แด่นักรบเงา ที่เสียสละแม้ชีวิต
เพื่อรักษาบ้านเมืองที่รักของเรา

Search

เล่ม ๕ ‘นักล่า’

แกะรอยเก่า

ตอน (3)  เจอของดี 

ระหว่างที่อยู่นครศรีธรรมราช นายเคนเนธ อยู่กับสังคมชาวมิชชั่นนารี ซึ่งมีภารกิจต่างๆ กันท่านสาธุคุณ อี พี ดันแลบ (E. P. Dunlap) ผู้ซึ่งชาวมิชชันนารีชื่นชมมากกว่า เป็นคนเดียวที่สามารถเข้าถึงกษัตริย์ไทยเพราะพระเจ้าอยู่หัวทรงรัชกาลที่ 7 ให้ความสนิทสนมด้วย ถึงกับทรงนับว่าเป็นเพื่อน นอกจากนี้ยังมีท่านสาธุคุณแฟรงค์ แอล สไนเดอร์ (Frank L. Snyder) กับครอบครัว ซึ่งครอบครัวนี้เดิมอยู่บางกอก

นายสไนเดอร์ (Snyder) ทำหน้าที่ดูแลการเงินของพวกมิชชันนารี ซึ่งแน่นอนคนคุมเงินยอมมีอำนาจ นายสไนเดอร์ เข้าไปร่วมวงกับพวกคนจีน และรวมกันตั้งโบสถ์คริสเตียนร่วมกับคนจีน ต่อมาก็สร้างตึกให้กับโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน

วันหนึ่งนายสไนเดอร์เขียนจดหมายไปถึงใครคนหนึ่งในอเมริกา ในจดหมายด่ารัฐบาลไทยเสียไม่เหลือ นายสไนเดอร์คงไม่รู้ว่า รัฐบาลไทยก็ทำการตรวจสอบเป็นเหมือนกัน รัฐบาลไทยจึงมีคำสั่งให้ นายสไนเดอร์ เป็นบุคคลต้องห้าม (Persona non grata) และให้ออกนอกประเทศไป ต่อมาทางมิชชันนารีขอร้องรัฐบาลไทยยินยอมให้ นายสไนเดอร์กลับมาอยู่เมืองไทย แต่ไปอยู่ไกลหูไกลตา รัฐบาลไทยก็ยอม ทางคณะมิชชันนารีจึงส่งนายสไนเดอร์มาประจำอยู่นครศรีธรรมราช

สรุปว่า รัฐบาลไทยมักสายตาไม่ค่อยดี มองแต่เสื้อคลุมเครื่องแบบของชาวต่างชาติ ไม่ใส่ใจเนื้อในของผู้ใส่ และนครศรีธรรมราชนี่น่าจะเป็นชุมทางที่สำคัญ!

ระหว่างที่อยู่ที่นครศรีธรรมราช วันหนึ่งประมาณปี ค.ศ.1929 หรือค.ศ.1930 นางมาการ์เรต ไปเยี่ยมคุณหมอเอ็ดวิน บรูซ แมคแดเนียล (Edwin Bruce McDaniel) ซึ่งอยู่อีกฝากหนึ่งของนครศรีธรรม ราช คุณหมอยื่นหนังสือเล่มหนึ่งให้นางมาการ์เรต ชื่อ “The English Governess at the Siamese Court” เขาบอกกับนางมาการ์เรตว่า หนังสือเล่มนี้ต้องห้ามนะ คนไทยไม่ชอบ แต่เอาไปอ่านเถอะ

หนังสือเล่มนี้เขียนโดยแอนนา ลีโอโนเวนส์ (Anna Leonowens) เป็นสำนวนวิกตอเรียน ในยุค ค.ศ.1860 สำหรับหลายๆ คน อาจเป็นหนังสือที่น่าเบื่อ อ่านแล้วง่วง เหมือนกินยานอนหลับ แต่สำหรับนางมาการ์เรต กลับตรงกันข้าม มันเหมือนนางกินยาอีเข้าไปแทน นางเพลิดเพลินกับหนังสือจนอ่านแบบรวดเดียวจบ ลืมวันเวลาไปเลย คงจะนึกว่าตัวเองเป็นนางแอนนา

ต่อมาคุณหมอเอ็ดวิน ก็ยื่นหนังสือให้นางมาการ์เรต อีกเล่มชื่อ Romance of the Harem (คุณหมอนี่ช่างสะสมหนังสือ “ต้องห้าม”เสียจริง พวกมิชชันนารีนี่ถ้าจะชอบการผจญ“ภัย”)

หนังสือทั้ง 2 เล่มนี้ ติดอยู่ในใจของนางมาการ์เรต มาตลอด จนเมื่อกลับมาที่อเมริกา นางตั้งใจจะหาหนังสือทั้ง 2 เล่มนี้ให้ได้ และตั้งใจจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับแอนนา

นายเคนเนธสาธยายชื่นชมเมียว่า เป็นคนช่างเขียน ช่างจดช่างจำ ละเอียดลออ เขียนอะไรก็ไพเราะไปหมด ไม่ว่า เขียนหนังสือธรรมดาหรือเขียนเป็นโคลง (น่าจะปลื้มเมียมากเอาการ) เขาพยายามหนุนให้เมียเขียนหนังสือ โดยเฉพาะเรื่องแอนนานี้อยู่ตลอดเวลา

ตกลงนี่ แอนนาและพระเจ้ากรุงสยาม ก็เป็นการปฏิบัติ “ภารกิจ” อย่างหนึ่งใช่ไหม

แล้ววันหนึ่งขณะที่เดินเข้าไปในร้านหนังสือที่เมืองชิคาโก นางมาการ์เรตก็ไปเจอหนังสือชื่อ “English Governess” ในราคาถูกมาก หลังจากนั้นก็ไปเจอหนังสือ Harem อยู่ในกองหนังสือที่ขายแบบเลหลัง นางมาการ์เรตบอกว่า แบบนี้แล้ว ฉันคงจะต้องเขียนหนังสือเรื่อง Anna แล้วละ ยังกับสวรรค์ประทานทำนองนั้นระหว่างที่ประจำอยู่ที่ตรัง นายเคนเนธบอกว่า เขาต้องเดินทางตลอดเวลา เพื่อไปเยี่ยมและไปสอนศาสนา

ตามมิชชันนารีต่างๆ ที่มีอยู่หลายจังหวัดทางภาคใต้ วันหนึ่งเขาต้องเดินทางโดยเรือไป จากชุมพรแล่นเรือออกไปในเวลากลางคืน เรือแล่นไปสักพัก รู้สึกเรือแล่นได้ช้าลง และเครื่องยนต์ทำท่าจะไปไม่รอด ทะเลกลาย เป็นสีดำ และเมื่อมองไปทางฝั่งและยอดคลื่น เขาเห็นแสงเรืองของฟอสฟอรัสสว่างไสวเต็มไปหมด มันเป็นภาพที่นายเคนเนธบอกว่า ไม่มีวันจะลืม เรือแล่นไปบนทะเลสีดำ ด้านซ้าย มองเห็นประภาคารอยู่ไกลๆ ฟอง น้ำแตกตามรอยเรือแล่น สว่างด้วยแสงฟอสฟอรัสและทั้งทะเลเหมือนประกายเพชรระยิบระยับ เขารู้สึกเหมือนเรือแล่นอยู่บนฟองน้ำมัน ทะเลทั้งผืนเต็มไปด้วยน้ำมัน!

ไม่กี่ปีต่อมา ข้อมูลเกี่ยวกับน้ำมันในอ่าวไทย ก็เป็นข้อมูลที่อเมริกาให้ความสนใจยิ่ง ถึงขนาดเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 เสร็จสิ้นลง ขณะที่อังกฤษกำลังฉวยโอกาส จากการที่ไทยประกาศสงครามกับอังกฤษและอเมริกาตามญี่ปุ่น อังกฤษกะเล่นงานไทยกลับอย่างเจ็บแสบ ด้วยการยื่นข้อเรียกร้อง21 ข้อ อเมริกากลับบอกไม่ติดใจ และเข้ามาช่วยไทยเจรจาอังกฤษ เรียกว่าอ้าแขนมาปกป้องไทยแลนด์สมันน้อย อย่างพี่เบิ้มใจดี …ดีจนเหลือ เชื่อ ขณะเดียวกันก็เสนอความช่วยเหลือแก่ไทยหลังสงครามโลก สมัยจอมพล ป. คนใส่หมวกแล้วชาติเจริญ เป็นนายกรัฐมนตรี

Scroll to Top