวนเขา …ที่เกินเลยไป …
แต่ใครฆ่าเขา …ใครสั่ง …คงต้องรอคำแจงจากคำแถลงนั้น
แถมวิเคราะห์ ว่า นอกจากซาอุฐ ที่รู้เรื่องดีอยู่แก่ใจแล้ว
อีกราย ที่น่าจะรู้เรื่องดี ไม่น้อยกว่า คือ ตุรกี
เจ้าของบ้าน ที่น่าจะมีเครือข่าย เครื่องมือ เครื่องไม้
เกาะติดได้ ทุกบริเวณของบ้านตัวเอง
รายการนี้ ต้องยอมรับว่า การขยับหมากตัวเล็ก เพียงตัวเดียว
ของอเมริกา … ดูเหมือนจะได้ผล …
ไม่น้อยกว่า การขยับกองทัพ…
อเมริกา เป็นนักสร้างฉาก ได้เก่งจริงๆ
แม้บทจะเก่า หรือ ห่วยแตกยังไง
ก็ดูเหมือนจะมีคนคล้อยตาม… การจูงของอเมริกา ไปค่อนโลก…
สี่แยกไฟ (ยัง) เสีย
ตอน 4
ท่านที่อ่านนิทานมานาน คงพอจำได้
ผมเคยเขียนเล่าให้ฟัง ว่า อเมริกา นั้น เป็นห่วงนัก
ว่า ถ้า รัสเซีย อิหร่าน ตุรกี จับมือกันใกล้ชิดเมื่อไหร่
ถึงขนาดอเมริกาตั้งชื่อกลุ่มสามเกลอรวมกัน ไว้อย่างน่าชื่นใจ
ว่า เป็นการรวมตัวกัน ของ สามมารร้าย … Axis of Evils…
Axis of Evils เกิดขึ้นเมื่อใด
แผนครองโลกของอเมริกา อาจจะเฉาไปแยะ
หรือ ฝ่อไปได้เลย และ อเมริกา ก็พยายามมากว่า 30 ปี
ที่จะไม่ให้ 3 มารร้าย จับมือกันได้
เพราะฉะนั้น ถ้า เขียนบทดีๆ สร้างฉากเนียนๆ
เรื่องสื่อใหญ่ ถูกสั่งห่อ … หมาก ตัวเดียว
อาจทำให้ตุรกี ต้องกลับไปเล่นบทเสียว
ทะเลาะ กับ ซาอูฐ และ ทำให้เพื่อนใหม่คลางแคลง
ไปรับจ๊อบ ช่วยเขาห่อของหรือไง…
ตกลงจะ ยืนตรงไหนแน่
แบบนี้ มือที่จับกันไว้ ก็อาจคลอนแคลน หลวมหลุดไปได้
นั่นเป็นความปรารถนา ของอเมริกา…
แต่จะสัมฤทธิ์ผลหรือไม่ …ดูกันต่อไปนะครับ
จะเป็น หนังสั้น หรือ หนังยาว ก็ขึ้นกับความสามารถ
ในการสร้างฉากของอเมริกา ที่สุดยอดสมเป็นเจ้าของฮอลลีวู้ด
นอกจากนี้ ระหว่างที่ มีเหตุเกิดขึ้นในตุรกี
สื่อประกบ ตุรกีทุกกระเบียด
ตุรกี ขยับตัว (ไปทางอื่น) แทบไม่ออก…
เรื่องอิหร่านดีล หรือ การเตรียมปิดช่องแคบฮอร์มุส
ก็หายวับไปจากจอ…
เป็นการเปลี่ยนสับรางความคิดของชาวโลก
ได้อย่างสุดยอด
และ (หวังจะให้) ได้ผล เป็นการสั่งสอน หมากตัวอื่น
ที่คิดจะขยับ หรือ ไม่คิดจะขยับตามสั่ง ให้จำใส่หัวกะโหลกไว้
…อย่าคิดว่า อเมริกา นั้น เขี้ยวไม่คมแล้ว…
ถ้าลองกลับไปเรียบเรียงเรื่องราว อีกที
อเมริกา นั้น ใช้ยุทธศาสตร์ เดินหมาก ด้วยการการปักหมุด
ใส่ ขั้วรัสเซีย จีน และ พวก ไล่เรียง ทั้งบริเวณ และ ช่วงเวลา
เพื่อให้ สมาชิกของขั้วใหม่นี้ มัวแต่ยุ่งเรื่องในบ้านของตัวเอง
จนไม่มีเวลาคล้องแขนกันแน่น
(รัสเซีย โดนแล้ว ตั้งแต่ เรื่อง ยาสั่ง จนท้ายสุดนี่
โดนกราดยิงใส่ที่โรงเรียนไครเมีย คนตายไปเกือบ20 คน (17 ตค)
จีน โดนแล้ว เรื่อง สงครามการค้า
อิหร่าน โดนแล้ว เรื่อง ล้มดีล และ กำลังตามมาเรื่องห้ามขายน้ำมัน
ตุรกี ถูกจับ เข้าฉาก สดๆ นี้)
และ หมากที่เดิน หรือ หมุดที่ปัก มักเป็นตัวเล็กๆ ที่โลกไม่ทันสังเกต
รวมทั้ง ไม่โชว์อาวุธของกองทัพ
แต่ใช้ อุบาย การลวง การสร้างฉาก (soft power)
ที่อเมริกา เป็น ต้นตำรับ เจ้าของตำรา
การใช้ soft power คือการเอาชนะ …ที่ไม่ต้องใช้อาวุธจริง
เป็นการคิดค้น ของกลุ่มท่านหินร่วง มาตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2
ผ่าน ถังความคิด ที่มีชื่อว่า Council on Foreign Relations (CFR)
ที่ผม มักเอ่ยถึงเสมอ
CFR เป็นผู้วิเคราะห์ วางแผน และกำกับ ให้อเมริกาเข้าสู่สงครามโลกครั้ง ที่ 2
ตามวิธีการและ จังหวะที่CFR กำหนด
เพื่อหลังสงครามโลกจบแล้ว อเมริกา จะได้กลายเป็นผู้ครองโลก
หมายเลขหนึ่ง แทน อังกฤษ
และ CFR ภายใต้การกำกับของท่านหินร่วง
ก็ได้ วางแผน จัดการ เปลี่ยนรัฐบาลอิหร่าน หลายรอบ
ทั้งทางตรง และ ทางอ้อม ตั้งแต่ ช่วง คศ 1953
ถึง ปัจจุบันนี้ ก็ดูเหมือน อเมริกายังไม่ละความพยายาม
มือ สำคัญ 2 นาย ที่ CFR ใช้ทำงาน ในการวางแผน
เพื่อกำจัด และการเปลี่ยนผู้มีอำนาจปกครองในอิหร่าน
คนหนึ่ง คือ นายแสบ เบรซินสกี้ (Zbigniew Brzezinski)
ซึ่ง มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าที่ปรึกษา ด้านความมั่นคง
ให้กับ ท่านประธานาธิบดี จิมมี่ ถั่ว (Jimmy Carter)
ซึ่งท่านหินร่วง ไปคว้าออกมาจากไร่ถั่ว เอามาขัดตัว
ลงเลือกตั้ง จนได้เป็นประธานาธิบดี
อีกคนหนึ่ง คือ นายคิสซิงเจอร์ (Henry Kissinger)
ซึ่ง ขึ้นมาเป็นหัวหน้าที่ปรึกษา ด้านความมั่นคง ให้กับท่านถั่ว
ต่อ จาก นายแสบ
รวมทั้ง เป็น รมว ตปท ควบไปด้วย
ประวัติศาสตร์ อเมริกา บอกว่า เพิ่งมี นายคนนี้ คนเดียว
ที่นั่งควบ 2 ตำแหน่งสำคัญอย่างนี้
ก่อน และ หลังจากนั้น … ไม่มีปรากฏ
นายแสบ Zbig เป็นคนวางแผน เดินหมาก ล่อให้สหภาพโซเวียต
ไป ติดหล่ม ในสงครามอาฟกานิสถาน
โดยคุยโวว่า เราจะให้สงครามเวียตนาม แก่ โซเวียต
และ โซเวียต ก็ไปติดหล่มจริง
และ เป็นสาเหตุสำคัญอันหนึ่ง
ที่ทำให้โซเวียต กรอบ และ ล่มสลาย ในปี ค.ศ. 1989
แต่ คุณพี่ปูติน ก็กอบกู้ให้ส่วนหนึ่งของโซเวียต คือ รัสเซีย
ให้เกิดขึ้นมาใหม่ได้ อย่างที่อเมริกา คาดไม่ถึง และ ทนไม่ได้
นายคิสซิงเจอร์ เป็นผู้สร้างสงครามน้ำมัน ด้วยลิ้น
โดยการพูดความซ้าย ขวา ต่างกัน
จนทำ ยิว อาหรับ อิหร่านทะเลาะกันในปี คศ 1973
และ ซาอูฐ ก็เลย(เล่นละคร) คว่ำบาตร ลดการผลิตน้ำมัน
และ ไม่ขายน้ำมันให้หลายประเทศ รวมทั้งอเมริกา
ทำให้น้ำมันในตะวันออกกลาง ราคาขึ้นสูงลิ่ว ไป 400 %
และเจ้าของปั้มทั้งหลายในตะวันออกกลาง จึงกลายเป็นเสี่ยปั้ม
ตั้งแต่บัดนั้นมา …
เสี่ยปั้มรวยแบบไม่รู้ตัว (ตามแผนที่อเมริกาวาง)
นึกไม่ออก ว่าจะทำยังไง กับเงินหล่นใส่ท่วมหัว จนมึนไปหมด
เลย ไป ลงทุนซื้อกระดาษ สีเขียว ตรานกอินทรี
(ตามที่อเมริกา แนะนำ)
และทำให้อเมริกา ที่กำลังจะเจ๋ง ทุนสำรองใกล้จะหดแห้ง
อู้ฟู้ขึ้นมาตามแผน
และเป็น “เรื่อง” ที่อเมริกา เอาไว้ใช้อ้าง “เสมอ”
…อย่าลืมนะ … ปั้มใหญ่ขึ้นมาได้เพราะอะไร…
และ เขาว่า หุ้น Aramco ของเสี่ยปั้มใหญ่ ที่มีแผนจะเข้าตลาดนั้น
เจอโรคเลื่อนหลายครั้ง
เพราะเสี่ยปั้มใหญ่ ไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ที่สั่งซ้ายขวาได้รายเดียว…
เรื่องมันนานมาแล้ว เด็กรุ่นใหม่ขึ้นมาใหญ่
คนเก่าแก่ คงลืมเล่าให้ฟัง
หรือ ฟังแล้ว ไม่เชื่อว่า รุ่นเก่าเขา มีฤทธิ์ จริง
และ ยัง มี ฤทธิ์ อยู่เหมือนเดิม
เขาว่า ผู้ถือหุ้น Aramco ที่เป็นกองทุนใหญ่ มีหลายกอง
แต่ละกอง ใครคงสั่งยาก
เพราะอาจถูกตวาดกลับ …ด้วยเสียงที่แข็ง…อย่างกับหิน…
#################################################
สี่แยกไฟ (ยัง) เสีย (ตอนจบ)
ตอน 5
เมื่อท่านเป็ดกร่าง ขึ้นมาครองบัลลังค์ใหม่ๆ
เสียงโห่ โวยวาย ดังลั่น
มีแต่คนอยากได้ คุณนายหน้าโหด มานั่งบังลังค์กันทั้งนั้น
หลายเสียง บอกว่า ท่านเป็ดไม่ได้ สาบานตัวหรอก
โดน เจ เอฟ เค ก่อนแน่
แต่ท่านกร่าง ก็ไปยืนหน้าบาน สาบานตัวได้ แบบหน้าสีส้มจัด
ผม เคยเอารายชื่อ ครม ที่ปรึกษา ของท่านเป็ด รุ่นแรก
มาเรียงให้ดู ว่า เป็น เด็กในบัญชา ของ CFR
แบบเปิดเผย เสียครึ่งหนึ่ง
แต่แล้ว พอปี 2018 เด็กCFR หลายคน ก็ถูกปลด ถูกเปลี่ยน
ทำเอาวงการระส่ำ …
เฮ้ย …CFR …ไม่ได้ คุม อเมริกาแล้วว่ะ
มือที่ชักใยอเมริกา เปลี่ยนมือแล้วบ้าง
หรือ ท่านเป็ด ปฎิวัติ ปลดตัว จากมือที่มองไม่เห็นได้แล้ว
เป็นเป็ดกร่างแล้ว…
และกำลังพาอเมริกา ฉิบหายลงหลุม…
(ขอให้เป็นเรื่องจริงเถิด)
ผมชะงัก…คิด แต่ยังไม่คล้อยตามเสียงข้างไหน
ผมยังเห็นว่า ยุทธศาสตร์ การเดินหมาก ของอเมริกา
ผ่านมากว่า 70 ปี ถึงวันนี้
ไม่ได้ผิดเป้าหมาย… หรือ ต่างกับ ที่ CFR
หรือ ที่ท่านหินร่วงและพวก วางไว้เมื่อ 70 กว่าปีเลย
อาจมีการเปลี่ยนแนวทาง หรือ วิธีดำเนินการ ไปบ้าง
เช่นเอา คนหน้าสีส้ม พูดจา เหมือนคน ไม่สมประดี
มาเป็นผู้นำ…ซึ่งไม่น่าแปลกใจ …
เพราะ มันทำให้ชาวโลก มึน งง สมใจคนวางแผน คนชักใย
ขั้วใหม่ ก็จะได้จับทางไม่ถูก…
ตั้งแต่ประมาณ ปี 2007 (เท่าที่ผมค้นเอกสารได้)
CFR มีสมาชิกทั่วโลก ประมาณ 4 พันกว่า คน
เป็นชาวอเมริกัน ประมาณ 80 -90 %
ที่เหลือ เป็นนานาชาติ มีสารพัดอาชีพ
ทุกคน มีการศึกษาสูง ฐานะดี เรียกว่า เป็นระดับคนชั้นสูงในสังคม
มีอดีต ประธานาธิบดีของอเมริกาเป็นสมาชิก หลายคน
ตั้งแต่รุ่นเก่า จนถึง บุช คนพ่อ และ นายคลินตัน (คนนิยมเด็กฝึกงาน)
อดีตหัวหน้างานข่าวกรอง ความมั่นคง กลาโหม
เกือบทุกคน เป็นสมาชิก CFR
อดีต รัฐมนตรี หัวหน้าซีไอเอ หัวหน้าเอฟบีไอ มีแยะ จนนับไม่ถ้วน
นักการเงิน เจ้าของกองทุนใหญ่ ของสวนสัตว์วอลสตรีท
สังกัด CFR เกือบทั้งนั้น
นักการเมือง มีเป็นร้อย อยู่ทั้ง 2 พรรคการเมือง ของอเมริกัน
สมาชิกที่เป็นดาราหนัง ตัวดัง คือ นายจอร์จ คลูนี่
และ สาวแสบแองเจลีนา โจลี CFR ก็ยังเอาไปใช้
เพราะรู้ว่า ชาวบ้าน บ้าดารา
สื่อดังประจำ ซีเอนเอน และ สื่อ อีกหลายค่าย
รวมทั้ง นายฟารีด ซาคาเรีย
ก็เป็นสมาชิก CFR
เมื่อต้นปี ค.ศ. 2017
ประธาน ของ CFR มีผู้ทำหน้าที่ ร่วมกัน 2 คน (co-chair)
คือ นาง คลาร่า ฮิลล์ (Carla Hills)
ซึ่งเป็นมือเก๋า ผู้ชำนาญด้านการค้า และ รู้จัก ทุกตารางนิ้วของจีน
กับ นายโรเบิร์ต รูบิน (Robert Rubin)
ซึ่งเป็นนักการเงินมือ 1
(คนสนับสนุนทุ่มค่าเงินบาทของสมันน้อย)
และเป็น รม คลัง ของอเมริกา ยาวมาตั้งแต่ สมัยรัฐบาลคาวบอยบุช
จนถึงท่านใบตอง
และรองประธาน CFR คือ นายเดวิด รูบินสไตน์ (David M Rubinstein)
ซึ่งเป็นประธานกลุ่มบริษัท Carlyle Group
(หวังว่าท่านผู้อ่านนิทานมานาน คงจำชื่อบริษัทนี้ได้)
Carlyle ทำธุรกิจหลายด้าน มีบริษัทในเครือแยะมาก
ทั้งด้านธุรกิจการเงิน อสังหาริมทรัพย์ เทคโนโลยีสมัยใหม่ ฯลฯ
รวมทั้ง บริษัทที่ น่าสนใจ คือ United Defense
ซึ่งบริษัทยักษ์ใหญ่ ที่ทำธุรกิจผลิตอาวุธขนาดใหญ่ขาย
และ รับจ้างส่งผู้รับเหมา contractor หรือ ทหารรับจ้าง
ไปปฏิบัติการ ทั่วโลก
CFR มีประธานกิตติมศักดิ์ ชื่อ Peter G Peterson
ซึ่งเป็นเพื่อนรักของท่านหินร่วง (ปัจจุบันนี้ ยังเป็นอยู่ ถึงแม้จะหง่อมมาก)
และ เป็นผู้ก่อตั้ง และ ถือหุ้นใหญ่ ของ กลุ่ม Blackstone
Blackstone คลอด ลูก ชื่อ BlackRock
ปัจจุบัน BlackRock เป็นกองทุน ที่ใหญ่ ที่สุด ในโลก
ถือ ทรัพย์สิน ผ่านกองทุนต่างๆ เกือบทั่วโลก
พอเห็นบางภาพ ชัดขึ้นไหมครับ
มาถึง เมื่อกลางปี ค.ศ. 2017
CFR ปรับ หัวหน้าใหม่
อ้างว่า คนเก่า คือ คลารา ฮิล กับ โรเบิร์ต รูเบน หมดวาระ
แต่ คนที่ CFR ตั้งขึ้นมาใหม่ อาจทำให้เราพอมองเห็น
ได้ว่า…จะเป็นท่านเป็ดกร่าง หรือ ใครจะสวมหมวกผู้นำ ก็ตาม
แต่ เป้าหมาย ของ CFR หรือ ของอเมริกา ……ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลย…
คลารา ฮิล และ โรเบิร์ต รูบิน ลงจากตำแหน่ง ประธานร่วม
และ เดวิด รูบินสไตน์ ของ Carlyle ขึ้นมาเป็นประธานแทน
รายการนี้ ชัดเจน ตรงไปตรงมา
เขาอาวุโสที่สุด และ คุมกลุ่มธุรกิจเก่าแก่ ของ CFR มานานแล้ว
ที่น่าสนใจ คือ ผู้ที่เหมือนจะเป็น ผู้ลงแรง ลงมือ
ในการนำพา CFR ต่อไปในอนาคต
คือ ผู้หญิง วัยประมาณ 60 ที่ชื่อ Judith A Miscik (Jami)
ที่มารับตำแหน่ง รองประธาน CFR แทน รูบินสไตน์
คุณนาย Jami เป็นมือเก๋า ที่ทำงานกับซีไอเอมาตั้งแต่ต้น
และต่อเนื่อง มาหลายสิบปี
ตำแหน่งสุดท้ายที่อยู่กับ ซีไอเอ คือ เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงาน (เบอร์ 2)
และเป็นผู้ชำนาญ ด้านการวิเคราะห์ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
และ สถานการณ์ระดับโลก
หลังจากออกมาจาก ซีไอเอ คุณนายJami ไปอยู่กับ Lehman Brothers
ดูแล กองทุนของรัฐบาลต่างประเทศ
(คงพอนึกกันออกนะครับ ว่าดูแล ทรัพย์สมบัติของใครบ้าง)
จากนั้น ก็มารับตำแหน่ง เป็นรองประธานสำนักงาน ของนายคิสซิงเจอร์
(Kissinger Associates) พร้อมกับ อยู่ในคณะที่ปรึกษางานด้านข่าวกรอง
ของท่านใบตองโอบามา ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2009
และขึ้นเป็นประธานคณะที่ปรึกษาด้านงานข่าวกรอง ในปี ค.ศ. 2014
เป็นต่อมา จนถึงท่านเป็ดกร่าง ขึ้นบัลลังค์
เดือนมกราคม ค.ศ. 2017 ท่านเป็ดกร่าง เปลี่ยนตัวคุณนาย Jami
เลือกเอา นาย สตีฟ ไฟน์เบอร์ก (Steve Feinberg)
มาเป็นประธานคณะที่ปรึกษา ด้านงานข่าวกรอง แทนคุณนาย
เขายังเป็นอยู่ถึงทุกวันนี้
แต่ เขา เหมือนเป็นบุรุษลึกลับ แทบไม่เคยมีใครเห็นหน้า
หรือได้ยินชื่อ ไฟน์เบอร์ก เลย
นายไฟน์เบอร์ก เป็นผู้ก่อตั้ง และ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่
ของกองทุนใหญ่ และสำคัญมาก คือ Cerberus Capital Management (CCM)
ซึ่งมีนาย แดน เควล (Dan Quale) อดีต รอง ปธน. สมัย บุชคนพ่อ เป็นประธานกองทุน
หวังว่า ยังคงจำกันได้ว่า บุช คนพ่อ เป็นเพื่อนรักกับท่านหินร่วง
และเป็น สมาชิกรุ่นแรกๆ ของ CFR
CCM มีธุรกิจมากมาย และ มีบริษัทลูกแยะมาก อยู่ในหลายประเทศ
แต่ที่น่าสนใจ และเกี่ยวข้องกับเรื่องราว ที่กำลังเกิดขึ้นในโลก คือ
– Daimler Chrysler
ซึ่งเป็นบริษัทผลิตรถยนต์ ร่วมทุน กับ เยอรมัน
(เล่าไปแล้ว ในนิทานเรื่อง สี่แยกไฟเสีย ตอน 2)
– Freedom Group (เดิม ชื่อ Remington Outdoor Company)
ซึ่งเป็น กลุ่มบริษัทที่ผลิตอาวุธปืน ใหญ่ที่สุด โดยเฉพาะ เรมิงตัน
เพื่อขายปลีกให้ ประชาชน และ ขายส่งให้กับกองทัพอเมริกา และ ที่อื่นๆ Freedom Group นี้ อยู่ในความดูแล ของ Robert Nardelli ซึ่งทำงานในธุรกิจของกลุ่มหินร่วงมาก่อน และเป็นผู้ใกล้ชิดของ บุช คนลูก
– DynCorp International (ที่แสนจะน่าระทึกใจ)
ธุรกิจของ DynCorp สรุปง่ายๆ ว่า เขาเป็นกองทัพ “เงา”
ของ กองทัพอเมริกา
เป็นผู้รับช่วง ดูแลฐานทัพ สนามบิน จัดกองกำลัง(ทหารรับจ้าง)
ดูแล ด้านงานข่าวกรอง ด้านความปลอดภัย และ ระบบไอที
ให้สำนักงานซีไอเอ เอฟบีไอ และ ตลาดหลักทรัพย์ของอเมริกา
DynCorp รับงานของกองทัพ มาตั้งแต่ ปี คศ 1946
งานใหญ่ ที่แสดงฝีมือเข้าตา คือ สงครามเกาหลี
ทุกวันนี้ DynCorp ยังทำหน้าที่เป็นกองทัพเงา เหมือนเดิม
เขาใหญ่ กว่า น้ำดำ (Blackwater) ที่เราเคยได้ยินชื่อ มากมายนัก
เขาไปรบมาแล้วทุกสนาม และ ปัจจุบัน คุมบริเวณอาฟกานิสถาน
ยุโรปตะวันออก และ ตะวันออกกลางบางส่วน
เป็นยังไงครับ
ผมเอาเรื่องเก่า มา เล่าใหม่ ก็จริง แต่น่าจะให้มุมมองเพิ่มกับท่านผู้อ่าน
ทำความรู้จัก กับอเมริกา อีกทีครับ
วันไหน อเมริกา คว่ำบาตรอิหร่าน ห้ามขายน้ำมัน (อเมริกาทำแน่)
อิหร่านเตรียมตอบโต้ ด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุส (อิหร่านคิดทำแน่)
อเมริกา คงไม่ปล่อยให้ น้ำมันขาดตลาด น้ำมันขึ้นราคา
และให้การผลิตน้ำมันโลก อยู่ในมือของ ซาอูฐและพวก อย่างเด็ดขาด
รายการนี้ ถ้าลามไปไกล อาจไ้ดเห็น …เอาปั้ม ไม่เอาคน…
ที่ผมท่องให้ฟังมาหลายปีแล้ว
อเมริกา เตรียมรับมือล่วงหน้า แบบเฉียดฉิว
บีบพันธมิตร ลูกกระเป๋ง ทุกวิถีทาง อย่างที่ชาวโลก อาจต่อภาพไม่ติด
อเมริกาจะไม่มีวัน ลงมือก่อน ด้วยตัวเอง …
อเมริกาจะถนอมตัวไว้ …ให้ลูกกระเป๋งออกหน้าไปก่อน…
(อเมริกาใช้ยุทธศาสตร์ แนวนี้ มาตั้ง สงครามโลกครั้งที่ 1)
พร้อมกับจัดหนัก ให้ขั้วอำนาจใหม่ ประเทศระดับหัวแถว
ไม่ให้น้อยหน้ากัน
เริ่มมาตั้งแต่ รัสเซีย จีน อิหร่าน จนมาถึง ตุรกี…
โปรดตามดู การเดินเกม แก้เกมของแต่ละขั้ว นับแต่นี้ไปอย่างใกล้ชิด
จะได้รู้ว่า ในบ้านเรา “มัน” กำลังเล่นอะไร และจะเล่นอะไรต่อไป
จะได้ไม่หลงกล…ตกหลุมมันง่ายๆ…อีก
(คำสุดท้าย ตัดทิ้งไหมครับ อ่านแล้ว บาดใจ)
หมายเหตุ : โพสต์ลงเพจนิทานเรื่องจริงฯ เมื่อวันที่ 19 เดือนตุลาคม พ.ศ. 2561