ตอน 6
ไอ้เสือเอาวา
The American International Corporation (AIC) ตั้งขึ้นที่นิวยอร์ค เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน ค.ศ.1915 โดยกลุ่มเจ พี มอร์แกน และผู้ร่วมทุนจาก National City Bank ของกลุ่มสติลแมน และกลุ่มผล ประโยชน์ของตระกูลร้อกกี้เฟลเลอร์ เรียกว่า เป็นการร่วมทุนของพวกเจ้าพ่อธุรกิจการเงินและอุตสาห กรรมของอเมริกา สำนักงานใหญ่ของ AIC ตั้งอยู่เลขที่ 120 ถนนบรอดเวย์ หนังสือบริคณห์ของบริษัท ระบุวัตถุประสงค์ว่า เพื่อทำธุรกิจทุกประเภท (ยกเว้นการธนาคารและสาธารณูปโภค) ในทุกประเทศ “ทั่วโลก” เพื่อเป็นการส่งเสริมธุรกิจการค้าภายในและภายนอกประเทศ และขยายธุรกิจของอเมริกาไปยังต่างประเทศ
แฟรงก์ เอ แวนเดอลิบ Frank A. Vanderlip เขียนไว้ในบันทึกความทรงจำของเขาว่า เป็นเรื่องที่น่าตื่น เต้นอย่างมากที่ American International Corporation ก่อตั้งขึ้นได้สำเร็จจริงๆ แล้ว มันเกิดขึ้นจากการคุยกัน ระหว่างคนทำงานของ Stone & Webster บริษัทก่อสร้างทางรถไฟระหว่างประเทศ ที่บอกกับจิม เพอร์คินส์ (Jim Perkins) และแฟรงค์ เอ แวนเดอลิบ แห่ง National City Bank (NCB) ว่า จะไม่เหลือทางรถไฟ ในอเมริกาให้เราสร้างสักเท่าไรแล้ว!
บริษัทได้ระบุจำนวนทุน ที่ได้รับอนุญาตให้เรียกชำระคือ 50 ล้านเหรียญ และนายแฟนเดอลิบ บันทึกต่อไปว่า เขาได้เขียนไปหาประธานของ American International Corporation
“..หลังจากที่ผมบอกให้พวกเขารู้ว่า เรากำลังทำจะอะไร พวกเขาดีใจมาก ที่เราชวนพวกเขามาร่วมด้วย ทุกคนลงทุนกันเป็นจำนวนมาก บางคนถึงกับขอเพิ่มอีก และแถมบางคนยังกันท่า ไม่อยากให้บางคนมาร่วมมือด้วย …ทุกคนที่เราไปคุย เอาด้วยทั้งนั้น”
ตกลงพวกเขากำลังจะทำอะไร ธุรกิจของ AIC คืออะไรกันแน่ นักธุรกิจอเมริกัน ถึงกับแย่งกันเข้ามาร่วมลงทุน
ในปี ค.ศ.1916 AIC มีการลงทุนในต่างประเทศมากกว่า 23 ล้านเหรียญ และในปี ค.ศ.1917 เพิ่มเป็นกว่า 27 ล้านเหรียญ มีบริษัทตัวแทน อยู่ที่ลอนดอน ปารีส บัวโนสไอเรส ปักกิ่ง เพตโทรกราด รัสเซีย และหลังจากตั้งบริษัทได้ไม่ถึง 2 ปี ธุรกิจของ AIC ก็ขยายไปถึง ออสเตรเลีย อาร์เจนตินา อุรุกวัย ปารากวัย โคลัมเบีย บราซิล ซิลี จีน ญี่ปุ่น อินเดีย ซีลอน อิตาลี สวิสเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส สเปน คิวบา เม็กซิโกและอีกหลายๆ ประเทศในอเมริกากลาง
หลังจากนั้นไม่นาน American International Corporation (AIC) ได้ตั้งบริษัทลูก อีกหลายบริษัทคือ
– The Allied Machinery Company of America ตั้งขึ้นในปี 1916 ถือหุ้นทั้งหมดโดย AIC
The Grace Russian Company ตั้งขึ้นในปี 1917 ถือหุ้นโดย W.R. Grace & Co และ San Galli Trading Company of Petrograd โดย AIC ถือหุ้นข้างมากใน Grace Russian ร่วมกับ Holbrook ซึ่งเป็นผู้บริหาร Allied Machinery
– United Fruit Company ซึ่งเข้าไปมีส่วนในการปฏิวัติหลายครั้งในอเมริกากลาง ในช่วงปี ค.ศ.1920 กว่าๆ
– American International Shipbuilding Corporation ซึ่ง AIC ถือหุ้นทั้งหมด และได้รับสัญญาให้ต่อเรือรบหลายสัญญาจาก Emergency Fleet Corporation สัญญาหนึ่งประมาณ 50 ลำ อีกสัญญา40 ลำ และยังมีสัญญาให้ต่อเรือบรรทุกสินค้าอีก 60 ลำ นับเป็นบริษัทแห่งเดียว ที่ได้รับสัญญาต่อเรือจำนวนมากที่สุดจาก Emergency Fleet Corporation ซึ่งเป็นของรัฐบาลอเมริกัน
-G. Armsinck & Co., Inc. of New York ซึ่ง AIC ซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัทนี้ ในเดือนพฤศจิกายนปีค.ศ.1917 Armsinck เป็นแหล่งเงินทุนใหญ่ ในการสนับสนุนการจารกรรมของเยอรมันในอเมริกา
Symington Forge Corporation บริษัทซึ่งได้รับสัญญาจากรัฐบาล ให้ทำการหล่อลูกปืนจำนวนมากที่สุด
ดูเหมือน American International Corporation จะเป็นบริษัท ที่รับงานเกือบทั้งหมดของรัฐบาลอเมริกันและต่างประเทศ เกี่ยวกับกิจกรรมสงคราม
สรุปสั้นๆ ธุรกิจของบริษัทคือ การทำให้สงครามโลกครั้งที่ 1 เดินหน้านั่นแหละ!
American International Corporation มีกรรมการ 22 คน กรรมการไม่น้อยกว่า 10 คนมาจากNational City Bank ที่เหลือมาจาก Stillman, Rockefeller, Morgan, Kuhn Loeb, Du Ponts, Stone & Webster และจาก Federal Reserve Banks
คงเห็นธุรกิจที่ไม่ธรรมดาของ American International Corporation กันแล้ว คราวนี้มาดูอิทธิพลของบริษัทนี้ เกี่ยวกับการปฏิวัติในรัสเซีย
เมื่อพวกบอลเชวิกกคืบเข้าไปคุมในรัสเซียกลางได้โรเบิร์ต แลนด์ซิ่ง (Robert Lansing) รัฐมนตรีต่าง ประเทศของอเมริกา ได้ขอความเห็นจาก American International Corporation เกี่ยวกับนโยบาย ที่อเมริกาควรดำเนินกับรัฐบาลโซเวียตต่อไป
ในวันที่ 16 มกราคม ค.ศ.1918 ประมาณ 2 เดือน หลังจากการยึดเพตโทรกราดและมอสโคว์ และก่อน
ที่บอลเชวิกจะควบคุมส่วนอื่นๆได้ นายวิลเลี่ยม แฟรงคลิน แซนด์ส (William Franklin Sands)เลขาธิการของ American International Corporation ได้ทำบันทึกเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการ เมืองของรัสเซีย ส่งให้กับรัฐมนตรีแลนด์ซิ่ง
หนังสือปะหน้านำส่งบันทึกของแซนด์ส ลงวันที่ 16 มกราคม ค.ศ.1918เขียนไว้ดังนี้ :
กราบเรียน พณฯ รัฐมนตรี
กระทรวงต่างประเทศ
วอซิงตัน ดี ซี
กระผม ขอเรียนเสนอบันทึกที่แนบมานี้ ตามที่ท่านขอให้กระผม แสดงความคิดเห็นของกระผมเสนอท่าน เกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองในรัสเซีย กระผมได้แยกการอธิบายเป็น 3 ส่วน : ประวัติศาสตร์ สาเหตุที่มาของการปฏิวัติ อย่างย่อเท่าที่จะทำได้, ข้อเสนอเกี่ยวกับนโยบาย, และการบรรยายถึงกิจ กรรมของคนอเมริกา ที่กำลังดำเนินการอยู่ในรัสเซีย..”
แม้ว่าการควบคุมรัสเซียของพวกบอลเชวิก จะยังไม่แน่นอน และอันที่จริงพวกบอลเชวิก ก็ทำท่าจะไปไม่รอดเอาด้วยซ้ำในกลางปี ค.ศ.1918 แต่แซนด์ส ก็เขียนไว้ในบันทึกของเขาตั้งแต่เดือนมกราคม ค.ศ. 1918 ไปแล้วว่า อเมริกาแสดงความล่าช้าเกินไป ในการให้การรับรองของทรอท์สกี้ โดยเขาเน้นว่า ไม่ว่า จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม (ที่เรายังไม่รับรองทรอท์สกี้) บัดนี้ก็น่าจะให้การรับรองได้แล้ว อย่างน้อยก็ในชัยชนะที่ทรอท์สกี้ ทำให้เกิดขึ้นจากความเสียสละส่วนตัวเขา
หลังจากนั้นแซนด์ส ก็ย้ำถึงสิ่งที่อเมริกาสามารถจะทำ เพื่อแก้ไขการล่าช้าเสียเวลานั้น ควบคู่ไปกับปฏิวัติของบอลเชวิก คือ “การปฏิวัติของเรา” และสรุปว่า “กระผมมีเหตุผลทุกประการที่น่าเชื่อว่า “แผนการบริหารรัสเซีย” จะได้รับการสนับสนุนจากรัฐสภา และได้รับการเห็นชอบจากมหาชนในอเมริกาอย่างท่วมท้น”
จดหมายของนายวิลเลี่ยม เอฟ แซนด์ส (William F. Sands) ข้างต้น คงชัดเจน คงไม่ต้องอธิบาย หรือสรุปใดอีก
วิลเลี่ยม เอฟ แซนด์ส เป็นผู้ที่มีเส้นสายและอิทธิพลในกระทรวงต่างประเทศอย่างลึกซึ้ง ถนนอาชีพของแซนด์ส วิ่งไปมา ระหว่างกระทรวงต่างประเทศและวอลสตรีท ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 เขารับตำแหน่งทางการทูตหลายตำแหน่ง ในปี ค.ศ.1910 เขาเปลี่ยนจากอาชีพในกระทรวงต่างประเทศ มาร่วมธุรกิจธนาคารกับเจมส์ สเปเยอร์ (James Speyer) เพื่อไปช่วยเจรจาเงินกู้ให้กับประเทศเอควาดอร์ (Ecuador) หลังจากนั้นก็ไปยึดกิจการน้ำตาลในเปอโต ริโก้ (Puerto Rico) อยู่2 ปี ในปี ค.ศ.1916 เขาอยู่ในรัสเซียในกิจกรรมกาชาด เพื่อปฏิบัติภารกิจพิเศษ โดยทำคู่กับ เบซิล ไมล์ส (Basil Miles) และกลับมาร่วมงานกับ American International Corporation ในนิวยอร์ก
ในต้นปี ค.ศ.1918 เป็นที่รู้กันว่า แซนด์สเป็นคนที่ได้สัญญาลับพิเศษจากฝ่ายรัสเซีย นอกจากนั้น แซนด์ส ยังเป็นผู้ถือเอกสารติดต่อลับพิเศษจากรัสเซีย มาให้กระทรวงต่างประเทศ แถมบางครั้งยังได้อ่านเอกสารก่อนกระทรวงต่างประเทศเสียอีก
วันที่ 14 มกราคม ค.ศ.1918 เพียง 2 วันก่อนที่แซนด์สจะเขียนบันทึกของเขาเกี่ยวกับนโยบายที่ควรมีต่อพวกบอลเชวิก รัฐมนตรีต่างประเทศแลนด์ซิ่ง ได้โทรเลขโดยใส่รหัส Green Cipher ถึงสถานทูตอเมริกันที่ สต็อคโฮล์ม!
“เอกสารราชการสำคัญมากสำหรับให้แซนด์ส (Sands) นำมาส่งที่กระทรวง ถูกส่งทิ้งไว้ที่สถานทูต ได้มีการส่งต่อให้หรือไม่ แลนด์ซิ่ง”
คำตอบจากมอร์ริส (Morris) ที่สต็อคโฮล์ม : “เลขที่ 460 ของท่าน 14 มกราคม 5 โมงเย็น เอกสารดัง กล่าวได้ส่งต่อไปให้กระทรวงทางถุงเมล์ เลขที่ 34 เมื่อธันวาคม 28”
และมีเอกสารเป็นบันทึกลงชื่อ “BM” (เบซิล ไมล์ส Basil Miles คณะทำงานของแซนด์ส Sands)
” มร. ฟิลลิปส์ (Mr. Philips) พวกเขาไม่ได้ส่งเอกสารลับส่วนที่ 1 ให้แก่แซนด์ส ที่เขานำมาที่ สต็อคโฮล์มจากเพตโทรกราด”
ทำไมเลขานุการบริหารของ AIC ถึงเป็นบุคคลสำคัญ ขนาดรัฐมนตรีต่างประเทศต้องคอยดูแลตามเอก สารให้ และทำไมเอกสารสำคัญของทางรัสเซีย จึงอยู่ในมือของบุคคลธรรมดาอย่างนายแซนด์ส
หลายเดือนต่อมาในวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ.1918 แซนด์ส เขียนจดหมายถึงรัฐมนตรีคลังแมคเอดู (McAdoo) แนะนำให้มีคณะกรรมาธิการ สำหรับ “ช่วยเหลือทางเศรษฐกิจแก่รัสเซีย”
เขาแนะนำว่า เนื่องจากเป็นการยาก สำหรับหน่วยงานของรัฐ ที่จะเข้าไปช่วยจัดหาอุปกรณ์ และเครื่อง จักร ที่เกี่ยวเนื่องกับการให้ความช่วยเหลือ ทางเศรษฐกิจแก่รัสเซีย ดังนั้นรัฐบาลจึงควรเรียกให้ฝ่ายเอก ชนที่มีความชำนาญ ด้านธุรกิจการเงินการค้าและอุตสาหกรรมในอเมริกา มาเป็นผู้จัดหาอุปกรณ์ และเครื่องจักร ภายใต้การดูแล ของคณะกรรมาธิการ หรือคณะกรรมการใด ที่ประธานาธิบดีจะเลือก หรือแต่งตั้งขึ้นเพื่อกิจกรรมนี้
ความหมายของแซนด์ส คือ ถึงเวลาที่จะให้กลุ่มธุรกิจ ไปจัดการ “ปล้น” รัสเซียให้เหลือแต่คราบ ตามที่ตกลงกันได้แล้ว