“หมากฝรั่ง…ภาคพิเศษ”
ตอน 4
เรื่องอิหร่านนิวเคลียร์นี้ คนรู้ดี อีกคนหนึ่ง น่าจะเป็นอิสราเอล
ที่ขนพิมพ์เขียวของอเมริกา มา (หลอก!?) ให้พระเจ้าชาห์
เดือนพฤศจิกายน ค.ศ.2013
นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีของอิสราเอล
หรือ คุณบี้ ของผม ได้ให้สัมภาษณ์ เกี่ยวกับเรื่องอิหร่านนิวเคลียร์
ซึ่งเริ่มเป็นประเด็น ที่บรรดาพวกนักล่าลายพร้อย
ออกมาถล่ม อิหร่านนั้น
ว่า เรา (ไม่รู้เราไหนบ้าง) ควรจะใช้ วิธีเจรจาทางการทูต
มากกว่า ที่จะใช้กำลังทางทหาร หรือ อาวุธ
ถล่มฐานที่ผลิตอาวุธนิวเคลียร์ ของอิหร่าน
คุณบี้ ฟูมปากเล่าฉอดๆ ว่า เรื่องอิหร่านนิวเคลียร์นี้
แม้ นานาชาติ จะเริ่มรู้ระแคะระคายกัน เมื่อ ปี ค.ศ.2006 ก็ตาม
แต่ จริงๆ อิหร่านน่ะ เริ่มโครงการ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1979 โน่นแน่ะ
ก่อนการปฏิวัติไล่พระเจ้าชาห์อีกนะ
จริงๆ การปฏิวัติ แค่ทำให้โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
สะดุดไปหน่อย เท่านั้น
ในช่วงที่พระเจ้าชาห์ ยังเป็นเด็กดีของอเมริกา
อเมริกาเอง ก็ขายเครื่องผลิตพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก
ซึ่งสามารถพัฒนา ให้ไปถึงเป็นการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้
ให้กับอิหร่าน ตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ.1960 กว่าแล้ว
นอกจากนี้ อเมริกา ยังขายแร่ยูเรเนียม ชนิดเกรดสูง
ให้อิหร่าน สำหรับเตรียมใช้ กับเครื่องผลิตพลังงานนั้น
เพราะตอนนั้น อเมริกา หวังให้อิหร่าน
เตรียมไว้ใช้โซ้ย กับสหภาพโซเวียต…
ตกลงนี่ มันรายการให้สัมภาษณ์ เพื่อด่าอิหร่าน
หรือ ฉีกหน้ากากลูกพี่กันแน่
และจากการให้สัมภาษณ์ของคุณบี้ ครั้งนั้น
ทำให้ชาวบ้าน ที่สนใจการเมืองโลก จับความได้เพิ่ม
ว่า อิสราเอล กำลังประจาน ว่า อิหร่านนั้น สร้างโรงงานผลิตอาวุธนิวเคลียร์
ไว้เกือบทั่วอิหร่าน และทำมานานแล้ว
และเมื่อท่านอยาโตเลาะห์ อาลี คาเมนี ประกาศเปลี่ยนฟัตวา
ในปี ค.ศ.2006 มันก็เหมือนเป็นการยืนยัน
ให้กับ ข่าวลือ ข่าวฝอย หรือ ข่าวปล่อย
เกี่ยวกับการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน
หลังจากนั้น บรรดาพวกนักล่าลายพร้อย
เลยเคลื่อนย้ายดาวเทียมของตัว มาส่องดูอิหร่าน อย่างรีบร้อน
จนจราจร บนท้องฟ้าแถบนั้น คับคั่งไปหมด
และ มนุษย์ประเภทหมายเลข 007
จาก อังกฤษ อเมริกา อิสราเอล และชาติตะวันตกอื่นๆ
ก็พากัน มาเดินว่อน ก้มหน้าสูดกลิ่นใต้ดินอิหร่าน
กันอย่างเคร่งเครียด
แต่ 007 พวกนั้น คงจมูกไม่ดีพอ
หรือ อิหร่านฝังของดี ไว้ลึกเกินสูด ก็ไม่ทราบ
ผลที่ได้รับ จึงยังไม่เป็นที่พอใจ ของบรรดาเจ้าของนักสูด
จนถึงวันหนึ่ง ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี ค.ศ.2007
เขาว่า มีนายพล ชื่อ อาลี เรซ่า อัสการี (General Ali Reza Askari)
ที่ประจำอยู่หน่วยงานข่าวกรองของ กองกำลังของพวกการ์ด
และเป็นผู้บังคับการของ พวกกู๊ด ที่ขึ้นตรงกับ พวกการ์ด
ได้แปรพักตร์ (แปลว่า ทรยศ) ลี้ภัยจากอิหร่าน…
ไปซบ อก.. พี่ซี…ที่อเมริกา …คิดยังไงนะท่านนายพล
เมื่อถึงอกพี่ซี ..นายพลอัสการี ก็เล่าอย่างหมดจด
ว่า โรงผลิตนิวเคลียร์ของอิหร่าน นั้น มีประมาณ 10 แห่ง
และ กระจายอยู่ทั่วอิหร่าน อันกว้างใหญ่
รายละเอียดเป็นอย่างไร ชนิดอะไร อยู่ที่ไหน รุนแรงอย่างไร
ท่านนายพล เล่าเกลี้ยง
จากข้อมูลที่ได้จากดาวเทียม บวกการสูดกลิ่น ของ 007
และจากปากของนายพล คนแปรพักตร์
ทำให้ พวกอยากทำลายฐานผลิตนิวเคลียร์ อิหร่าน ได้ข้อสรุป
ที่ทำให้พวกมัน เกิดอาการ คอแห้ง ปวดหัว เหมือนไข้(อดแดก) กำลังเล่นงาน
คือ การจะทำลาย ฐานผลิตนิวเคลียร์ของอิหร่าน
ที่อยู่ใต้ดิน ทั้งหมดนั้น อาจจะต้องใช้วิธีทำลาย
ด้วยการยิงจรวดใส่ “พร้อมๆกันหมด” ทุกฐาน…
เพื่อป้องกันการยิงสวนกลับ จากอิหร่าน และ ฯลฯ
และจุดที่จะยิงใส่อิหร่านนั้น
จากการขยายความ ของแหล่งข่าว 007 ของชาวเกาะใหญ่
เท่าปลายนิ้วก้อยของเท้าซ้าย
มีถึง 3 ระยะ เพราะอิหร่าน เล่นขุดหลุม ฝังของดี
แบบกระจายไว้ทั่วประเทศ
ระยะใกล้สุด ประมาณ 1,750 กม. ต้องยิง จาก จอร์แดน หรือ อิรัค
ระยะกลาง ประมาณ 2,200 กม. ต้องยิง จาก เลบานอน ซีเรีย หรือ ตุรกี
ระยะไกลสุด ประมาณ 2,400 กม. ต้องยิงข้ามอ่าวอคาบา มาจาก จอร์แดน
ซาอุดิ หรือ คูเวต
ท่านผู้อ่าน ที่คิดไวปานกามนิต อ่านมาถึงตรงนี้
คงถึงบางอ้อ กันไปแล้วว่า ทำไม ที่ไหน มันถึงร้อน
มันถึงต้องแตก ต้องมีเรื่อง จนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่เลิก
นอกจากนี้ แหล่งข่าว 007 ของ… เดากันเองแล้วกันครับ
ว่าของใคร
ยังปูดออกมาอีกว่า อิหร่านนั้น ยังติดตั้งฐาน และระบบ
สำหรับยิงจรวด Shihab 3 ซึ่งมีผู้มาอภินันทนาการ จัดการให้อีกด้วย
Shihab มีระยะยิงไกล 1,300 กม …ถึง อิสราเอล อย่างสบายๆ
ลางที จะลงถึงยุโรปได้ด้วย
แบบนี้ ใครจะรักอิหร่านลง
แถมอิหร่าน ยังคุมช่องแคบฮอร์มุส (Hormuz) จุดรัดคอ
ที่มีเรือบรรทุกน้ำมัน ของพวกอูฐ แล่นผ่านมากที่สุด
นายพลแปรพักตร์ ยังจ้อให้พี่ซีฟังต่อ
ว่า อิหร่านเอง นั้น ยังใจดี สร้างสัมพันธ์ แบ่งปันข้อมูล
เกี่ยวกับการพัฒนานิวเคลียร์ ให้กับก๊วนมิตรรัก
คือ ซีเรีย กับ เกาหลีเหนือ อีกด้วย
มันเลยกลายเป็น กลุ่มหนุ่ม สามเหลี่ยม สามมุม
(แต่จริงๆ ผมว่า มีมากมุมมากเหลี่ยม กว่านั้นอีกนะ…)
พวกสามหนุ่ม เขาจับมือกันครั้งแรก
เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ค.ศ.2000 ที่เมืองดามัสคัส
เมื่ออิหร่าน และ เกาหลีเหนือ มาเคารพศพ
อดีตผู้นำซีเรีย ฮาเฟส อัสสาด (Hafez Assad)
พ่อของ บาชาร์ อัสสาด ผู้นำซีเรีย คนปัจจุบัน
แปลว่าความผูกพัน ระหว่างพวกเขา น่าจะมีมานานแล้ว
หลังจากนั้น พวกสามหนุ่ม เขาก็เจอกันเรื่อยๆ แบบลับๆ
พวกเขาสรุปกันว่า ซีเรีย จะเป็นผู้ให้ใช้สถานที่ ส่วนที่ใกล้อิสราเอลที่สุด!
อิหร่าน จะเป็นผู้ออกทุน และ เกาหลีเหนือ จะส่งนักวิทยาศาสตร์
ผู้ชำนาญ มาลงมือทำของให้ซีเรีย
เริ่มออกรส ขึ้น นิดๆ ไหมครับ…
หมายเหตุ : โพสต์ลงเพจนิทานเรื่องจริงฯ เมื่อวันที่ 2 เดือนมิถุนายน พ.ศ.2561