มาอีกแล้วครับ รายการไม่ได้ขอไป แต่มันเสนอหน้ามาเอง จะไม่เขียนถึงก็กระไรอยู่ ส่งเสียงหนวกหู อ่านดูแล้วก็อดเอามาเล่าให้ฟังไม่ได้
คราวนี้หัวหน้าใหญ่นายมอร์ตัน อบราโมวิช (Morton Abramowitz) หนึ่งในกรรมการบริหารของ International Crisis Group (ICG) ที่มีผู้อุปถัมภ์ใหญ่คือ นายจอร์จ โซรอส (George Soros) และพวกเช่น นายเคนเนธ เอเดลแมน (Kenneth Adelman) นักลอบบี้ใหญ่ของหมาไนโจรร้าย ลงแรงส่งเสียงเอง
นายอบราโมวิช (Abramowitz) เขียนบทความชื่อ Thailand on the Brink (ประเทศไทยกำลังจะร่วง) เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ค.ศ.2014 นี่เอง ที่เขาเขียนพอสรุปได้ดังนี้
“…ประเทศไทยเป็นประเทศที่ถูกแบ่งแยก สังเกตดูได้ง่าย ๆ ตามถนนในกรุงเทพฯ ทุกวัน ที่น่าคิดคือการแบ่งแยกนั้น หนักหนานัก และใช่ว่าจะสมานได้ง่าย
บุคคลผู้มีอิทธิพลในสังคมชั้นสูง ที่เป็นเสียงข้างน้อย (minority) ได้ตัดสินที่จะทำลายระบอบประชา ธิปไตยทางรัฐสภา อันแสนจะเปราะบางของประเทศไทยอีกครั้งด้วยความพยายามที่จะปิดกั้นไม่ให้มี การเลือกตั้ง ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ คนจำนวนเรือนแสน ซึ่งเป็นแนวร่วมใกล้ชิดกับพรรคประชาธิปัตย์ที่มีฐานอยู่ในกรุงเทพฯ ได้ออกมาเดินขับไล่รัฐบาลรักษาการยิ่งลักษณ์ เป็นเวลากว่า 2 เดือนมาแล้ว และพยายามจะจัดตั้งรัฐบาลที่มาจากการแต่งตั้ง พวกเขาพยายามเรียกร้องให้ทหาร ศาล คำสั่งตามรัฐธรรมนูญ ออกมาระงับการเลือกตั้ง ผู้ประท้วงได้ออกมาขัดขวางการเลือกตั้งล่วงหน้า ตำรวจพยายามอย่างยิ่งที่จะอดทนต่อการยั่วยุของผู้ประท้วง แล้วรัฐบาลก็ประกาศภาวะฉุกเฉิน ห้ามมิให้มีการชุมนุมเกินกว่า 5 คน
สหรัฐอเมริกาและประชาคมนานาชาติ รวมทั้งสมาชิกในกลุ่มอาเซียน ซึ่งได้แสดงความสามารถในการให้เมียนมาร์ สามารถเปลี่ยนมาเป็นประชาธิปไตยได้ ควรจะออกมาพูดอย่างชัดเจน ในการสนับสนุนให้มีประชาธิปไตย โดยเฉพาะเรียกร้องให้มีการคุ้มครองสิทธิของประชาชนในการออกเสียงลงคะแนน
การเมืองในประเทศไทย ผ่านช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านมาอย่างยากลำบาก การแบ่งแยกทางการเมือง เริ่ม ต้นมาจาก การที่กลุ่มบุคคลในสังคมชั้นสูง รวมทั้งกองทัพ และผู้ที่ออกมาปกป้องสถาบันกษัตริย์ ไม่พร้อมใจที่จะยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ตามระบอบประชาธิปไตย การปฏิวัติที่เกิดขึ้นหลายครั้งในประเทศนี้ เน้นความไม่ยอมรับของพวกเขา การมีรัฐประหารอีกครั้ง จะทำให้ประเทศไทยอยู่ในสถานะเถื่อนมากขึ้น
รัฐบาลที่มีแต่เทคโนแครตกับทหาร เป็นเหตุให้เกิดพรรคการเมืองในช่วง ค.ศ.1990 เป็นต้นมา และวิกฤติเศรษฐกิจในปี ค.ศ.1997 เปิดทางให้ทักษิณ มหาเศรษฐีจากกิจการโทรคมนาคม เข้ามามีอำนาจ เมื่อ ค.ศ.2001 ด้วยนโยบายที่เป็นที่ชื่นชอบของนักธุรกิจ และประชาชนที่มีสิทธิออกเสียงในชนบทที่ถูกทอด ทิ้ง ระหว่างอยู่ในตำแหน่ง ทักษิณใช้อำนาจที่ได้มาจากชนะเลือกตั้ง อย่างไม่สนใจขบวนการตรวจ สอบและคานอำนาจ รวมทั้งการละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่นโยบายประชานิยมของเขา ก็ยังได้ รับการสนับสนุนในการเลือกตั้งทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งตัวเขาเอง หรือตัวแทนที่เขาส่งมาการ เป็นที่ได้รับความนิยมอย่างสูงสุดของเขา และอำนาจที่เขามี ทำให้กลุ่มบุคคลชั้นสูงรับไม่ได้ และใน ค.ศ.2006 กองทัพก็จัดการไล่เขาออกไป หลังจากต้องคำพิพากษาว่าใช้อำนาจโดยมิชอบ เมื่อ ค.ศ.2008 เขาก็ลี้ภัยโดยความสมัครใจไปอยู่ต่างประเทศ และใช้อำนาจจากทางไกล มากำกับการเมืองในประเทศ การที่พรรคของเขา เลือกการใช้ พรบ.นิรโทษกรรม เพื่อช่วยให้เขาพ้นผิด เป็นการเลือกที่ผิดพลาดอย่างที่สุด และทำให้เกิดการประท้วงรัฐบาลขึ้น
ผู้ประท้วงมีความเกี่ยวพันกับพรรคประชาธิปัตย์ ได้อ้างว่าการชนะการเลือกตั้งของทักษิณมาจากการซื้อเสียง และความล้าหลังของชาวต่างจังหวัด เป็นการอ้างที่แสดงถึง ความคิดที่ตกรุ่น (outdated) ไปแล้ว เช่นเดียวกับคนที่เจ้าของความคิด คนกรุงส่วนมาก และคนชั้นกลางที่ออกมาประท้วง รังเกียจผู้มีสิทธิออกเสียงที่อยู่ต่างจังหวัด เขามองว่าคนต่างจังหวัดไม่มีการศึกษา และง่ายต่อการซื้อผู้ประท้วง ครอบงำกับความคิดของตน จนมองไม่เห็นความสามารถของทักษิณ แต่ที่น่าห่วงอย่างยิ่งต่อเจตนาของการประท้วง เป็นการปฏิเสธเสียงข้างมากของคนไทย ตามระบบการเมืองและนั่นเป็นการเชิญชวนให้ความรุนแรงเกิดขึ้น
คนไทยส่วนมากไม่ศรัทธาในขบวนการประชาธิปไตย ซึ่งต้องโทษทักษิณที่มีส่วนทำให้เกิดขึ้นพรรคการเมืองของทักษิณจำเป็นต้องมีการปฏิรูป และต้องเริ่มด้วยการจัดการให้มีการเลือกตั้ง ในหน่วยเลือกตั้งให้มากที่สุด แต่พรรคประชาธิปัตย์ กลับยินดีที่จะปฏิเสธสิ่งที่เป็นชื่อพรรคของตนเอง “ประชาธิปไตย” เพียงเพราะไม่สามารถจะชักชวนให้ประชาชนเลือกคนที่พรรคตนเองส่งให้เลือกเพิ่ม ขึ้นได้ แทนที่จะประท้วง คัดค้านการเลือกตั้งพวกทักษิณ สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ควรจะเริ่มทำ แม้ว่าจะยากเพียงใด คือสร้างเวทีที่เป็นที่ยอมรับกันและทำตัวให้สมกับเป็นพรรคการเมืองระดับชาติ รับใช้ผู้มีสิทธิออกเสียงในภาคเหนือและภาคอีสาน เหตุการณ์ใน 8 ปีที่ผ่านมา ทุกครั้งนำไปสู่การเลือกตั้งที่แสดงว่าคนไทยทั้งประเทศต้องการอย่างที่สุด ที่จะได้รัฐบาลที่ตอบรับความต้องการของพวกเขาอย่างซื่อสัตย์ ซึ่งจะไม่ได้จากการรัฐประหาร หรือการตัดสินของศาล ที่จะให้มีการเริ่มต้นทางการเมืองใหม่ทุกครั้ง ที่พรรคการเมืองพรรคหนึ่งแพ้การเลือกตั้ง
The International Crisis Group ได้เน้นถึงความจำเป็นที่จะต้องหาทางทำให้มีความตกลงที่เป็นที่ยอมรับกัน อย่างกว้างขวาง ถึงประชาธิปไตยของไทย ซึ่งแน่นอนว่าจะไม่ง่ายและต้องใช้เวลา แต่ทาง
เลือกที่ไม่เคารพสิทธิของเสียงข้างมากย่อมไม่ใช่อย่างแน่นอน
มันจำเป็นต้องมีการหารือกันในระดับชาติ ในการกระจายอำนาจและการปฏิรูปประเทศ ซึ่งจะทำได้ภายใต้กระบวนการเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญเท่านั้น
สาสน์จากรัฐบาลโอบามา และนานาประเทศถึงประเทศไทย รวมทั้งกองทัพ รัฐบาล ฝ่ายค้าน ฝ่ายตุลาการ จะต้องชัดเจนว่า ความรุนแรง การรัฐประหารโดยกองทัพ และการสร้างระบอบใดขึ้นมา ย่อมไม่มีที่ยืนในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดนี้ ประเทศไทยเป็นพันธมิตรด้านความมั่นคง ในเอเซียอาคเนย์กับสหรัฐมาเป็นเวลายาวนาน มีการซ้อมรบร่วมกันกว่า 40 ครั้งต่อปี มีการฝึกอบรมและวางแผนร่วมกัน เพื่อต่อ ต้านผู้ก่อการร้ายและต่อต้านยาเสพติด ความรุนแรงที่เกิดจากการต่อต้านประชาธิปไตย หากยังมีต่อไป จะมีผลกระทบต่อสัมพันธ์ไมตรีระหว่างสหรัฐอเมริกากับประเทศไทย การรัฐประหารโดยกองทัพ จะทำให้สัมพันธ์ดังกล่าวแตกร้าว
รัฐบาลโอบามา จำเป็นต้องมีการสื่อข้อความที่ชัดเจน และไม่กำกวมไปทั่วประเทศ (ไทย)ทั้งในทางส่วนตัวและทางสาธารณะว่า การเลือกตั้งจะต้องเป็นไปตามกระบวนการของรัฐธรรมนูญและภายใต้พื้นฐานที่เป็น ที่ยอมรับโดยเสียงส่วนใหญ่ การไม่ดำเนินการดังกล่าว จะมีผลเสียหายต่อสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา…”
โอ้โห! “นี่ นายอบราโมวิช เขียนหรือนี่ ให้ราคาไม่ลงเลย เสียแรงเคยเป็นเอกอัครราชทูตอยู่เมืองไทยตั้งหลายปี ดันทำตัวเหมือนคนแปลกหน้า มาจากต่างดาว พูดจาเหมือนรับประทานอะไรมาผิดสำแดง ไม่รู้จักเลยหรือว่ามวลมหาประชาชนนะ เป็นใครมาจากไหนบ้าง เด็ก ๆ แถวหน้าสถานทูต ทั้งผมทองผมดำก็เห็นไปเดินเตร่อยู่ข้างเวทีเยอะแยะไปหมด แถมบางคนก็ยังไปขึ้นเวทีกับเขาด้วย รายงานให้มันถูก ต้องกว่านี้หน่อยได้ไหม เป็นถึงระดับนี้แล้ว จะเขียนทั้งทีให้มันเข้าท่ากว่านี้หน่อยน่า ไอ้ที่ว่าผู้ดีเมือง กรุง กำลังทำลายประชาธิปไตย อันแสนจะเปราะบาง ด้วยการปิดกั้นไม่ให้มีการเลือกตั้ง ในวัน ที่ 2 ก.พ. นั้น มันเป็นการพูดที่เขาเรียกว่า “โป๊” มาก ปิดไม่มิดเลย ชาวบ้านเขาเดาออกหมดว่า โผตามใบสั่งคืออะไร ส่วนที่บอกว่าผู้ดีเมืองกรุงรับความฉลาดของมหาไนโจรร้ายไม่ได้ กับทนไม่ไหวกับการเปลี่ยนแปลงที่มากับประชาธิปไตย จนต้องชวนคุณพี่ทหารออกมารับดอกไม้ไปไล่โจรน่ะ มันบทระดับนักตลกเติมเงิน แถวอุดรเขายังเลิกเล่นแล้วเลยครับ (เพราะโดนถล่ม ฮา!) สคริปต์แสนเก่า ลอกกันไปลอกกันมา 6-7 ปีแล้ว เขาเรียกว่าตกรุ่น (outdated) แล้ว หรือว่าบทมันกำหนด ราคามันบังคับ
ตกลงหมาไนโจรร้าย ถูกต้มหรือไง ไปเสียเงินจ้างสิงโตตกรุ่นที่ไหนมาทำขู่ว่า ถ้าพี่ทหารออกมาเดินรับดอกไม้อีกละก้อ จะถึงขั้นตัดสัมพันธ์กันเลย แหม! แบบนี้ก็เข้าทางอาเฮียเขาละซิ เขารออยู่ ตัวก็รู้ แน่จริง ตัดไปเลย ตัดให้ฉับเลยนะ อย่าตัดๆ ต่อๆ ไอ้น้ำมันที่อยากได้ เดี๋ยวก็เห็นฤทธิ์มวลมหาประชาชน
หรอก ส่วนไอ้ฐานทัพที่ว่าจะย้ายมาน่ะ จะไปลอยเท้งเต้งอยู่ที่ไหน ที่จะย้ายจากโอกินาวา (Okinawa) น่ะ จะเอาไปไว้ที่ไหน ฟิลิปปินส์ ก็เจอใต้ฝุ่น ลูกแล้วลูกเล่า ระเนระนาดไปหมด อย่าว่าแต่แต่งตัวไปรบเลย แค่จะยืนยังไม่อยู่กันแล้ว เอายังไงดีคุณพี่นักล่า สมันน้อยตอนนี้ ไม่เหมือนสมัยก่อนนะ เขากำลังเนื้อหอม ตัวก็รู้ อาเฮียน่ะ เขาไม่เคยขู่เลยนะ เขามีแต่คำหวาน
แล้วถามจริง ๆ เถอะ ถ้าจะไปรบกับอาเฮียเขาน่ะ จะเอาเรือวิ่งไปจากฐานทัพที่ไหนถึงจะเหมาะ คิดให้ดี จากฐานทัพที่อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ กวม และดิเอโก้ การ์เซีย (Diego Garcia) จับไม้สั้น ไม้ยาวให้ถูกนะ วิ่งไปเลย น้ำมันหมดกลางทางจะแวะตรงไหน จะเอาฐานไหนเป็นที่เติมเสบียง ทะเลจีนใต้น่ะ หมดสิทธิแล้วนะ เหลือที่ไปอยู่ไม่กี่แห่ง อย่าทำซ่านักเลย
แล้วนึกหรือว่า พี่ทหารเขาจะกลัว ถ้าไม่ได้งบไอเม็ต ไอแมตอะไรนั่นนะ คอบบร้า โกลด์ (Cobra Gold) เลิกฝึกเลิกซ้อมที่นี่ คนเสียใจก็มีแต่น้องหนูแถวพัทยา ภูเก็ต ไม่เป็นไรหรอก อีกหน่อยเอาอาตี๋หน้าขาวเป็นหยวก คิ้วเข้มเข้าเทรนด์มาฝึกแทน ขี้คร้านน้องหนู จะลืมผมทอง จักกะแร้เหม็น
นี่ถ้าคุณนายทูตดันบ้าจี้ ออกมาเล่นมุกนี้อีกคน รับรองได้มีการยกระดับกันบ้าง ส่งพวกพ้องไปร้อง กูละเว้ยเฮ้ย กูนี่คนไทย ให้ฟังหน้าสถานทูตกันบ้าง ยังไม่ได้ตกเป็นเมืองขึ้นกันนะวู้ย !แล้วใครที่เคยไปอ้างว่า ICG นี้ สนับสนุนให้ปฏิรูปก่อนเลือกตั้งน่ะ โปรดกลับไปอ่านใหม่นะครับเขาไม่มองโลกสวยขนาดนั้นหรอก อย่าสตอเบอรี่กันมากนัก ประเดี๋ยวผมของขึ้นมา จะว่าไม่เตือน
เชิญท่านผู้อ่านนิทาน โปรดพิจารณากันตามอัธยาศัยนะครับ ว่าสิงโตมันคำรามหรือหอน ปัญหาว่าบรรดาท่านๆ ที่ถูกพาดพิง ไม่ว่าจะเป็นคุณพี่ทหาร หรือพรรคแมลงสาบ
อ่านแล้ว รู้ร้อนรู้หนาวหรือเปล่า หรือว่ามันเคยเสียแล้ว
หมายเหตุ : โพสต์ลงเพจนิทานเรื่องจริงฯ เมื่อวันที่ 1 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
ปรับปรุง แก้ไขใหม่ เดือนธันวาคม พ.ศ. 2559