แด่นักรบเงา ที่เสียสละแม้ชีวิต
เพื่อรักษาบ้านเมืองที่รักของเรา

Search

เมื่อวันที่ 13 มกราคม ที่ผ่านมา (ค.ศ.2016) ถังความคิดของตะวันออกกลาง(มีเหมือนกันนะ ทำเล่นไป) ชื่อ Gulf Institute ได้ออกรายงานฉบับพิเศษว่า กษัตริย์ซาลมาน อัล ซาอูด วัย 80 ปี ของซาอุดิ อาระเบีย มีแผนจะสละราชบัลลังก์ และแต่งตั้งให้ลูกชาย เจ้าชายโมฮัมหมัด บิน ซาลมาน ขึ้นเป็นกษัตริย์แทน รายงานบอกว่า กษัตริย์ซาลมานเดินสายคุยกับราชวงศ์ ชั้นน้องๆ ให้สนับสนุน เพราะนี่จะเป็นการเปลี่ยนไม่เอา เจ้าชายบิน นาเยฟ น้องชาย ที่ตัวเองตั้งเมื่อเมษายนปีที่แล้ว ให้เป็นมกุฎราช กุมารหมายเลขหนึ่ง และเป็นผู้ที่อเมริกาสนับสนุน

เรื่องนี้ ทำให้เกิดเสียงซุบซิบ ทั้งในตะวันออกกลางเอง และนอกตะวันออกกลางว่า “น่าเป็นห่วง” เพราะ เจ้าชาย บิน ซาลมาน อายุแค่ 30 ปี แถมเป็นคนเจ้าอารมณ์ เปลี่ยนใจไปมาง่าย… อย่างนี้ คงต้องระวังในเรื่องความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศ เพราะเจ้าชาย ออกจะอยู่เฉยไม่เป็น นโยบายแทรกแซงในต่าง ประเทศ คงมีการนำมาใช้บ่อยขึ้น การที่ซาอุ ยกพลพรรคไปติดหล่มอยู่ที่เยเมนตั้งแต่กลางปีที่แล้ว จนบัดนี้ ก็ยังขึ้นจากหล่มไม่ได้ ก็เป็นผลงานของเจ้าชายหนุ่มน้อยนี้แหละ…

แบบนี้ ผมว่า อเมริกาคงไม่ขัดใจหรอก เพราะมันน่าจะเข้าทางที่ท่านใบตองแห้งวางแผนเตรียมไว้

ถ้าเรื่องการสละบัลลังก์ให้ลูกชายนี้เกิดขึ้นจริง จะทำให้ราคาน้ำมันดิบยิ่งตกลงไปอีกได้ไหมนะ หรือแค่ตีข่าวมากๆ ก็ทำให้ราคาตกลงไปอีกหรือเปล่า

เมื่อต้นเดือนธันวาคม ค.ศ.2015 ราคาน้ำมันดิบยังอยู่ที่ประมาณ 40 เหรียญ ต่อบาร์เรล แต่หลังจากซูกอยถูกสอย ราคาน้ำมันไม่ขึ้นดันลงมาที่ 29เหรียญ บริษัทการเงิน ซิตี้กรุ๊ป (Citigroup) ออกมาบอกว่า ราคาน้ำมันอาจลงมาถึง 20 เหรียญ แต่โกลด์แมนแซค (Goldman Sachs) หนักข้อบอกว่า อาจลงต่ำกว่า 20 เหรียญอีก ตลาดน้ำมันต้องมีการปรับตัว ปรับการผลิต ลดส่วนล้นตลาดลงมาแล้วนะ

โกลด์แมนแซค (Goldman Sachs) กับพวกวอลสตรีท เคยวิเคราะห์ราคาน้ำมันดิบ สวนทางเหตุการณ์โลกแบบนี้มาแล้วเมื่อปี ค.ศ.2008 ปีที่เศรษฐกิจของอเมริกา กรอบเป็นข้าวเกรียบว่าว จากกรณีซับไพรม์และอสังหาริมทรัพย์ของอเมริกา มีแต่ปักป้าย “รอการยึด” หรือ “ขายด่วน ราคาคุยกันได้” เต็มไปหมด

ก่อนหน้าที่เศรษฐกิจข้าวเกรียบจะแตกไม่กี่เดือน โกลด์แมนแซค บริษัทการเงินยักษ์ใหญ่ ซึ่งมีหัวหน้าใหญ่ชื่อเฮนรี่ พอลสัน (Henry Paulson) ที่ท่านใบตองแห้งส่งเทียบไปเชิญมาให้เป็นรัฐมนตรีคลัง ตีปีบว่า ราคาน้ำมันจะขึ้นไปถึง 200 เหรียญต่อบาร์เรล ซึ่งขณะนั้น ราคาน้ำมันอยู่ที่ 147 เหรียญต่อบาร์เรล

ด้านนักวิเคราะห์การเมืองบอกเป็นไปไม่ได้ เพราะตอนนั้น น้ำมันโลกผลิตเกินความต้องการของตลาด (over supply) แต่นักการเงินวอลสตรีท ตีปีบราคา 200 เหมือนตีระนาดวง รับกันเป็นทอดๆ                                                                                                                   

แถมพวกวอลสตรีท ที่เข้าไปตั้งสำนักงานในจีน โดยเฉพาะโกลด์แมนแซค ที่สนิทกับจีนในช่วงนั้นเป็นพิเศษ ต่างแนะนำจีน เป็นเสียงเดียวกันว่า จีนควรซื้อน้ำมันทุกหยด ในราคา 147 เหรียญมาตุนเอาไว้ ก่อนที่มันจะกลายเป็น 200 เหรียญ

จีนเชื่อคำแนะนำของโกลด์แมนแซค กวาดน้ำมันตุนไว้เต็มคลังน้ำมัน ในราคา 147 เหรียญต่อบาร์เรล

หลังจากเกิดเหตุการณ์ซับไพรม์ น้ำมันหล่นลงมาเหลือ 47 เหรียญต่อบาร์เรล อาเฮียอมเลือดเต็มปาก แต่เฮนรี่ พอลสัน ในฐานะคุมการคลัง กล่อมท่านใบตองแห้ง ให้เอาเงินหลวงมาอุ้มบริษัทการเงินที่เจ๊งจากซับไพรม์ ส่วนโกลด์แมนแซค กับพวกข่าวว่า รวยจากการเล่นราคาน้ำมันว่า จะต่ำกว่า 200เหรียญ ตรงข้ามกับที่พวกตัวตีปีบหลอกแมงเม่า ไม่น่าเชื่อว่า จะได้แมงเม่าตาตี่ตัวใหญ่มากมาด้วย ….ตอนนี้คงเล่นเกม”เชือด” เป็นแล้ว

Scroll to Top