เล่ม 9 ‘ติดกับ’
หลอนกลางแดด
เขาว่าเวลาคนเดินทางอยู่กลางทะเลทรายนานๆ จนน้ำเหลือไม่กี่หยด อูฐเริ่มเดินเป๋ โอเอซิส ก็ยังมองไม่เห็น ไปแบบนี้นานๆ เข้า เงาแดดมันจะทำให้เกิดภาพหลอน ลวงตา ชาวทะเลทรายกลัวกันนัก ตายกันมาแยะแล้ว เพราะถูกภาพลวงตา หลอนเอา
อเมริกา นักล่าใบตองแห้ง อยากได้ตะวันออกกลางจนหน้ามืด เข้าไปยึดพื้นที่เขา เข้าไปต้อนเหยื่อ ขม้ำเหยื่อ วางแผนสารพัด ก็ยังไม่ได้ตะวันออกกลางเบ็ดเสร็จ แถมตอนนี้ มีคนขยับขา ทำท่าจะเข้ามาเดินเล่นเพิ่ม
อังกฤษลูกพี่ชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ ไม่เตือนกันไว้บ้างหรือว่า ทะเลทรายมันร้อนจัด ไม่เตรียมตัวให้ดี อาจเจอภาพลวงตาหลอนใส่ แต่สงสัยชาวเกาะ นอกจากไม่เตือนแล้ว คงยังช่วยวางแผน ให้นักล่าหน้าใหม่เจอทีเด็ด กลางแดดร้อนระอุ อย่างที่ตัวเองโดนมาบ้าง จะได้ไม่น้อยหน้ากัน เพราะลูกพี่ก็เจอฤทธิ์ หลอน มาแล้วทั้งที่อิหร่านและอียิปต์ ถึงได้หอบผ้าหอบผ่อน เผ่นออกมาจากตะวันออกกลางดื้อๆ หวังว่าคงจำกันได้
แดดมันแรง ผู้คนก็หน้าตาคล้ายกันไปหมด โพกหัวคลุมผ้ามิดชิด จะไปรู้หรือว่าใครเป็นใคร ไหนว่าเป็นนักล่า แต่จมูกไวแค่เต่าคลาน ไม่ต้องเจอภาพลวงตา หลอนกลางแดดหรอก เอาของจริง เล่นกันจะจะ ต่อหน้าต่อตา นักล่ายังถูกหลอนได้ เล่นเอามึนรับประทาน ไปไม่เป็น ตอนนี้ถึงยังปรุงยารักษาตะวัน ออกกลางไม่เสร็จ
จากรายงานของ ไอ้พวกถังความคิด ที่เขาลือกันว่าเป็นส่วนสำคัญของนักล่า ใบตองแห้ง ในการออกนโยบายสำคัญ โดยเฉพาะด้านความมั่นคง คราวนี้ think tank ถังใบใหญ่ของอมริกาเอง Centre for Strategic & International Studies (CSIS) ที่พวกของเสี่ยปั๊มใหญ่ ซาอุดิอาระเบียให้การสนับสนุนด้านเงินทุน จนถูกสื่อตั้งข้อสังเกต ว่าให้เงินเพื่อมากำกับสูตรยารักษาตะวันออกกลางนั่นแหละ ได้ออก รายงานการวิเคราะห์ เมื่อวันที่ 18 กันยายน ค.ศ. 2014 เกี่ยวกับทางรอดของเลอแวนต์ (ตะวันออกกลาง ส่วนที่เป็นแดนเดือดอยู่ขณะนี้)
เงินสนับสนุนจากพวกเสี่ยทะเลทราย มันคงให้เป็นกระสอบ มันถึงช่างสาธยายกันนัก รายงานยาวเกือบ300 หน้า ผมอ่านด้วยความตื่นเต้นระทึกใจ อยากจะเอามาเล่าสู่กันทั้งหมด แต่กว่าจะเล่าหมด สงสัยเข้าพรรษาหน้าจะจบหรือเปล่าไม่รู้
รายงานเกือบ 300 หน้า แจกแจงถี่ยิบว่า ตะวันออกกลาง โดยเฉพาะ ส่วนที่เรียกว่า เลแวนต์ (แถมอียิปต์เข้าไปด้วย แถมทำไมวันนี้ยังไม่เล่า) ใครเป็นพวกใคร ใครเกลียดขี้หน้าใคร ใครทำอะไร ใครคิดอะไร ใครได้เปรียบใคร ใครเสียเปรียบใคร เป็นการวิเคราะห์ โดยเอาข้อมูลมาแสดงประกอบการวิเคราะห์ ทั้งด้านการเมือง ด้านกำลังพลและกำลังอาวุธ ถ้ามันเป็นจริงทั้งหมด ก็เหมือน ตัวละครที่ถูกเอามาวิเคราะห์ โดนจับแก้ผ้ากลางตลาด กลากเกลื้อน หูดฝี มีตรงไหน เห็นเกลี้ยง
เออ! เห็นแล้วต้องบอกว่า หลายรายคงจะส่งไปประกวดไม่ไหว แค่งานวัด ไม่รู้จะผ่านเข้ารอบหรือเปล่า
วันนี้ ผมขอเอามาเล่าสู่กันฟัง เฉพาะ เรื่องเบาๆ ที่เขาเขียนในรายงาน เป็นเรื่องเกี่ยวกับอาวุธครับ แต่เรื่องที่ว่านี้ เขา (คนทำรายงานของ CSIS) บอกว่าอาจจะทำให้เกิดอาการหลอน ได้ทั้งภูมิภาค!
ATGMs เป็นชื่อย่อของ anti/tank guided missiles จรวดสำหรับยิงรถแท้งค์
MANPADs เป็นชื่อย่อของ man-portable air defense systems ระบบยิงจรวด แบบพกพาเคลื่อน ที่ได้ แค่เอาพาดบ่า กดปุ่ม แล้วก็ยิง ง่ายๆแค่นั้น แต่อานุภาพรุนแรง ขนาดยิงเครื่องบิน ที่กำลังบินฉิวอยู่บนฟ้า หล่นตุบลงมาสบายๆ
เมื่อตอนที่นักล่าขนเอาพวกน้ำดำ แบล็ควอเตอร์ (Blackwater) ประมาณ 6000 คน ค่าตัวหลายพัน ล้านเหรียญ ไปฝังตัวอยู่ที่ลิเบียอยู่นาน เพื่อจะเตรียมขยี้กัดดาฟี่ ในปี ค.ศ.2011 ด้วยข้อหาว่า กัดดาฟี่เป็นทรราช แต่ความจริงน้ำมันลิเบียมีล้น จนนักล่า ทนความอยากไม่ไหวต่างหาก… หลังจากจัดการขยี้กัดดาฟี่สำเร็จ ลิเบียแตก นอกจากได้กำจัดกัดดาฟี่สมใจแบบถอนรากยาว ไปจนถึงเก็บลูกรักเขา พร้อมไปเอายึดน้ำมันเขามาหมดแล้ว อมริกา นักล่าใบตองแห้ง ยังสั่งให้ลูกสมุนกวาดคลังอาวุธมหาประลัยทรงอานุภาพ ที่กัดดาฟี่มีสะสมไว้เป็นหลายโกดัง กวาดมาจนเกลี้ยงเกลาอีกด้วย
จากรายงานของ CSIS นี้ระบุว่า MANPADs และ ATGMs หลายพันชิ้นจากลิเบีย ได้ถูกบรรทุกลงเรือ เดินทางผ่านแอฟริกา มีที่หมายปลายทางที่เมืองหนึ่งในตะวันออกกลาง ก็น่าจะเป็นตุรกีหรือซีเรียนั่นแหละ แต่ก่อนถึงที่หมาย เรือบรรทุกดังกล่าวได้เกิดสูญหาย ระหว่างทางถูกมือดีที่ไหน ยึดเอาไปไม่ทราบผู้ส่งสินค้า… แจ้งว่าสินค้าสำคัญทั้งหมดก็หายไปด้วย… ยังดมไม่ได้กลิ่นว่า ใครลักเอาเรือบรรทุกนี้ไป… นี่มันแขกเล่นกล… หรือโดนภาพลวงตาหลอนกัน รายงานออกมายังงี้ได้ยังไง หรือมันจะหลอนคนอ่าน เรือบรรทุกทั้งลำนะ และน่าจะหลายลำด้วย มันจะหายวับไปกับตายั่งงั้นเชียวหรือ
ถ้าเป็นเรื่องจริง แบบนี้มันเป็น รายการหักหน้า หักหลัง แล้วแถมด้วย ตบกกหูและถมน้ำลายใส่ด้วยซ้ำ แล้วกัดฟันหุบปากเงียบกันอยู่ได้ยังไงตั้ง 3 ปี
สื่อนักย้อมตัวดี ไม่มีใครออกมาแอะสักราย ทีเรื่องเด็กนักเรียนอายุ 17-18 นำคนปิดถนน และทำข่าวใหญ่โต แล้วเป็นไง อยู่เป็นเอกราช มีรากมีเหง้าดีๆ ไม่ชอบ อยากกลับไปเป็นขี้ข้าฝรั่ง ให้มันปั่นหัวเป็น
จิ้งหรีด มีคนถามผมหลายคน ผมบอกอย่าไปสนใจครับ มันแค่ตี๋ตัวน้อยถูกปั่นหัว เล่นละครให้เราดู อาเฮียเขาไม่ปล่อยให้มันบานปลายหรอก ยุ่งมากนักเดี๋ยวเขาก็ปิดเกาะ แล้วไอ้ที่ออกมาประท้วงจะรู้สึก เอ้า นอกเรื่องอีกแล้วลุงนิทาน จริงๆ มันไม่นอกนักนะครับ เกี่ยวกันทั้งนั้นแหละ กลับมาเรื่องอาวุธหลอนของเราต่อแล้วกัน
รายงานบอกว่า ไอ้เจ้า MANPADs นี่ไม่ใช่ของใหม่ เคยสำแดงเดชมาแล้ว เมื่อปี ค.ศ.2003 เครื่องบินAirbus A 300 เพิ่งทะยานขึ้นจากสนามบินแบกแดด ยังไม่ทันโงหัวตั้งลำ ก็ถูกหัวจรวดจาก MANPADทักทายซะปีกหัก นักบินต้องรีบเอาเครื่องลง เป็นเครื่องของ European Air transport ใช้ขนส่งให้DHL เขาว่าเครื่องนี่ยิงนี่แม่นมาก ไม่มีช่องว่างให้พลาดเลย โดยเฉพาะ ถ้าเป้าหมายเป็นเครื่องบินชนิดปีกใหญ่ (large fixed wing aircraft) อืม!
แล้วที่ เลอแวนต์ นี้ จะเป็นอย่างไร น่าจะตื่นเต้น ไม่แพ้หนังฮอลลีวู้ด
ในรายงานบอกว่า เมื่อเดือนเมษายน ค.ศ.2012 ทางการเลบานอนยึดเรือบรรทุกสินค้าชื่อ เลตฟัลลาห์ 2 (Letfallah II) ซึ่งบรรทุกอาวุธมาเต็มลำเป็นอาวุธชนิด 9M32 Strela-2M (SA-7 Grail) MANPADsและ 9 M342 Igla-S (SA-24 Grinch) surface to air missiles (SAMs) มา โฮ้ย เขียนให้พวกพี่ๆ นัก รบเขาอ่านเล่น เราๆ จะไปรู้เรื่องอะไร เอาว่า เป็นอาวุธร้ายแรงประเภทจรวดล็อกเป้า ไม่ต้องใช้เครื่อง มือมาก แค่มือนิ่ง บ่าแน่น ก็ยิงได้แล้ว อาวุธพวกนี้เดินทางมาจากลิเบียจะไปซีเรีย
นอกจากนี้มีรายงานบอกว่า นายอับดุล เบซิต ฮารัน (Abdul Basit Harun) อ้างว่าเป็นผู้ติดต่อประสาน งาน ที่ภูมิใจในผลงานของตนมาก ถึงกับให้สัมภาษณ์รอยเตอร์ (Reuters) เมื่อ วันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ.2013 ว่า เขาเองแหละ เป็นคนจัดการส่งสินค้า “พิเศษ” ล็อตใหญ่นี้ไปซีเรีย ทั้งทางเรือและทางเครื่อง บินเช่าเหมาลำ เพื่อจะส่งไปให้พวกกบฏซีเรีย แต่ถูกประเทศก่อนถึงซีเรียห้ามผ่านก็ เลบานอนนั่นแหละ
เออ! แล้ว ตกลงใครเป็นคนให้ส่ง และตกลงสินค้าพิเศษนี่ตกไปอยู่ในมือใคร กันบ้าง รายงาน CSIS ไม่บอกให้ชัด บอกแต่ว่า หาย หาย หาย
นอกจากนี้ รายงานบอกว่า มีการรายงานเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ ว่า รายการอาวุธที่ส่งไปซีเรีย มี MANPADs ที่มีเครื่องหมาย สามเหลี่ยม พิมพ์เลขหมาย “412” ที่ลิเบียสั่งให้ (อเมริกา) ผลิตส่งให้เป็นพิเศษด้วยอีกมากมาย มันคงพิเศษจริง คนรายงานถึงเขียนอย่างตื่นเต้น
ยังมีรายงานต่ออีกว่า บางรัฐในตะวันออกกลาง ก็เริ่มพยายามแผ่อำนาจของตัว ผ่านกระดาษสีเขียวตรานกอินทรีที่ตัวเองมีแยะ ขนาดเดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส (The New York Times) รายงานเมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ.2013 ว่า กาตาร์ใช้เครื่องบิน C -17 ขนอาวุธของลิเบีย ไปให้กบฏซีเรียถึง 3 เที่ยว โดยขนไปลงที่ตุรกี เพื่อส่ง ผ่านไปที่ซีเรีย นอกจากนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า การใช้เครื่องบินของอเมริกา ขนส่งอาวุธ เพื่อสนับสนุนการก่อความไม่สงบ เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอเมริกัน แต่ดูเหมือน พวกเสี่ยทะเลทรายรายนี้จะไม่สนใจ เพราะกำลังโชว์ผลงาน เพื่อก้าวขึ้นมาเป็นลูกรัก แหม คุณพ่อรักอยู่แล้ว ประเทศเล็กพลเมืองน้อย แต่น้ำมันล้นทะลักไม่หยุด ขนาดรายงานของ CIA บอกรายได้ต่อหัวของชาวกาตาร์ เป็นอันดับ1 ของโลก แบบนี้ทำอะไรก็ไม่ผิดหรอกลูก
อาวุธของกัดดาฟี่ ไม่ได้ถูกเอาไปใช้ที่ซีเรียเท่านั้น รายงานบอกว่ามีการเผื่อแผ่ ไปใช้ที่ที่อียิปต์ด้วย เมื่อปี ค.ศ.2012 โดยกลุ่มชีค ซูวีด (Sheikh Zuweid) และล่าสุดมีการใช้เมื่อ 25 มกราคม ค.ศ.2014 โดย กลุ่มสุหนี่ จิฮาดิ จามาต อันซาร์ เบต อัล แมคดิส (Sunni Jihadi Jamaat Ansar Bayt al-Maqdis)มิน่ามันถึงได้พังกันฉิบหายเป็นเมืองๆ
CSIS บอกว่า ทั้งฝ่ายอเมริกาและฝ่ายอิหร่าน น่าจะให้ความสนใจเรื่องนี้มากๆ เพราะต่างก็สามารถ ตกเป็นเป้าของ MANPADs ได้พอๆ กัน เพราะไม่รู้ว่า อาวุธนี้ตกอยู่ในมือใครบ้าง เอ๊ะ เขียนแบบนี้ มันมองได้หลายมุม แต่ที่ต้องรู้กันคือ MANPADs นี้ สามารถยิงเครื่องบินที่บินระดับ 10,000 ถึง 15,000ฟุต ให้หล่นตุบ ได้อย่างสบายๆ และเครื่องบินที่บินกันว่อนอยู่ระหว่างอียิปต์ อิหร่าน อิรัก อิสราเอล จอร์แดน ซาอุดิ อาระเบีย ซีเรีย ตุรกี ก็ใช้เพดานบินระดับนี้ทั้งนั่นแหละ
ตกลงเรื่องทูตสตีเวนส์ ทูตอเมริกันประจำลิเบีย ที่มีข่าวว่าถูกมุสลิมหัวรุนแรงฆ่าตายที่เบนกาซี เมื่อปี ค.ศ.2012 แต่ลือกันว่า ของจริงน่าจะถูกพวกเดียวกันเก็บกันเอง เพราะทูตเป็นคนกลางที่ติดต่อเรื่องขนอาวุธ จากลิเบียไปตุรกี เพื่อส่งต่อไปที่ ซีเรีย ในปี ค.ศ.2011 …ทำท่าจะไม่ใช่เป็นแค่ข่าวลือเสียแล้ว แม้เรื่องนี้จะผ่านมาแล้ว แต่น่าจะต่อกับเรื่องปัจจุบันได้ดี พวกนักล่าใบตองแห้ง เล่าไปเล่ามา จะแฉแผลกันเอง ใครลืมเรื่องทูตสตีเวนส์ หรืออ่านแล้วขาดลอย เชิญเอานิทานเรื่อง Chateau Christophe มาอ่านหน่อยนะครับ จะได้เห็นความชั่วช้า เหี้ยมโหด ของไอ้นักล่าชัดเจนขึ้น
แต่ที่น่าสนใจ มันเกี่ยวกันไหม ที่จนบัดนี้การปรุงยากำจัดการแพร่ขยายของหน่อไอซิส (ISIS) ที่อิรักและซีเรีย ถึงยังไม่คืบหน้า แถมดูเหมือนจะถอยหลัง นักล่ากับพวกเสี่ยทะเลทราย บวกกับลูกพี่ชาวเกาะ และเพื่อนไม่กี่หน่วย ออกมาประกาศ เราจะถล่มไอซิสนี้ทางอากาศ (ซึ่งเข้าใจว่าใช้เครื่องบินชนิดควบ คุมด้วยเครื่องโดรน (drone) เป็นส่วนใหญ่ ) ตั้งแต่ 23 กันยายน ค.ศ.2014 แต่ล่าสุด สื่อฝรั่งบอกไอซิส กำลัง คืบเข้าไปชิงเมืองสำคัญในอิรักได้เพิ่มขึ้นอีก (เรื่อยๆ) ส่วนเรื่องกองกำลังภาคพื้นดินที่กำลังหาอาสาสมัคร ยังไม่มีข่าวคืบ
ถ้าเรือบรรทุกอาวุธที่ว่านี้ หายตัวไปจริงตั้ง 3 ปี แล้ว อเมริกาน่าจะรู้แล้ว และรู้มานานแล้วว่า ใครเป็น
คนฉกไปจากปากอเมริกา แต่คงน้ำท่วมเลยปากไปแล้ว จนพูดไม่ออก
แต่ถ้าเรื่องอาวุธหายตัวได้ เป็นเรื่องที่อเมริกา คิด หลอน คนตะวันออกกลางเอง หนังเรื่องนี้คงเล่นยาว และอาจได้ดูกันทั้งโลก
เลบานอนอยู่ฝ่ายไหน ตุรกีกำลังออกอาการอย่างไร คนอ่านนิทานกันมาถึงเดี๋ยวนี้ น่าจะเดาเรื่องกันได้
MANPADs 1 ลูก ยิงเครื่องบินตกได้ 1 ลำ นี่หายไปเป็นพันๆ ลูก ก็คิดเอาเองแล้วกัน เกมส์มันจะตื่น เต้นเร้าใจกันขนาดไหน ใครจะออกกระบวนท่าอย่างไร ไม่ตามดูไม่ได้ อีกไม่นานก็คงรู้ว่าใครถูกหลอนกันแน่
วันนี้เล่าเรื่องเบาๆ แค่นี้ก่อนนะครับ แล้วจะมาเล่า เรื่อง หลอน ตอนอื่นต่อ
หมายเหตุ : โพสต์ลงเพจนิทานเรื่องจริงฯ เมื่อวันที่ 10 เดือนตุลาคมคม พ.ศ. 2557
ปรับปรุง แก้ไขใหม่ เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2559
(ตีพิมพ์ในเล่ม 9 ‘ติดกับ’ หน้า 121)