แด่นักรบเงา ที่เสียสละแม้ชีวิต
เพื่อรักษาบ้านเมืองที่รักของเรา

Search

การทำสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำลายหมากสำคัญตามเป้าหมายไปได้ทั้ง 2 ตัว คือ เยอรมันกับญี่ปุ่น แต่ยังเหลืออีก 2 ตัวสำคัญ …

พี่เบิ้มพระเอก รู้ใจว่า ชาวเกาะถังแตกยังมีกระดูกชิ้นใหญ่ขวางคอ… เอางี้… เรามาจับมือทำลายรัสเซียกันดีกว่าน่า… อย่าเพิ่งกัด เอ๊ย แตกกันเองเลย

การสร้างสงครามเย็นจึงเกิดขึ้น (เรียกได้ไงวะ สงครามเย็น จริง ๆ มันร้อนระอุ) เพื่อทุบให้สหภาพโซเวียตแตกในปี ค.ศ.1991 เอาส่วนหนึ่งที่แตก มารวมอยู่ในคอกยุโรป ร่วมกับเยอรมัน (หลอก) ให้ใช้วิธีการรวมตัวกันทางเศรษฐกิจ (EU) และความมั่นคง (NATO) แบบเหมาโหล บี้ทีเดียวตายหมู่ ง่ายดีกว่าจะไล่บี้ทีละประเทศ (เลยมี Brexit คิดเอาตัวรอดก่อนสงครามโลกครั้งที่ 3 จะมา  ถึงนิ้วก้อยจะแตก แต่ก็ยังเก๋าอยู่โว้ย กูน่วมมา 2 สงครามโลกแล้ว…. หนที่ 3 นี่ ถ้ายังกระสัน ไม่เอาตัวรอด มีหวังจมหายทั้งเกาะ)

เหลือแต่รัสเซียเดี่ยวๆ จะรอดไปได้นานเท่าไหร่กัน แล้วอเมริกา ก็ส่งสงครามเล็กสงครามน้อยไปคอยกระตุกรัสเซียไม่ให้เดินสะดวก ถึงอย่างนั้น รัสเซียก็ฮึดสู้ ฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว ในปี ค.ศ.1994 รัสเซียเสนอจับมือกับจีน เพื่อสร้างท่อส่งน้ำมัน จากไซบีเรียไปยังทางเหนือฝั่งตะวันออกของจีนและมีแผนสร้างทางรถไฟ ทรานส์ ไซบีเรีย ยาวมาถึงด้านทางเหนือของจีน เช่นเดียวกัน

ว่าที่ศัตรูอีก 1 โผล่มาแล้ว และมาแรง…

อังกฤษอยากได้จีนมากว่า 100 ปีแล้ว ลงทุนส่งเรือปืน สงครามฝิ่น เสี้ยมให้ญี่ปุ่นไปขยี้จีน สารพัดจะทำ แล้วก็ได้ผล จีนน่วมจริง แต่ยังไม่ถึงกับเสียเมือง จีนประคองตัวมาได้ โดยใช้ระบอบการปกครอง ปิดบ้าน รักษาเมืองเอาไว้ได้

อเมริกาเอง ก็อยากได้จีน ประเทศใหญ่ที่อุดมด้วยแร่ธาตุสารพัด อเมริกาเฝ้าตามดูยุทธศาสตร์ ของอังกฤษมาตลอด จะกินจีนแบบโฉ่งฉ่าง คงได้แต่เป็นของว่าง อาหารจานใหญ่ คงอดแดก จีนเล็กนักหรือ กินคำเดียว ไม่วางแผนให้ดีๆ ติดคอตายโหง

โอ๊ยตาย…แค่รัสเซียเจ้าเดียว ก็ต้องใช้หลายแผนแล้ว …นี่มีไอ้ตาตี่ โตเร็วเหมือนไปฉีดยาโด๊ปมาอีกราย และมีที่ท่าว่าจะจี้จ๋าจับคู่กับรัสเซียอีกด้วย … แบบนี้ฝั่งอยากครองโลก ก็ต้องรีบปรับแผน (ไม่รู้เป็นครั้งที่เท่าไหร่)

การปรับแผนครองโลกแต่ละครั้ง มันต้องใช้เวลาเป็นหลาย 10 ปี ไม่เหมือนเปิดปิดไฟจราจรตามสี่แยกนะครับ ไม่ใช่เดี๋ยวเขียว เดี๋ยวแดง ยิ่งใช่ระบบไอที ยิ่งง่ายใหญ่ กดปุ่มให้เครื่องมันจัดระบบกันเอง รถมันถึงได้ติดกันยาวทั้งเมือง สู้สมัยจราจร กางแขนโบกกลางถนนไม่ได้ ถึงรถติด ก็ยังได้ดูลีลาคุณจราจร เวลารถมันเฉี่ยวหน้าเฉี่ยวหลัง ใครที่ชอบด่าตำรวจ ผมขอเว้นพวกคุณจ่าจราจรรุ่นโบไว้หน่อยเถิด 

อเมริกา เฝ้าดูจีนมาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ความรู้สึกของอเมริกาที่มีต่อจีน น่าจะไม่ต่างกับความรู้สึกของชาวเกาะนิ้วก้อยแตกที่มีต่อรัสเซีย

อังกฤษใช้เวลานานกว่าหนึ่งศตวรรษ ยังทำลายรัสเซียไม่ได้จริง ได้แต่ทำให้สลายเป็นบางส่วน อเมริกาจึงคิดหนักเกี่ยวกับจีน ….ในที่สุด อเมริกาก็เลือกใช้ยุทธศาสตร์ในการทำลายจีน ทำนองเดียวกับที่อังกฤษใช้ในการทำลายรัสเซียสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 แต่ดัดแปลง ใส่เสื้อคลุมมันหลายชั้น จน (จีน) นึกไม่ถึง

ประเทศขนาดใหญ่อย่างจีน ประชากรแยะขนาดนี้ จะมียุทธศาสตร์อะไรเหมาะไปกว่าใช้วิธีทุบจีนจากข้างในให้น่วมก่อนที่จะบุก จากข้างนอก จีนไม่ได้เล็กเท่าเกาะญี่ปุ่นนะ… นึกว่าส่งดอกเห็ดไปให้ดอก สองดอก อาเฮียจะทำเสียงเครือ ประกาศยอมแพ้หรือ … แบบนั้น… ลืมไปได้เลยครับ

แน่นอน ก่อนทุบ อเมริกาก็ต้องสร้างเครื่องทุบที่ทันสมัยปกปิดรูปทรง จนคนถูกทุบแทบไม่รู้ตัว ทำให้ต้องกินน้ำใบบัวบกกันนานหน่อย

ท่านร้อกกี้หินร่วง ลงทุนส่งมิชชันนารี วายเอ็มซีเอ ตั้งมูลนิธิ ตั้งโรงเรียน ตั้งมหาวิทยาลัย ตั้งโรงพยาบาล เข้าไปในจีน มากว่าร้อยปีแล้ว และที่เรารู้จากนิทานเรื่องนี้ อเมริกายังตั้งสำนักประกันภัย ที่กลายเป็นเครื่องมือทุบอันสำคัญยิ่ง ให้ทำหน้าที่เป็นทั้งหน่วยสืบราชการลับ โรงฟอกย้อมความคิดคนจีน และเป็นเฟืองตัวใหญ่ในการทำธุรกิจ และสานสัมพันธ์ในจีนมาร้อยกว่าปี เช่นเดียวกัน

แต่จีนนั้น บริเวณใหญ่เหลือเกิน และพลเมืองมากกว่ารัสเซีย ไม่แน่ว่า ทุบได้ง่ายอย่างที่วางแผนนะครับ … แต่ถ้ามีการวางแผนเลี้ยงหนอนใน ชนิดมีพิษ มีรากชอนไชเอาไว้ร่วมร้อยปี ก็น่าเป็นห่วงว่า จีนอาจ จะน่วมเพราะหนอนใน ที่เขาปลูกฝังไว้นานนั่นแหละ…

ตามหลักยุทธศาสตร์ เขาว่า เวลาจะทุบใคร จุดที่ทุบได้ผลมากที่สุดคือ ทุบจุดอ่อนที่สุด

อเมริกาพยายามหาจุดอ่อนของจีนมานาน แต่ด้วยระบบการปกครองของจีน ก่อนช่วงจีนเปิดประตูบ้าน อเมริกาถึงจะหาเจอ ก็คงทำอะไรยาก เพราะประตูบ้านจีนยังปิดแน่น จนเมื่อจีนเปิดประตูบ้าน มุ่งหน้าค้าขาย เพื่อเอาเงินมาพัฒนาประเทศ เศรษฐกิจของจีน ที่เจริญเติบโตอย่างไม่หยุดยั้งมา 3 ทศวรรษ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1978 จนถึง ค.ศ.2008 จึงเป็นทั้งจุดแข็ง และจุดอ่อนของจีน

จีน ผลิตสินค้าราคาถูกส่งไปทั่วโลก ตลาดใหญ่ที่สุดคือ สหภาพยุโรป (21%) รองมาคือ อเมริกา (18%) แต่ตลาดเอเซีย แม้เดี่ยวๆจะน้อยกว่า 2 รายแรก แต่ถ้านับรวมแล้ว ก็ร่วม 30 กว่าเปอร์เซ็นต์

เมื่อขายของได้มาก ได้เงินมาแยะ จีนก็เอามาพัฒนาประเทศส่วนหนึ่ง อีกส่วนก็เอาไปซื้อพันบัตรของอเมริกา มาเก็บเอาไว้เหมือนกับเป็นกองทุนสำรองของตัว

แบบนี้ อเมริกา ไม่ชอบนะ ขืนปล่อยให้เป็นอย่างนี้ไปนาน ๆ เครื่องมือทุบอาจจะเอาไม่อยู่ เลยต้องมีการทดสอบเครื่องมือทุบรุ่นแรกๆ กันหน่อย

เริ่มแรก ต้องทำให้ตลาดจีนเล็กลงก่อน ตลาดไหนล่ะ ก็ตลาดเอเซียไง กำลังซ่าทั้งนั้น อย่างนี้ทุบมันส์…ต้มยำกุ้งจึงเกิด ในปี ค.ศ.1997 (พ.ศ.2540) และลามไปทั่วเอเซีย กำลังซื้อจากเอเซียก็หดตามเป้าหมาย … เสือ 4,5 ตัว ก็นอนอ้าปากปะงาบ เขี้ยวหลุด… บางตัว ตอนนี้ยังไม่ฟื้นดี

ผลของการทดลองในเอเซีย นับได้ผลสำหรับอเมริการะดับหนึ่ง เพราะจีนก็สะอึกพรวดไปเหมือนกัน และไอ้เสือ 4,5 นั่นมันก็นอน พะงาบไปด้วย มันจะได้ผนึกกำลังกันไม่ติด รวยไม่ออก ต้องเป็นสมันน้อย เป็นลูกหาบให้พี่เบิ้มพระเอก ที่เขาคิดครองโลกไปตลอดไง เข้าใจไหม ทุบที่เดียวช้ำกันเรียงแถว…ไม่เป็นไรน่า เราก็แค่เป็นส่วนประกอบของการทดลอง รับบทที่เรียกสั้นๆ ว่า ”เหยื่อ” น่ะ แต่อย่าเป็นเหยื่อเขาบ่อยนัก ก็แล้วกัน

ส่วนจีนนั้น เลยยิ่งเพิ่มการเก็บกระดาษสีเขียวตรานกอินทรี กันเหนียวไว้ เผื่อจะโดนอีกรอบ อ้าว…แบบนี้อเมริกาก็ยิ่งต้องกลับมาเล่นเอาเถิดกับจีนต่ออีก แปลว่า ยังทุบไม่หนักพอใช่มั้ย …จีนยังเงินเหลือแยะ

แถมช่วงนั้น จีนขยายอุตสาหกรรมและสาธารณูปโภค มีความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างมาก …จึงมีการ “สร้าง” ราคาน้ำมัน ให้ขึ้นไปเรื่อย ๆ คราวนี้อาเฮียชักจะสะอึกจริง เพราะต้อง ไล่ซื้อน้ำมันจากตะวันออกกลางทุกราคา ที่ฝรั่งเป็นคนกำกับ เราจะเป็นเบี้ยล้างเขาไปตลอดหรือไงนะ …อาเฮียคิดหนัก

จีนจึงตกลงจับมือกับรัสเซีย… สร้างท่อส่งน้ำมันมาด่วนเลยพี่ปู …จะว่าไป ก็เหมือนอเมริกาเป็นพ่อสื่อ ให้รัสเซียกับจีน เขารักกันจั๋งหนับ อุ้ย จักกะจี้จัง เพราะรวมกันเราอาจสู้ (มัน) ได้ แต่แยกกัน คงเหนื่อยนะพวก…

แบบนี้อเมริกา เลยปรับแผน (อีกรอบ) เล่นมันแรงทั้ง 2 ประเทศ

รัสเซีย มึงรบเก่งนัก เอาสงครามรอบบ้านไป ยุให้พวกเด็ก ๆ พรรคพวกเก่าของสหภาพโซเวียตแยกตัวบ้าง สร้างปฏิวัติหลากสีบ้าง เพราะเรื่องสหภาพโซเวียตล่มสลายนี่ เป็นจุดอ่อนของรัสเซีย เทน้ำกรดราดแผล ซ้ำมันไปเรื่อยๆ รัสเซียจะทนไหวไหม ลามมาล่อให้ไปตกหลุมแถวซีเรียอีกด้วย นี่ยังจะเอาตุรกี อิรักมาล่ออีก อย่าลืมอิหร่านหมากสำคัญ ฝ่ายไหนเอาไปอม ก็ได้เปรียบแยะ

ส่วนจีน ก็ต้องเจอเรื่องเศรษฐกิจและสังคม ทุบทั้งข้างนอกและข้างใน

ปี ค.ศ.1990 จีนเปิดตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ เปิดได้แค่ 2 ปี AIG ถลากลับบ้านเก่าที่เซี่ยงไฮ้ ในปี ค.ศ.1992 พูดเสีย (น้ำลายไหล) หยดย้อย … เรากลับบ้านแล้ว มาต้มพวกมึงต่อไง 555

ก่อนกลับบ้านเซี่ยงไฮ้ ไม่กี่ปีก่อนตลาดหุ้นเปิด ปี ค.ศ.1987 AIG แอบไปเปิด AIGFP ดักรอไว้แล้ว แหม… ก็นั่งกินแฮมเบอร์เก้ออยู่กลางเซี่ยงไฮ้ จะไม่รู้ความเคลื่อนไหวหรือว่าเขาจะทำอะไรกัน … ไม่ต้องทำอะไรมาก เตรียมหาหม้อใบใหญ่ ใส่น้ำ เอาขึ้นตั้งเตา รอต้ม … เหยื่อตัวใหญ่ ในบ้านเขาเอง….

Scroll to Top