แด่นักรบเงา ที่เสียสละแม้ชีวิต
เพื่อรักษาบ้านเมืองที่รักของเรา

Search

“อยากเล่นใช่ไหม”

(33/1)


เริ่มตั้งแต่ ปี คศ 2013 …การใช้แผนของไอ้จิ๊กโก๋ และการเดินหมาก
ตัวสำคัญที่อยู่ในบริเวณโค้งวิกฤติ คือ ตุรกี อิหร่าน ซีเรีย
ชักออกอาการ ว่าน่าจะไม่ได้ผล อย่างที่ไอ้จิ๊กโก๋มันต้องการ…
แถม ส่อเค้าว่า ฝ่ายมันเองนั่นแหล่ะ อาจจะตกเป็นฝ่ายวิกฤติเสียเองด้วย
ถ้ามันแก้เกมไม่ได้ หรือ แก้ไม่ทันการณ์

แผนเล่นงาน หมากแถวตะวันออกกลาง ด้วยการสร้างปฏิวัติ
สร้างจราจลใส่ มันตกรุ่นล้าสมัยไปแล้ว…
พวกโค้งวิกฤติ เขาเหนียวเคี้ยวไม่ง่าย และ เขาก็มีของดีเหมือนกัน
ส่วนยุทธศาสตร์ สู้ด้วยท่อส่งแก๊ส ของคุณพี่ปูติน
โฮ้ย …มัน ล้ำหน้า ล้ำยุค และ มาแรง …อย่างที่ไอ้จิ๊กโก๋นึกไม่ถึง

มันจะไปนึกถึง นึกออกได้อย่างไร …ในหัวมัน มีแต่ยุทธศาสตร์ทำลาย
พังเขาไปกี่ประเทศแล้ว เคยมีใครไปฟ้องไอ้ยูเอ็น ให้จัดการกับมันไหม
เคยมีใครกล้า สั่งคว่ำบาตร มันสักใบไหม …
แล้วมันยังทะลึ่ง มาสั่งสอนชาวโลกอีก ว่าเราควรปกครองกัน
ด้วยระบอบเสรีประชาธิปไตย …ตุ๊ยส์
มันน่ะ ไอ้เผด็จการตัวพ่อ ตัวจริงระดับโลก

ในช่วงปี คศ 2011- 2013 …มีข่าวว่า รัสเซีย กับ เยอรมัน
เขานั่งจับเข่าเจรจากันต่อ…เราจะสร้าง ท่อส่งแก๊ส Nord Stream 2
เอาอีกท่อดีไหมเพื่อน …ท่อคู่ ทำให้ราคาแก๊ส ถูกลงนะ ไม่ชอบเหรอ

นี่ ถ้าเขาเจรจากันสำเร็จ… Nord Stream 2 เกิดขึ้น …
คราวนี้ อำนาจการต่อรองในประเทศ แถวยุโรป
ผ่านท่อส่งแก๊ส ของคุณพี่ปูติน คงยิ่งขึ้นสูงปรื้ด…

แค่ได้ยินว่า เขากำลังจับเข่าคุยกัน …ไอ้จิ๊กโก๋ ก็แทบกระอักแล้ว
มันเจ็บใจ มันรู้ตัวว่าเสียท่าเขา (ควรใส่คำว่า “อีกแล้ว” ด้วยดีไหม)
อย่างนี้ลูกบอลของมันแถวยุโรป อาจจะหายไปแยะ
เพราะไอ้คนเก็บ มันมัวแต่สนใจกับแก๊สราคาถูก
ส่งถึงหน้าบ้าน …

โอ๊ย กูเจ็บจิ๊ดเลย …ไอ้จิ๊กโก๋ โหยหวนอยู่ในอก

ก็คงใกล้จะถึงคราว ที่ เวลามึงปาลูกบอลไปแล้ว
และมึงเองนั้นแหล่ะ ต้องวิ่งปุเลง อย่างน่าทุเรศ
ตามไปเก็บลูกบอลของตัวเองแล้วนะ … ไอ้จิ๊กโก๋

จริงๆ โอ้จิ๊กโก๋ มันคงเริ่มรู้ ตั้งแต่ ช่วงปี คศ 2004 -2005 แล้ว
ว่า มันคงควบคุม หรือหลอกใช้ หมาก ตัวที่สำคัญมากในโค้งวิกฤติ
คือ หมากอิหร่าน ไม่ได้ตามแผน…
มันแก้โรคอิหร่าน เสพติดนิวเคลียร์ ไม่สำเร็จ
ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ กระทบแผนสำคัญ ของมัน …อย่างที่เล่าไปแล้ว
อิหร่านไป …หมากหลายตัว ก็ไป

ขณะเดียวกันในช่วงนั้น… คุณพี่ปูติน ก็ยิ่งขยายเส้นทางท่อส่งแก๊ส
เข้าไปในยุโรป เพื่อหาพันธมิตร และ คู่ค้าเพิ่มขึ้น …
ไม่ใช่หาคู่ทะเลาะ สร้างเรื่องตบตี ข่มเหงกันเพิ่มขึ้น

แต่แทนที่ ไอ้จิ๊กโก๋ มันจะรับความจริง สำนึกได้
ว่า ยุทธศาสตร์ทำลาย เช่น ยุทธศาสตร์ โค้งวิกฤติ ของมัน นั้น
มัน “ล้มเหลว” หมดท่า …มันควร จะประนีประนอม
กับ อีกขั้วอำนาจหนึ่ง จับมือคุยกัน ทำความเข้าใจ กับเพื่อนร่วมโลก
โดยเฉพาะ ที่เป็นมหาอำนาจด้วยกัน ว่า จะทำอย่างไร
ให้เพื่อนร่วมโลกนี้ สามารถอยู่ร่วมกัน อย่างไม่ทะเลาะ แก่งแย่งกัน
กินดี อยู่ดี มีความสุขสบาย ด้วยกัน…

ผมคงฝัน แบบเพ้อเจ้อ เอามากๆ ที่คิดแบบนั้น …
(แต่ผม ก็อยากเห็น ให้ โลกเรา มีวันนั้น จริงๆนะ)
มองย้อนกลับไปดู จะเห็นได้ว่า ไอ้จิ๊กโก๋ มัน “ไม่เคยมี” นโยบาย
ที่แสดงความ “สำนึกดี หวังดี ต่อ ชาวโลกอย่างแท้จริง” เลย
ไม่ว่าผู้บริหารประเทศของมัน จะเป็นพรรคไหน สมัยไหน
จะเป็นยุค ไอ้พวกเหยี่ยวกระหายเลือด หรือ เป็นท่านใบตองแห้ง
โอบามา ที่ช่างส่งเสียง(พล่าม)มันไปทุกเรื่อง
แต่ยุทธศาสตร์ หรือ วิธีการคิด หรือ แผนการเกี่ยวกับการครองโลก
ของพวกมัน … ก็ ไม่ได้เปลี่ยนไปเลย แม้แต่น้อย

และ ไอ้จิ๊กโก๋ ยังใช้นโยบาย แบบเดิมๆ…

มันจึงสั่งให้พลพรรค รีบเตรียมการสำหรับ “งานใหญ่” ที่หน้าบ้านรัสเซีย
ด้วยการจัด ปฏิวัติสีส้ม 2 ที่ยูเครน ตั้งแต่ ช่วงปลายปี คศ 2013
และ ครั้งนี้ ไอ้จิ๊กโก๋ ดูเหมือนจะทุ่มหนักแบบงานช้าง …
แขกได้รับเชิญ จึงมีหลากพวก และ มีอุปกรณ์ประจำตัวอย่างเต็มเพียบ

“…เราต้อง พังประตูหน้าบ้านมันให้ ราบ”

รัสเซีย เหมือนรู้แผนให้จิ๊กโก๋ แต่ไม่ออกอาการ…
เพียงเฝ้าดูอย่างใจเย็น …ดูท่าที …หรือ รอเวลา รอโอกาส

ฝ่ายไอ้จิ๊กโก๋ เหมือนมันอ่านยุทธศาสตร์ของพี่ปูไม่แตก
หรือ มันไม่มีทางเลือก หรือ มันคิดว่ายุทธศาตร์ ของมันก็ใช่ชั่ว
และอาจจะล้ำลึก กว่า ของคนชื่อปูตินอีก …

มันเป็นอย่างไหนกันแน่

ในความคิด ของไอ้จิ๊กโก๋ และน่าจะของชาวโลกส่วนใหญ่ด้วย
หลังจากที่ พวกมันจัดปฏิวัติสีส้ม ที่ยูเครน ตั้งแต่ช่วงปลายปี คศ 2013
จนนาย Yan ประธานาธิบดี ของ ยูเครน …ที่เขาว่า เป็นพวกรัสเซีย
ถึงกับหน้าเริด รีบเผ่นหนี ให้พ้นจากการถูกกลุ้มรุมตึบ
ของไอ้พวกสีส้มปนดำนีโอนาซี …
และไปหลบภัยอยู่ในรัสเซีย ในปี คศ 2014…นั้น
มันน่าจะแปลว่า ปฏิบัติการยูเครน ของอเมริกา
น่าจะประสบผลสำเร็จ …สูง ใช่ไหม

ขนาดไม่กี่วัน ก่อนที่ นายYan จะถูกปฏิวัติ จนต้องหน้าเริดหนี
ออกไปจากยูเครน นั้น …คุณนายลูกฟักนูแลนด์ ผู้กำกับการฉากการปฏิวัติสีส้ม
ถึงกับโทรศัพท์ (ที่ถูกดักฟัง) ไปหา นาย Geoff Pyatt ทูตอเมริกา
ที่ประจำอยู่ที่ยูเครน

คุณนายตื่นเต้นมาก บอกทูตว่า

“…นี่ เธอ …ท่านโจเหี่ยว เขาจะมาตัดริบบิ้น เปิดงานสีส้มเองเลยนะ
เพราะ นี่มันเป็น “รายการของเขา “

ข่าวเรื่องการไปตัดริบบิ้นของท่านโจเหี่ยว มีการดักฟังโทรศัพท์
มันน่าสนใจจะตาย และมันน่าจะกระจายไปทั่วโลก…
แต่ดัน ถูกข่าวเรื่องคุณนายแจกลูกฟัก กลบเสียมิด
แหม! เรื่องคนระดับนั้นของอเมริกา แจกลูกฟักให้คนแถวอียู …
มันยิ่งกว่าหนังน้ำเน่า ที่ชาวบ้านติดหนึบอีกนะ

ฉากคุณโจเหี่ยวจะไปตัดริบบิ้น เลย ไม่ได้รับการพาดหัว

ชาวบ้านเลยไม่มีโอกาส ฉุกใจคิด ว่า คุณโจเหี่ยว (Joe Biden)
ที่ขณะนั้น มีตำแหน่ง เป็น รองประธานาธิบดี ของไอ้จิ๊กโก๋นั้น
ท่านเสือกจะไปทำอะไร ที่ยูเครน ในตอนที่เขา “จัดงานปฏิวัติ” กัน

มันออกนอกหน้าไปหน่อยไหม

ขากลับ คุณโจเหี่ยว ยังได้รับของชำร่วย จากรายการตัดริบบิ้นสีส้ม
เป็น ตำแหน่งกรรมการ ในบริษัทน้ำมันใหญ่ ของยูเครน ชื่อ Burisma…
(ใหญ่เหมือน ปตท ในบ้านเรา)
คุณโจเหี่ยว คงอายเหนียม …กับของชำร่วยขนาดนั้น
(อย่างนี้ เรียกว่ารับสินบนได้ไหม)
เลยให้ใช้ชื่อ ลูกชาย Hunter Biden เป็นคนไปนั่งเก้าอี้แทน

ไม่นานมานี้ เรื่อง Burisma นี่ ก็กลับมาเป็นข่าวอีก
แต่ คราวนี้ คุณป๋าเหี่ยว เป็น ท่านปธน เอง แล้วนี่ …
เมื่อมีมือดี รื้อฟื้นเรื่องของชำร่วยนี้ขึ้นมาอีก …ชาวบ้านตามข่าว
ยังไม่ทันรู้ต้นเรื่องชัดดี … เลยมีการแปลงข่าว เป็น ว่า ไอ้ลูกคนนี้
มันนอกคอก … ทำอะไรพ่อไม่เคยรู้เรื่องด้วยหรอก …พ่อไม่เกี่ยวเลย
แล้วข่าวของชำร่วย ก็ กลับหายหน้าไปหมด จากสื่อ…เรียบร้อยโรงเรียนป๋า

แล้วคิดว่าฝ่ายรัสเซีย เขาจะไม่รู้เรื่องพวกนี้ เลยหรือไง

หลังจากนั้นไม่นานนัก จึงเกิดเรื่องคิวหลุด ที่ยูเครน
ใครวะ “ ปล่อย” ให้พี่ปูเขายึดเอาไครเมียคืนกลับไปได้
เอาไปทั้งเมือง ชาวเมือง และ ท่าเรือ …ในเดือน มีนาคม คศ 2014

ใคร นะ ที่ทำคิวหลุดมือ อย่างนั้น

แบบนี้ ไม่อ่านเกม ว่าไอ้จิ๊กโก๋ มันพลาดท่า ชนิดหัวทิ่มขมำ …
แล้วจะให้อ่านว่าอย่างไร …
มันตั้งใจ ให้พี่ปูเขาเอาไครเมียกลับไปให้ชื่นใจ
เป็นการปลอบใจ … ที่เสียยูเครน อย่างนั้นหรือ …
สันดานไอ้จิ๊กโก๋ …มันใจดี ถึงขนาดนั้น เป็นไปได้หรือ

ลองดู timeline กิจกรรมของท่านใบตองแห้งโอบามา ในปี คศ 2014
ที่มีการบันทึกไว้เป็นหลักฐาน และ เข้าไปดูได้ที่อากู (กูเกิล)
อาจจะเห็นชัดขึ้น

กุมภาพันธ์ 21,2014: ท่านใบตอง พูดโทรศัพท์ กับคุณพี่ปูติน
นานถึง 1 ชั่วโมง เกี่ยวกับเรื่อง ปฏิวัติ ในยูเครน…

“…ถามเราได้ไง…ว่า โจเหี่ยว ไปทำอะไร ที่ยูเครนตอนปฏิวัติสีส้ม
อเมริกาอยู่คนละฟากโลก …เราจะไปยุ่งอะไรด้วย กับยูเครน …
พวกยูเครน เขาก็คงไม่พอใจ เพราะคนที่นายส่งไปปกครอง…
มันห่วย นะสิ …”

ผมเดาเอาเอง ว่าการสนทนา น่าคล้ายทำนองข้างต้น

หลังจากนั้นไม่นาน ก็ เกิดคิวหลุด … คุณพี่ปูเขาเลย “ยึดไครเมีย”
เอากลับคืนไปได้ …เอากลับ ทั้งเมือง ชาวเมือง และ ท่าเรือ
ในเดือน มีนาคม คศ 2014

แล้วเรื่องในยูเครน ก็วนกลับไป เหมือนที่ผมเล่าไปแล้ว ในตอนต้นๆ

ฝ่ายรัสเซีย เหมือนแค่พอใจ ที่ได้ไครเมียกลับไป
แล้วก็ เหมือนไม่สนใจ เรื่องยูเครนนัก …
มึงจะเอา เจ้าพ่อ เอา ดารา ที่ไหน มาปกครองยูเครน
ก็เล่นกันตามสบาย …แล้วพี่ปู ก็วกกลับไปที่ โค้งวิกฤติ …

ระหว่างที่ ไอ้จิ๊กโก๋ มันวางแผนกะกินรวบ ทั้ง ยูเครน “ผ่าน” มือสมัครเล่น
ที่ใจถึง ชนิดมันเหี้ย ม ถึงบท เพราะค่าจ้างแพงโคตร
เพื่อใช้เป็นเส้นทางทำลาย รัสเซีย แบบระยะเผาขน

พี่ปู กลับใช้ช่วงเดียวกัน คศ 2014- 2017 จัดการเรื่องราว
ในซีเรีย อิหร่าน และ ตุรกี รวมไปถึง เลบานอน อิรัค และ เยเมน …
ให้หลุดออก จาก อุ้งมือ หรือ เงื้อมมือ ของ ไอ้จิ๊กโก๋แทน …

มึง อยากเล่นในยูเครน …ก็เชิญเล่นกันตามสบาย
แล้วหมาป่าในทุ่งหญ้า…ก็เดินเกมตามวิถี ของหมาป่าในทุ่งหญ้า

(33/2)


เมื่อสมัยที่ ท่านโจเหี่ยว เป็น รองปธน ของท่านใบตองแห้ง
(พวก)เขาว่า ท่านเหี่ยว มักเป็น “ตัวจริง” ในการไปเจรจา
ตัวต่อตัว กับระดับผู้นำประเทศ หลายคน …ที่ ไม่ค่อยสบอารมณ์
ในการพูดคุย แบบตัวต่อตัว กับ ท่านใบตอง …

เรื่องนี้คนอยู่วงนอกอย่างผม ก็ไม่สามารถจะคาดเดาได้
ว่ามันเป็นเพราะ การใช้ วาจา กิริยา ท่าทาง ฯลฯ หรือเพราะอะไร
ก็ ได้แต่พิจารณาเอา จากการติดตามดูจากหน้าจอ บวก รายงานข่าว
ผมก็สรุปเอาเอง ว่า ผู้ที่ต้องคุยกับท่านใบตองแห้งแล้ว (ชื่อสมญา ก็บอกแล้ว)
จะให้รู้สึกสดชื่น เหมือนวิ่งกางแขนไปตามเนินเขา แล้วร้องเพลง
ประเภทขายลูกอม แก้ปากบูดนั้น …คงจะไม่ใช่เรื่องง่าย

เมื่อข่าวนี้ ออกไปมากๆ…ท่านโจเหี่ยว ก็ เลย ยืดด …
จริงๆ เราไม่เหี่ยวนะ …เราฟิต และ เราเสน่ห์แรงเอาเรื่อง
(หญิงชอบกอดเราและเราก็ชอบกอดหญิง)
และเราก็เข้าใจทุกเรื่องหมด… (เราเจ๋ง เอง แบบไม่ต้องเค้น เข้าใจไหม)
เราไม่ใช่พวกโฆษณา ขายลูกอม …
แค่เราใส่สูทหล่อ สวมแว่นตาดำ ลงกระไดเครื่องบินด้วยท่าฟิต
แค่นั้น …ก็เท่ ระเบิด จนพวกพระเอกหนัง ต้องเหนียมเราแล้วล่ะ

ฮั่นแน่ …สงสัย แอบซุ่มเงียบฟิตตัว รอ จังหวะ เหมาะ

กลางปี คศ 2016 …ประมาณ 1 ปี …ก่อนที่ สมัยของท่านใบตอง
จะจบลงเอาไปใช้ห่อหมกได้ …บรรดาสื่อต่างๆ ก็เลยอยากรู้
ว่า พระเอกโจเหี่ยว…ที่ไม่ใช่นักการเมือง …แต่ทำงานอยู่ภาครัฐ
เหมือนเป็นข้าราชการประจำ มา 40 กว่าปี …
ได้เห็นสารพัดนโยบาย ของการเมืองหลายขั้ว
สัมผัส กับหลายประธานาธิบดี …
และ ต้องทำหน้าที่ ใส่สูทหล่อ สวมแว่นตาดำ
ขึ้นกระได ลงกระได บินไปต่างประเทศ
เพื่อไปทำหน้าที่ แทนประธานาธิบดีของตัว บ่อยๆ…
มีความเห็นอย่างไร กับ นโยบายด้าน การต่างประเทศ
ของอเมริกา …โดยเฉพาะ ของท่านใบตองแห้ง…
ที่ช่วงการบริหารประเทศ ของเขา …เน้น นโยบาย บุกหนัก
ทำลายเหี้ยน เป็นว่าเล่น ไม่รู้ กี่ประเทศ

นิตยสาร The Atlantic เดือนสิงหาคม คศ 2016 ได้ลงบทความ
ชื่อ The Geopolitics Therapist (คุณโจเหี่ยวนักบำบัดการเมืองโลก)
แหม… ตั้งชื่อแบบเลียจนเปียกเลยนะ …
นิตยสาร ดังกล่าวได้ไปสัมภาษณ์ ท่านเหี่ยว อย่างยาวเหยียด …
มีเนื้อน้อย น้ำ(ลาย)แยะ… แต่มีบางตอน ที่น่าสนใจเอามาเล่าสู่กันฟัง
คือ Biden Doctrine หรือ ทฤษฏีของท่านเหี่ยว

ท่านเหี่ยว บอกว่า จากประสบการณ์ 44 ปี ในการทำงานของตัว
กับหลายรัฐบาล…เรื่องที่น่าลำบากใจที่สุด คือ การจัดลำดับ
ความสำคัญ ของการคุกคาม ความน่ากังวล
และ การใช้กองกำลังของอเมริกา

ในการจัดการ กับการคุกคามนั้น นโยบายส่วนใหญ่ของอเมริกา
ก็มักจะเน้น ไปให้ความสำคัญ กับ “หมาป่า ที่อยู่หน้าบ้านเรา”
wolf at the door (หมายถึง หมาป่า ที่ไม่มีพิษมีภัยเท่าไหร่
แต่เรารำคาญ ที่มันมาเพ่นพ่านให้เห็น)
จนจัดสรร ทรัพยากรของเรา (กองทัพ) ไปจัดการ
กับ “ฝูงหมาป่า ที่อยู่ตามทุ่งหญ้า” pack of wolves in the field …
อย่างไม่เพียงพอ ไม่เหมาะสม…
(แปลว่า เหลือสรรพกำลัง ไม่เพียงพอ นะสิ)

คุณเหี่ยวบอกว่า คนวางนโยบาย มัวแต่มอง ว่ามันเป็นผลกระทบ
กับผลประโยชน์ของอเมริกาอย่างไร …แล้วก็ เตรียมกองกำลัง
ไปปกป้องผลประโยชน์นั้น …ยกตัวอย่างเช่น เรื่อง ซีเรีย…
ที่มีแต่คนเรียกร้องให้เรา ยกทัพเข้าไป…
คุณเหี่ยวบอก อเมริกาสามารถ เอากองกำลังเข้าไป 2 แสนคน
ในซีเรีย ได้สบายๆ … แม้เราจะต้องทำสงครามกับรัสเซีย…
ซึ่งในที่สุดเราก็จะ ครอบครองบริเวณนั้น …
และ จัดการเรื่องให้เรียบร้อยได้
แต่เชื่อไหม … ทันทีที่เราย้ายกองทัพของเราออกมา
ทุกอย่างมันจะกลับไปเหมือนเดิม…
อย่างที่เรา กำลังโต้เถียงกัน เกี่ยวกับเรื่องอัฟกานิสถาน

“…เรามักจะลืมมองยุทธศาสตร์ ในมุมกว้าง ซึ่งเป็นประโยชน์
กับเรามากว่า… เรามีกองกำลังที่ใหญ่มหึมา…
แต่จะใช้กองกำลังของเราอย่างไร… นั่นสิ คือปัญหา…
เราคงไม่เอาคน เกือบ 2 แสนคน อย่างที่เราเอาเข้าไปในอิรัค
โดยไม่มองการณ์เอาไว้ล่วงหน้า ว่า เมื่อเราย้ายกลับออกมา
เราจะเอา พวกไอ้บื้อ Humpty Dumpty กลับไปอยู่ที่เดิมอย่างไร …

(วิธีที่ท่านเหี่ยว เรียกคนบ้านอื่น ที่ตนเองไปรุกรานเขานี่
ปากมันน่าจะเจอที่ตำน้ำพริกบ้างนะ …ความเห็นของผมเอง)

แบบนี้ เราต้องทิ้งคนของเราไว้ในนั้น นานเท่าไหร่ล่ะ…
ตลอดกาลเลยสินะ …
แล้วมันทำให้คนเจ็บคนตายน้อยลงไหม…เปล่าเลย…”

“…ตอนที่เราคุยกันว่า เรากำลังมีปัญหาที่ซีเรียนะ …เพราะเรามีข่าวกรอง
และ การติดตามในพื้นที่มันไม่เพียงพอ…โดรน ที่เรามีตั้งเยอะแยะ
แต่ดันไม่พอใช้…ผมถามว่า อ้าว แล้วมันไปอยู่ไหนหมด…
เจ้าหน้าที่บอกว่า เอาไปใช้ที่ปากีสถานหมด เพื่อเฝ้าชนกลุ่มน้อย
ที่เราคิดว่าอันตรายมาก (แต่มีจำนวนน้อยมาก)…
ผมเถียงเลย …เฮ้ย…เดี๋ยวก่อน พวกคุณจะบ้าแล้วเหรอ
เรามี bad guys อยู่ใกล้เรามากกว่านั้นนะ …
นั่น พวกเขาอยู่ในซีเรีย …พวกเขาอยู่ในอิรัค…”

“…ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว…สิ่งที่คุกคามเราตอนนี้ …
คือ พวกที่มีนิวเคลียร์ อยู่ในมือ …มีการขัดแย้ง อย่างไม่ตั้งใจ …
(น่าจะหมายถึง อิหร่าน ที่ตอนนั้น เพิ่งเซ็นสัญญา อิหร่านนิวเคลียร์ดีล
เรียบร้อยไปไม่นาน)… กับ พวกที่มีนิวเคลียร์ อยู่ในกระเป๋า
อย่างรัสเซีย จีน เกาหลีเหนือ (ที่พูดกันไม่รู้เรื่อง)
และ ปากีสถาน…
คุณจำได้ไหม เมื่อ 9 ปี ที่แล้ว มีการถกเถียงกัน
ว่า ประเทศไหน ที่อันตรายที่สุดในโลก…
ผมบอกว่า ปากีสถาน นั่นไง …”

ผู้สัมภาษณ์ บอก…ใช่ ใช่ ทางเรา (the Atlantic) ยังเอาไปเขียน
บทความ เกี่ยวกับปากีสถาน เลย ชื่อ The Ally from Hell
พันธมิตรจากนรก…
(พวกลุงๆ ที่ชอบเล่นเสียวรอบกงจักร จำการให้สัมภาษณ์
เกี่ยวกับปากีสถาน ให้ดีนะครับ หรือ พวกลูกน้อง ที่ต้องทำการบ้าน
ให้ท่าน …ก็อย่าลืม ขีดเส้นหนาๆ ให้ พวกท่านๆ อ่านตอนนี้ ด้วยนะครับ
ปากีสถานรับใช้อเมริกามานาน ผู้ปกครองของปากีสถาน วิ่งเก็บลูกบอล
จนน่าสมเพช …แล้ววันหนึ่งคิดจะเปลี่ยนใจ..เลยเจอระเบิดสังหาร
อย่างโหดเหี้ยมจนเละไปหมด … และ ไม่ใช่เกิดขึ้นครั้งเดียว…
แน่นอน ข่าวบอกว่า ระเบิดโดยผู้ก่อการร้ายบ้าง ฝ่ายค้านบ้าง ฯลฯ
ขนาดนั้น ปากีสถาน ยังได้รับการชื่นชม…
จากไอ้พวกโยนลูกบอล ว่า เป็น พันธมิตร จากนรก)

คุณเหี่ยวบอก …ใช่ ใช่ การก่อการร้าย terrorism เป็นเรื่องที่ข่มขู่เราจริง
แต่ไม่ใช่เป็นการข่มขู่ต่อ “ความคงอยู่ของประเทศที่เป็นประชาธิปไตย”
อย่างสหรัฐอเมริกา นะ…การก่อการร้าย สร้างปัญหา กับเราก็จริง
มันทำให้เรา ไม่สงบ มันสามารถข่มขู่เราได้ มันสามารถทำร้าย
หรือ ฆ่าคนได้จำนวนหนึ่ง… แต่ มันคนละเรื่อง …
กับ “การคุกคาม ที่มีอยู่อย่างถาวร existential threat
(จนกว่า เราจะทำให้มันหมดไปถาวร…)…”

ท่านรองประธานาธิบดี …ของประเทศมหาอำนาจ หมายเลขหนึ่ง
ออกมาให้ สัมภาษณ์ อย่างนี้ ท่านหมายถึงใครครับ
และ ให้สัมภาษณ์ อย่างนี้ ทำไมครับ

แล้ว The Atlantic” ก็ สนใจเอาบทสัมภาษณ์ มาลงติดต่อกัน
เหมือนจะเน้น หรือ ส่งสาสน์อะไร ในจังหวะเวลาที่น่าสังเกต
จะแก้ตัว …เพื่อจะได้ไม่ต้องยกทัพ …ไปไล่รัสเซีย ออกจาก ซีเรีย
หรือ มีแผนลึก …รอคอย เตรียมเล่นงานหมาป่า หมายเลขหนึ่ง …
ตรงบริเวณทุ่งหญ้า แถวยูเครน…หรือแถวไหนหรือเปล่าครับ

แล้ว คิดว่า ฝูงหมาป่าที่อยู่กลางทุ่งหญ้า ฟังแล้ว จะนั่งเอี้ยมเฟื้ยม
ยอมให้เขาเหน็บแนม ด่าทอไปเรื่อยๆหรือครับ

26 พฤษภาคม 2565

Scroll to Top