แด่นักรบเงา ที่เสียสละแม้ชีวิต
เพื่อรักษาบ้านเมืองที่รักของเรา

Search

ภูมิศาสตร์การเมืองเกี่ยวกับพลังงานของรัสเซีย เริ่มสำแดงรังสี เมื่อประมาณปี ค.ศ. 2003 ขณะที่อเมริกากำลังเล่นเอาทหารเข้าไปตั้งแค้มป์อยู่เมือง อิรัก และตะวันออกกลาง คุณพี่ปูตินออกคำสั่งจับ มหาเศรษฐีชาวรัสเซียมิคาอิล โคห์ดอร์คอฟสกี (Mikhail Khodorkovsky) โทษฐานหนีภาษีและอายัดหุ้นที่ นายโคห์ (Kho) ถืออยู่ในบริษัทนำมันยักษ์ใหญ่ ยูคอส ออยล์ กรุ๊ป (Yukos Oil Group) เตรียมยึดเป็นของหลวง

โลกช็อกกับการออกคำสั่งของคุณพี่ปู CNN ออกข่าว เผด็จการกำลังสำแดงอำนาจ (ประโยคหากินของCNN) เหตุผลของการสั่งจับนายโคห์ เกิดขึ้นไม่นาน หลังจากมีรายงานที่ไม่เปิดเผยบอกว่า นายโคห์ได้ไปพบรองประธานาธิบดี ดิ๊ก เชนีย์ (Dick Cheney) ที่วอชิงตันในเดือนกรกฎาคม หลังจากคุยกับนายเชนีย์นายโคห์ ก็เริ่มเดินสายคุยกับ เอ็กซอน โมบิล (Exxon Mobil) และ เชฟรอน เท็กซาโก (Chevron Texaco) เกี่ยวกับการซื้อหุ้นประ มาณ 40% ของยูคอส พูดง่ายๆ นายโคห์ กำลังเป็นตัวกลางเจรจาแทนวอชิงตัน เพื่อซื้อหุ้นยูคอส นี่มันเป็นการหักหลัง หรือกบฏต่อคุณพี่ปูตินเลยเชียวนะ
40% ของหุ้นในบริษัทยูคอส ของรัสเซีย จะทำให้วอชิงตัน มีอำนาจ (ผ่านบริษัทน้ำมันหน้าม้าทั้งหลาย) ในการกำหนดอนาคตของรัสเซีย ในการเจรจาเกี่ยวกับท่อก๊าซและน้ำมัน ก่อนหน้าการจับกุมไม่เท่าไหร่ นายโคห์ ได้ต้อนรับนายบุช คนพ่อที่มามอสโก (Moscow) ในฐานะตัวแทนของคาร์ไลล์ กรุ๊ป (Carlyle Group) เพื่อมาหารือ เรื่องที่ฝ่ายอเมริกาจะซื้อหุ้นยูคอส (หลังจากเกิดเรื่องนายบุช ได้แอบยื่นใบลาออกจากคาร์ไลล์ รายงานบอกด้วยว่า นายโคห์ นี้มีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาของคาร์ไลล์ กรุ๊ป ด้วย

คาร์ไลล์ กรุ๊ป ยังมีหุ้นส่วนสำคัญคือ อดีตรัฐมนตรีกลาโหมของอเมริกาชื่อ แฟรงค์ คาร์ลุชชี (Frank Carlucci) (สังกัด CFR) นอกเหนือจากอดีตรัฐมนตรี ตปท. คือ นายเจมส์ เบเกอร์ ที่ 3 (James Baker III) ที่รู้ๆ กันอยู่ว่า สนิทกับใครบ้างในดินแดนของสมันน้อย

ขณะที่นายโคห์ถูกจับบริษัทยูคอส กำลังเริ่มดำเนินการซื้อหุ้นของซิปเนฟ (Sibneft) กลุ่มบริษัทผู้ผลิตและกลั่นน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดของรัสเซีย ถ้ารวมยูคอสกับซิปเนฟ (Sibneft) เข้าด้วยกัน ด้วยปริมาณ 19.5 พันล้านบาร์เรล (barrel) ของน้ำมันและก๊าซ จะทำให้ยูคอส-ซิปเนฟ มีปริมาณน้ำมันและก๊าซมากเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากเอ๊กซอน โมบิล (Exxon Mobil) การแอบซื้อหุ้นยูคอส-ซิปเนฟ จะโดย เอ๊กซอน(Exxon) หรือเชฟรอน (Chevron) ก็ตาม มันเหมือนเป็นการทำรัฐประหารยึดอำนาจทางวงการน้ำมันที่ใหญ่ที่สุด เชนีย์รู้เรื่องนี้ บุช รู้เรื่องนี้ นายโคห์รู้เรื่องนี้ และที่สำคัญ คุณพี่ปูตินก็รู้เรื่องนี้ และตัดสินใจลงมือจัดการระงับการขายชาติอย่างเด็ด ขาดและรวดเร็ว (ผมฝันว่า จะได้เห็นการตัดสินใจเด็ดขาดและรวดเร็วแบบนี้ เกิดขึ้นในบ้านเรานะครับ)
ในราวปลายปี ค.ศ.2004 มอสโกมองเห็นชัดเจนแล้วว่า สงครามเย็นครั้งใหม่กำลังเริ่มขึ้นแล้ว สงครามเย็นครั้งนี้สาเหตุมาจากรัสเซียมีทรัพยากรพลังงานมากเกินไป บอกแล้ว คุณพี่ปูติน ถึงจะมีคนไม่น้อยที่ไม่ชอบหน้าคุณพี่ แต่คุณพี่ไม่ยอมให้ใครมาหยามหน้ารัสเซียอีกแล้ว ยุทธศาสตร์ของคุณพี่ปูตินครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่ป้องกัน แต่เป็นการรุกกลับ และรุกคืบ โดยการใช้ท่อส่งน้ำมันและแก็สเป็นอาวุธ ที่มีประสิทธิ ภาพอย่างยิ่ง (แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ผมเชียร์คุณพี่ปูติน ออกนอกหน้าได้ยังไง)

เมื่อดูสภาพความเป็นอยู่ของชาวรัสเซียในปี ค.ศ.2004 ก็ อยู่ในสภาพธรรมดา ไม่หรูหรา แต่ถ้ามองกันที่สภาพของประเทศ ต้องบอกว่ารัสเซียอู้ฟู่ มีทรัพย์สมบัติมหาศาล ในแง่เขตแดนก็ต้องบอกว่ากว้างใหญ่สุดสายตา เป็นประเทศที่มีอาณาเขตบริเวณใหญ่ที่สุดในโลก ด้านหนึ่งชนมหาสมุทรแปซิฟิก อีกด้านชนหน้าประตูของยุโรป ดินแดนกว้างใหญ่ไพศาลนี้มีทรัพยากรมหาศาลตามไปด้วย โดยเฉพาะมีก๊าซธรรมชาติมากเป็นอันดับ 1 ของโลก รัสเซียเป็นประเทศเดียวในโลก ที่อาจจะมีกำลังทหารพอฟัดกับอเมริกา แม้ว่าจะสหภาพโซเวียตจะล่มสลายไปแล้วก็ตาม แต่เลือดนักสู้เก่าด้านการทหารไม่ได้สลายตามไปด้วย

รัสเซียมีบ่อน้ำมันมากกว่า 130,000 บ่อ และมีน้ำมันและก๊าซ (deposits) อีกประมาณ 2,000 แหล่ง มีน้ำมันสำรอง (oil reserves) ประมาณ 150 พันล้านบาร์เรล เช่นเดียวกับอิรัก หรืออาจจะมากกว่า เพราะยังไม่ได้ขุดสำรวจหมดเนื่องจากอยู่ไกลแถวขั้วโลก

เครือข่ายท่อส่งน้ำมันและก๊าซเป็นของรัฐบาล ยาวประมาณ 150,000 กิโลเมตรข้ามประเทศ ตามกฎ หมายก๊าซพรอม (Gazprom) ซึ่งเป็นของรัฐบาลเท่านั้น ที่มีสิทธิใช้ท่อส่ง ท่อส่งน้ำมันและก๊าซนี้เป็นทรัพย์สินและอาวุธที่สำคัญที่สุดของรัสเซีย ยิ่งกว่าตัวน้ำมันและก๊าซเอง และนี่คือหัวใจของการใช้ยุทธ ศาสตร์พลังงานของคุณพี่ปูตินในการรักษาประเทศไว้

Scroll to Top