แด่นักรบเงา ที่เสียสละแม้ชีวิต
เพื่อรักษาบ้านเมืองที่รักของเรา

Search

“อยากเล่นใช่ไหม”

(31/1)


อิหร่าน…เป็นหมาก สำคัญมาก อีกตัวหนึ่ง
ที่ ถูกไอ้จิ๊กโก๋ ดึงมาเข้าฉาก เล่นเรื่องโค้งวิกฤติ
และ เป็นหมาก ระดับทหารเอกเชียวนะ
ในฉากกระดานหมากรุกชิงโลก …

อิหร่าน นั้นเป็นเหยื่อเนื้อหอม (น้ำมัน) มาตั้งแต่ก่อนสงครามโลก
ครั้ง ที่ 1 เอาด้วยซ้ำ …ไอ้นิ้วก้อย นั้น ทั้งล่อทั้งหลอก
เพื่อจะเอาอิหร่าน ไปเคี้ยว ไปต้ม เอาไว้กินคนเดียว …
และ ช่วงตั้งแต่ ปี คศ 1914- 1950 …
อิหร่าน ก็เลยเหมือน ถูกไอ้นิ้วก้อย มันผูกข้อมือเอาไว้แน่น
กระดิกแทบไม่ออกเลย
(ไม่อยากใช่คำว่า ผูกอย่างอื่นนะครับ แสลงใจแทนพรรคพวก)

ไอ้นิ้วก้อย มันมอง(เห็น) ว่า อิหร่านนั้น เป็นเส้นทางสำคัญ
ในการเชื่อมเกาะนิ้วก้อย กับ อินเดีย …
และ ยังเป็นจุดสำคัญ เหมาะที่จะวางไม้ขวาง…
กันไม่ให้รัสเซีย ขยายอำนาจ ออกมาทางด้านยุโรป

ส่วนรัสเซีย ก็มองว่าอิหร่าน เป็นด่านสำคัญ ที่กัน
ไม่ให้ ใครเข้ามาถึงรัฐเล็กรัฐน้อย ของตัว

ตราบใด ที่บริเวณดินแดนของอิหร่าน ยังตั้งอยู่ตรงนั้น
ที่มีส่วนติดต่อ อยู่กับรัสเซีย…
อิหร่านนั้น คงไม่มีทางที่จะรอด จากการถูกลากไปเข้าฉาก
ไม่ว่าเป็นฉาก…ของฝ่ายไหน

เมื่อเยอรมัน บุกรัสเซีย ในปี คศ 1941 …
อังกฤษ จึงหันมาจับมือ กับรัสเซียอีกรอบ
เพราะมีศัตรูรายเดียวกัน และใช้อิหร่านเป็นเส้นทาง
ในการลำเลียง ส่งเสบียง และ อาวุธ ให้รัสเซีย

เดือนสิงหาคม คศ 1941 …อังกฤษ และ รัสเซีย ส่งกองทัพ
เข้าไปในอิหร่าน เพื่อกำกับให้อิหร่าน ทำหน้าที่เป็นด่านหน้า
ในการรับมือกับเยอรมัน แทนพวกสัมพันธมิตร

แต่การสั่งการไม่ค่อยได้ผล เพราะพระเจ้าชาห์ เรซา ปาห์ลาวี
(Shah Reza Pahlavi) เรซ่า ข่าน ที่ปกครองอิหร่านตอนนั้น
ไม่ได้รับความร่วมมือ จากชาวอิหร่าน
เพราะ เขาเป็นเผด็จการและ ชอบกดขี่
อังกฤษ เลยสั่งปลด เรซ่า ข่าน ออกจากตำแหน่งง่ายๆ อย่างนั้น
แล้วเอา ลูก เรซ่า ข่าน …คือ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี
(Mohammud Reza Pahlavi) ขึ้นมาครองแทน

ปี คศ 1942 …อเมริกา เข้าสู่สงครามโลก อยู่ฝ่ายสัมพันธมิตร
และ เป็นชาติหนึ่ง ที่ต้องส่งเสบียงให้รัสเซีย ผ่านทางอิหร่าน
ในตอนแรก อเมริกาไม่ชอบพวก ปาห์ลาวี …
เพราะเห็นเป็นพวกอังกฤษ ยอมทำทุกอย่างตามที่อังกฤษสั่ง

ช่วงนั้นเอง ที่ทำให้อเมริกา เห็นชัดเจนว่า ตะวันออกกลาง
เป็นดินแดน ที่อุดมยิ่งไปด้วยแหล่งน้ำมัน
และ บริเวณ “ท้องน้อย” ของ ยูเรเซีย มันน่ากิน ขนาดไหน

ใน ปี คศ 1944… กระทรวงต่างประเทศของอเมริกา ลงบันทึก
ว่า น้ำมัน ได้กลายเป็นอาวุธสำคัญ สำหรับ การจะเป็นมหาอำนาจ…
เป็นรางวัล ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์

ไอ้จิ๊กโก๋ จึง ลากเอาอิหร่าน เข้าไปอยู่ ในฉากของตัว
ตั้งแต่ สงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลงใหม่ๆ …

ใน ปี คศ 1950 อเมริกา ตกลงดูแลความมั่นคงให้อิหร่าน
ภายใต้สัญญา United Security Pact by Iran and America
ทำให้ กำลังพลของอิหร่าน เพิ่มขึ้นจาก 35,000 นาย เป็น 70,000 นาย
โดยการฝึกอบรมของเจ้าหน้าที่ระดับสูง…ที่ส่งตรงมาจากอเมริกา

ตอนนั้น อิหร่าน ก็เหมือนรู้ตัวว่า …เกือบอยู่ในปากของอเมริกาแล้ว
แต่ อิหร่าน ก็ ไม่แสดงอาการขัดขืน …
อาจจะรู้สึก ว่า มันคงอบอุ่น ดีกว่าอยู่ในปากของไอ้นิ้วก้อย
ที่ ตะกละ โกงน้ำมัน ของอิหร่าน อย่างน่าเกลียด มานานหลายสิบปี

พันเอก ชวาร์สคอพ์ฟ (Col. Schwarzkopf) ที่อเมริกา ส่งมา
“ดูแล” อิหร่าน …กลายเป็นผู้มีอำนาจ และ อิทธิพลสูงสุดในอิหร่าน
เขาสามารถ คุมเสียง ในสภาอิหร่าน …
และ แน่นอน …พระเจ้าชาห์ แห่งอิหร่าน (คนลูก)
ที่ปกครองอิหร่านในตอนนั้น …ก็เหมือนมีสภาพ
ไม่ต่าง กับเป็น “หุ่น” ให้อเมริกาเชิด

อเมริกาเดินหน้า ในการเขมือบอิหร่านต่อไป อย่างไม่หยุด
อเมริกาส่งพวกพี่ ซี …เข้ามาตั้งหน่วยงานใหญ่ อยู่ในอิหร่าน …
เอาไปคลุกการนักการเมือง นักการเงิน และ พวกอีลิตของอิหร่าน
ที่มีหัวหน้ากลุ่ม ชื่อ นายพลอาลี ราซมารา(Ali Razmara)
ซึ่งก็ตกลงจับมือ ร่วมงานกับพวกอเมริกา อย่าง ชื่นมื่นกันดี

คศ 1950 …พระเจ้าชาห์ แต่งตั้งให้ นายพลราซมารา เป็นนายกรัฐมนตรี
หลังจากนั้น ท่านนายกฯราซมารา…ก็ ประกาศ ปลดข้าราชการระดับสูง
ของอิหร่าน ไป 400 คน…. พร้อมกับลงนามในสัญญา “Point Four”
กับ อเมริกา …ซึ่งมีผลให้อเมริกา เข้าไปมีอิทธิพล ในอิหร่าน
ภายใต้ เสื้อคลุม “การพัฒนาเศรษฐกิจ” …และ มี ดร. ทาคี (Dr Tagi)
ชาวอิหร่านสาย พี่ซี เป็นรัฐมนตรี คุมด้านเศรษฐกิจ ของอิหร่าน

[[[[[นี่ผมเขียนเรื่องอิหร่าน นะครับ

มันอาจจะคล้ายกับ เรื่อง ในบ้านอื่นบ้าง
ก็น่าจะแปลว่า ไอ้จิ๊กโก๋ มันมีพิมพ์เขียว พิมพ์เดียว
หรือ หม้อต้มยี่ห้อเดิม เอาไว้ใช้กับเหยื่อทุกราย…
แค่เปลี่ยนแปลงรสชาด ให้เข้าบรรยากาศ กับท้องถิ่น
ของเหยื่อแต่ละราย เท่านั้นเอง]]]]]]

แต่เรื่องข้อตกลง เกี่ยวกับส่วนแบ่งรายได้ของน้ำมัน
ระหว่าง อิหร่าน กับ อังกฤษ ”ผู้คุม” หรือ “ผู้อม” อิหร่านรุ่นแรก
ยังไม่ลงตัว… ราซมารายังไม่ “จัดการ” ให้ ไอ้นิ้วก้อยหลุดออกไป
จากอิหร่านได้…ไม่นานนัก…ราซมารา ก็ เลยถูกจัดการแทน
เขาถูกฆาตกรรม …ไม่รู้ใครเก็บเขาลงหีบ

หลังจากนั้น อิหร่าน ก็ได้ นายกรัฐมนตรี คนใหม่
ชื่อ โมฮัมเหม็ด มอสซาเดก (Mohammed Mossadeq)

มอสซาเดก เป็นนักการเมือง ที่มีความสามารถมาก
และ เป็นที่นิยมของชาวอิหร่าน …เขาไม่ชอบ ชาห์ของอิหร่าน คนพ่อ
เพราะเห็นว่า เป็น หุ่นเชิดของอังกฤษ …
มอสซาเดก ประกาศต่อต้านอิทธิพลของอังกฤษ อย่างเปิดเผย
มาตลอดเวลา จนอังกฤษ เคยขับเขาออกนอกประเทศ …

ความไม่ชอบอังกฤษ ของมอสซาเดก …ออกจะถูกใจอเมริกามาก

แล้ว มอสซาเดก ก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรีของอิหร่าน

ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ทันไร
มอสซาเดก ก็สั่งยึด Anglo Iran Oil จากอังกฤษ
มาเป็นของอิหร่าน ทันที

ปฏิบัติการนี้ สมใจอเมริกาอย่างยิ่ง (น้ำลายหยด ไม่เลิกเลยมึง)

แต่ อังกฤษ เต้นเป็นเจ้าเข้า …มึงทำแบบนี้ได้ยังไง…
อังกฤษ จับมือ อเมริกาบีบแน่น …แบบนี้ ปล่อยไปไม่ได้นะ
เดี๋ยวมันได้ใจ …เราต้องช่วยกัน ขยี้ อิหร่าน…

อเมริกาบอก ใจเย็นก่อนลูกพี่ …ง
(กู ก็ อยากกินอิหร่าน เหมือนกันว้อย แต่อยากกิน คนเดียวน่ะ)

อังกฤษ เห็นอเมริกา รีรอ ยิ่งยัวะจัด …ทั้งวิ่งทั้งเต้นใช้ช่องทาง
ของยูเอ็นเพื่อคว่ำบาตรอิหร่าน …พร้อมสั่งรวบรวมเด็กในคาถา
ที่ยังมีหลงเหลือ อยู่ในอิหร่าน ให้โค่น มอสซาเดก
เอาแบบ ฟัน ฉับ ฉับ เลยนะ

การคว่ำบาตรอิหร่าน …ทำให้ ตลาดน้ำมันโลกเริ่มปั่นป่วน
แถม มีข่าวลือ ว่า สหภาพโซเวียต จะใช้โอกาสนี้
ยุให้ทางอิหร่าน ทำการปฏิวัติ
แล้วเปลี่ยนระบอบการปกครองของอิหร่าน เป็นพวกคอมมี่ ไปเลย

คราวนี้ ถึงตาไอ้จิ๊กโก๋ เลิกลั่กเอง…
เพราะนึกไม่ทันเกมเก๋า ของลูกพี่นิ้วก้อย
มันหันมากดดัน มอสซาเดก …ที่มันสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี

ไป ประนีประนอมกับอังกฤษ เดี๋ยวนี้เลยนะ

อเมริกา เด็กใหม่เพิ่งโต …คงรู้จัก อิหร่านน้อยไปหน่อย

มอสซาเดก บอก ไม่มีทาง…เราเดินหน้าแล้ว ไม่มีถอย

เฮ้ย… ทำไมมึงกล้าดื้อ กับกู

แต่ อเมริกา ยังตัดสินใจไม่ได้ ว่าจะจัดการ กับ มอสซาเดกยังไง

ข่าวลือ เลยมาอีกรอบ …

สงสัย ว่า มอสซาเดก จะทำงานสหภาพโซเวียต
ผ่านพวกคอมมี่ ในอิหร่าน นะ…

ลูกพี่ เล่นข่าวลือแบบนี้ …เด็กเพิ่งโต เลยตัดสินใจได้

แล้ว พี่ซี ก็ เลยจับมือ กับ พี่เอ็ม ( MI6) ของไอ้นิ้วก้อย
จัดให้มีการปฏิวัติ โค่นล้มรัฐบาลมอสซาเดก ในปี คศ 1953
ที่ CIA เรียกว่า Operation Ajax…
เอาซะ มอสซาเดก กระเด็นไปไกล หายไปจากอิหร่านเลย

Operation Ajax …ทำให้ พระเจ้าชาห์ โมฮัมเหม็ด เรซา (คนลูก)
กลับมาสู่อำนาจ อีกครั้ง และ เขารู้ว่า ควรจะขอบใจใครบ้าง
วงการข่าวลือ เล่ากันว่า …ในวันกลับขึ้นครองบัลลังค์
พระเจ้าชาห์ บอก กับ Kermit Roosevelt Jr.
ที่เป็นหัวหน้าพี่ซี ประจำอิหร่าน
“…ขอบคุณพระเจ้า ประชาชนของเรา กองทัพของเรา และ ท่าน!”

หลังการปฏิวัติ …ทุกอย่าง “เหมือนดีขึ้น”

บริษัทน้ำมัน ที่อิหร่านยึดมาเป็นของรัฐ ใช้ชื่อว่า National Iranian Oil
Company ก็จริง…แต่การควบคุม การผลิต การขายน้ำมันอิหร่าน
ยังอยู่ในมือ ของกลุ่มบริษัทข้ามชาติ ซึ่งพ่วงเอา 5 บริษัทยักษใหญ่
ของอเมริกา เข้าไปด้วย …

ตกลง ไอ้จิ๊กโก๋ กับ ไอ้นิ้วก้อย มัน ฮั้วกัน ตกลงแบ่งกันกิน
โอ้จิ๊กโก๋ มาที่หลัง เอาหุ้นไป 40 …ลูกพี่นิ้วก้อยมาก่อน กับพวก
เอาหุ้นไป 60

ประเทศเจ้าของน้ำมัน ได้ ส่วนแบ่ง เป็น รายได้ เพิ่มขึ้นมา เป็น 50%
จากของเดิม ดีใจแทบตาย (ห่า) …
แต่อิหร่าน ไม่ได้รับอนุญาต ให้ตรวจสอบสมุดบัญชีของบริษัท …
ไม่รู้ความจริงเลย ว่า ตนเองร่ำรวยขนาดไหน

มันเป็น เรื่องเหยื่อ ที่ถูกต้ม ซ้ำชาก

คนเขียน ก็ เบื่อมาก…
ที่ต้องเขียน เล่าเรื่องการถูกต้มซ้ำซาก

(31/2)


พระเจ้าชาห์ อยู่ใน อำนาจ ถึง 25 ปี …
ในฐานะ หุ่นเชิด ราคาแพง ของอเมริกา

พี่ ซี …รับหน้าที่ดูแลด้านความมั่นคงภายใน ให้ พระเจ้าชาห์ของอิหร่าน
ไม่รู้ มาคุ้มกัน …หรือ คุมกัน ไม่ให้แตกแถว

อเมริกา ป้อนกระดาษสีเขียวตรานกอินทรี ให้พระเจ้าชาห์ จำนวนมหึมา
ในวันกลับขึ้นครองบัลลังค์ เหมือนเป็นการปลอบใจ
เพราะหลังจากปฏิวัติ ใน ปี คศ 1953 นั้น …
แม้พระเจ้าชาห์จะนั่งบัลบังค์ …แต่ผู้ บริหารประเทศอิหร่านจริงๆ
ดูเหมือนจะเป็นบริษัทน้ำมันของอเมริกา
อิหร่าน ยังต้องพึ่งพา อเมริกาทุกเรื่อง
ถึงกับ มีสื่อ ประชดว่า “Ownership without Control”
เป็น เจ้าของ แต่ไม่ได้ ควบคุม …เจ็บ นะ

ปี คศ 1963 … ภายใต้การชักใยของอเมริกา ซึ่งส่งที่ปรึกษา นักวิชาการ
มาล้นอยู่ในอิหร่าน …เพื่อทำการปฎิรูป เศรษฐกิจ การเมือง และสังคม
ของอิหร่าน ให้เป็นไปตามรูปแบบ หรือ เป้าหมาย ที่อเมริกาต้องการ

สั้นๆ คือ เปลี่ยนอิหร่าน ให้เหมือน เป็น อาณานิคมของอเมริกา

แทบทุกอย่างในอิหร่าน ไม่ว่า การเมือง สังคม ชีวิตการเป็นอยู่
รสนิยม มันออกกลิ่น อเมริกันจ๋า ไปหมด

และ ในด้านความมั่นคงของอิหร่าน …อเมริกา ก็ เหมือนเป็นผู้นำ
กองทัพ ของอิหร่านเสียเอง มีหน่วยงานของอเมริกา มาดูแลกำกับ
กองทัพของอิหร่าน ทั้งให้การฝึก ทางอากาศ ทางพื้นดิน ทางทะเล
และ ด้วยอาวุธ ที่นำเข้า จากต่างประเทศ (อเมริกาไงล่ะ)

ใน ปี คศ 1970 กว่าๆ …อิหร่าน ขึ้นตำแหน่ง เป็นลูกรัก ของอเมริกา
ปธน นิกสัน บอกว่า …เรา ปวดหัวพอแล้วเรื่องเวียดนาม
เราขอให้ท่าน ดูแล ตะวันออกกลาง พร้อมกับ ซาอูฐ และ อิสราเอล
ไปก่อนนะ

เรื่องนี้ คงสร้างความขมขื่น ให้กับเสี่ยซาอูฐ ไม่น้อย

ไอ้จิ๊กโก๋ เล่น 2 เด้งเลยนะ
หลอกใช้รายหนึ่ง …เพื่อเอาไว้ ขู่อีกรายหนึ่ง

เพื่อให้สมกับตำแหน่ง ผู้นำตะว้นออกกลาง
คศ 1975 อิหร่านใช้เงินจำนวนมหึมา สร้างกองทัพของตัว
ให้ยิ่งใหญ่ ขึ้นไปอีก

พระเจ้าชาห์ มองตัวเองในกระจก …เข้าใจว่าตนเองแข็งแรงดี
พอ ที่จะแหกกรง ได้ แล้ว …จึงเปลี่ยนนโยบาย การต่างประเทศ
ของอิหร่าน มุ่งหน้าไปสู่การเป็นผู้นำตะวันออกกลางตัวจริง
ไม่ใช่ตัวแทน ไม่ใช่ หุ่นเชิดของใคร

(เป็นไปตามแผน 2 เด้ง ของไอ้จิ๊กโก๋ ?!?)

เขา ยังให้สัมภาษณ์ ใน US News and World Magazine
เมื่อ คศ 1976 เกี่ยวกับ อำนาจและอิทธิพล ของอเมริกา ในอิหร่าน

“… ถ้า อเมริกา พยายามจะสร้างความรู้สึก ที่ไม่เป็นมิตร ต่อประเทศเรา
เรา ก็สามารถทำให้อเมริกา เจ็บได้ ไม่น้อยกว่า ที่อเมริกาจะทำให้เราเจ็บ
และไม่ใช้แค่ในด้านของน้ำมันเท่านั้น…เราสามารถ สร้างปัญหาให้อเมริกา
ได้ “ในบริเวณนี้ “ …ถ้าอเมริกา บีบให้เรา ต้องเปลี่ยนจากการเป็นมิตร
ที่ดีต่อกัน… ผลสะท้อน มันคงเกินจะประมาณได้…”

อเมริกา ควันออกทุกทวาร …ความร้อน ขึ้นจนปรอทเกือบแตก
และ ชะตาชีวิต ของพระเจ้าชาห์ …ก็ถูกตัดสินเรียบร้อยโดยวอชิงตัน

อเมริกา เริ่มมองหา ผู้ที่น่าจะเหมาะสม มาเป็นหุ่นเชิดตัวใหม่
แทนพระเจ้าชาห์ …สารพัด ทูต และ ที่ปรึกษา ถูกส่งตัว
ให้ไปเดินเล่น หาข่าว แถวอิหร่าน

เมื่อ พวกนักเดินเล่น ส่งรายงานกลับไปที่วอชิงตัน
พวกเขาสรุปกัน ว่า อเมริกา ควรให้การสนับสนุน
พวก Islamic อิสลามเคร่ง…ที่อยู่ตรงข้าม กับพระเจ้าชาห์…
พวกนักการเมืองฝ่ายค้าน อ่อนแอเกินไป
ส่วนพรรคคอมมิวนิสต์ ก็ใกล้ชิด กับสหภาพโซเวียตมากเกินไป

พวก Islamic นี้ มีผู้นำชื่อ อยาโตเลาะห์ รูฮัลลาห์ โคไมนี
(Ayatollah Ruhollah Khomeini) ) ซึ่งอาศัย อยู่ที่เมือง นาจิฟ (Najif)
ของ อิรัค มานานแล้ว… ตั้งแต่ เป็นฝ่ายตรงกันข้าม กับพระเจ้าชาห์
แต่ตอนหลัง ปี คศ 1978… ซัดดัม ฮุนเซน ไล่เขาออกไปจากอิรัค
เขาเลยไปปักหลัก อยู่ที่แถวชานเมือง ของปารีส ที่ ฝรั่งเศส

อเมริกา ส่งตัวแทนไปคุย กับ โคไมนี ในเดือนตุลาคม ปี คศ 1978
และ ได้มีการตกลงกันเป็นทางการ ว่า โคไมนี จะให้ความร่วมมือ
กับอเมริกา ถ้าอเมริกาจะช่วยเขาโค่นพระเจ้าชาห์ …
แต่ อเมริกาต้องรับรองว่า หลังจากการปฏิวัติโค่นพระเจ้าชาห์ ไปแล้ว
อเมริกา จะไม่มายุ่ง ในกิจการภายในของอิหร่าน

ท่านถั่ว ปธน จิมมี คาร์เตอร์ ให้ความตกลง

หลังจากนั้น ฝ่ายอเมริกา และ ฝ่ายโคไมนี ก็มีการประสานงานกัน
โดย ฝ่ายพระเจ้าชาห์ ไม่รู้เรื่อง และ ไม่รู้ตัวเอาเลย…
แค่มีลางสังหรณ์…ซึ่ง พระเจ้าชาห์ เขียนไว้ในบันทึกภายหลัง

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ คศ 1979 …โคไมนี ก็ ขึ้นเครื่องบิน Air France
จากปารีส เข้ามา เตหะราน

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ คศ 1979… โคไมนี ก็ ขึ้นมาเป็นผู้ปกครองอิหร่าน
และ ตั้งรัฐบาลรักษาการ มี เมห์ดี บาซาร์กาน ซึ่ง เป็นตัวเชื่อมโยง
ระหว่างพวกปฏิวัติ กับอเมริกา …เป็นหัวหน้ารัฐบาล

ส่วนพระเจ้าชาห์ ก็ ขาลอย …
ไม่รู้ตัวเอาเลย ว่า โดนเขาโยนทิ้งดักหน้า

บันทึก ของพระเจ้าชาห์ ที่เขียนในภายหลัง ทำให้ เราเห็นภาพ
ความ “เหี้ยม” อย่างชนิด ไม่มี มอ ม้า ของ ไอ้จิ๊กโก๋ ชัดขึ้น

“… นายพลฮอยเซอร์ (Gen. Robert Huyser ซึ่งเป็นตัวแทนของอเมริกา
ในการประสานงาน กับ ทางฝ่ายอิหร่าน เกี่ยวกับเรื่องการปฏิวัติของอิสลาม)
เขามาเตหะรานบ่อยมาก และ ทุกครั้ง เขาจะแจ้งตารางนัดพบล่วงหน้า
เพื่อหารือ เรื่องการทหาร กับเรา และ พวกทหาร…
แต่การมาครั้งนี้ (ในเดือนมกราคม 1979) เขาไม่ได้แจ้งเรา…
และ ฮอยเซอร์ ยังกล่อม นายพล กาห์รา บากี
(General Ghara-Bhaki) ซึ่งเป็นราชเลขาธิการของเรา
ให้ นัดพบ กับทนายชื่อดัง ด้านสิทธิมนุษยชน
ชื่อ เมหดิ บาซาร์กาน (Mehdi Bazargan)…

(ซึ่งภายหลัง บาซาร์กาน ได้รับการแต่งตั้ง
ให้เป็นนายกรัฐมนตรี คนแรก ของ รัฐบาลโคไมนี)

…นายพล กาห์รา บากี แจ้งเราเกี่ยวกับเรื่องที่ ฮอยเซอร์ ขอให้นัด ?
ก่อนที่เราจะไปจากอิหร่าน…และ เราไม่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นหลังจากนั้น…
เรารู้แต่ว่า กาห์รา บากี ใช้อำนาจของเขา ห้ามกองทัพไม่ให้ทำการ
ขัดขวางโคไมนี … เขาคนเดียวเท่านั้น ที่รู้ว่ามีการตัดสินใจกันอย่างไร
และในราคาใด…

เข้าใจว่า บรรดานายพลของเรา ตอนหลังได้ถูกประหารชีวิตไปหมด
ยกเว้น กาห์รา บากี …เขาได้รับการผ่อนผัน …คนช่วยเขา
ก็ คือ เมหดิ บาซาร์กาน นั่นแหล่ะ…”

และ บาร์ซากาน ได้แต่งตั้ง อับบาส อาเมียร์ เอนเทซัม
(Abbas Amir Entezam) ที่อยู่อเมริกา มานานกว่า 20 ปี
ให้เป็นรองนายกรัฐมนตรี…
เอนเทซัม นี้ ใกล้ชิดติดต่อ กับ พี่ ซี ตั้งแต่ สมัยมอสซาเดก
และเป็นสายข่าว ให้แก่ พี่ ซี เมื่อมีการสร้างปฏิวัติ ล้มมอสซาเดก
ในที่สุด คณะรัฐมนตรี ของบาร์ซากาน ก็มีชาวอิหร่านที่ถือสัญชาติ
อเมริกันถึง 5 คน ร่วมอยู่ด้วย

การปฏิวัติในอิหร่าน ในปี คศ 1979… เหมือนเป็นการจับคู่
ที่ ดูเผินๆ ก็ เหมือนจะเหมาะสม…ผสมได้ลงตัว
ระหว่างกลุ่มอิสลามที่เคร่งครัด และ ไม่ชอบคอมมิวนิสต์
กับจักรวรรดิอเมริกา ที่ กีดกันระบอบคอมมิวนิสม์ …

แต่ส่วนผสม แบบนั้น …ผมว่า มันเป็นการผสม
ที่มันออกจะพิลึก หรือ ลึกล้ำ เอาเรื่องทีเดียว
ไม่นานนัก …อเมริกา คนจัดฉากสร้างการจับคู่
อย่างพิลึก หรือ ลึกล้ำ นั้น ก็ปล่อยข่าวออกมา …
ว่า จริงๆ แล้ว ในรัฐบาลท่านถั่ว จิมมี่ คาร์เตอร์ นั้น
ไม่มีใครรู้จักโคไมนี จริงเลยนะ … และ ไม่รู้ว่า เป้าหมายแท้จริง
ของ ขบวนการโคไมนี มุ่งหน้าไปถึงไหนด้วยซ้ำ

อเมริกา โยนลูกไปที่พี่ ซี…

ตอนนั้น พี่ ซี เขามัวแต่จับตาดู เรื่องสหภาพโซเวียตไง
ใครไม่เอาสหภาพโซเวียต …เขาก็ เอามาอุ้ม (ใช้) ทั้งนั้น

เป็นไปได้หรือครับ …สำหรับ อเมริกา จอมวางแผนทุกเรื่อง
อย่างละเอียดทุกขั้นตอน “ล่วงหน้า” ก่อนการดำเนินการใด

มันวางแผน มาตั้งแต่อุ้มพระเจ้าชาห์ เพื่อต้มเอาน้ำมันอิหร่าน
ออกมาจากปากไอ้นิ้วก้อย …ที่ตอนนั้น ส่วนแบ่งของมัน แค่ ศูนย์ …
มันวางแผนต้มซ้อนใส่ลูกพี่ …จนส่วนแบ่งจาก ศูนย์ มาเป็น 40%
บวก การ “เชิด” หรือ “คุม” พระเจ้าชาห์ จนถึงเวลาโยนทิ้ง
โดยพระเจ้าชาห์ไม่รู้ตัว … และ ไปอุ้มเอา อิสลามเคร่ง ขึ้นมาแทน …
แล้ว บอก ว่า เราไม่รู้จักเขาเลย…

ตอแหลมากไปไหมมึง

วันที่ 2 พฤศจิกายน คศ 1979… มีสายด่วนปลุกไปทั่ว
ทั้งใน เตหราน และ วอชิงตัน…เขาว่ามีนักศึกษา (มาแล้วไง)
ที่เป็นอิสลาม บุกยึดสถานทูตอเมริกา ที่กรุงเตหะราน
โดยมีไฟเขียว ของ โคไมนี นำหน้า และ ยึดเอา เจ้าหน้าที่สถานทูต
เป็นตัวประกัน …เรียกร้องให้อเมริกา ส่งพระเจ้าชาห์กลับมาขึ้นศาล
ในอิหร่าน
ขบวนการบุกสถานทูต …มาจากการที่อเมริกา ตกลงให้พระเจ้าชาห์
ที่ว่าป่วยหนักในขณะนั้น …ไปรักษาตัวที่อเมริกา
(หรือ ถูกควบคุมตัว!?!)

เหตุการณ์ และ ข่าวทำนองนี้ …ด้านหนึ่ง เป็นการสร้างภาพลวงโลก
ว่า ฝ่ายโคไมนี กับอเมริกา ไม่เกี่ยวข้องกันเลยนะ …
และการปฏิวัติ ไล่พระเจ้าชาห์ …เป็น เรื่อง ฝ่ายโคไมนี “เล่น” เอง ทั้งเพ

อีกด้านหนึ่ง ก็เป็นการ สร้างภาพล่วงหน้า …
หรือ ขึงป้ายใหญ่ ให้โลก เชื่อว่า ฝ่ายโคไมนี นั้น โหดจัด
และ ตั้งหน้าแต่จะคิดบัญชี กับฝ่ายพระเจ้าชาห์
แบบนี้ การเมืองภายในอิหร่าน …ก็จะมีความสงบยาก
และ การขัดขืน ไม่ไว้วางใจกัน ไม่ร่วมมือกัน
ระหว่าง ฝ่ายพระเจ้าชาห์ …กับฝ่าย โคไมนี
ก็ จะได้มีอยู่ อีกนาน …

และ ทั้ง 2 ฝ่าย ก็ ไม่แคล้ว ต้องหันมาหา อเมริกา
ให้เป็น ผู้สนับสนุน ฝ่ายตัว …

มันเป็น เกมสกปรกและตื้นมาก
แต่ก็ได้ผลเสมอ

(31/3)


แต่ แผน ที่เด็ดขาด ล้ำลึก และ เลวระยำจริง
คือ การที่อเมริกา วางไม้เสี้ยม ชนิดถอนออกยากมาก
มาเสียบไว้ ที่ตะวันออกกลาง …ด้วยการ เอา อิสลาม ชีอะห์ห์ (โคไมนี)
มาเป็น หมากกวนใจ อิสลาม สุนหนี่ ที่ใหญ่ และ มีอยู่มาก
ในตะวันออกกลาง

และ ในปี คศ 1980… ก็ เกิดเรื่อง จากแผนการวางไม้เสี้ยม
อย่างที่ไอ้จิ๊กโก๋ มันต้องการ ประเดิม เป็นรายการแรก

ก่อนหน้านั้น …ไอ้จิ๊กโก๋ มันไปอุ้มชู ซัดดัมของ อิรัค (อิสลามสุนหนี่)
จนอิ่มแปล้ (ทั้งด้านอาวุธ และ กระดาษสีเขียวตรานกอินทรี
ที่มันพิมพ์ออกมาเท่าไหร่ ก็ได้ …โดยไม่ต้องมีทุน มีทองสำรอง
และ ไม่มีใครกล้าไปบีบคอ ถามมัน ว่า มึงมีของจริงเท่าไหร่กันแน่)

หลังจากนั้น มันก็ เป่าหูซัดดัม ที่น่าจะเป็นคนบ้าจี้

“… นี่ ถ้าอิหร่าน ซี่งเป็นชีอะห์ห์ เขาบุกเข้ามาในอิรัค
แล้ว เปลี่ยนอิรัค เป็นประเทศอิสลาม เคร่งครัดทั้งหมด…
เอ็ง จะทำไงวะ ซัดดัม…”

แค่ เปรยเท่านี้ ซัดดัม ก็เต้น …ก็บอกแล้ว ว่า ซัดดัม มันบ้าจี้

“… งั้น ก็ต้องกัน ก่อนแก้สิ ซัดดัมเอ๋ย…”

บท มันเฮงซวย อย่างนั้นจริงๆ …แต่ดันขายออก

แล้วอิรัค ก็เลยยกทัพเคลื่อนพล ไปบุกอิหร่าน ด้วยอาวุธที่อเมริกาจัด
ให้อย่างเต็มที่ …กองทัพอิรัคบุกเข้าไปเกือบ เหยียบจมูกอิหร่าน
ถึงชานเมือง ทางตะวันตกเฉียงใต้

เฮ้ย…แล้วกัน ซัดดัม…เราแค่ให้เอ็งไปแหย่ …
ไม่ใช่ให้ยึด เข้าใจไหม ฟังภาษาไม่รู้เรื่อง หรือไง…

ซัดดัม ฟังรู้เรื่อง …แต่โอกาส มันมาถึง…จะให้ถอยคงยาก

ในที่สุด ไอ้คนยุ เลยต้องรีบปรับแผน

เอางี้แล้วกัน …เราแลกกันเอาไหม …อิหร่านสั่งปล่อยตัวประกัน
อเมริกันให้หมด …ไอส่งอาวุธให้ยู 300-500 ล้านเหรียญ
เอาไปถล่มซัดดัมกลับ

มันเป็นการเจรจาลับ …ระหว่าง กลุ่มหนุนหลัง ของ คาวบอยเรแกน
(ซึ่ง กำลังท้าชิง ตำแหน่งกับท่านถั่ว ที่หวังจะเป็น รอบ 2)
กับกลุ่ม ทีมงานของโคไมนี…แต่ ยูปล่อยตัวประกัน
เมื่อ เรแกนได้ ตำแหน่งนะ…

หลังจากคาวบอยเรแกน ได้ตำแหน่งท่านประธานาธิบดี
และ ตัวประกัน ก็ได้กลับบ้านเป็นวีรบุรุษ ตามข้อตกลง

แล้ว ฮอลลีวู้ด ก็สร้างหนังให้ชาวโลกตลึงดู อย่าง ตื่นเต้น

โฮ้ยย สนุก ตื่นเต้น ดีจัง …
เคราะห์ดี ที่เรื่องแบบไม่เกิดขึ้น ในบ้านสมันน้อยนะ

เออ …อย่าให้ เจอ ของจริง ก็ แล้วกัน

แต่สงครามอิรัค อิหร่าน ของจริง ยังดำเนินต่อไปอีกหลายปี
และ ต่างก็ฉิบหาย สมใจไอ้จิ๊กโก๋

เมื่อสหภาพโซเวียต ล้มครืน ในปี คศ 1991…
อเมริกากระหยิ่ม คิดว่า เส้นทางการไปสู่ มหาอำนาจ
หมายเลขหนึ่ง ของโลก สะดวกโล่งแล้ว
เมื่อคู่แข่งรายสำคัญ ล้มลงไปนอนคว่ำแล้ว
และ ในตอนนั้น โคไมนี ก็ ถึงแก่กรรมไปแล้ว …
อเมริกาไม่จำเป็นต้อง สนใจใยดี เลี้ยงดูอิหร่าน อีกต่อไปแล้ว

แต่ ดูเหมือน อเมริกา จะอ่านไม่ขาด

สงครามอิรัค อิหร่าน กลับทำให้ปกครองของโคไมนีเข้มแข็งขึ้น
ชาวตะวันออกกลาง เห็นความอึด และ และเด็ดขาด ของโคไมนี
ชัดเจนขึ้น …ยิ่งเมื่อสหภาพโซเวียต ที่ถูกมองว่าน่าจะเป็นคู่แข่ง
รายเดียวของอเมริกา ถูกน็อคนับ 10 ไปแล้ว…
กลุ่มอิสลามกลับ ยิ่งคิดรวมตัวกัน …
เพื่อป้องกัน การครอบงำ และ ครองครอง ของอเมริกา

แต่ นายแสบ เบรสินสกี้ ไม่ลืมทฤษฏี โค้งวิกฤติ ของตัว
เขารีบกระตุกแขนอเมริกา …
อย่าลืมนะ รางวัลใหญ่ คือ ยูเรเซีย ปล่อยให้หลุดมือไปไม่ได้

(31/4)


อิหร่านมีเขตแดน ติดกับสหภาพโซเวียต ยาวพันกว่ากิโลเมตร
และ เป็นเพื่อนบ้าน กับรัฐเล็กรัฐน้อย แถบนั้น
ผูกพันกันทั้งทางด้านประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ วัฒรธรรมและ ภาษา
จะปล่อยให้คนแปลกหน้าต่างถิ่น เดินเข้าไปชิงตัดหน้าอย่างนั้นหรือ …
อิหร่าน จึงเสนอ โครงการท่อส่งสามัคคียาวเหยียด
ตั้งแต่ทะเลแคสเปียน (Caspain Sea) จาก เหนือลงใต้
ไปถึงอ่าวเปอร์เซีย

ถ้าข้อเสนอ ของอิหร่านเกิดขึ้น …ความฝันของอเมริกา
ก็ คงริบหรี่…แล้วจะปล่อยให้เกิดขึ้น ได้ ยังไง

อเมริกา คิดวิธีที่จะจัดการกับอิหร่าน

รัฐบาลคลินตัน (Clinton) บอกว่า เราไม่ต้องยกทัพไปขยี้เองหรอก
อิหร่านไม่ใช่คู่แข่งของเรา…เราเอาการค้าเสรีนำหน้าก็ได้ …
พวกเขาไม่ฉลาดเท่าเราหรอก

แต่สายเหยี่ยวของอเมริกา ไม่เห็นด้วย…พวกเขายืนยัน
ว่า อิหร่าน เป็นเป้า หรือ หมากสำคัญ ในตะวันออกกลาง
ถ้าเราปล่อยให้อิหร่าน โตไปเรื่อยๆ
และไม่รู้ว่า ต่อไปข้างหน้า อิหร่านจะหันหน้าไปซบใคร
สู้เราตัดตอน มันไปเสียก่อน ไม่ดีกว่าหรือ

เมื่อ คาวบอยบุช ได้เป็นประธานาธิบดี ในปี คศ 2000
หลังจากเหตุการณ์ 11 กันยา (9/11) เกิดขึ้น
สายเหยี่ยวได้โอกาส (หรือ สร้างโอกาส ?!?)
ประกาศ ว่า เราต้องจัดระเบียบโลกใหม่ เกี่ยวกับเรื่องการก่อการร้ายแล้ว
และ อิหร่าน กับ อิรัค …ก็ได้รับเกียรติ เป็นประเทศ เป้าหมาย
ที่อเมริกา จะต้องจัดการ “รุ่นแรก”

เอ๊ะ …อิรัค อิหร่าน ไปเกี่ยวกับ การถล่มตึก ตรงไหนวะ
พวกเดียวกันเอง ยังสงสัย

ไอ้บื้อ …ก็ พวกมันอยู่ขวาง “ทาง” ที่พวกเรา
จะใช้เข้าไปถึง แหล่งน้ำมันใหญ่ไงล่ะ

เราต้อง เล่น อิรัค ก่อน …หลังจากนั้น ก็ ไปเล่น อิหร่าน
และ ถึงแม้ อิหร่าน จะ ไม่เกี่ยวกับ 11 กันยา เลยแม้แต่น้อย
และ อิหร่าน ยังเป็นแม่พิมพ์ ของพวกอิสลามเคร่งครัด
ถ้าแม่พิมพ์ ยังอยู่ดี …เดี๋ยวมันก็ ถ่ายแบบไปกันทั่วตะวันออกกลาง
อเมริกา รับไม่ได้ นะ

แต่ที่สำคัญ…น่าจะเป็นเรื่อง ที่มีข่าวกระจายออกไป
ว่า อิหร่าน ก็คิดมีเพื่อน และ เพื่อนที่อิหร่าน อยากคบ
อย่างสนิท(ใจ) คือ รัสเซีย และ จีน
ซึ่งยืนอยู่ตรงข้ามกับอเมริกา โดยเฉพาะรัสเซีย

(ที่เขียนไป นั่น มันเรื่องตอนนั้น …แต่ ตอนนี้ รัสเซียกับจีน
เขาเหมือน เป็นแฝดตัวติดกัน แบบอินจัน แล้วละครับ …
อเมริกา ทนหมั่นไส้ ไหวไหม ครับ …อ๋อ … ถึงคันคะเยอเลยแล้ว )

แล้วอิหร่าน ก็เลยขึ้นอันดับอย่างรวดเร็ว

รัฐบาลบุช เลื่อนให้อิหร่าน เป็นหมายเลขหนึ่ง ทันที
เพราะความกระหายน้ำมัน (ของคนอื่น) และ ความกระหายอำนาจของตัว
บวกกับความรู้สึกหมั่นไส้ อิหร่าน ที่ไม่รู้จัก เลือกคบเพื่อน
รสนิยมแย่มาก …มองข้ามหัวอเมริกา ไปได้ไง หึ

มกราคม คศ 2002 … คาวบอยบุช กล่าวหาอิหร่าน ว่ากำลัง
คิดการใหญ่ …ริอ่านสะสมอาวุธนิวเคลียร์ …แบบนี้ ต้อง ให้พาสชั้น
ขึ้นไปอยู่ ชั้นเดียว กับ เด็กแสบเกาหลีเหนือ เจ้าของทรงผมขัดใจแม่

กุมภาพันธ์ คศ 2003 … อิหร่านยอมรับว่า กำลังสร้างโรงงาน
พัฒนา แร่ยูเรเนียม 2 โรงงาน…
แต่ เมื่อ Atomic Energy Agency (IAEA) บอกให้หยุด
อิหร่านก็หยุด นี่นา…แต่อเมริกายังไม่หยุด เดินหน้ากล่าวหาต่อไป
ว่าอิหร่านกำลังสร้าง อาวุธนิวเคลียร์แน่นอน …
มันต้องมีสิ …อเมริกา บอกว่ามี ก็ต้องมี เข้าใจไหม

แหม เสี่ยนิวเคลียร์ ก็บอกเขา ไปตรงๆก็แล้วกันน่า
ว่า เรามีแค่ 2 ลูกจริง (เรื่องนี้ ยืนยันได้นี่ )

พฤษภาคม คศ 2003 …อิหร่านยอมอ่อนข้อ ขอเจรจากับอเมริกา
ขอให้อเมริกา เลิกคว่ำบาตร ปลดอิหร่านออกจากเป็นผู่ก่อการร้าย
อิหร่านยอม แม้กระทั่ง หยุดเดินหน้าสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
ยอมให้ อเมริกา มาทำการตรวจสอบตามสบาย …
ไม่มีนิวเคลียร์สักลูก ในกระเป๋ากางเกง (ลูกอื่นไม่นับ) …
นอกจากนี้ เราจะไม่ยุ่ง ไม่ยุ พวกฮามาสในอิสราเอลด้วย
จะ เอาอะไร อีกล่ะ…ฯลฯ

แต่คาวบอบบุช ไม่ยอมรับอ่อนข้อ …ปฏิเสธที่จะมีการเจรจากับอิหร่าน
รัฐบาลบุช คิดว่า ตนเองกำลังถือไพ่เหนือมือ อิหร่าน
สายเหยี่ยว คิดว่าการสั่งสอนอิรัค จะทำให้อิหร่านดีฝ่อ

อเมริกา รู้สึกจะประเมินผิด (อีกแล้ว) การบุกไปขยี้อิรัค
ทำให้ ชาวตะวันออกกลาง …ยิ่งรังเกียจอเมริกา …
มันเอาแต่ ปั้ม ไม่เอาคนจริงๆ …อย่างที่ ไอ้ลุงแก่ มันเขียนนี่หว่า
ทั้ง ชีอะห์และ สุหนี่ เลยเริ่ม มีการรวมตัวกัน ทำให้กลุ่มอิสลาม
เคร่งครัด เข้มแข็งขึ้น และ ใหญ่ขึ้น

อิหร่าน ไม่แสดงอาการท้าทายอเมริกา อย่างตรงๆ…
แต่อิหร่านมีนโยบาย สนับสนุนทั้งอาวุธ และ ทุน
ให้กับกลุ่มชีอะห์ในอิรัค … เล่นแบบนี้ ดีกว่า อร่อยกว่านะ

แต่เหตุการณ์ ที่ทำให้ ตำแหน่งที่ยืนของอิหร่าน
หรือ อาการเป็นเหยื่อ ของอิหร่านเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน …
น่าสนใจในสายตาโลก และ น่ากลุ้มใจ ในสายตาของอเมริกาอย่างยิ่ง
คือ เมื่อนาย มาห์มูด อาห์มาดีนจาด (Mahmoud Ahmadinejad)
ได้รับเลือกตั้ง เป็นประธานาธิบดี คนใหม่ ของอิหร่าน
ในเดือนมิถุนายน คศ 2005

หลังจากถูกกล่าวหา ว่า มีนิวเคลียร์ อยู่ในกระเป๋ากางเกงหลายลูก
อิหร่าน วิ่งพล่านพยายามหาเพื่อนช่วย …อิหร่านขอให้อังกฤษ ฝรั่งเศส
และ เยอรมัน ช่วยเจรจากับอเมริกา อยู่หลายปี …
แต่คำตอบ คือ ความเงียบ จากผู้ที่คิดว่า เป็นเพื่อน หรือเคยเป็นเพื่อน

อาห์มาดีนจาด มีความเห็นว่า เราจะวิ่งพล่านง้อชาวบ้านเขา
ตลอดเวลา คงไม่ไหว อิหร่านต้องพึ่งตัวเอง ยืนบนขาตัวเองเสียที
เลิกได้แล้ว ที่จะไปคอยขอร้อง ขอเจรจา …
ความอยู่รอดของพวกเรา ขึ้นอยู่กับความเข้มแข็งของเราเอง
และ คบเพื่อนให้ถูกคน…

สมันน้อย น่าจะได้ข้อคิด จากเหยื่อรายนี้ บ้างนะ

เดือน สิงหาคม คศ 2005…หลังจากรับตำแหน่งประธานาธิบดี เรียบร้อย
อาห์มาดีนจาด ประกาศว่า เราจะเดินหน้า พัฒนาแร่ยูเรเนียมต่อไป

และ ในเดือน มกราคม คศ 2006 …โครงการค้นคว้าด้านนิวเคลียร์
ที่ Nataz ของอิหร่าน ก็กลับมาเดินหน้า

เดือนเมษายน ปีเดียวกันนั้น อิหร่านประกาศว่า การพัฒนาแร่ยูเรเนียม
ของอิหร่าน ประสบผลสำเร็จอย่างดี
ทำให้ ไอ้เอกับอีเอ (IAEA) รีบวิ่งไปรายงานต่อ สหประชาชาติ

อเมริกา เต้นเป็นลิงโดนหมัดกัด
เรายอมไม่ได้นะ…เอาเรื่องเข้ายูเอ็น ด่วนจี๋

แต่แล้ว มีพระเอกสองคน ที่เอาไหนเอาด้วยกัน …ออกมาขวางทาง
บอกว่า มติของสหประชาชาติเช่นนี้…มันไม่ได้สร้างสันติหรอกนะ
แต่มันเป็นข้ออ้าง เพื่อให้อเมริกา สร้างสงครามมากกว่า

เดือน พฤษภาคม คศ 2006 …อเมริกา เปลี่ยนบท
ยอมให้ตัดข้อความ ในมติของสหประชาชาติ ส่วนที่บอกว่าจะใช้กำลังออกไป
และ พร้อมจะเจรจา กับอิหร่าน เป็นครั้งแรก ในรอบ 25 ปี …
ถ้าอิหร่าน “รับรอง” ว่า จะหยุดโครงการ พัฒนา แร่ยูเรเนียม

อิหร่าน บอกว่า ข้อเสนอ ข้างต้น ของ ไอ้บุช นั้น
เหมือนกับให้ รัฐบาลของอิหร่าน ไปเลียเกือกบู๊ท ของไอ้บุช
กลางที่สาธารณะ และ เป็นการจบสิ้นศักดิ์ศรีทางการเมืองของอิหร่าน
(Bush might as well have offered the Iranian regime a chance
to lick his boots in public and commit political suicide…”

ผมชอบจัง ฝีปากพวกเสี่ยนิวเคลียร์ นี่ เขาชัดเจนดี

วันที่ 18 สิงหาคม คศ 2006… คณะทำงาน ของกรรมาธิการด้านข่าวกรอง
ทำหนังสือ ถึงประธานกรรมาธิการ ด้านข่าวกรองประจำสหรัฐอเมริกา
ยาว เกือบ 30 หน้า…

สรุปสั้นๆ เอาแต่เนื้อไม่ติดมัน…ว่าอิหร่าน กำลังกระทำการ
ที่เป็นการท้าทายความมั่นคง ของอเมริกาอย่างสูง
ไม่ว่า เรื่องการ ซุ่มสร้างอาวุธร้ายแรง (ระเบิดนิวเคลียร์ อาวุธซีวภาพ )
ระบบป้องกัน การยิงจรวดวิถีไกล ฯลฯ การสนับสนุน เลี้ยงดูพวกเด็ก ๆ
ที่ชอบเล่นของเล่นเหมือนกัน รสนิยมเดียวกัน …
แถมไปกอดคอ กับเพื่อน สร้างแนวจันทร์เสี้ยว
เช่น อิรัค ชีเรีย เลบานอน ฯลฯ
พฤติกรรมแบบนี้ อเมริกา บอกยังไม่รู้จะวางแผนรับมืออย่างไร (อ้าว)
เพราะขาดข้อมูล …งานด้านข่าวกรอง ในอิหร่าน ไม่ได้ผล
เพราะเขาปิดประเทศ (ขายหน้าสิ … สมน้ำหน้ามึง)

ที่สำคัญ อเมริกา ไม่สามารถแน่ใจได้ ว่า อิหร่าน มีนิวเคลียร์ กี่ลูก
และ ระยะยิง ไกล ขนาดไหน …จากการตรวจสอบ
ของไอ้เอและอีเอ ประเมินว่า จากแร่ยูเรเนียมที่ค้นเจอ
(ยังไม่นับ ที่ยังค้นไม่เจอ เพราะ ได้ข่าวว่า อิหร่านฝังไว้อยู่ลึกมาก)
น่าจะสร้างระเบิดนิวเคลียร์ ได้ ไม่น้อย กว่า 12 ลูก

(แหม… 3 ลูก ก็ พอแล้ว ส่งให้แค่ 3 ตัวการ ที่ทำให้โลกป่วน
พอนึกออกไหมครับ… ใคร 3 ราย ที่ควรได้รับรางวัลก่อน)

และปากีสถาน ยัง สารภาพ (หลังจากถูกเค้นจนต้องคาย)
ว่าเขา ได้ขายสูตร พิเศษ ในการทำระเบิดนิวเคลียร์
ให้แก่ อิหร่าน ลิเบีย และ เกาหลีเหนือ ไปเรียบร้อย
นานแล้ว (โว้ย) …

เดือน ตุลาคม คศ 2007… คุณพี่ปูติน ทำให้โลก อ้าปากค้าง
มองตาไม่กระพริบ…คุณพี่เดินทางเข้าไปอิหร่าน อย่างเป็นทางการ
ในฐานะ หัวหน้ารัฐบาล ของรัสเซีย…
หลังจากรัสเซีย ไม่ได้ไปเยี่ยม เยือนอิหร่าน มา 60 ปี
คุณพี่ปูติน ประกาศในการไปเยือนอิหร่าน ครั้งนี้
ว่า รัสเซีย จะปกป้องอิหร่าน จากการคุกคาม ของ อเมริกา…

เย้ เย เย้ เย เย้ เย

เสียงประกาศ ของคุณพี่ปูติน ถูกแปลง เป็นการเร่งเครื่อง
คาวบอยอเมริกัน เหมือนถูกหยามหน้า จนควรก้มหน้า
ไปเลียเกือกบูทของตัวเอง

อเมริกา หารือ กันหนัก …เราควรจะส่งของขวัญให้อิหร่าน
แบบ a broad bombing attack…ทิ้งระเบิดแบบปูพรม
หรือ จะเอา แบบ surgical…ส่งให้เฉพาะที่ เช่น ที่กองทัพอิหร่าน

จะเป็น พี่เบิ้มหมายเลขหนึ่ง ของโลก …ต้องมีอุปกรณ์พร้อม
อย่างน้อย 3 อย่าง…อาวุธหนัก ทุนหนา และ น้ำมันแน่น (ถัง)
มันเป็นส่วนผสม ที่เสริมสร้างกันเอง
อเมริกา มีหรือ ยัง …

เรื่องน้ำมันแน่นถัง …อเมริกา ต้อง “ ได้”
ตะวันออกกลาง หรือ ท้องน้อยของยูเรเซีย

อเมริกา ได้ ครบ หรือ ยัง

อเมริกา น่าจะยังไม่พร้อม สักอย่าง ในปี คศ 2007 นั้น
อเมริกา ถึงได้ แต่ พล่าม และ ข่มขู่

(31/5)


อิหร่าน …โดนนักล่า ทั้งที่มาจากเกาะใหญ่เท่านิ้วก้อยฯ
จนถึงนักล่าใบตองแห้ง …ร่วมมือกัน และแย่งชิงกันเอง
เพื่อหลอกเอา ทรัพยากร อันมีค่ามหาศาลของอิหร่าน …
ด้วยการต้มเปื่อย ยุแยง แทรกแซง ปั่นหัว ฟอกย้อมชาวอิหร่านทุกระดับ …
จนอิหร่าน เสียศูนย์ …เสียทรัพยากร เสียพลเมือง เสียผู้นำประเทศ ฯลฯ
อย่างน่าเสียดายไปมากมาย ตั้งแต่ ปี คศ 1900 ต้นๆ …
โดนเขารุมกันต้ม อย่างระยำ มานานขนาดนั้น …
ถ้าไม่คิดปีนขึ้นมาจากหม้อต้ม …ก็ ต้องปล่อยไปตามยถากรรม

แต่ อิหร่านฮึดสู้ …อิหร่านเชื่อว่า ทางออกจากกำมือของตะวันตก
มีทางเดียว คือ ต้องพึ่งตัวเองให้ได้ …
อิหร่านวางยุทธศาสตร์ใหม่ สร้างชาติใหม่ ตนเป็นที่พึ่งตน…
หนึ่งในกระบวนการสร้างชาติ คือ การหาพลังงานใช้
ในประเทศด้วยวิธีอื่นด้วย …ไม่ใช่ขุดน้ำมันของตัวมาใช้อย่างเดียว…
น้ำมันของประเทศเอาไว้ขายเป็นรายได้ …

อิหร่านจึงคิดพัฒนา พลังงานนิวเคลียร์

คิดได้ 1 ก็ไป ถึง 2 แล้วเลยไปถึงการคิดพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

อิหร่านบอกว่า เราไม่ได้มีไว้เพื่อการรุกราน
แต่ไว้ใช้เพื่อการป้องกันตัว และ เป็นเครื่องต่อรอง…
ประเทศที่มองการณ์ไกล ไม่อยากถูกครอบงำชักจูง
อยู่ในกำมือผู้อื่นตลอดกาล ก็ย่อมคิดอย่างนี้

เมื่อแรกๆ ไม่มีใครเชื่อว่า อิหร่านจะพัฒนาได้ …
อเมริกา อ้างว่าจากการปิด ล้อมอิหร่าน (ก็ฝีมือของใครล่ะ)
ทำให้ อเมริกา “รู้” เรื่อง การสร้างอาวุธ นิวเคลียร์ ของอิหร่าน
ช้า ไปนิ้ดนึง …รู้ เอาเมื่ออิหร่าน เดินหน้าไปไกลพอสมควรแล้ว

ตอแหล ไม่เลิกเลยนะ …
สันดานไอ้จิ๊กโก๋ปากซอย แท้ เชียวมึง

ฝ่ายตะวันตก นำโดย อเมริกา จึงเริ่มเจรจากับอิหร่าน ในปี คศ 2003
ซึ่งเป็นช่วง ที่อเมริกา มี ไอ้บุช ตัวลูก เป็นประธานาธิบดี

ไอ้คาวบอยบุช แสดงบทกร่างหนักใส่อิหร่าน มาตลอด
เพราะใกล้จะมีการเลือกตั้ง ใหม่ ของอเมริกา ใน ปี คศ 2004
มันเป็นการแสดงอำนาจ บาตรใหญ่ ที่ ต่ำช้า น่าทุเรศ

ปี คศ 2004 … ไอ้คาวบอยบุช ดัน ได้กลับมาใหม่
พร้อมทีมผู้บริหาร และที่ปรึกษาชุดเดิม
ที่เป็น แนวเหยี่ยวกระหายเลือด และกระหายน้ำมันอย่างเข้มข้น…
ไอ้ทีมนี้ …มันเดินตามแนว ทฤษฏี ของ ไอ้แสบ 2 เบรสินสกี้
เรื่อง ท้องน้อยน่ากินของยูเรเซีย …เรื่องโค้งวิกฤติ
เพื่อ ใช้กระแทกไปถึงรัสเซีย …
โดยให้ ไอ้แสบ 1 คิสซิงเจอร์ ไปผู้ ออกโรงเล่นบทต้ม พวกชาวอูฐ
พวกมันมีแผน ที่จะยึดปั้มทั้งหมด ในแถบทะเลทราย
เลย เข้าไปถึงท้องน้อยของคุณพี่ปูติน
คือ Azerbaijan ที่ ยั่วยวน น่ากินนัก ของ คอเคซัส …
และ เป็น ส่วนท้องน้อย ที่อยู่ใกล้กับ อิหร่าน
โดยเตรียมการ จะให้ไอ้อิส อิสราเอล เป็นหัวหมู่
คุมพวกชาวปั้ม และ คุม อิหร่านด้วย

คิด (โง่) อย่างนั้น ได้ไงวะ ไอ้จิ๊กโก๋

แต่ อิหร่าน ดันเริ่มแข็งข้อ …
ประกาศ ว่า เรากำลังเริ่มพัฒนาแร่ยูเรเนียม

แบบนี้ ไอ้จิ๊กโก๊ มันจะตาเหลือก หน้าแหก ฝัน(ใกล้) สลายไหมล่ะ

มันยังไม่พร้อมรบ (ใหญ่) กับอิหร่าน ตอนนั้น

เพราะตอนนั้น มันกำลังต้อนพวกซาอูฐลงหม้อ ได้เกือบหมดแล้ว

น้ำมันของพวกซาอูฐ ที่มันมีส่วนร่วม จะต้องส่งออกไปขาย
ทางตะวันออก ต้องขนลงเรือ แล่นผ่านช่องแคบ ฮอร์มุส …

ใครคุม ช่องแคบนี้ ครับ …เอ้า ดูแผนที่กันหน่อย

ดูไม่ทัน จำไม่ได้ ลุงบอกให้เอง จะได้ประหยัดเวลา อ่าน

ก็ อิหร่าน …นายทหารเอก …ของ ขั้วที่อยู่ตรงข้ามกับพวกไอ้จิ๊กโก๋ นั่นไง

แล้วไงล่ะ …ไอ้จิ๊กโก๋ มันก็ แป่ว ไปสิ
มันเลยต้องเปลี่ยนแผน ด่วน
ส่งตัวเด่น อย่างคุณนายลูกฟักนูแลนด์ ที่สั่งกัด กับไอ้ดิ๊ก เชนี
รอง ปธน ของไอ้คาวบอย …ให้ไปเล่นดัก แถวยูเครน
บริเวณ ที่ “ใกล้” กลางหัวใจ ของ ยูเรเซีย ที่สุด
เตรียมพร้อมเอาไว้ …เผื่อ ต้องถึง งัดข้อ กับ คุณพี่ปูติน
และ ที่สำคัญ …ได้ไปคุม ต้นทาง ที่แก๊ส ของรัสเซีย จะส่งออก
มาทาง ยุโรป …

พวกมึง คิดขัดคอ ขัดแผนกู …กู ก็ คิดตัดเส้นเลือด ที่คอ มึงเลย

รู้จัก ไอ้จิ๊กโก๋ จอมโหด จอม เหี้ย ม น้อยไปแล้ว

ปฏิวัติสีส้ม 1 ใน ยูเครน จึงต้องเกิดขึ้น
เพื่อ เป็น การ ทดสอบ กำลังกัน

ปี คศ 2004…การเจรจา เรื่องอิหร่านนิวเคลียร์ ยืดเยื้อ
เพราะ การยึด ยูเครน ยังไม่ได้เบ็ดเสร็จ

มันเป็นการเดินยุทธศาสตร์ ครองโลก ของจริงนะครับ
มันต้องใช้เวลานาน เป็นปีๆ กว่าจะขยับหมาก
เขยื่อนไปกินแดน กันได้จริง …
ไม่ใช่ แบบดูหนังฮอลลีวู้ด 2 ช ม จบ รู้เรื่องแล้ว

จะเข้าใจ การเดินหมากการเมืองโลก …
ต้องลบภาพที่ได้จากการดูหนัง และ นึกว่าเข้าใจเรื่องจริงของโลก
ออกไปจากหัวให้ได้ก่อน

ปี คศ 2006 … คณะเจรจากับอิหร่าน ที่เรียกว่า 5 + 1
(5 คือ คณะมนตรีความมั่นคงของ ยูเอ็น คือ อเมริกา อังกฤษ รัสเซีย จีน ฝรั่งเศศ
1 คือ เยอรมัน …ซึ่งทำหน้าที่ เหมือนเป็นตัวแทนของ อียู เพราะ เสียงใหญ่)
เสนอ กรอบการเจรจา กรอบการทำงาน กรอบ สารพัดฯลฯ
เพื่อบีบอืหร่าน ให้ อยู่มือ… แต่ อิหร่าน ยังพริ้ว ลื่นหลุด ไปได้ …

ปลาย ปี 2006 คณะมนตรีความมั่นคง จึงลงมติ คว่ำบาตร อิหร่าน
ในข้อหา ว่า อิหร่าน ไม่ยอมหยุด …ยังเดินหน้าในการผลิตอาวุธนิวเคลียร์

เอะ… ไหนว่า อิหร่านมีเพื่อน ไง …
ทำไมเพื่อนปล่อยให้อิหร่าน ถูกมัดมือ อย่างเดียวดาย

อย่าเพิ่ง โวยครับ

เดือน ตุลาคม คศ 2007… คุณพี่ปูติน จึงไปเยี่ยมอิหร่าน
“อย่างเป็นทางการ” เป็นครั้งแรก …
หลังจาก สตาลิน ผู้นำของสหภาพโซเวียต ไปเยี่ยมอิหร่าน
เมื่อ ปี คศ 1943 โน่น

อเมริกา ตาถล่นแทบหลุดจากเบ้า…
ไหนลงมติ คว่ำบาตรอิหร่าน ด้วยกัน เมื่อปีที่แล้วไง …
รัสเซีย กำลังเล่นอะไร (วะ)

มีข่าวว่า ก่อนการลงมติ คว่ำบาตรนั้น …
พี่ปูของผม และ ของอิหร่าน …เดินสาย จนตัวส่ายไปหมด
เพื่อไป “คุย” กับหลายฝ่าย ว่า อย่าไปคว่ำอิหร่านเขาเลย
เราคุยกันต่อได้…

แต่ อเมริกา บีบคอ พวกลิ่วล้อ …อย่าแตกแถวนะมึง

พี่ปู กับ อาเฮีย เลยต้อง (เล่นละคร) ปล่อยไปก่อน

มีข่าวออกสื่อชัดเจน ว่า ในวันที่พี่ปู ไปคุยกับท่านผู้นำสูงสุด
ของอิหร่าน คือ ท่านอยาโตเลาะห์ อาลี คาไมนี นั้น …
ท่านปูติน ผู้นำของรัสเซีย พูดอย่างชัดเจน
ว่า เราไม่เห็นด้วย กับการใช้กองทัพ ไปกดดันกับอิหร่าน นะ
(อเมริกา …มึง คิดให้ดี ก่อนจะเล่นอย่างนั้น นะ)

และ พี่ปู ยังเชิญ ให้ ประธานาธิบดีของอิหร่าน
นายอาห์มาดีนจาด ไป “ คุย” กันต่อ ที่มอสโคว์…

พวก เขา ได้คุยอะไร กันบ้าง …ข่าวไม่บอก

มี แต่ ข่าว แผลม มาว่า …ฝ่านอิหร่านบอกว่า เราจะเดินหน้า
ที่จะพัฒนา ด้านนิวเคลียร์ เทคโนโลยีต่อไป เพื่อที่จะสามารถ
ผลิตไฟฟ้าใช้ด้วยแหล่งอื่น …และ เพื่อจะไ้ด้ขายส่งออกน้ำมัน
และแก๊สของเรา เพิ่มขึ้น อีก
และ จะ พิจารณา “ เรื่องที่ท่านปูตินหารือในวันนี้” ต่อไป ด้วย

ปี คศ 2008… อเมริกา มีเลือกตั้ง ประธานาธิบดี
คราวนี้ ได้ ท่านใบตองแห้ง โอบามา หน้าใหม่เอี่ยมแต่ออกเกรียมนิดนึง
เป็น ม้ามืด แซงโค้ง ผ่านคุณนายหน้าโหดคลินตัน …

อ๊าย กองเชียร์ หงายท้องผลึ่งกันเป็นแถว

จริงๆ ใครจะเป็น ประธานาธิบดีของไอ้จิ๊กโก๋ …
นโยบายของไอ้จิ๊กโก๋ เกี่ยวกับเรื่อง รัสเซีย
และ ท้องน้อยของรัสเซียเลย ก็จะไม่มีวันเปลี่ยน
เพราะ มันเป็น นโยบายของอเมริกาแบบถาวร…
ไม่ใช่ นโยบายพรรค…

ยิ่งได้หน้าใหม่ๆ มา …อเมริกา คิดว่าชาวโลก โง่ๆ
จะได้เดาทางไม่ถูกไง
แต่พี่ปู เขา รู้อยูแล้ว …ว่าอเมริกาและ พวกจะเล่นอะไร
และ เขา “จะต้อง” เล่นยังไงกลับไป ด้วย

การเจรจา เรื่องอิหร่าน นิวเคลียร์ จึง ยืดด เยื้ออ ยาวนาน
เพราะ หลายเรื่องในตะวันออกกลาง
ไม่ได้ผลตามแผน…ของอเมริกาและพวก …

เช่น เรื่อง อาหรับสปริง ที่ท่านใบตองแห้ง เอาออกมาเล่น
ใน ปี คศ 2010 … เพื่อ ให้ ตะวันออกกลางปั่นป่วน
พวกโค้งวิกฤติ และ เพื่อน จะได้จับมือกันไม่ติด เพราะมัวแต่วุ่น
ในเรื่อง บ้านของตัว …และ ที่สำคัญ อเมริกาและพวก
จะได้ “ฉวยโอกาส” เปลี่ยนตัว ผู้นำ ในแถบตะวันออกกลาง …
มาเป็น ตัวเลือกใหม่ …เหมาะสม ถูกใจ กับ สถานการณ์โลก
ที่กำลังจะยกระดับ เปลี่ยน ไป เป็นอีกขั้น

อย่าลืมว่า ช่วงนั้น มังกร โตใหญ่ และ ผงาดไปทั่ว
อย่างอเมริกาและ พวก นึกไม่ถึง
แถม พวกอเมริกาหลายประเทศ กลับไปจับมือ ถือแขน
กับมังกรผงาดฟ้า อย่างสนิทสนมเอาด้วยซ้ำ

หงุดหงิดโว้ย …ท่านโอบามา ถึงต้องส่งเสียงทุกครั้ง
ที่เห็นลมพัดใบตองไหว …นึกว่าใคร กำลังจะเข้ามาขม้ำคอตัว
(ที่มา ของสมญา ท่านใบตองแห้ง …ถามผมมาแยะ
เฉลยไปแล้ว ท่านที่เข้ามาอ่านใหม่ อาจงง …เลยเฉลยซ้ำครับ)

อเมริกาและ พวก เล่นบทเจรจากับอิหร่าน
ยืดเยื้อ ไปถึง ปีคศ 2014

ระหว่างที่เจรจากับอิหร่าน …อเมริกา ติวเข้ม ให้อิสราเอล
กับ ซาอุดิอาระเบีย โดย นาย จอห์น เบรนแนน (John Brennan)
ผู้อำนายการ ของ พี่ซี …บินตรงไปสรุปข้อมูลลับ เกี่ยวกับอิหร่าน
ให้กับหน่วยงานข่าวกรองของอิสราเอล มอสซาด (Mossad)

ในปี คศ 2014 …อเมริกา วางเส้นตาย ว่า การเจรจา อิหร่านนิวเคลียร์
ต้องตกลง ให้เรียบร้อย ภายใน ปี 2014 นั้น …โดย ต้องมีการแจกแจง
อย่างชัดเจน ว่า อิหร่าน ตกลงจะจัดการ จะทำอะไร เรื่องใด ในเวลาใด ฯลฯ
และ จะเริ่ม มีการร่างสัญญา ตามที่ตกลงกัน ในช่วงพฤษภาคม
และ ลงนาม ในสัญญา ในช่วงปลายปี 2014

แต่ แล้ว การเจรจา ก็ยืดเยื้อออกไปอีก …
เหมือนใคร หรือ หลายใคร ยังไม่พร้อมที่จะให้การตกลงจริงเกิดขึ้น
ที่แน่ๆ ถ้า ถ้ามีการลงนามสัญญา ตามข้อตกลง เมื่อไหร่
การคว่ำบาตร อิหร่านก็ ต้องสิ้นสุดลง …
แปลว่า อิหร่านได้ จะได้เงินที่เขากักเอาไว้ ออกมาใช้
ได้ค้าขายรวย อู้ ฟู่ ขึ้นมาใช่ไหม …แต่ ต้องเลิกสร้างบ้องข้าวหลาม…

ดูให้ดี ใครกันแน่ ที่อยากเจรจา ยืดเยิ้อ

แต่แล้วในที่สุด สัญญา อิหร่านนิวเคลียร์ ก็ ได้ มีการลงนามกัน
ในวันที่ 14 กรกฏาคม คศ 2015

และ ในวันที่ 15 กันยายน คศ 2015… คุณพี่ปูติน ก็ยกกองทัพ
ของรัสเซีย เข้าไปในซีเรีย ตามคำเชิญ อย่างเป็นทางการ
ของ นาย อัสสาด ประธานาธิบดี ของ ซีเรีย ในขณะนั้น
เพราะ ซีเรีย ในช่วงนั้น …กำลังมีการรบกัน อย่างดุเดือด
ระหว่าง รัฐบาลซีเรีย ฝ่ายหนึ่ง …กับฝ่ายกบฏ … ที่ได้รับสนับสนุน
ทางด้านกำลัง และ เงินทุน จาก อเมริกา และ พวกตะวันตกหลาย
ประเทศ เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส ฯลฯ และ รวมทั้งพวกชาวปั้ม
ที่สังกัดฝ่ายอเมริกา และมีหัวหน้า คือ พวกซาอูฐ

ทั้ง 2 เรื่อง มันเกี่ยวกันไหม

และ เกี่ยวกับเรื่องการบุก ยูเครน ของคุณพี่ปูตินไหม

26 พฤษภาคม 2565

Scroll to Top