เสร็จจากเดินกุมไข่ ทำหน้าหงิมๆ ที่ซาอุดิอาระเบีย ท่านใบตองแห้งก็บินต่อไปลงที่อังกฤษ พันธมิตรหรือเพื่อน ที่ประธานาธิบดีอเมริกันคนก่อนๆ เกือบทุกคน ถือว่าเป็น “มหามิตร” ของอเมริกา เขาใกล้ ชิดกัน เขารู้ใจกัน เขาเล่นด้วยกัน เขาเลวด้วยกัน เขารับลูกส่งลูกกัน เพื่อเสือกเกือบทุกเรื่องในโลก โดย เฉพาะ เรื่องกระเป๋าและอำนาจ (ของคนอื่น)
ส่วนเรื่องอังกฤษที่โดนด่าว่า ก็ชอบตีตั๋วฟรีคงไม่มีปัญหาน่า ชาวเกาะใหญ่เขี้ยวยาวโง้ง เล่นได้ทุกบทเหมือนกัน ขนาดส่ง ควีนเอลิซาเบธกับเจ้าชายฟิลลิป มาขับรถให้ คิงโอบามากับควีนมิเชล นั่งรถไปกินข้าวกลางวันด้วยกัน… แม่เจ้าโว้ย …ผมละทึ่งจริงๆ…
ต่างฝ่ายต่างเอาตัวแสดงสุดยอด คล่องคิวมาเข้าฉากทั้งนั้น คนดูอยู่ทั้งโลกนี่หว่า…. ยังไงก็ต้องไม่ให้คนนอกรู้ ว่าในใจคิดอะไร
แต่ถึงอย่างนั้น ท่านใบตองแห้งก็ได้รับการกล่าวขวัญจากนักการเมืองอังกฤษว่า เป็นประธานาธิบดีของอเมริกาที่แทบจะไม่เห็นหัวอังกฤษ และ ยุโรปเอาเลย… ฮู้ย เริ่มรายการแจกของชำร่วยแล้ว
นโยบาย Pivot Asia ปักหมุดเอเซีย ของท่านใบตองแห้ง ทำให้อังกฤษ ยุโรป รวมทั้งนาโต้ เชื่อว่า ท่านใบตองแห้งสนใจ (หรือปอดแหก) จีนที่สุด จนไม่เห็นความหมายของการมีเพื่อนอย่างอังกฤษ หรือยุโรป… ยกเว้นเยอรมัน ที่ดูเหมือนท่านใบตองแห้ง จะมองเห็นหัวคุณป้าเข็มขัดเหล็กของเยอรมัน มากกว่าหัวอื่น
สื่ออังกฤษ นินทาท่านใบตองแห้งว่า ช่างเลือกเวลามาเยี่ยมเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยของเท้าซ้าย ได้เหมาะเจาะจริงนะ เพราะชาวเกาะใหญ่ฯ กำลังวุ่นวายใจ จะอยู่หรือจะไปกับสหภาพยุโรป ตอนนี้ความ เห็นยังก่ำกึ่งกันอยู่ เดือนมิถุนายนนี่ว่า จะลงประชามติกันแล้ว ประชามติว่ายังไง อังกฤษก็ไปทางนั้น เขาว่างั้น
นายกรัฐมนตรีช่างจีบปากของอังกฤษ เดวิด คามารอน อยู่ฝ่าย “อยู่ต่อ” กับ อียู ย่อมพอใจให้ ท่านใบตองแห้งมาเห่กล่อมคนอังกฤษให้อยู่ต่อ แม้จะขัดเคืองเรื่อง ถูกด่าว่า ชอบใช้ตั๋วฟรี แต่ก็ไม่เข็ดหรือ ไม่รู้สึก ยังเสือกให้ท่านใบตองมาออกความเห็นในเรื่องนี้อีก มันก็เท่ากับอาศัยตั๋วฟรีอเมริกาอีกนั่นแหละ แล้วจะไม่ให้เขาด่าเอาได้ยังไง …จักรภพอังกฤษ มันเป็นอดีต ที่ไม่มีวันหวนกลับมาแล้วจริงๆ
อย่างนี้ก็สมใจท่านใบตองแห้ง กร่างใหม่ตบกร่างเก่า ร่วงคาเวทีที่บ้านของกร่างเก่าเอง เฮ้อ… ชื่นใจจัง
ท่านใบตองแห้งบอกว่า อยู่ต่อกับสหภาพยุโรปสิ ถึงจะดี เพราะอเมริกาเน้นการทำสัญญาค้าขาย กับสห ภาพยุโรปทั้งเล้า ไม่ใช่ แยกเป็นรายตัว ถ้าอังกฤษแยกตัวออกมา เราจะค้าขายกับอังกฤษยังไง โน่น
… อังกฤษคงต้องไปอยู่คิวสุดท้าย … In the back of the queue…
…ใช่… มันเป็นเรื่องที่คนอังกฤษจะต้องตัดสินใจกันเอง …แต่ในฐานะเพื่อน ที่มีความจริงใจต่ออังกฤษ ผมขอบอกว่าผมคิดอย่างไร… มันจะกระทบอนาคตของเราทั้งคู่นะ… เพราะอเมริกาคงไม่รีบร้อนที่จะค้าขายกับอังกฤษ ที่เพิ่งประกาศอิสรภาพ (จากการเป็นสมาชิกอียู)… อเมริกา ต้องการอังกฤษที่แข็ง แรงเป็นเพื่อนนะ …นี่ไง ฉาด ซะเลย เจ็บมั้ย กร่างเก่า…
… ท่านใบตองแห้งของผม ถ้าจะกู่ไม่กลับเสียแล้ว … นี่เป็นการพูดวันแรกที่ถึงบ้านเพื่อนนะ … ยืนกลางบ้านเขา แล้วบอกว่า… กูอยากคบแต่เพื่อนที่มีตังค์ และแบกหามได้ มึงเข้าใจมั้ย กูพูดอย่างนี้หมายความว่าอะไร ไอ้โง่เอ๊ย…
เรื่องนี้ทำให้สื่ออังกฤษ พาดหัวตัวโตบอกว่า ท่านใบตองกำลังเสือกเรื่องในบ้านคนอื่นนะ ความสัมพันธ์พิเศษระหว่างอังกฤษกับอเมริกา อย่างสมัยประธานาธิบดีรูสเวลท์ กับนายกรัฐมนตรีเชอร์ชิลน่ะ ไม่ได้หมายความว่า เปิดอ้าให้มาเสือกในบ้านเขาได้นะ
แต่ท่านกร่างใบตองแห้ง ไม่รู้สึกรู้สมอะไรแล้ว กำลังติดลมบน ทำหน้ามีความสุข คนละหน้ากับตอนที่อยู่ริยาร์ด แถมพล่ามกลับ… ผมพูดด้วยความบริสุทธิ์ใจของความเป็นเพื่อน…
แต่ดูเหมือนความบริสุทธิ์ใจรายการนี้ ขายไม่ออก โดยเฉพาะกับโบริส จอห์นสัน (Boris Johnson)นายกเทศมนตรีของลอนดอน ที่เป็นหัวหอกของขบวนการนำอังกฤษออกจากอียู
การแลกเปลี่ยนน้ำลายของ 2 เพื่อนก็เริ่มมีสีสรร และกลิ่นเน่ามากขึ้น
…ไอ้กร่าง (ใหม่) มันไม่มีเหตุผล พูดกลับไปกลับมา ไม่ต่อเนื่อง พล่าม… อาการแบบนี้มันคงมาจากพื้นเพเดิมของมัน ดูสิ พอมันได้เป็นประธานาธิบดี มันรีบเอารูปปั้นท่านเชอร์ชิล ออกจากห้องทำงานที่ทำ เนียบขาวเลยละ แสดงออกถึงส่วนที่เป็น “ลูกครึ่งชาวเคนยา” ที่ไม่ชอบเชอร์ชิลใช่มั้ย เพราะเชอร์ชิลเป็นสัญลักษณ์ของจักรภพอังกฤษ…
ส่วนนายจอห์นสัน กร่างเก่า ก็ถูกตำหนิไปว่า เป็นพวกเหยียดผิว เหยียดเผ่าพันธุ์
และท่านกร่างใหม่ ก็ได้รับรางวัลเพิ่ม อีกตำแหน่ง… ประธานาธิบดีของอเมริกา ที่ไม่พอใจอังกฤษมากที่ สุด ตั้งแต่เคยมีมา …Most anti-British American president there has ever been ….เอ๊ะ หรือผมแปลกลับนะ
แต่ความเห็น ส่วนตัวของผม (คหสต : เห็นเขียนกันจัง ผมต้องเขียนมั่ง เดี๋ยวเชย) ผมว่า ท่านใบตอง
แห้งเที่ยวนี้ ยอดเยี่ยมมาก ไปซาอุ ก็พบกษัตริย์ซาลมาน มาอังกฤษ ก็พบพระราชินีเอลิซาเบธ แต่ลูก ครึ่งเคนยา เอาเสียอยู่หมัดทั้ง 2 ประเทศ จะว่าเพราะ มีมงกุฎอเมริกาสวมอยู่ ก็มีส่วน แต่ส่วนของลูก ครึ่งเอง ก็ต้องไม่เบา ไม่งั้นป่านนี้ คงเหลือแค่ครึ่งลูกแล้ว…
อเมริกานั้น ย่อมต้องการให้อังกฤษอยู่ในอียู อยู่ในเล้าเดียวกันทั้งหมด คุมง่าย แตกแถวยาก สูตรเดียว กันทั้งหมด ขืนอยู่นอกเล้า นอกระบบ นอกกฎ แถมยังต่อรองได้หลายต่อ จะคบใครก็ได้ จะมีข้อตกลงอย่างไร พวกในเล้าก็โวยใส่ไม่ได้ และบทเหยียบเรือหลายแคม เป็นบทที่อังกฤษถนัดอยู่แล้ว ขืนปล่อยให้อยู่นอกเล้า เจอรุ่นใหม่แบบเจ้าโบริส จอห์นสัน จะทำยังไง
ท่านกร่างใบตองแห้ง ไปเดินสายครั้งนี้ ได้อะไรดีๆมา ก็เพราะบารมีมงกุฎอเมริกา แต่ถ้าถูกด่ากลับมาจนเรื่องเสีย ก็เป็นเรื่องของคนมีไม่เต็ม 2 ลูก
อเมริกาไม่เกี่ยว พร้อมให้สื่อตัดตอนได้ เรื่องแบบนี้อเมริกายิ่งกว่าถนัด
ส่วนท่านกร่างใบตองแห้ง ก็คงไม่ขัดข้องที่จะเล่นบทนี้ ดีกว่าอยู่เปล่าๆ ยังไงก็จวนเป็นอดีตแล้ว ประวัติ ศาสตร์ก็ต้องจารึกอยู่แล้ว สร้างประวัติศาสตร์เดชลูกครึ่ง…ให้มันครึกโครมไปเลย จะเป็นประธานาธิบดี ลูกครึ่งเคนยาอเมริกันคนแรก และอาจจะคนเดียว… จะเป็นลูกครึ่ง หรือจะเหลือแต่ครึ่งลูก … ให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเล้ย. …