ตอน 2
ลวงซ้อน
ต้นปี ค.ศ.1918 นายเอ็ดก้า ซิสสัน (Edgar Sisson) ผู้แทนของคณะกรรมาธิการด้านข้อมูลสาธารณะ (US Committee on Public Information ของอเมริกา) เดินทางมาสำรวจและตรวจสอบหลักฐานที่เมืองเพตโทรกราด เนื่องจากมีข่าวว่าพวกบอลเชวิก ซึ่งบุคคลหลายกลุ่มในอเมริกากำลังสนับสนุนนั้น เป็นพวกเยอรมัน ซึ่งถ้าเป็นเรื่องจริง ก็น่าจะมีผลกระทบกับความสัมพันธ์ ระหว่างอเมริกากับอังกฤษอย่างยิ่ง
หลังจากสำรวจเสร็จนายเอ็ดก้า ซิสสัน ก็หอบเอาเอกสารของรัสเซียมัดใหญ่ ซึ่งอ้างว่ามีข้อพิสูจน์ว่าทรอท์สกี้ และ เลนิน และพวกปฏิวัติบอลเชวิกทั้งก๊วน เป็นสายลับของรัฐบาลเยอรมัน เอกสารเหล่านั้น ต่อมาเรียกว่า “Sission Documents”
Sission Documents ถูกขนขึ้นเรือมาอย่างเร่งรีบและลับสุดยอด เพื่อนำส่งไปที่กรุงวอซิงตัน ให้คณะ กรรมการ National Board for Historical Service ทำการพิสูจน์ว่า เอกสารทั้งมัดใหญ่นั่น ว่าเป็นของแท้ หรือเป็นของปลอม ถูกแต่งมาต้มกันหรือเปล่า
นักประวัติศาสตร์ชื่อดัง 2 คน เจ แฟรงคลิน เจมิสัน (J. Franklin Jameson) และซามัวแอล เอ็น ฮาร์เปอร์ (Samuel N. Harper) ถูกเรียกมาทำหน้าที่ตรวจสอบ หลังจากตรวจสอบเรียบร้อย เขาแบ่งเอก สารออกเป็น 3 กลุ่ม เกี่ยวกับเอกสารกลุ่ม 1 นักประวัติศาสตร์ทั้ง 2 สรุปว่า
“เราได้ตรวจสอบด้วยความระมัดระวังในทุกด้าน ตามที่นักเรียนประวัติศาสตร์จะรู้จักและใช้เป็นแนว ทาง จากการตรวจสอบหลักฐานดังกล่าว เราไม่มีความลังเลที่จะประกาศว่า เราไม่มีเหตุผลที่จะตั้งข้อสงสัย ถึงความเป็นของแท้ของเอกสาร 53 ชิ้นนี้” แปลว่า พวกเขามีความเห็นว่า เอกสาร 52 ชิ้นนั้น เป็นของแท้ แต่นักวิชาการต้องพูดให้เข้าใจยากไว้ก่อน
สำหรับเอกสารกลุ่ม 2 นักประวัติศาสตร์ทั้ง 2 มั่นใจน้อยลง แต่ก็ไม่ใช้คำว่า เป็นเอกสารปลอม พวกเขาให้ความเห็นว่า น่าจะเป็นสำเนาของเอกสารต้นฉบับ
ส่วนเอกสารกลุ่ม 3 พวกเขาไม่มีความมั่นใจเลย ในความจริงแท้ของเอกสาร แต่ก็ยังไม่อยากที่จะเรียก ว่า เป็นเอกสารปลอม ขอดูต่อไป (เผื่อจะมีอะไรมาทำให้ชัดขึ้นว่า แท้หรือปลอมทำนองนั้น)
Sission Documents ถูกนำไปพิมพ์โดย Committee on Public Information ซึ่งประธานคือ จอร์จ ครีล (George Creel) ซึ่งปรากฏภายหลังว่า เป็นคนหนึ่งที่สนับสนุนขบวนการบอลเชวิก
เมื่อเอกสารออกไปสู่สาธารณะ บรรดาสื่ออเมริกันส่วนใหญ่มีความเห็นว่าเป็นเอกสารจริง เว้นแต่ New York Evening Post ซึ่งขณะนั้นเป็นเจ้าของโดย โธมัส ดับเบิ้ลยู ลามองต์ (Thomas W. Lamont) หุ้น ส่วนของกลุ่มมอร์แกน หนังสือพิมพ์ Evening Post ถึงกับท้าทายความเป็นของแท้ของเอกสาร
ต่อมาภายหลัง Sission Documents มีการตรวจสอบใหม่ และผลปรากฏว่าเอกสารเกือบทั้งหมด เป็นของปลอม! ข้อผิดพลาดที่ปรากฏในเอกสารส่วนใหญ่ เป็นเรื่องของความไม่สอดคล้องในการสะกดชื่อ วันที่อ้างตราประทับ ฯลฯ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความไม่ระมัดระวังของผู้ทำเอกสาร หรือใช้มืออ่อนหัดในตลาดการปลอมเอกสารมาดำเนินการ
แต่ Sission Documents นี้ ก็ถูกนำมาใช้อ้างในงานค้นคว้าศึกษา เกี่ยวกับการปฏิวัติรัสเซียของพวกบอลเชวิกมากมาย และโดยทั่วไปแม้จะเป็นเอกสารปลอม แต่เหตุการณ์ที่อ้างไว้ในเอกสาร ส่วนใหญ่เป็นเหตุการณ์จริง
ที่น่าสนใจคือ เอกสารทั้งหมดถูกส่งไปให้ เอ็ดก้า ซิสสัน (Edgar Sisson) โดย อเล็กซานเดอร์ กัมเบิร์ก(Alexander Gumberg) (หรือที่รู้จักกันในชื่อเบิร์ก (Berg) ซึ่งชื่อจริงคือ ไมเคิล กรูเซนเบิร์ก (Michael Gruzenberg) ซึ่งเป็นตัวแทนของบอลเชวิกในสแกนดิเนเวีย และต่อมาเป็นที่ปรึกษาพิเศษของ Chase National Bank ของตระกูลร้อกกี้เฟลเลอร์ และนายฟลอยด์ โอเดียม (Floyd Odium) ของ Atlas Corporation
นี่มันซ้อนกันหลายชั้นจนน่างง และตัวละครชักทยอยโผล่หัวมากขึ้น แต่อย่าเพิ่งงงนะครับ นี่เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นเอง ยังไม่ถึงตอนมันยกร่องเลย
ส่วนพวกบอลเชวิกเอง ไม่ยอมรับเอกสารเหล่านี้ รวมทั้งจอห์น รีด (John Reed) คอลัมนิสต์ชื่อดัง ซึ่งกินเงินเดือนจากนิตยสาร Metropolitan ซึ่งเป็นของเจ พี มอร์แกน ก็ไม่ยอมรับเช่นเดียวกัน
ทั้งหมดนี้อาจเป็นแผนการของกัมเบิร์กที่จะทำลายความน่าเชื่อถือของ Sission โดยการจัดการปลอมเอกสารขึ้นมา หรืออาจจะเป็นความคิดของกัมเบิร์ก หรือครีล ที่ทำขึ้นเหมือนเป็นป้ายปลอม บอกเส้น ทาง… ให้คนที่คิดติดตามเรื่องเลี้ยวผิดและหลงทางก็เป็นได้
Sission Documents ถูกเอามาใช้เป็นข้อพิสูจน์ว่า เยอรมันกับพวกบอลเชวิกเกี่ยวข้องกัน หรือร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด และถูกเอามาใช้เป็นข้อพิสูจน์ว่า มันเป็นการร่วมมือระหว่างพวกยิวกับพวกบอลเชวิก แต่ที่สำคัญเอกสารนี้ ได้ถูกใช้เป็นม่านควัน เอามาบังสายตาชาวบ้านทั่วไป ให้พร่ามัว มองไม่เห็นความจริง หรือเข้าใจความจริง ไขว้เขวไปอีกด้วย ทำให้เกิดสับสนจนเบื่อ แล้วเลิกติดตาม